Get Adobe Flash player

ทอดน่องท่องศรีสัชนาลัย โดย เอ สุริยะ

Font Size:

 

 

ฉบับที่แล้วผมพาคุณผู้อ่านที่รักไปเที่ยวสุโขทัย มาฉบับนี้ ผมก็ยังคงวนเวียนพาทุกท่านทอดน่องท่องสุโขทัยกันต่อครับ คนที่ชอบเที่ยวในที่เที่ยวแบบประวัติศาสตร์อย่างผม ยิ่งเที่ยวยิ่งสนุกครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าได้ศึกษาข้อมูลมาล่วงหน้าด้วยแล้ว รับรองเที่ยวเพลินและสนุกมากแน่นอนครับ  เพราะนอกจากคุณจะได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ ได้เห็นร่องรอยของความเจริญรุ่งเรืองในยุคก่อนแล้ว มันยังทำให้เกิดความรักชาติ เกิดความหวงแหนมรดกของชาติที่มีประวัติความเป็นมาอันยาวนานอีกด้วย

วันนี้ผมจะพาไปเที่ยวที่ศรีสัชนาลัยโดยจะเริ่มจากอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยก่อนเลยครับ สำหรับเมืองโบราณศรีสัชนาลัยนั้น อยู่ในเขตหมู่บ้านพระปรางค์ ตำบลศรีสัชนาลัย เดิมชื่อว่า “เมืองเชลียง”แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “ศรีสัชนาลัย”ในสมัยกษัตริย์ราชวงศ์พระร่วงขึ้นครองกรุงสุโขทัย และได้สร้างเมืองขึ้นใหม่เป็นศูนย์กลางการปกครองแทนเมืองเชลียง ภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ ประกอบไปด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุทั้งหมด 215 แห่ง และสำรวจค้นพบแล้ว 204 แห่ง แต่ละแห่งล้วนจุคุณค่าแห่งอดีตกาลที่น่าเรียนรู้ทั้งสิ้นเลยล่ะครับ รู้อย่างนี้แล้ว ต้องมีเวลาเยอะๆ ถึงจะเที่ยวชมได้หมดทุกที่

เมื่อเข้ามาในอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัยแล้ว วัดที่โดดเด่นที่สุดที่ห้ามพลาดชมก็คือ วัดพระศรีมหาธาตุวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นวัดประจำเมืองเชลียงซึ่งมีมาก่อนสุโขทัยครับมีปรางค์ประธานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ตามหลักการสร้างเมืองโบราณที่ต้องมีพระธาตุอยู่กลางเมือง

วัดอีกแห่งที่น่าสนใจคือวัดช้างล้อมครับ วัดช้างล้อมที่เมืองศรีสัชนาลัยนี้ ช้างจะมีลักษณะเด่นกว่าช้างปูนปั้นที่วัดอื่น ๆ คือ ยืนเต็มตัวแยกออกจากผนัง มีขนาดสูงใหญ่กว่าช้างจริง และด้านหน้ามีพุ่มดอกบัวปูนปั้นประดับไว้ วัดช้างล้อมแห่งนี้มีเจดีย์ประธานเป็นทรงลังกา ตั้งอยู่ภายในกำแพงแก้วสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตั้งอยู่บนฐานประทักษิณรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบ จำนวน 39 เชือก และช้างที่อยู่ตามมุมเจดีย์ทั้ง 4 ทิศ ตกแต่งเป็นช้างทรงเครื่อง มีลวดลายปูนปั้นประดับที่คอ ต้นขา และข้อเท้า

อีกวัดที่ต้องไปอยู่ด้านหน้าวัดช้างล้อมครับ คือ วัดเจดีย์เจ็ดแถว มีกำแพงศิลาแลงโดยรอบ ที่กลางวัดมีเจดีย์ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์ รอบๆเจดีย์องค์นี้มีเจดีย์ใหญ่น้อยประดับซุ้มพระแบบต่างๆ กันอีกถึง 33 องค์ โบราณสถานแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นศิลปะสุโขทัยแท้ๆ ที่มีความสวยงามมากที่สุดก็ว่าได้ ที่ได้ชื่อว่าวัดเจดีย์เจ็ดแถว ก็เพราะว่าพบเจดีย์จำนวนมากเรียงรายอยู่ภายในวัด และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานว่า วัดเจดีย์เจ็ดแถวเป็นที่ประดิษฐานพระอัฐิของพระราชวงศ์สุโขทัยอีกด้วยครับ

วัดอีกวัดที่น่าสนใจคือ วัดนางพญา ซึ่งเป็นวัดที่มีลวดลายปูนปั้นงดงามมาก ปรากฏอยู่บนซากผนังวิหารด้านตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็น วิหารขนาดเจ็ดห้อง ภายในวิหารตามเสาทุกด้านมีเทพนมและลวดลายต่างๆ ทำด้วยสังคโลกไม่เคลือบ เจดีย์ของวัดก่อด้วยศิลาแลงสูงใหญ่ และมีสภาพสมบูรณ์รอบฐานเจดีย์ มีเสาโคมไฟโดยตลอด มีบันไดขึ้นไปบนเจดีย์ลายปูนปั้นที่วัดนางพญานี้ เป็นแรงบันดาลใจให้ช่างฝีมือท้องถิ่นนำไป
พัฒนาเป็นลวดลายเครื่องประดับเงินและทองที่รู้จักกันในนาม "ทองโบราณศรีสัชนาลัย"  สร้างรายได้ให้กับชาวอำเภอศรีสัชนาลัยเป็นจำนวนมาก

ลวดลายปูนปั้นที่วัดนางพญาแห่งนี้ งดงามมากเสียจน นายอังคาร กัลยาณพงศ์ กวีในยุครัตนโกสินทร์ผู้ล่วงลับได้แต่งบทกวีชื่อ "ศรีสัชนาลัย"  พรรณนาให้เห็นถึงความงดงามของลวดลายปูนปั้นที่วัดนี้ว่า..

       บุหรงรัตน์ร้องเกาะเครือวัลย์   กนกทิพย์บุหงาสวรรค์หอมหวาน
     กลางวัดนางพญาช้านาน        อวสานสิ้นชื่อฝีมือไทย

ซึ่งบทกวีดังกล่าวได้บอกอารมณ์ที่เสียดายความงดงามของศิลปะลวดลายปูนปั้นในวัดนางพญา ที่ถูกปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแล

เมื่อพูดถึงลายปูนปั้นที่เป็นแรงบันดาลใจให้ช่างทองท้องถิ่น คิดประดิษฐ์ลวดลายของเครื่องประดับที่เป็นเอกลักษณ์ของสุโขทัย ผมก็อดไม่ได้ที่จะพาคุณผู้อ่านไปซื้อทองสุโขทัยกัน ร้านทองร้านแรกที่ถือว่าเป็นผู้ให้กำเนิดรูปแบบทองสุโขทัยนั้นก็คือ ร้านทองสมสมัย ก่อนที่จะมาเป็นร้านทองสุโขทัยในปัจจุบันนั้นเล่ากันว่า สมัยก่อนมีช่างชาวจีน 2 คน จากกรุงเทพฯ ชื่อ พ้ง กับ ขุ่ย ล่องเรือมาเพื่อหาพื้นที่ตั้งถิ่นฐานทำมาหากิน โดยนายพ้งกับนายขุ่ยนั้นมีฝีมือด้านการทำทอง ซึ่งทั้ง 2 คนก็ตกลงใจตั้งหลักปักฐานทำมาหากินในจังหวัดสุโขทัย  โดยได้รับความช่วยเหลือจาก นายเชื้อ วงศ์ใหญ่ คุณพ่อของคุณสมสมัย ซึ่งเป็นคนในท้องถิ่น และในเวลาต่อมา นายเชื้อจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาช่างทองจากชาวจีนทั้งสองคนโดยใช้เวลาสั่งสมและศึกษาขั้นตอนการทำทองทุกรูปแบบจนกระทั่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง จึงเปิดร้านทองขึ้นมารับทำทองตามสั่ง และร้านในปัจจุบันนี้ก็คือ ร้าน ๆ เดียวกับที่เปิดครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน
นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนศรีสัชนาลัย มาถึงที่แล้วต้องไม่พลาดที่จะแวะชมการทำเครื่องทองสุโขทัย และเงินลายโบราณที่นี่นะครับเพราะถือว่าเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุด มีร้านทำทองมากที่สุด  ซึ่งสามารถเข้าชมการผลิตได้หลายร้านที่ให้บริการทั้งจำหน่าย และรับผลิต  อย่างเช่น บ้านทองสมสมัย ร้านทองนันทนา ร้านไหมเงิน ลำตัดเงินโบราณ และตลอดริมสองข้างทางที่เราขับรถผ่านก็จะเห็นชุมชนใหญ่ที่ทำเครื่องทองและเครื่องเงินอีกหลายร้านครับ ผมว่าเมื่อไปถึงแล้ว เมื่อเห็นความสวยงามของทองโบราณ ก็คงอดใจไม่ไหวที่จะซื้อกลับมาเป็นสมบัติในครอบครองซักเส้นสองเส้น รับรองว่าสวยถูกใจคุณผู้อ่านแน่นอนครับ

มาถึงศรีสัชนาลัยทั้งที ถ้าไม่แวะสาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำก็ดูเหมือนจะมาไม่ถึง พิพิธภัณฑ์แห่งนี้อยู่ที่บ้านหาดเสี้ยว เป็นของนายสาธร โสรัจประสพสันติซึ่งเป็นผู้สืบสานผ้าทอโบราณ และได้มีการจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของผ้าทอลายโบราณของชาวไทยพวน บ้านหาดเสี้ยว ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจกเก้าลายบ้านหาดเสี้ยว ผ้าที่ใช้ในพิธีบวชนาคด้วยขบวนช้าง ผ้าที่ใช้ในพิธีแต่งงาน ซึ่งล้วนเป็นเอกลักษณ์ผ้าทอมือของชาวไทยพวน บ้านหาดเสี้ยว ที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยๆปี

 

ผมยังพาทอดน่องท่องศรีสัชนาลัย ยังไม่จุใจเลยครับ เนื้อที่กระดาษก็หมดซะแล้ว ถ้ามีโอกาสอยากให้คุณผู้อ่านทุกท่าน ลองชวนเพื่อนๆ ต่างชาติไปเที่ยวสุโขทัยกันนะครับ เพราะที่ที่ผมพาไปยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวที่อยากให้ไปสัมผัสด้วยตาตัวเองเลยครับ และผมก็อยากเชิญชวนคุณผู้อ่านทุกท่าน ลองเที่ยวเมืองไทยแบบเก๋ไก๋ในสไตล์ของตัวเอง ให้สมกับที่ปีนี้เป็นปีของการท่องเที่ยววิถีไทย ไม่ว่าจะอยากเที่ยวแบบไหน ไปกับใคร ถ้าคิดถึงแหล่งท่องเที่ยวเก๋ๆ ไม่ออก ก็ลองค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.เก๋ไก๋ไม่เหมือนกัน.com/รับรองครับ ว่าคุณจะมีไอเดียไปเที่ยวที่เก๋ไก๋ไม่เหมือนใครให้เพื่อนๆ ได้อิจฉากันแน่นอนครับhttp://www.เก๋ไก๋ไม่เหมือนกัน.com/

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org