Get Adobe Flash player

เส้นทางตามรอยพระบาท โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ตั้งแต่ผมจำความได้ ทุกหัวค่ำจะต้องรับชมข่าวพระราชกรณียกิจของในหลวงและพระราชวงศ์ ตอนเด็กๆ ก็ไม่ได้คิดอะไร ก็ได้แต่คิดว่า ทำไมพระองค์ท่านเสด็จไปโน่นมานี่ ขึ้นเหนือล่องใต้ทุกๆ วัน ไม่ทรงเหนื่อยบ้างหรือยังไงนะ พอโตขึ้นมา การดูข่าวในพระราชสำนัก ก็เป็นการสร้างความรับรู้ว่า ที่พระองค์ท่า

นเหนื่อย เสด็จไปในทุกที่ที่ทุรกันดารโดยไม่ย่อท้อนั้น มีผลประโยชน์กลับสู่ประชาชนคนไทยของพระองค์ท่านอย่างใหญ่หลวง เกิดโครงการดีๆ ตามมาอย่างมากมาย

ผมจึงอยากชวนคุณผู้อ่านทุกท่าน ไปสัมผัสกับโครงการหลวงหลายๆ โครงการที่เป็นทั้งแหล่งเรียนรู้ และแหล่งท่องเที่ยวไปพร้อมๆ กัน เมื่อถึงฤดูกาลที่เหมาะสม บางโครงการก็เปรียบเหมือนกับพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ที่ให้แนวคิดและหลักการในการประกอบอาชีพด้วยหลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ หรือแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงที่จับต้องได้ เมื่อเราได้สัมผัสโครงการในพระราชดำริของพระองค์แล้ว เราคนไทยทุกคนจะรู้ว่า พวกเราโชคดีที่สุดในโลกแล้ว ที่มีพระองค์คอยดูแลด้วยความรักตลอดมาในระยะเวลา 70 ปี จนเรียกได้ว่า คนไทยนั้น โชคดีที่สุดในโลก เพราะเรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนัก และทุ่มเทพระวรกาย เพื่อให้ประชาชนของพระองค์ มีอาชีพที่ดี มีรายได้ที่มั่นคง สามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน ตลอด 70 ปีที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ต่างทุ่มเททรงงานหนัก เพื่อให้คนไทยทั่วทุกภูมิภาคมีความเป็นอยู่ดีขึ้น โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจึงเกิดขึ้นมากมายในหลายพื้นที่ในแผ่นดินไทย

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการแรกที่ผมจะพาทุกคนไปชมคือ โครงการพัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง จังหวัดเชียงราย เดิมเป็นหน่อยย่อยของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง  เริ่มเข้ามาดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพของเกษตรกรครั้งแรก ในเดือนตุลาคม ปี พ.ศ.2547  โดยได้ทำการทดสอบและผลิตพืชผักเมืองหนาว ต่อมาในปี พ.ศ. 2549  ได้ทำการส่งเสริมและผลิตพืชผักและไม้ผลเมืองหนาว รวมทั้งการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอย่างจริงจัง และในปี พ.ศ. 2550 ชาวบ้านหมู่บ้านผาตั้ง บ้านร่มฟ้าผาหม่นและบ้านศิลาแดง  ได้ถวายฎีกา หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี องค์ประทานมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อช่วยส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแก่ชาวบ้าน  พัฒนาปรับปรุงพื้นที่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและอนุรักษ์  ทรัพยากรธรรมชาติป่าไม้และต้นน้ำให้คงสภาพสมบูรณ์ มีการปรับพื้นที่สำหรับการเลี้ยงสัตว์ เช่น กระต่าย แพะ ไก่กระดูกดำ และหมู เพื่อหล่อเลี้ยงชุมชน ประกอบด้วย คนจีนคณะชาติ ม้ง เย้า มูเซอ อีก้อ ไทลื้อ และคนพื้นเมืองมากกว่า 600 ครัวเรือนอย่างทั่วถึงและจัดตั้งเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 9 เมษายน  พ.ศ. 2550 โดยชาวบ้านได้ยกพื้นที่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์บ้านผาตั้งพื้นที่ 50 ไร่ ให้เป็นที่ตั้งของศูนย์

เพราะการพัฒนาการเกษตรอย่างถูกวิธี ช่วยเพิ่มความยั่งยืนและสร้างรากฐานอาชีพภายในชุมชนอย่างมั่นคง ในวันนี้ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงผาตั้ง ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตผลทางการเกษตรที่มีคุณภาพ ตลอดจนมีระบบอนุรักษ์ดินและน้ำที่ดีเพียงเท่านั้น บ้านผาตั้งยังกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในบทบาทชุมชนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญในจังหวัดเชียงรายอีกด้วย ในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี จะเป็นช่วงผลิดอกของต้นนางพญาเสือโคร่ง หรือซากุระดอย ซึ่งในดอยผาตั้งตลอดสองข้างทางจะเห็นดอกนางพญาเสือโคร่งบานเป็นสีชมพูสะพรั่งรับลมหนาว

แหล่งท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียงโครงการหลวงผาตั้งที่พลาดไม่ได้

  • แปลงทดสอบการปลูกผักและไม้เมืองหนาว ชมพืชผักเมืองเหนือ บนแปลงดินกว่า 16 ชนิด
  • ศูนย์ส่งเสริมเกษตรที่สูง ดอยผาหม่น ชมดอกไม้เมืองหนาว เช่น ทิวลิป และลิลลี่
  • ดอยผาตั้ง จุดชมวิวไทย-ลาว และจุดชมทะเลหมอก สูงจากระดับน้ำ ทะเล 1,800 เมตร 
  • จุดชมวิวผาบ่อง (ประตูสยาม) โพรงหน้าผาเป็นรูขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินผ่านไปได้ ซึ่งจะเห็นวิวที่ราบและเทือกเขาของประเทศลาว

ส่วนกิจกรรมที่มาแล้วต้องห้ามพลาด

  • ชมวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนละแวกใกล้เคียงของชาวเขาเผ่าม้ง ชาวจีนยูนนาน และเย้า
  • จับจ่ายใช้สอย อุดหนุนผลิตผลจากโครงการและงานหัตถกรรมชาวเขา
  • ชมแปลงไม้ผล เช่น พีช พลับ บ๊วย เคปกูสเบอร์รี่ ฯลฯ

แค่โครงการแรกซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็ส่งผลให้ประชาชนของพระองค์มีความอยู่ดีกินดี มีชีวิตที่มีความสุข ตามพระราชปณิธานเศรษฐกิจพอพียงแล้ว

สุดท้ายนี้เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด พวกเรามีความสุขเพราะมีพระมหากษัตริย์ที่รักประชาชนอย่างแท้จริง

 

ไม่ว่าจะอยู่หนใดที่ในโลก                           ไทยล้วนโศกทุกข์เทวษถวิลหา

หากเป็นได้อยากให้องค์พระราชา                ฟื้นกลับมาเป็นมิ่งขวัญอีกพันปี

เหมือนดวงใจจะขาดรอนร่อนสลาย              พระฤาสายสถิตสวรรค์จวบวันนี้

สายฝนหลั่งดั่งน้ำทิพย์เจ็ดสิบปี                  ชื่นอุราประชาชีมีเนิ่นนาน

กราบแทบบาทอำลาน้ำตาไหล                   จะตั้งใจทำความดีที่สืบสาน

ตามรอยบาทที่ยาตรามาช้านาน                  สมกับพระปณิธานท่านตั้งไว้

ถวายบังคมส่งเสด็จสู่สวรรค์                      จะสถิตทิพย์พิมานอยู่ชั้นไหน

ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป                 พระสถิตในดวงใจไทยนิรันดร์

                                                          (นายสุริยะ สิทธิชัย ผู้ประพันธ์)

 

 

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814 

หรือที่ na.tourismthailand.org