Get Adobe Flash player

มหัศจรรย์แก่งหินในอีสาน โดย เอ สุริยะ

Font Size:

นับตั้งแต่ปลายปี 2552 เป็นต้นมา ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีแคมเปญโฆษณา“เที่ยวไทยครึกครื้น เศรษฐกิจไทยคึกคัก” โดยให้พี่เบิร์ดธงไชย ชวนคนไทยเที่ยวเมืองไทย และในตอนท้ายโฆษณานั้นมีแหล่งท่องเที่ยวหนึ่งซึ่งมีแก่งหินที่สวยงามแปลกตา จนหลายคนไม่คิดว่าที่นี่อยู่ในเมืองไทย ใช่ครับ ผมพูดถึงสามพันโบกในจังหวัดอุบลราชธานี ที่ในตอนนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตสำหรับคนไทยไปแล้ว แก่งสามพันโบกเป็นแก่งหินที่อยู่ใต้ลำน้ำโขงในช่วงฤดูน้ำหลากซึ่งเกิดจากแรงน้ำวนกัดเซาะ กลายเป็นแอ่งมากกว่า 3,000 แอ่ง หรือ 3,000 โบก คำว่า “โบก” หรือ “แอ่ง” หมายถึง บ่อน้ำลึกในแก่งหินใต้ลำน้ำโขง  คำว่า “โบก”  เป็นภาษาลาวที่มักนิยมเรียกกัน และจะปรากฏให้เห็นในช่วงฤดูแล้งที่น้ำแห้งขอด แก่งหินดังกล่าวก็จะโผล่พ้นน้ำกลายเป็น งานศิลปะที่เกิดจากการรังสรรค์โดยธรรมชาติท่ามกลางแม่น้ำโขงที่สวยงามแปลกตา จนชาวบ้านเรียกว่า “แกรนด์แคนยอนแห่งลำน้ำโขง”

จุดเด่นที่น่าสนใจคือ โบกหรือแอ่ง ที่เกิดจากกระแสน้ำที่พัดพาก้อนกรวด หิน  ทราย  และเศษไม้  กัดเซาะขัดแผ่นหินทรายให้เกิดเป็นหลุมแอ่ง  มีขนาดเล็กๆจนถึงขนาดใหญ่จำนวนมากมาย หินบางก้อนถูกกัดกร่อนคล้ายงานแกะสลักเป็นรูปสัตว์ รูปหัวใจ รูปมิกกี้เมาส์จากโบกจำนวนมากมาย  จนสถานที่แห่งนี้ถูกขนานนามว่า  สามพันโบก 

ความสนุกสนานของการมาเที่ยวชมหลุม รู โบก หรือแอ่งตามแต่นักเที่ยวจะเรียกขาน มันสนุกอยู่ที่การถ่ายรูปกับรูปทรงประหลาดๆ ของหินนะครับ แล้วแต่ใครจะจินตนาการว่าอะไร มีทั้งรูปทรงมิกกี้เมาส์ที่เรียกนักท่องเที่ยวเป็นหมื่นเป็นแสนให้มาถ่ายรูปด้วย มีทั้งรูปทรงหัวใจที่คู่รักหลายคู่มาเก็บภาพเป็นที่ระลึก หรือมีรูปสัตว์ประหลาดๆ ให้ได้ถกเถียงกันว่าเป็นตัวโน่นตัวนี่ แต่สิ่งที่ต้องแนะนำในการเที่ยวสามพันโบก ควรจะนำหมวก หรือแว่นตากันแดดไปด้วยนะครับ และควรไปในช่วงเช้าหรือเย็นๆ ไม่งั้นจะร้อนมากครับ ใครที่ชอบท่องเที่ยวธรรมชาติและอยากหนีความวุ่นวายในสังคมเมือง มาที่นี่ ไม่ผิดหวังแน่ครับ นอกจากจะได้ชมศิลปะที่ออกแบบโดยธรรมชาติซึ่งมีความโดดเด่นในตัวเองแล้ว วิถีชีวิตแบบชาวประมงก็น่าสนใจ เพราะที่นี่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในลำน้ำโขง ได้ดูคนท้องถิ่นจับปลาก็เพลินไปอีกแบบครับ

ในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม เป็นช่วงฤดูน้ำหลาก แก่งหินทั้งหลายเหล่านี้จะจมอยู่ใต้ลำน้ำโขง นักท่องเที่ยวจะเห็นความงดงามของแก่งต่างๆ โผล่พ้นน้ำขึ้นมา อวดรูปทรงแปลกตาในช่วงเดือนพฤศจิกายนไปจนถึงมิถุนายนของทุกปีครับ จำให้ดีนะครับ ถ้าไปผิดเดือน อดดูไม่รู้ด้วย

เที่ยวสามพันโบก สามารถเที่ยวได้ทั้งทางรถและทางเรือครับ ทางรถ นักท่องเที่ยวสามารถขับรถไปจอดที่สามพันโบกได้เลยครับ อยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีไปประมาณ 120 กิโลเมตร หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศไปทางเรือก็ได้ครับ โดยขึ้นเรือจากหาดสลึงที่บ้านปากกะกลาง ต.สองคอน ล่องตามลำน้ำโขงด้วยระยะทาง 4 กิโลเมตร

ความมหัศจรรย์ของแก่งหินในเมืองไทย ยังไม่หมดแค่นี้นะครับ ในปีนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีโครงการ “เขาเล่าว่า” ตามที่ผมเคยแนะนำไปในหลายเดือนก่อน มีแก่งหินอีกที่หนึ่งที่อยากแนะนำ อยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีเหมือนกัน ซึ่งมีความงดงามไม่แพ้สามพันโบกเลยครับ ผมหมายถึง “หินชมนภา” อยู่ที่หาดชมดาว อ.นาตาล จ.อุบลราชธานี มีเรื่องราวที่เขาเล่าว่าตามนี้ครับ “ ณ หาดหินรูปทรงประหลาดอันกว้างใหญ่ ในฤดูน้ำโขงลด จะมีหินกลางน้ำผุดขึ้นมาให้เราได้เห็น ชาวบ้านเชื่อกันว่าให้หาหินนี้ให้พบเพราะเป็นจุดชมท้องฟ้าที่ส่องแสงและมีสีสันที่สวยที่สุด ทั้งแสงแรกแห่งรุ่งอรุณ และทะเลดวงดาว สวยระยิบระยับเต็มท้องฟ้าในยามคืนข้างแรม ท้องฟ้าที่สวยและงดงามดั่งฝัน ใครได้มาเซล์ฟฟี่ตรงนี้ก็จะทำให้เราได้สัมผัสกับชีวิตที่สวยงามดั่งฝัน และอย่าลืมแชร์ความสวยงามนี้ไปให้คนอื่นๆได้เห็นกันด้วย”

หาดชมดาวแห่งนี้เปรียบคล้ายเป็นห้องแสดงผลงานศิลปะ ที่มีเจ้าของผลงานคือ ธรรมชาติ ความมหัศจรรย์อยู่ที่ความงดงามของแก่งหินน้อยใหญ่อันเกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานยาวนานนับพันปี การกัดเซาะผิวหินที่ทำให้เกิดความสวยงามแตกต่างหลายหลากรูปทรง  ลักษณะอันโดดเด่นที่น่าสนใจได้แก่ แนวช่องแคบ แนวผาหน้าน้ำไหลผ่าน แคนยอนและโบกหินใหญ่น้อยจำนวนมาก รวมถึงโบกหินขนาดใหญ่ที่ถูกขนานนามให้เป็น “บิ๊กโบก” มีหินที่เป็นลักษณะคล้ายถ้ำหรือที่คนท้องถิ่นเรียกเพิงผาแห่งนี้ว่า “ถ้ำตาอ้วน” อีกทั้งยังมีแอ่งน้ำน้อยใหญ่ บางแอ่งใหญ่ขนาดสระน้ำย่อยๆ บางแอ่งน้ำเขียวใสเป็นสีมรกตดูสวยงาม

หาดชมดาวเมื่อเปรียบเทียบกับสามพันโบกแล้ว จะมีพื้นที่กว้างขวางกว่า เป็นที่ราบและมีแอ่งน้ำเยอะกว่าสามพันโบก การตะเวณหาจุดที่คนนิยมถ่ายรูปกัน ควรจะต้องหาผู้นำทางที่ชินพื้นที่ไปด้วยหรือเดินตามกันไป หรือใช้ปากไถ่ถามคนที่เดินกลับมานั่นแหละดีที่สุด  จุดที่คนนิยมถ่ายรูปอวดกันที่ผมว่าก็คือ จุดที่เป็นผาหินที่สูงใหญ่ มีการกัดเซาะตามธรรมชาติเว้าแหว่งสวยงาม มีลักษณะคล้ายช่องแคบที่มีน้ำไหลผ่าน ตรงกลางน้ำมีก้อนหินก้อนเล็กๆ คล้ายกับเป็นเวทีน้อยๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ยืนโพสท่าเก๋ๆ ถ่ายรูป

จะเที่ยวหาดชมดาวให้สนุก ต้องอย่าลืมตามหาหินชมนภาให้เจอนะครับ เพราะที่หินก้อนนี้จะสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้งดงามมากที่สุดทั้งในยามกลางวันและในเวลากลางคืน เป็นจุดที่ชมพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าที่สวยงาม และยามตะวันลับฟ้าไปแล้ว จะเห็นแสงดาวพราวพร่างเต็มท้องฟ้าอย่าลืมหาให้เจอนะครับ ไม่เช่นนั้นถือว่าพลาดช็อตสำคัญเลยล่ะครับ

หาดชมดาวตั้งอยู่กลางลำน้ำโขง การจะลงไปเที่ยวได้นั้นมี 2 ทางเลือก คือการเดินและการนั่งรถเจ้าหน้าที่เข้าไป ไม่แนะนำให้ขับรถลงไปเองหากยังไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ เพราะเส้นทางที่จะลงไปที่หาดชมดาวจะลาดชันและเป็นพื้นที่ขรุขระ เพราะมีหินโดยรอบ จำเป็นต้องเป็นรถกระบะเท่านั้น หากใครไม่ชำนาญเส้นทางอาจเกิดอันตรายได้ครับ

การเที่ยวในสามพันโบกและหาดชมดาวนั้น นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวให้พร้อมตั้งแต่การแต่งกาย ควรใส่เสื้อผ้าที่สามารถระบายอากาศได้ดี เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว มีหมวกหรือร่มพกติดไปด้วย และในพื้นที่ของทั้งสามพันโบกและหาดชมดาว เป็นทั้งลานหิน ทั้งหาดทราย บ้างเป็นหลุมเป็นบ่อที่เดินยากเอาการอยู่ นักท่องเที่ยวจึงควรสวมใส่รองเท้าผ้าใบที่ตัวเองคุ้นชิน อย่าใส่รองเท้าใหม่ๆ เพราะอาจจะถูกรองเท้ากัดจนไม่สนุกเวลาเดินเที่ยว ยาหอม ยาดม ยาลม ยาหม่อง หลอดหรือกระปุกเล็กๆ ที่พกพาง่าย ก็ควรพกติดตัวไปด้วย เผื่อร้อนจนเป็นลม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ น้ำดื่มไม่ควรลืมอย่างยิ่งนะครับ

อย่าลืมนะครับ แกรนด์แคนยอนเมืองไทย ก็สวยงามไม่แพ้ในอเมริกา ธรรมชาติรังสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ให้เราประทับใจเสมอครับ โดยเฉพาะในเมืองไทย

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org