Get Adobe Flash player

บุรีรัมย์ แหล่งท่องเที่ยวมาแรงยุค 2016 โดย เอ สุริยะ

Font Size:


ใครจะเชื่อว่า จังหวัดเล็กๆ ในภาคอีสาน เฉกเช่นบุรีรัมย์ ที่คนไทยหลายๆ คนไม่เคยคิดจะไป หรือคิดจะไปก็ตอนที่มีเทศกาลงานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้งในช่วงเดือนเมษายน ของทุกปี เท่านั้น แต่มาในยุคนี้ พ.ศ.นี้ กลับกลายเป็นว่า จังหวัดบุรีรัมย์เป็นจังหวัดท็อปฮิตติดอันดับ ในเรื่องของเมืองท่องเที่ยวที่มาแรงแซงทางโค้งมาตั้งแต่ปีที่แล้วจนข้ามปีมาถึงปัจจุบัน น่าสนใจมั้ยล่ะครับ ถ้าอย่างนั้น ฉบับนี้ ผมจะพาคุณไปทอดน่องท่องบุรีรัมย์ให้ทะลุปรุโปร่งกันเลยครับ

ในตอนแรกที่ผมรู้จักบุรีรัมย์ เพราะว่าต้องเดินทางไปทำงานในช่วงประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง ซึ่งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะต้องไปจัดงานแสงและเสียง (Light and Sound) พนมรุ้งมหาเทวาลัย ณ อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง ที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งจะมีช่วงที่น่าตื่นตาตื่นใจมากๆ คือ มีปรากฏการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ปีละ 4 ครั้งเท่านั้น โดยดวงอาทิตย์จะตกตรง 15 ช่องประตูปราสาทพนมรุ้ง 2 ครั้ง ในช่วงต้นเดือน มีนาคม และต้นเดือนตุลาคม และดวงอาทิตย์จะขึ้นตรงอีก 2 ครั้งในช่วงต้นเดือนเมษายนและต้นเดือนกันยายนของทุกปี ซึ่งเราจะมองเห็นดวงอาทิตย์ส่องตรงตามความยาวของปราสาท และสามารถมองลอดประตู 15 ช่อง ส่องถึงองค์ศิวลึงค์ที่เปรียบประดุจศิวะเทพ เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์ใจมาก

ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม มีความงดงามในเรื่องของสถาปัตยกรรมตามแบบศิลปะเขมร สร้างขึ้นในศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย ซึ่งนับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด เขาพนมรุ้งจึงเปรียบเสมือนเขาไกรลาสที่ประทับของเทพพระศิวะ ปรางค์ปราสาทปรากฏภาพสลักบนหินบริเวณเสากรอบประตู หน้าบัน ทับหลัง ส่วนใหญ่สลักเป็นรูปเทวดาประจำทิศ ภาพฤาษี ดอกไม้ ใบไม้ หรือจะสลักเป็นภาพเทพยดาตามความเชื่อของศาสนาฮินดู เช่น รูปศิวะนาฏราช หรือทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์ หรือแฝงไปด้วยภาพสลักที่แสดงอารมณ์ขบขันของศิลปินในสมัยนั้น ซึ่งนักท่องเที่ยวต้องสังเกตดีๆ เพราะจะได้เห็นรูปสลักพระฤาษีนั่งที่มีลึงค์ลอดออกมา ปัจจุบัน ปราสาทหินพนมรุ้งกำลังอยู่ในเกณฑ์ที่จะพิจารณาเป็นมรดกโลกอีกด้วย

นอกจากปราสาทหินพนมรุ้งแล้ว ยังมีปราสาทเมืองต่ำอีกแห่งที่น่าสนใจ ปราสาทเมืองต่ำตั้งอยู่ในบริเวณบ้านโคกเมือง ตำบลจรเข้มาก อำเภอประโคนชัย  ที่นี่ นักท่องเที่ยวนอกจากจะได้ชมสถาปัตยกรรมและศิลปะที่สวยงามของโบราณสถานแห่งนี้แล้ว ยังได้ชมหมู่บ้านที่ตั้งเรียงรายเป็นกลุ่มอยู่กับปราสาทนี้ด้วย ชาวบ้านอยู่ที่นี่มานานจนมีความรู้สึกว่าปราสาทคือส่วนหนึ่งของชุมชน การดำเนินชีวิตของชาวบ้านโคกเมืองสัมพันธ์กับความงามของปราสาท กลายเป็นความสงบร่มเย็นน่าสนใจไม่น้อย เมื่อได้มองเห็นปราสาทในแต่ละที่แล้ว อดจินตนาการถึงความยากลำบากของแรงงานคนในสมัยนั้นไม่ได้ว่า จะต้องลำบากในการขนส่งก้อนหินหนักๆ หลายร้อยหลายพันก้อนขึ้นไปบนเขาได้อย่างไร ลำพังแค่เราเดินขึ้นเขาเองโดยที่ไม่แบกอะไรเลย ยังเหนื่อยและร้อนแทบตาย

ได้ชมปราสาทหินที่มีประวัติความเป็นมายาวนานแล้ว คราวนี้ผมจะพาไปชมปราสาทสมัยใหม่ ที่เรียกได้ว่า ปราสาทนี้สามารถดึงนักท่องเที่ยวและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลมาเยือนบุรีรัมย์ได้มากเป็นประวัติการณ์ จนทำให้เป็นจังหวัดที่มาแรงในยุคนี้เลยครับ ปราสาทที่ว่านี้คือ นิว ไอ-โมบาย สเตเดียม หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า ธันเดอร์คาสเซิล สเตเดียม เป็นสนามกีฬาที่มีการจัดการที่ดีที่สุดของเมืองไทย โดยสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสนามเหย้าของสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตั้งอยู่ที่ตำบลอิสาณ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ สนามแห่งนี้มีความจุ 24,000 ที่นั่ง โครงสร้างประกอบด้วยเหล็กและไฟเบอร์ ใช้งบประมาณในการก่อสร้างกว่า 500 ล้านบาท โดยเป็นเงินสนับสนุนของบริษัท ไอ-โมบายและบางส่วนของนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ สนามกีฬาแห่งนี้เป็นสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐานแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีลู่วิ่งคั่นสนาม และผ่านมาตรฐานจากหลายองค์กรในระดับโลก เช่น มาตรฐานของฟีฟ่า เอเอฟซีและเอเอฟเอฟ มาตรฐานระดับเอคลาส สเตเดียมจากเอเอฟซี และมาตรฐานระดับเวิลด์คลาสจากฟีฟ่า และยังได้บันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นสนามฟุตบอลในระดับฟีฟ่าแห่งเดียวในโลกที่ใช้เวลาก่อสร้างน้อยที่สุดในโลกเพียง 256 วัน เป็นไงล่ะครับ ผลงานคนไทยของเรา น่าภูมิใจไม่น้อย จุดเด่นของสนามนี้อยู่ที่อัฒจรรย์ที่นั่งฝั่งกองเชียร์ จะมีเก้าอี้ที่นั่งเชียร์เป็นสีน้ำเงิน เกือบทั้งหมด ยกเว้นจะมีเก้าอี้เป็นสีขาวตรงที่มีคำว่า ธันเดอร์คาสเซิล และบุรีรัมย์ 

ธันเดอร์คาสเซิล สเตเดียม  มีบริการจัดทัวร์เดินชมสนามทุกวัน ตั้งแต่ 10.00 - 16.00 น. ยกเว้นวันที่มีแข่งนัดเหย้า สามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และมีไกด์พาเดินชมด้วยนะครับ

แหล่งท่องเที่ยวใหม่อีกแห่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ที่มาเติมเต็มให้เป็นจังหวัดที่น่าเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ที่ใครไปจะต้องแวะชมคือ เพ ลา เพลิน บูติค รีสอร์ท แอนด์ แอดเวนเจอร์ แคมป์ (PLAY LA PLOEN : Boutique Resort & Adventure Camp) ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนและเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ที่สมบูรณ์ที่สุดในภาคอีสาน มีอุทยานไม้ดอก ซึ่งในช่วงนี้จนถึงกุมภาพันธ์จะมีสวนดอกทิวลิปหลากหลายสายพันธ์จัดแสดงอยู่ครับ ไฮไลท์อยู่ที่ดอกทิวลิปสีดำ ที่หาชมได้ยาก มีการจัดการแหล่งท่องเที่ยวเป็นโซนต่างๆ โดยเฉพาะยุคนี้สมัยนี้ นิยมถ่ายรูปกับสถานที่ที่มีการเซ็ทอัพขึ้นมา เป็นลักษณะเฉพาะของแต่ละที่ ที่เพลาเพลินก็เช่นกัน จะมีโซนภาพวาดสามมิติ โซนกาลครั้งหนึ่งแกลเลอรี่ มีโซนของเด็กหรือคิดส์โซน (Kids Zone) และกิจกรรมยอดฮิตในแหล่งท่องเที่ยวใหม่ คือการเลี้ยงแกะ ให้อาหารแกะ และด้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทำเป็นที่พักในหลายสไตล์ ทั้งที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เน้นการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์เฉพาะในสไตล์โมเดิร์น ในกลิ่นอายแบบเอเซียและยุโรป และอีกความโดดเด่นของกลาสเฮ้าท์ กับห้องพักที่เน้นความแตกต่างของแต่ละทวีป ในแบบ ขั้วโลกเหนือ และขั้วโลกใต้ สะท้อนการตกแต่งที่ทันสมัยและสวยงาม สนใจพักแบบไหน เชิญเลือกได้ตามสบายเลยครับ

ได้เที่ยวแล้ว สิ่งที่ลืมไม่ได้ คือเรื่องกินครับ น่าแปลกมั้ยครับ นอกจากมาอีสานจะต้องชิมส้มตำซึ่งเป็นอาหารยอดฮิตประจำภูมิภาคแล้ว สิ่งที่ขึ้นชื่อของบุรีรัมย์กลับกลายเป็นขาหมูตุ๋นยาจีนครับ ซึ่งต้องไปชิมกันที่อำเภอนางรอง ร้านที่โด่งดังมีชื่อเสียงมานานคือ ร้านลักษณา ขาหมูตุ๋นยาจีน บรรยากาศเป็นร้านชั้นเดียว มีมุมให้เลือกนั่งทั้งในห้องแอร์ และด้านนอก เมนูขาหมูแนะนำมีหลายจานให้เลือกสั่ง อย่างเช่น ขาหมูตุ๋นยาจีน ซึ่งเป็นจานโปรดของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะผมเอง เมนูอื่นๆ ที่อร่อยไม่แพ้กันก็อย่างเช่น  ขาหมูขี้เมาทอดกรอบ  ขาหมูฮ่องเต้ ยำขาหมูทอดกรอบ ต้มยำขาหมู แถมด้วยไส้หมูตุ๋นยาจีน นึกถึงแล้วน้ำลายไหลครับ ร้านลักษณาขาหมูตุ๋นยาจีน นางรอง สาขา 2 อยู่ที่ เลขที่ 770/12 ถนนโชคชัย-เดชอุดม อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เปิด-ปิดเวลา: 08.00-20.00 น. ใครได้ไปบุรีรัมย์แล้วห้ามพลาดนะครับ

ไม่แปลกใจแล้วใช่มั้ยล่ะครับ ว่าทำไม บุรีรัมย์ถึงได้ฮอตฮิตติดลมขนาดนี้ สมแล้วครับกับที่ได้รับเลือกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่า เป็นเมืองต้องห้าม..พลาด ใครยังไม่เคยไป รีบไปเที่ยวกันเลยนะครับ เดี๋ยวจะคุยกับใครเขา ไม่รู้เรื่อง

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org