Get Adobe Flash player

พาฝรั่งเที่ยวไทย ตอนที่ 2 โดย เอ สุริยะ

Font Size:

 

 

ฉบับที่แล้ว ผมได้เล่าถึงการพา Travel Agents อเมริกันและละตินอเมริกาไปเที่ยวเมืองไทย เพื่อจะได้มีประสบการณ์ที่จะนำมาเล่าให้ลูกค้าและง่ายต่อการขายแพ็คเกจเที่ยวเมืองไทย ซึ่งผ่านไปแค่ 2 วัน ลูกทัวร์ของผมต่างก็ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งรอบๆ ตัว ที่มีความแตกต่างจากบ้านเมืองที่เขาเคยอยู่

ในวันนี้ ผมพาคณะไปชมโรงแรมใหม่ในกรุงเทพฯ ชื่อโรงแรม “เดอะ สยาม” เป็นหนึ่งในโรงแรมในเครือของ Sukosol Hotels Group ผู้บริหารหลักคือ คุณกฤษฎา สุโกศล แคลปป์ หรือคุณน้อย วงพรู นักร้องชื่อดังนั่นเอง ความพิเศษของที่นี่ก็คือทำเลที่ตั้งที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา อยู่ใกล้กับสะพานซังฮี้ และมีการออกแบบที่สวยงาม ปราณีต การออกแบบและตกแต่งอาคารจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่มีการผสมผสานกันระหว่างเรือนไทยและอาคารรูปทรงสมัยใหม่ที่มีความกลมกลืน  เครื่องเรือนไปจนกระทั่งอุปกรณ์ตกแต่ง ส่วนมากเป็นของสะสมเก่าแก่ที่มีคุณค่า และถูกวางในตำแหน่งต่างๆของโรงแรมได้อย่างลงตัว คณะของเราได้รับประทานอาหารกลางวันที่จัดเมนูเป็นอาหารไทยแบบฟิวชั่นที่ห้องอาหารชื่อว่า “ช้อน” รสชาติอาหารเป็นแบบไทยแท้ๆ ที่ทำให้ทุกคนประทับใจและลืมไม่ลงจริงๆ ครับ

เสร็จจากการชมโรงแรมเดอะสยามแล้ว ภารกิจหลักประจำวันนี้ และถือเป็นไฮไลท์ที่คณะเอเจนท์ทุกคนต่างรอคอย คือการเข้าร่วมงาน Amazing Thailand Romance Trade Meet 2016ณ โรงแรม  Avani Riverside Bangkok Hotel ซึ่งงานนี้  ททท.จัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้ภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะแหล่งท่องเที่ยวโรแมนติกที่เป็นจุดหมายปลายทางของคู่รัก คู่แต่งงาน และคู่ฮันนีมูนจากทั่วโลก และส่งเสริมการขายสินค้าด้าน Wedding & Honeymoon ในประเทศไทย โดยเปิดโอกาสให้มีการพัฒนาเครือข่ายพันธมิตรระหว่างผู้ประกอบการไทยสู่เครือข่ายผู้ขายในต่างประเทศผ่านการเจรจาธุรกิจ Table Top Sales

งาน Amazing Thailand Romance Trade Meet2016จัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยแบ่งการจัดงานออกเป็น 2 ครั้ง ได้แก่ ที่กรุงเทพฯ และที่จังหวัดกระบี่ ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยในกลุ่ม Wedding & Honeymoon ได้แก่ โรงแรม Wedding Studio และบริษัทนำเที่ยว (Seller) ที่กรุงเทพฯ จำนวน 62 ราย และที่กระบี่ จำนวน 50 ราย ได้พบปะเจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อชาวต่างชาติ  (Buyer) ซึ่ง ททท. สำนักงานต่างประเทศ เป็นผู้เชิญเข้ามาร่วมงานในประเทศไทยจำนวน 72 ราย จาก 14 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดาบราซิล  อาร์เจนตินา  ชิลี  ฝรั่งเศส  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง ไต้หวันญี่ปุ่น  เกาหลีใต้  มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย การจัดงานนี้คาดว่าจะทำให้สามารถเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่ม Wedding & Honeymoon ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคุณภาพ มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางสูง ให้เดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น รวมทั้งกระตุ้นยอดขายแพ็คเกจแต่งงานและฮันนีมูน และยังเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการมาฮันนีมูนของคู่รัก อีกด้วย

เสร็จจากงานหลักในกรุงเทพฯแล้ว วันรุ่งขึ้น คณะของเราเตรียมตัวเดินทางลงใต้กันต่อ โดยมีจุดหมายปลายทางคือ กระบี่ พังงา ภูเก็ต ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางที่มีชื่อเสียงในเรื่องของความโรแมนติคที่มีหลายหน่วยงานระดับโลกต่างโหวตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นBest Honeymoon Destination มาหลายปีต่อเนื่อง เราเดินทางกันด้วยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ในวันนี้เราจะยังไม่พักที่จังหวัดกระบี่ แต่คณะเราจะเดินทางไปพักที่โรงแรมอนันตรา สิเกา จังหวัดตรัง เพราะจะได้ให้เอเจ้นท์ทั้งหมดได้เห็นว่ากระบี่กับตรังอยู่ไม่ไกลกัน นั่งรถแค่ชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงแล้ว ด้วยเหตุว่าจังหวัดตรัง ก็มีการจัดงานฉลองวิวาห์ใต้สมุทร และเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ และติดทะเล มีเกาะแก่งที่สวยงามและสามารถดำน้ำดูปะการัง และดอกไม้ทะเลได้ไม่แพ้ที่กระบี่

ระหว่างทางจากสนามบินกระบี่ คณะของเราได้แวะเที่ยวชมธรรมชาติกันมาตลอดทาง จุดแรกที่แวะคือ สระมรกตน้ำในสระมีอุณหภูมิประมาณ30-50 องศาเซลเซียส รอบๆ บริเวณเป็นป่าร่มรื่นเขียวครึ้มมีพรรณไม้ที่น่าสนใจจากที่จอดรถเดินทางเท้าเข้ามาประมาณ 800 เมตร จะถึงตัวสระมรกต มาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนต่างเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำ ลงแหวกว่ายสระน้ำอุ่นใสแจ๋ว สีเขียวดังมรกต อยู่ใจกลางป่า ท่ามกลางธรรมชาติและมีเสียงนกร้อง เล่นน้ำจนหนำใจแล้ว เดินกลับในเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่มีระยะทางประมาณ 2.7 กิโลเมตร เพื่อชมไม้ป่านานาพรรณ โชคดีอาจจะได้เห็นนกแต้วแร้วท้องดำ นกกระเต็นสร้อยคำสีน้ำตาล และนกเงือกดำ ด้วยนะครับ

หลังจากนั้น ก็เดินทางไปชมน้ำพุร้อน ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติ ซึ่งในกระบี่มีหน่วยงานเอกชนที่ได้เปิดเป็นสถานบริการด้านสปา โดยยังคงรักษาธรรมชาติไว้ด้วย มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาใช้บริการอยู่ไม่ขาด บางแห่งเปิดเป็นโรงแรมที่พักให้กับนักท่องเที่ยวอีกด้วย เมื่อได้ชมน้ำพุร้อนและรับประทานอาหารเรียบร้อย คณะของเราก็เดินทางเข้าที่พักที่โรงแรมอนันตรา สิเกาในจังหวัดตรัง

โรงแรมอนันตรา สิเกาตั้งอยู่ติดกับอุทยานแห่งชาติเจ้าไหม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ชายหาดและเกาะที่ยังคงความงดงามบริสุทธิ์ในอำเภอสิเกา ทางตอนใต้ของจังหวัดกระบี่ แนวต้นสนริมชายฝั่งทะเลตอนใต้ยืนต้นเรียงรายพลิ้วไหวอยู่รอบๆ รีสอร์ท ผมปล่อยให้ทุกคนใช้เวลาในช่วงเย็นพักผ่อนให้เต็มที่ บางคนชอบไปเดินเล่นชมพระอาทิตย์ตกอยู่แถวๆ ชายทะเล บางคนปล่อยอารมณ์ให้ล่องลอยไปกับบรรยากาศชิลชิลในสระว่ายน้ำ ก่อนที่ทางโรงแรมอนันตรา สิเกาจะเลี้ยงอาหารทะเลในยามค่ำบริเวณชายหาด ได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่ง จิบไวน์เย็นๆ แค่นี้ คณะของเราก็ไม่อาจลืมความประทับใจนี้ได้เลยครับ

วันรุ่งขึ้น พาคณะไปร่วมงาน Amazing Thailand Romance Trade Meet 2016 ที่โรงแรมโซฟิเทลกระบี่โภคีธรา กอล์ฟรีสอร์ทคราวนี้เอเจ้นท์ทั้งหมดต้องไปพบกับผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวที่กระบี่ประมาณ 50 ราย เพื่อเจรจาธุรกิจกัน งานนี้ประสบความสำเร็จมากครับ คืนนี้ คณะของเราย้ายที่พักไปนอนที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์รีสอร์ทแอนด์วิลลาส์ กระบี่ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวไผ่ปล้อง คณะของเราต้องขึ้นเรือที่หาดนพรัตน์ธารา มาพักโรงแรมนี้ให้อารมณ์เหมือนมาพักที่เกาะ และอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยเพราะยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์ และยังมีลิงอาศัยอยู่มาก ทางโรงแรมต้องเตือนผู้เข้าพักว่าอย่าเปิดประตูทิ้งไว้ ไม่เช่นนั้น จะมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญเข้าไปรื้อค้นข้าวของ ฟังแล้วก็เป็นที่ขบขันของคณะที่ไปพัก และทำให้มีเรื่องเล่าทุกๆ เช้าในเรื่องราวของการได้เจอลิงในแต่ละวัน

คณะของเราเอ็นจอยกับกิจกรรมในโรงแรมหลายอย่าง หากใครชอบออกกำลังกาย ก็มีฟิตเนสซึ่งมีอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังครบครัน ที่สำคัญมีศูนย์ฝึกดำน้ำและศูนย์กีฬาทางน้ำ PADI แต่พวกเราไม่มีเวลามากพอที่จะใช้บริการเหล่านี้ครับ

สำหรับห้องพักจะเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมไทยแบบดั้งเดิม มีทั้งแบบวิลล่า และอาคารสูงไม่กี่ชั้น หันหน้าไปทางทะเลและวิวสวน มีห้องที่มีระเบียงสปาและจากุชชีส่วนตัว สะดวกสบายมาก จนไม่อยากออกไปที่ไหนนอกจากนี้ยังมีสปา เซ็นวารี ให้บริการนวดด้วยน้ำมันหอมระเหยแผนโบราณและการนวดบำบัด และห้องทำสมาธิสำหรับโยคะที่จะทำให้ผ่อนคลายสบายเนื้อสบายตัว ที่สำคัญ มีคลาสโยคะ พิลาติส ทั้งเช้าและเย็นให้เล่นกันฟรีๆ โดยมีครูหมุนเวียนสับเปลี่ยนกันมาสอนอีกด้วยครับ 

ทริปของเรายังไม่จบครับ ยังมีไฮไลท์ที่จะต้องนั่งเรือไปเที่ยวชมอ่าวต่างๆ ไปดำน้ำตื้นดูปลาสวยงามอีกครับ เดี๋ยวผมจะมาเล่าต่อในฉบับหน้าครับ

 

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org