Get Adobe Flash player

ตามหาสันหลังมังกร สตูล โดย เอ สุริยะ

Font Size:

 

 

เห็นชื่อเรื่องในฉบับนี้แล้ว เหมือนกำลังอ่านนิยายผจญภัยในดินแดนมหัศจรรย์ยังไงก็ไม่รู้ หลายคนเกิดคำถามว่า ที่จังหวัดสตูลเคยมีมังกรด้วยหรือ แล้วทำไมต้องตามหามังกร มังกรมีตัวจริงในโลกนี้ด้วยเหรอ ฉบับนี้ผมจะพาไปหาคำตอบกันครับ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เคยจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเลที่มีความมหัศจรรย์โดยเน้นในส่วนที่มีความคล้ายคลึงกับสันหลังมังกร ตามจินตนาการจากรูปพรรณสัณฐานที่เป็นเส้นทางทะเลแหวกอยู่ในกลางทะเล ในจังหวัดสตูลครับ

เราจะเริ่มต้นเดินทางกันโดยการนั่งเรือจากฝั่งที่ท่าเรือตำมะลัง อำเภอเมือง สตูล ท่าเรือแห่งนี้ เป็นท่าเรือเร็วขนาดใหญ่ หรือที่ใครๆ เรียกว่า เรือเฟอร์รี่ ซึ่งจะพานักท่องเที่ยวไปเกาะหลีเป๊ะ หรือเกาะลังกาวีในมาเลเซีย ที่นี่มี "รูปปั้นปูก้ามดาบยักษ์" เป็นสัญญลักษณ์ประจำท่าเรือ เพราะในป่าชายเลนใกล้ท่าเรือนี้มีปูก้ามดาบเป็นสัตว์น้ำที่อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

นั่งเรือไปเรื่อยๆ ไม่ถึงชั่วโมง เราจะเห็นระดับน้ำค่อยๆ แลเห็นเกลียวคลื่นที่ทอดยาวที่คดโค้งไปมากลางทะเล คล้ายกับมีมังกรตัวใหญ่กำลังเคลื่อนไหวใต้ผิวน้ำ เห็นคลื่นสาดซัดเหมือนกำลังกระทบกับสัตว์ประหลาดตัวใหญ่ยักษ์ในใต้ทะเลลึก แต่ไม่นาน ปรากฏการณ์ธรรมชาติก็ทำให้เราถึงบางอ้อ เมื่อได้เห็นความจริงปรากฏตรงหน้า ที่แท้คือสันทรายใต้ผิวน้ำที่ค่อยๆ โผล่ขึ้น กลายเป็นทะเลแหวกกลางทะเลกว้าง ให้นักท่องเที่ยวได้จินตนาการว่ายืนอยู่บนสันหลังมังกรอยู่กลางทะเล โดยมีฉากหลังเป็นเกาะตะบันที่สวยงาม

 “สันหลังมังกร” (Golden Dragon Beach) ที่เรียกว่าสันหลังมังกรก็เพราะเป็นสันหาดทรายคล้ายทะเลแหวกกลางทะเล แต่แนวหาดแห่งนี้มีความแตกต่างจากหาดทรายทั่วไป เพราะที่นี่จะพบแต่เศษเปลือกหอยนับล้านล้านตัวที่ทับถมกันมาเนิ่นนาน ยิ่งสะท้อนกับแสงอาทิตย์จะเกิดประกายวิบวับ โดยเฉพาะเวลาที่มีคลื่นสาดซัดกระทบกับสันทรายดังกล่าวแล้ว ทำให้เกิดการจินตนาการว่า เรายืนอยู่บนสันหลังมังกรที่กำลังถลาลงแหวกว่ายน้ำทะเล ทะเลแหวกแห่งนี้ มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร ซึ่งน่าจะเป็นทะเลแหวกที่ยาวที่สุดในเมืองไทย เริ่มจากหัวมังกรที่เชื่อมระหว่างเกาะหัวมันไปจนสุดหางมังกรที่เกาะสาม เราสามารถเห็นสันหลังมังกรนี้ได้เพียงวันละ 2 ครั้ง คือ ช่วงน้ำลง ซึ่งในหนึ่งวันจะมีช่วงน้ำลง 2 ครั้ง ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์ของชาวเรือไปให้ถูกเวลานะครับ สอบถามได้ที่ผู้ให้บริการเรือครับ  เมื่อได้ชมความมหัศจรรย์ของทะเลแหวกสันหลังมังกรที่ยาวและใหญ่ที่สุดในประเทศไทยแล้ว เราจะนั่งเรือต่อมาอีกหน่อยครับ ผมจะพาไปชมความมหัศจรรย์ที่แอบซ่อนอยู่ในกลางทะเลแห่งนี้ นั่นก็คือเกาะหินเหล็ก เมื่อไปถึงเราจะได้เห็นหินรูปทรงต่างๆ ที่มีส่วนผสมของแร่เหล็กจนกลายเป็นเนื้อเดียวกันอยู่มากมายรอบเกาะ หินหลายก้อนมีลักษณะเป็นสีสนิมที่สวยงามมาก

ในระหว่างที่เรานั่งเรือเพื่อที่จะชมสันหลังมังกรนั้น ผมลืมบอกไปครับว่า ในระหว่างทางที่ล่องเรือไปตามคลองตำมะลังก่อนที่จะออกสู่ทะเล เราจะได้ชมวิถีชีวิตของชุมชนมุสลิม ที่เป็นแหล่งรวมของมุสลิมหลายเชื้อชาติ ทั้งไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียที่อาศัยรวมตัวกันอยู่ที่นี่ จากนั้นก็จะมีจุดชมนกอินทรีสีน้ำตาลแดงที่บินโฉบเข้ามาในระยะใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว ซึ่งนกอินทรีสายพันธุ์นี้พบมากในชุมชนแห่งนี้เท่านั้นครับ

จากคลองตำมะลัง เมื่อออกสู่ท้องทะเล จะมีเกาะที่ยังไม่เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อว่าเกาะโกยน้อย ซึ่งที่นี่เมื่อระดับน้ำลดลงก็จะมีสันทราบโผล่พ้นน้ำเห็นเป็นทะเลแหวกอีกเช่นกัน ความสวยงามของธรรมชาติที่เกาะนี้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นน้ำทะเลที่มีสีฟ้าอมเขียว น้ำใสแจ๋วจนมองทะลุเห็นเม็ดทรายใต้น้ำอย่างชัดเจนเลยครับ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบดำน้ำ ไม่ไกลจากเกาะโกยน้อย ผมจะพาไปดำน้ำชมปะการังที่เกาะวรนาทครับ ที่นี่เป็นจุดดำน้ำ ได้สัมผัสกับธรรมชาติต้ำน้ำได้อย่างใกล้ชิด ทั้งความสวยงามของปลาหลากหลายพันธุ์ รวมถึงปะการังสวยๆ ก็ชมได้ที่เกาะวรนาทนี่เลยครับ   

อีกเกาะหนึ่งที่อยากแนะนำ คือ เกาะหอขาว ซึ่งเป็นเกาะที่เกิดจากซากเปลือกหอยสีขาว ชื่อเกาะหอขาว น่าจะมากจากคำว่าหอยขาว เรียกไปเรียกมากลายเป็นหอขาวซะอย่างนั้น ทั่วทั้งเกาะไม่มีหาดทรายเลยครับ ผมเลยเรียกว่าหาดเปลือกหอยครับ  เพราะพื้นที่ที่เราเห็นเหมือนหาดทรายแต่กลับกลายเป็นว่ามีแต่ซากเปลือกหอยทั้งนั้น มีนักสำรวจลงไปดูใต้น้ำ ก็ยังพบว่าเกาะแห่งนี้ แม้ว่าลึกลงไปก็ยังคงเป็นเปลือกหอยอยู่ เปลือกหอยที่พบบนเกาะนี้มีมากกว่า 20 ชนิด และมีพื้นที่เกาะประมาณ 20 ไร่ ทั่วทั้งเกาะปกคลุมไปด้วยเปลือกหอย ไม่มีต้นไม้ใหญ่มีแต่ผักบุ้งทะเลและต้นไม้พุ่มเตี้ยขึ้นอยู่บ้างครับ

เกาะอีกเกาะที่น่าสนใจคือ เกาะหินงาม ซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรู้จักกันดี เพราะเป็นเกาะที่มีความงามมหัศจรรย์ อุดมไปด้วยก้อนหินสวยๆ  มีลักษณะผิวกลมเกลี้ยง บ้างมีลวดลาย บ้างก็เป็นก้อนเรียบๆ มันๆ มีทั้งก้อนเล็กก้อนใหญ่ มีทั้งกลม ทั้งแบน และหลายๆ รูปทรง น่าสนใจมากครับ ชายหาดที่นี่ก็จะเป็นชายหาดหินล้วนๆ ที่มีความงามสมชื่อเกาะครับ นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนแล้วอย่าเก็บก้อนหินสวยๆ มาเป็นสมบัติของตัวเองนะครับ เขาว่ากันว่า มีเจ้าของเขาตามทวงคืนนะครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน

การได้มาเที่ยวทะเลสตูล ซึ่งได้รับฉายาว่า Andaman Last Virgin ก็เพราะทะเลสตูลยังคงความธรรมชาติที่งดงาม มีสภาพใต้น้ำที่สมบูรณ์ สะอาดสะอ้าน นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนขอให้เก็บแต่ภาพความประทับใจไว้ในความทรงจำ อย่าทิ้งสิ่งปฏิกูลหรือขยะที่จะเป็นการทำลายธรรมชาติที่สวยงามเลยนะครับ นักท่องเที่ยวรุ่นลูกรุ่นหลานจะได้มีโอกาสได้ชมมรดกทางธรรมชาติ หรือจะเรียกได้ว่าเป็นมรดกของโลกกันต่อไป

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org