Get Adobe Flash player

เดินเล่นเส้นบางรัก-สีลม โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ฉบับนี้ เรายังคงเดินทอดน่องท่องเมืองกรุงกันต่อนะครับ เส้นทางที่เราจะพากันเดินคือเส้นทางบางรักและสีลม ซึ่งถือเป็นย่านธุรกิจ ใจกลางเมือง ถนนสายนี้ เราจะได้เห็นความศรัทธา ความเชื่อในหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งไทย จีน ฝรั่ง แขก

เราจะตั้งต้นเดินกันที่ท่าเรือสาทร ซึ่งเดี๋ยวนี้เป็นจุดเชื่อมต่อทางการคมนาคมที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เนื่องจากตั้งอยู่ใจกลางเมืองในย่านธุรกิจ และยังเป็นท่าน้ำริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเพียงแห่งเดียวที่เชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า คือสถานีสะพานตากสิน เพื่อเดินทางเข้าสู่ในย่านสีลม สยามสแควร์  อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ไปจนถึงสวนจตุจักร อีกด้วย

จากท่าสาทร เราเดินต่อไปถึงศาลเจ้าบางรัก หรือศาลเจ้าเจียวเองเบี้ยว ที่นี่เป็นศาลเจ้าแบบไหหลำมีอายุเก่าแก่กว่า 150 ปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นการระลึกถึงนักเดินทางชาวจีน 108 คน ที่ล่องเรือสำเภามาค้าขายที่บางรัก แต่ถูกฆาตกรรมที่เวียดนาม เนื่องจากมีการเข้าใจผิดคิดว่าเป็นโจรสลัด ภายในศาลเจ้าเป็นที่ประดิษฐานของเจ้าแม่ทับทิม เจ้าแม่กวนอิมซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวจีนที่ทำมาค้าขายในพื้นที่

จากศาลเจ้า เรามาวัดสวนพลูกันบ้าง เดิมวัดนี้ชื่อว่าวัดคลองล้อม จุดเด่นของวัดนี้คือพระอุโบสถ ซึ่งเป็นอุโบสถเล็กๆ แต่มีความสวยงาม ด้านนอกเป็นงานปูนปั้นประดับกระจก ด้านบนประดับด้วยรูปปูนปั้นเทวดานางฟ้า และด้านหลัง มีศาลาทรงไทยตั้งอยู่กลางสระน้ำ เรียกว่าศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม อีกด้านหนึ่งจะมีวิหารพระพุทธไสยาสน์ให้ชาวพุทธมากราบไหว้สักการะกัน

จากโบสถ์ไทย ต่อไปยังโบสถ์ฝรั่งกันบ้าง ในเขตบางรักจะมีโบสถ์อัสสัมชัญ หรือเรียกว่าอาสนวิหารอัสสัมชัญ เป็นอาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิค เดิมเป็นรูปแบบทรงไทย สร้างโดยบาทหลวงปาสกัล เชื้อสายไทย โปรตุเกส แต่โบสถ์ที่เห็นในปัจจุบัน เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นใหม่ โดยคุณพ่อกอลมเบต์ โดยมรสถาปนิคชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง

เดินต่อมาอีกนิดจะถึงศลกสถาน อยู่ใกล้กับโรงแรมโอเรียนเต็ล ในอดีตที่นี่เป็นที่ตั้วของกรมศุลกากรคลองเตย ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5  เพื่อเป็นที่ทำการเก็บภาษีสินค้าขาเข้าที่เรียกว่า โรงภาษีร้อยชักสาม  ด้วยความที่มีเรื่องราวเรื่องเล่า ตึกนี้จึงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์มาก

จากการสังเกตของผมเอง จะเห็นได้ว่ามีชุมชนหลายศาสนา มาตั้งบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยเหตุที่ว่าไปมาค้าขาย และเดินทางทางน้ำมีความสะดวกมาก ชุมชนชาวอิสลามก็เป็นอีกหนึ่งศาสนาที่มาตั้งรกรากในแถบนี้เช่นกัน เพราะที่นี่เป็นที่ตั้งของ มัสยิดฮารุณ สร้างขึ้นโดยโต๊ะฮารุณ บาฟาเดน ซึ่งอพยพมาจากประเทศอินโดนีเซีย ในรัชสมัยของรัชกาลที่ 3

ตึกเก่าที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์อีกแห่ง คือ อาคารไปรษณีย์กลางบางรัก ซึ่งเป็นไปรษณีย์แห่งแรกของประเทศไทย สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5  สถาปัตยกรรมของตัวอาคาร ออกแบบเป็นแนวสากลร่วมสมัย ผสมผสานกับศิลปะแบบนีโอคลาสสิค ปัจจุบัน ได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อใช้เป็นสถานที่จัดงานต่างๆ ทั้งประชุมสัมมนา งานเลี้ยงสังสรรค์ โดยเฉพาะจัดงานแต่งงาน ด้วยรูปทรงอาคารจึงสามารถสร้างบรรยากาศคลาสสิคได้อีกด้วย

จากไปรษณีย์กลางเดินทอดน่องไปยังพิพิธภัณฑ์บางกอก ในเขตบางรัก ซึ่งเจ้าของพิพิธภัณฑ์มีวัตถุประสงค์จะให้เยาวชนรุ่นหลังได้ศึกษา รูปแบบการจัดแสดงจะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบางกอก ในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งข้าวของเครื่องใช้ที่จัดแสดงส่วนใหญ่เคยใช้งานจริงมาแล้ว

เดินอีกหนึ่งเพลิน จะถึงวัดพระศรีมหาอุมาเทวี หรือวัดแขก ตั้งอยู่บนถนนสีลม วัดนี้เป็นวัดทางศาสนาฮินดูที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่บูชาพระอุมาเทวีชายาของพระศิวะ วัดแขกแห่งนี้คาดว่าน่าจะสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยชาวอินเดียที่เข้ามาตั้งถิ่นฐาน และมีศรัทธาจัดสร้างวัดเพื่อเป็นที่บูชาพระอุมาเทวีตามลัทธิทางศาสนาฮินดู ในช่วงวันขึ้น 1-9 ค่ำ เดือน 11 รวม 9 วัน 9 คืนนั้น เป็นช่วงเวลาของเทศกาลดูเซร่า หรือนวราตรี ของชาวฮินดู ซึ่งเป็นงานแห่พระแม่อุมา และเชื่อกันว่า ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่พระแม่และขบวนเทพ จะเสด็จมายังโลกเพื่อประทานพรให้กับมนุษย์
ผมเชื่อว่า การเดินเที่ยวในกรุงเทพฯ แบบเจาะลึก ก็จะทำให้ได้รับความเพลิดเพลินไปอีกแบบนะครับ ลองลืมนึกถึงเรื่องอากาศร้อน แต่หันมาให้ความสำคัญกับสิ่งรอบข้าง ที่เราอาจจะลืมไปแล้วว่าเป็นสถานที่ที่เคยมีความสำคัญในช่วงเวลาหนึ่ง และถูกลืมเลือนไป  แต่สิ่งเหล่านี้ ว่าว่ามันมีคุณค่า ควรแก่การจดจำนะครับ

ว่างๆ ไปเพลิดเพลิน เดินชมกรุงเทพด้วยกันกับผมมั้ยล่ะครับ สนุกนะ จะบอกให้


ขอขอบคุณ ข้อมูลจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกรุงเทพมหานคร

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org