Get Adobe Flash player

พาฝรั่งเที่ยวไทย ตอนที่ 1 โดย เอ สุริยะ

Font Size:


ผมเพิ่งกลับจากเมืองไทยครับ ทริปนี้พาเอเจ้นท์ทัวร์ไปเที่ยวเมืองไทย เพื่อไปชมแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถรองรับกลุ่มคู่รักคู่ฮันนีมูนโดยเฉพาะ เอเจ้นท์ทัวร์ที่พาไปคราวนี้ เป็นเอเจ้นท์จากแคลิฟอร์เนีย 5 คน และจากละตินอเมริกา เป็นบราซิล อาร์เจนตินา ชิลี อีก 5 คน ทุกคนมีความรู้เรื่องแหล่งท่องเที่ยวในเมืองไทย เพราะต้องขายแพ็คเกจประเทศไทยเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่แทบจะไม่เคยเห็นเมืองไทยด้วยตาตัวเองเลยครับ สบโอกาสดี ททท.สำนักงานลอสแอนเจลิส จึงพาไปให้ประจักษ์ด้วยสายตา จะได้รู้ว่าเมืองไทยสวยงามและเหมาะสำหรับคู่รักที่ต้องการความโรแมนติคแค่ไหน

เมื่อไปถึงกรุงเทพฯ ในวันแรก เช็คอินที่โรงแรมเลอบัวแอทสเตททาวเวอร์ แถวๆ สีลมก่อนเลยครับ โรงแรมนี้มีร้านอาหารสุดหรูที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ชื่อว่า ซีร็อคโค (Sirocco) อยู่บนชั้น 63 ซึ่งจะเห็นวิวอันงดงามของกรุงเทพมหานครและแม่น้ำเจ้าพระยาในยามค่ำคืน นอกจากนี้ เคยได้รับการจัดอันดับเป็นภัตตาคารบนดาดฟ้าที่น่าอัศจรรย์เป็นอันดับ 2 ของโลก รองจาก Luna Roof Top Tapas Bar ในประเทศเม็กซิโก อีกด้วย

กว่าจะมาถึงประเทศไทย ต้องนั่งบนเครื่องบินมาอย่างยาวนาน ต้องให้ทุกคนได้สัมผัสกับการนวดแผนไทยจะได้รู้สึกผ่อนคลายหายเหนื่อย หลังจากเช็คอินและพักผ่อนสัก 2 ชั่วโมง ผมจึงพาทุกคนไปบางกอกโอเอซิสสปา ซึ่งอยู่ในซอยสุขุมวิท 31 ใจกลางย่านธุรกิจ เข้าไปแล้วสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลาย เพราะในบ้านหลังใหญ่สีขาวสไตล์ล้านนาแห่งนี้ ครอบคลุมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ กลิ่นหอมสมุนไพรไทยขจรขจายไปทั่ว ไม่น่าเชื่อว่านี่คือใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งในบางกอกโอซิส สปา มีความโดดเด่นในเรื่องการปรนนิบัติด้วยความเอาใจใส่ เรื่องทรีทเมนต์ที่โดดเด่น และผลิตภัณฑ์สปาที่ใช้ที่เน้นความเป็นธรรมชาติของสมุนไพรไทยๆ และผลไม้สด ทุกคนรู้สึกตื่นเต้นดีใจที่จะได้ใช้บริการ และเมื่อเวลาผ่านไป หลังจากจบคอร์สการนวดและสปาแล้ว ผมมองเห็นสีหน้าของทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยความสุข เมื่อได้ถามว่ารู้สึกอย่างไร ทุกคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า สุดยอด และอยากกลับมาใช้บริการอีก จากนั้น ผมพาไปชมโรงแรมโซ โซฟิเทล แบงคอก (So Sofitel Bangkok) ที่สามารถรองรับคู่ฮันนีมูนได้เป็นอย่างดีครับ โรงแรมนี้อยู่แถวๆ สาทรเหนือ ไม่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน และอยู่ใกล้ย่านช้อปปิ้ง เช่น สีลม สยามด้วยครับ กิจกรรมในวันแรกก็สิ้นสุดลงตรงที่โรงแรมโซ ฟิเทล แบงคอก เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารเย็นอย่างเต็มที่ครับ

วันรุ่งขึ้น ยังไม่ทันหายเจ็ทแล็ก พวกเราบ้านไกล เวลาน้อย ผมจึงพาทุกคนไปเริ่มทำความรู้จักเมืองหลวงของเรา กรุงเทพมหานครก่อนเลยครับ เริ่มจากพาคณะไปชมวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ที่วัดนี้มีพระพุทธรูป ชื่อว่า “หลวงพ่อทองคำ” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่โดดเด่นและมีชื่อเสียงของวัดไตรมิตร เนื่องจากเป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกของไทยที่ได้รับการบันทึกไว้ใน The Guinness Book of World Record เมื่อปี พ.ศ. 2534 ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และที่สำคัญคือสร้างด้วยทองคำแท้ มีมูลค่าสูงกว่า 21 ล้านปอนด์ เลยล่ะครับ

จากนั้นพาไปเดินชมตลาดเยาวราช ชุมชนชาวจีนที่ใหญ่และมีประวัติศาสตร์คู่กรุงเทพมายาวนาน ผมพาเดินและพาชิมอาหารข้างทาง หรือที่เรียกว่า Street Food อย่างเช่น หมูแผ่น ลูกเกาลัดคั่ว ลอดช่องสิงคโปร์ ปาท่องโก๋ น้ำจับเลี้ยง แล้วก็พาไปดูตลาดสดที่มีทั้งอาหารสด อาหารแห้ง ยาจีนต่างๆ ทุกคนรู้สึกเอ็นจอยมากๆ ครับ

เสร็จจากทัวร์ย่านเยาวราชแล้ว เราได้เตรียมรถตุ๊กตุ๊กไว้ เพื่อไปส่งที่วัดโพธิ์ท่าเตียน หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ทุกคนรู้สึกดีใจและประทับใจที่ได้ลองนั่งพาหนะที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ต่างคนต่างก็ถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกจนแทบจะลืมอากาศร้อนๆ ของกรุงเทพฯไปเลย เมื่อมาถึงวัดโพธิ์แล้ว ก็เข้าชมพระนอน หรือพระพุทธไสยาสน์ ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพุทธไสยาสน์ที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นอันดับต้น ๆ และมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โดยเชื่อกันว่าเป็นปางโปรดอสุรินทราหู เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์ ในขณะที่พระพักตร์อิ่มเอิบ ดูขรึมขลังงดงามสมส่วน เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งศรัทธา
ซึ่งพระพุทธไสยาสน์ของวัดโพธิ์มีเอกลักษณ์ที่พิเศษแตกต่างจากวัดอื่น ๆ โดยลักษณะพระพุทธไสยาสน์  โดยทั่ว ๆ ไป มีลักษณะบรรทมตะแคงขวา พระบาทขวาเหลื่อมพระบาทซ้าย แต่พระพุทธไสยาสน์วัดโพธิ์นั้น พระบาททั้งซ้ายและขวานั้นซ้อนเสมอกัน ซึ่งอาจเกิดจากความตั้งใจของผู้สร้างที่จะให้มีลายจำหลักมุกภาพมงคล 108 ประการบนพื้นฝ่าพระบาทขององค์พระ ซึ่งงดงามตามลักษณะศิลปะแบบไทยจีน

ชมวัดโพธิ์เสร็จ ผมก็พาเดินทอดน่องไปชมตลาดดอกไม้ที่ปากคลองตลาด ในใจก็คิดว่า ท่ามกลางอากาศร้อน เหงื่อไหลไคลย้อยอย่างนี้ ฝรั่งมังค่าเขาจะทนไหวหรือไม่นะ สักพักก็ได้ยินเสียงจากลูกทีมว่าขอหยุดแวะเซเว่นอีเลฟเว่นก่อน เลยได้ทีให้หยุดพักเหนื่อยสักแป๊บ จะได้รับแอร์เย็นๆ จากในร้านก่อน พออกมาจากร้าน ทุกคนซื้อขนมคนละถุง 2 ถุง และไอติมคนละแท่ง น่ารักดีครับ

หลังจากนั้นก็เดินตลาดดอกไม้กันต่อครับ ตอนนี้นโยบายของกรุงเทพมหานคร มีการจัดระเบียบในพื้นที่ปากคลองตลาดไม่ให้ขายของระเกะระกะเหมือนแต่ก่อน ตอนนี้ปากคลองตลาดสวยงามมากครับ ร้านค้าทุกร้านย้ายเข้าไปขายในตลาดที่จัดระเบียบไว้ และมีการสร้างตลาดยอดพิมาน อยู่ริมน้ำเจ้าพระยา เหมาะแก่การเดินเล่นรับลมในยามเย็นและยามค่ำคืนครับ ผมพาฝรั่งเดินไปจนถึงท่าน้ำ เพื่อที่จะนั่งเรือข้ามฟากไปฝั่งวัดกัลยาณมิตรครับ พาฝรั่งไปเรียนรู้วิถีไทย โดยการทำสังฆทาน เพราะการให้คือหัวใจของความเป็นมนุษย์ครับ การทำสังฆทานทำให้คนต่างชาติได้สัมผัสวิถีความเป็นไทย ได้เรียนรู้ว่าคนไทยชอบทำบุญทำทาน มีความกตัญญูต่อบุพการี ฝรั่งได้ทำก็มีแต่ความปลื้มใจ หน้าตาอิ่มบุญกันถ้วนหน้า นี่แค่ครึ่งเช้านะครับ ผมคาดว่าคงจะหิวแล้ว ก็เลยพาไปรับประทานอาหารกลางวันกันก่อน ไม่เช่นนั้นเป็นลมแน่ๆ

ตกบ่ายผมพาไปทัวร์คลองบางหลวง โดยใช้เรือหางยาว ได้เห็นวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลอง เห็นเรือพายขายของตามบ้าน แวะชมบ้านศิลปิน ซึ่งอยู่ริมคลองบางหลวง  ที่นี่ เป็นที่รวมตัวของกลุ่มศิลปินที่รักงานศิลปะทุกประเภท โดยทุกคนสามารถสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง ตัวอาคารเป็นไม้ทรงมะนิลารูปตัวแอลที่สร้างล้อมรอบเจดีย์เก่าซึ่งเป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง สันนิษฐานว่าเป็นหนึ่งในสี่ของเจดีย์แต่ละทิศที่กำหนดเขตพื้นที่เก่าของวัด โดยยังคงสภาพเก่าของตัวอาคารไว้ได้อย่างสมบูรณ์ กำแพง ด้านบนของตัวอาคารเปิดเป็น แกลเลอรี่ แสดงงานศิลปะทั้งภาพวาดและภาพถ่ายให้ได้ชมกัน ส่วนด้านล่างแบ่งเป็นพื้นที่ ทำงานศิลปะต่างๆ นักท่องเที่ยวสามารถแวะเลือกซื้อของที่ระลึก อย่างโปสการ์ดภาพถ่ายสวยๆ ได้ที่มุมขายของที่ระลึกที่ชั้นล่าง มีมุมร้านกาแฟให้ได้สั่งเครื่องดื่มมานั่งจิบพร้อมชมวิวทิวทัศน์ ริมคลอง และวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยบริเวณริมน้ำอย่างเรียบง่าย นอกจากนี้ที่บ้านศิลปินยังมีหุ่นละครเล็กคลองบางหลวง คณะทำนาย ปัจจุบันมีการแสดงที่บ้านศิลปินบริเวณลานวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถชมการแสดงหุ่นละครเล็กได้ฟรีเพียงรอบเดียวเท่านั้นในเวลา 14.00 น. ของทุกวัน ยกเว้นวันพุธ วันนี้ มีการจัดแสดงเรื่องรามเกียรติ์ตอนหนุมานจับนางเบญกาย ความน่ารักของหุ่นละครเล็ก คือสามารถหยอกล้อกับผู้ชมได้อย่างน่าเอ็นดู และที่น่าสนใจคือการแสดงหุ่นไมเคิล แจ็คสัน  ผู้แสดงให้หุ่นเต้นในท่าทางของไมเคิล นักร้องผู้ยิ่งใหญ่ของโลกได้เหมือนคนจริงมาก ผมได้โพสท์ไว้ในเฟสบุ๊ค ส่วนตัว มีผู้เข้าชมถึง 8 หมื่นกว่าคน

ทัวร์ครั้งนี้ ยังไม่หมดนะครับ นี่แค่สองวันแรกเอง แต่ยังมีเรื่องที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกเยอะครับ ผมพาเอเจ้นท์ไปเที่ยว เพื่อให้กลับมาจัดทำแพ็คเกจของประเทศไทย และพวกเขาเหล่านี้ จะสามารถบอกต่อและช่วยขายและชักชวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเที่ยวประเทศไทยมากๆ ครับ

 

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org