Get Adobe Flash player

Canopy Walkwayทอดน่องเพลินๆ เดินเล่นบนยอดไม้ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

บางครั้งการจะตัดสินใจไปท่องเที่ยวที่ไหน ก็เป็นปัญหาเหมือนกันนะครับ เพราะเมืองไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปเที่ยวมากมายเหลือเกิน จนต้องหาเหตุผลในการเลือกไปเที่ยวตามปัจจัยความพร้อมและข้อจำกัดในหลายเรื่อง เช่น ปัจจัยของงบประมาณ เวลา เพื่อนเที่ยวหรือแม้กระทั่ง ที่เที่ยวใหม่ๆ ก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจให้เราต้องไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ หลบหลีกความซ้ำซากจำเจ อย่างเช่นที่ที่ผมจะพาคุณไปคราวนี้ครับ

ขึ้นชื่อว่าเชียงใหม่ ก็เป็นจังหวัดยอดนิยมที่ใครๆ ก็หลงรัก แม้ว่าหลังๆ มานี่ นักท่องเที่ยวจะเยอะมากสักหน่อย แต่เชียงใหม่ก็ยังคงมีเสน่ห์และสีสันที่ทำให้หลายคนหลงรักจนโงหัวไม่ขึ้น เช่นผมเอง รักเชียงใหม่ หลงเชียงใหม่ จนอยากอยู่เชียงใหม่เลยครับ เสียแต่ว่าพอพูดถึงเชียงใหม่ ไปเดินทอดน่องท่องเที่ยวจนพรุนไปหมดแล้ว ตรงนั้นก็เคยไป ตรงนี้ก็เคยไป แต่ล่าสุด มีตรงนี้ครับ ที่ยังไม่เคยไป ตามผมมาเลยครับ

ใช่แล้วครับ ฉบับนี้ผมจะพาไปเดินทอดน่องเพลินๆ เดินเล่นบนยอดไม้ครับ น่าสนใจมั้ยล่ะ ที่แห่งนี้เพิ่งเปิดได้ไม่นานประมาณเดือนธันวาคมปีที่แล้ว (2558) โดยองค์การสวนพฤกษศาสตร์ ได้เปิดเส้นทาง Canopy Walkway ทางเดินชมธรรมชาติเหนือเรือนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ระยะทางกว่า 400 เมตร และอยู่ที่ระดับความสูงเหนือพื้นดินกว่า 20 เมตร ทางเดินมีลักษณะเป็นโครงเหล็กใช้โทนสีเทาเพื่อให้มีความใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด ส่วนพื้นทางเดินปูพื้นด้วยแผ่นเหล็กสลับกับบางส่วนที่เป็นพื้นกระจก สามารถมองเห็นสวนด้านล่างในมุมเบิร์ดอายวิวได้อย่างชัดเจนเมื่อเดินเล่นไปเรื่อยๆ ก็จะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของทิวยอดไม้ในแบบพาโนรามา ที่มีฉากหลังเขียวชะอุ่มไปด้วยต้นไม้ ภูเขา ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าหนาว จะยิ่งโรแมนติค เพราะจะเห็นทะเลหมอกจาง ๆ ที่ลอยละล่องเหนือปลายยอดไม้ หรือจะชมตะวันลับเหลี่ยมฟ้า ท่ามกลางปลายทิวสนสามใบเหนือยอดเขาระดับความสูงกว่า 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล

การเดินชมก็มีหลายแบบหลายเส้นทางให้เลือกเพลินกันครับ เช่น ถ้าใครสนใจเรื่องพืชในตระกูลปาล์ม ก็จะมีเส้นทางที่เดินบนพื้นดิน ให้เพลิดเพลินกับพืชในตระกูลนี้ ได้แก่ ขิง ข่า คล้า กล้วย ปาล์ม ซึ่งเชื่อมต่อกับทางเดินเหนือเรือนยอดไม้ หรือเส้นทาง Banana Avenue เป็นเส้นทางเดินชมแปลงกล้วยที่รวบรวมพันธุ์กล้วยที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือหรือเส้นทางวัลยชาติ คือเส้นทางศึกษาพรรณไม้เลื้อย พรรณไม้ที่ต้องการสิ่งที่อาศัยสิ่งยึดเกาะอื่นๆ ในการเลื้อยพันและยึดเกาะเพื่อพยุงลำต้นในการเจริญเติบโต เนื่องจากไม่สามารถพยุงตัวไว้เองได้นักพฤกษศาสตร์คาดว่าในประเทศไทยมีวัลยชาติอยู่ประมาณ 60 วงศ์ 160 สกุล รวมประมาณได้กว่า 2000 ชนิด และกว่าครึ่งของพืชจำนวนนี้ยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่ส่วนใหญ่จะมีคุณค่าทางโภชนาการหรือสมุนไพรมีความสวยงาม สามารถนำมาพัฒนาเป็นไม้ดอกไม้ประดับได้ดี สำหรับเส้นทางวัลยชาติสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์นั้น เป็นเส้นทางทอดยาวไปตามสันเขา บางตอนค่อนข้างชัน มีการจัดปลูกพืชไม้เลื้อยไว้ตลอดทั้งสองข้างทาง รวมมากกว่า 250 ชนิด ระยะทางประมาณ 800 เมตร 

หรือหากใครสนใจเส้นทางสวนรุกขชาติซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ท้องถิ่น รวมแมกไม้ที่มีค่าทางเศรษฐกิจ พืชหายากและใกล้สูญพันธุ์ในท้องถิ่น พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่หย่อมป่าสงวนดั้งเดิม มีต้นไม้เดิมหรือบางทีเป็นพื้นที่สวนป่าเดิมที่ไม่มีการบำรุงต่อไปแล้ว จึงได้เปลี่ยนเป็นสวนรุกขชาติ มีการปลูกพรรณไม้เสริมพร้อมกับติดป้ายชื่อพรรณไม้ ให้ความรู้ชนิดพรรณไม้แก่ประชาชน เพื่อเป็นแหล่งศึกษาวิจัยพรรณไม้ต่างๆ ที่รวบรวมไว้ เช่น การเจริญเติบโต การขยายพันธุ์การปลูกพรรณไม้ในสวนรุกขชาติส่วนใหญ่จะเป็นไม้ต้นปลูกปะปนกันไป โดยเน้นความสวยงามตามธรรมชาติ ให้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่สวนรุกชาติในองค์การสวนพฤกษศาสตร์แห่งนี้ เราจะได้เห็นต้นไม้ ดอกไม้ ชนิดต่างๆ ทั้งที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศไทยและจากถิ่นอื่นๆ ทั่วโลก เช่น มีการจัดแสดงพรรณพืชจากทุกภูมิภาคของทวีปเอเชีย เป็นแหล่งรวมพันธุ์ไม้ไทยกว่า 1,000 ชนิด ทั้งพืชสมุนไพร พันธุ์ไม้หายาก และพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดต่างๆ รวมทั้งกล้วยไม้นานาพันธุ์ นับว่าเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ด้านพฤกษศาสตร์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ และมีความสำคัญระดับโลก เพราะเป็นที่แลกเปลี่ยนวิชาความรู้ รวมทั้งวิทยาการด้านพันธุ์พืชในระดับนานาชาติอีกด้วย ใครสนใจเรื่องพรรณไม้ และชอบต้นไม้เป็นชีวิตจิตใจ รับรองว่า วันเดียวคงเที่ยวไม่พอแน่นอน

สำหรับระยะทางในการเดินเล่นบนทางเดินเหนือยอดไม้ ในบางช่วงก็จะมีกระจกใสที่สามารถมองลงไปด้านล่างสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้นักท่องเที่ยวที่ท้าทายความสูง และก็มั่นใจในความปลอดภัยได้เลย เพราะมีราวกั้นที่เชื่อมั่นได้ว่าแข็งแรงมั่นคงและปลอดภัยอย่างแน่นอน ผมชอบตรงที่นอกจากจะได้รู้สึกถึงความตื่นเต้นสนุกสนาน ได้เพลิดเพลินเจริญใจกับธรรมชาติที่สวยงามในมุมแปลกตา ได้ทอดน่องท่องเที่ยวและใช้ชีวิตแบบไม่เร่งรีบ หรือที่เพื่อนๆ ฝรั่งโหยหาคำว่า Slow Life แล้วเรายังได้รับความรู้ทางพฤกษศาสตร์ที่เข้าใจง่ายแต่แฝงด้วยประโยชน์จากป้ายสื่อความหมายที่จัดแสดงไว้ตลอดระยะทางการเดินชมอีกด้วยครับ

อัตราค่าเข้าชมและค่าบริการต่าง ๆ ไม่แพงอย่างที่คิดเลยครับ สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 40 บาทนักเรียน นักศึกษา และเด็กอายุ 12 ปี ขึ้นไป ราคา 20 บาท และสำหรับนักท่องเที่ยวที่นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าชมจะต้องเสียค่าบริการอีก100 บาทต่อคัน และสำหรับค่าบริการรถชมภายในสวน สำหรับผู้ใหญ่ ราคา 30 บาทเด็กราคา 10 บาท 
ถ้ามีโอกาสไปเชียงใหม่ ก็อย่าลืมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เลขที่ 100 หมู่ 9 ตำบลแม่แรม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. โทรศัพท์ 0 5384 1234 หรือเว็บไซต์ qsbg.org รวมทั้งสามารถติดตามข้อมูลผ่านทาง เฟซบุ๊ก ของสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ได้ครับ

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org

ขอขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ โดย Weerakit Boonyamanit