Get Adobe Flash player

ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ตอนที่ 2 โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ฉบับนี้ ยังคงเป็นวิชาแรกในศาสตร์พระราชา คือ วิชาปรุงไทยในใจคน: แต่เป็นเรื่องของชุมชนทำขันลงเงิน มรดกแผ่นดิน ที่เดียวในเมืองไทยครับ

บุขันลงหิน คืออาชีพเก่าแก่ที่ทำกันในครัวเรือนมาตั้งแต่สมัยอยุธยา มีอยู่ร้อยกว่าครอบครัว และตั้งบ้านเรือนอยู่ในละแวกเดียวกัน ชาวบ้านนิยมนำขันลงหินมาใส่น้ำดื่ม เพราะจะเย็นชื่นใจ หรือใส่ข้าวสวยสำหรับตักบาตร จนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก จึงมีการอพยพมาตั้งหลักแหล่งกันที่บางลำพู ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ริมคลองบางกอกน้อย จนกลายเป็นชื่อของชุมชนในปัจจุบัน

เมื่อก่อนชุมชนบ้านบุ มีการทำขันลงหินอยู่หลายครอบครัว ส่งขายทั้งในฝั่งพระนครและฝั่งธน แต่เนื่องจากการทำขันลงหินนั้นค่อนข้างยุ่งยาก เริ่มจากการใช้โลหะผสม แล้วใช้ฝีมือของช่างตีแผ่โลหะให้แบน ขึ้นรูปเป็นขัน แล้วนำมาขัดผิวให้เรียบเกลี้ยงด้วยหิน ก่อนที่จะส่งไปเขียนลายที่แปดริ้วอีกที ต้องใช้ทั้งเวลาและความประณีตในฝีมือช่างเป็นอย่างมาก จึงมีราคาค่อนข้างสูง จึงมีแต่เชื้อพระวงศ์ หรือข้าราชการระดับสูงเท่านั้นที่จะซื้อได้ และเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา ความนิยมเริ่มหดหายลงไป จึงเหลือเพียงโรงงานของตระกูลเจียมแสงสัจจา ตระกูลเดียวในชุมชนนี้ ภายใต้การนำของคุณเมตตา เสลานนท์ ที่ยังคงอนุรักษ์อาชีพดั้งเดิม ที่สืบทอดมาจาดรุ่นบรรพบุรุษเอาไว้ไม่ให้สูญหายไป โดยมีคุณป้าคุณลุงที่ยังมีใจรักนั่งสร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอก เพื่อเป็นมรดกของแผ่นดิน ภายในโรงงานเจียมแสงสัจจา มีขันลงหินสวยงามมากมายตั้งโชว์ไว้ให้ชื่นชม โดยเฉพาะขันลงหินลายน้ำมะลิวัลย์ขนาด 11 นิ้ว งานหัตถกรรมชิ้นเอก ถือเป็นขันลงหินขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีให้ดูที่นี่เพียงที่เดียวเท่านั้น

ที่เที่ยวในชุมชนบ้านบุ

วัดสุวรรณาราม ราชวรวิหาร เดิมชื่อวัดทอง สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย มีเรื่องเล่ากันว่าพระยาตาก (หรือพระเจ้าตากสินมหาราช)  ใช้วัดเป็นที่ประหารเชลยศึกพม่าจากค่ายบางแก้ว ต่อมารัชกาลที่ 1 โปรดให้สถาปนาสิ่งก่อสร้างภายในวัด แล้วพระราชทานนามว่า วัดสุวรรณาราม พระอุโบสถมีความงดงามโดยเฉพาะจิตรกรรมฝาผนัง ส่วนพระวิหารนั้นสร้างในสมัยรัชกาลที่ 4

ตลาดไร้คาน หรือตลาดสุวรรณาราม (วัดทอง) เป็นแหล่งค้าขายของคนจีนในย่ายบางบุ ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 80 ปี เนื่องจากโครงสร้างที่ไม่มีคาน จึงเป็นที่มาของชื่อ เมื่อมีตลาดภายนอกเกิดขึ้นมากมาย ทำให้เหลือเพียง 4-5 ร้าน ที่เปิดขายของ ปัจจุบันได้ปรับให้เป็นตลาดท่องเที่ยว ซึ่งจะเปิดขายเฉพาะวันเสาร์และอาทิตย์ ที่ 1 และ 3 ของทุกเดือน ตั้งแต่เวลา 09.00-15.00 น. โดยจะมีทั้งของกิน ขนมโบราณ ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ และการแสดงของเด็กในชุมชน

พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน จากสถานีรถไฟสายใต้แห่งแรกของไทย ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อถูกระเบิดลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้มีการสร้างอาคารสมัยใหม่ ที่มีสถาปัตยกรรมก่ออิฐแบบวิคตอเรียน โดยมีหอนาฬิกาตั้งเด่นเป็นเอกลักษณ์ พ.ศ.2546 การรถไฟได้ยกกรรมสิทธิ์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างให้กับคณะแพทย์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดลเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการศึกษา จึงได้รับการบูรณะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ และได้รับชื่อพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ในส่วนของพิพิธภัณฑ์นัน้จะแบ่งเป็นห้องต่างๆ มากมาย ที่จะบอกเล่าประวัติความเป็นมาของโรงพยาบาลศิริราช ประวัติของสถานีรถไฟ เรื่องราวเกี่ยวกับการเรียนการแพทย์ รวมทั้งวิถีชุมชนริมคลองบางกอกน้อย

เปิดให้เข้าชมวันจันทร์ และวันพุธ-วันอาทิตย์ เวลา 10.00-17.00 น.ปิดวันอังคารและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ราคาบัตร ผู้ใหญ่ 150 บาท ต่างชาติ 300 บาท เด็กไม่เกิน 18 ปี 50 บาท (รายได้ทั้งหมดเข้าโรงพยาบาลศิริราช)

หลวงพ่อโบสถ์น้อย วัดอมรินทราราม พระประธานในโบสถ์ เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการสร้างทางรถไฟสายใต้เฉียดผ่านพระอุโบสถของวัด จึงต้องมีการรื้อด้านหน้าออกไปหนึ่งห้องจึงทำให้โบสถ์มีขาดเล็กลง ชาวบ้านจึงเรียกกันว่าหลวงพ่อโบสถ์น้อย

ท่ามหาราช คอมมูนิตี้สุดเก๋ริมน้ำเจ้าพระยา ที่ใช้กลุ่มอาคารพาณิชย์แบบดั้งเดิม เป็นแหล่งแฮงก์เอ๊าท์ให้คนมากิน ดื่ม ช้อป มี Riverside walk ให้เดินเล่นหรือนั่งชิลริมแม่น้ำได้อย่างเพลิดเพลิน

สำหรับในฉบับนี้ เราก็ได้เรียนศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อจบไปหนึ่งบทนะครับ เราได้เห็นถึงพระราชดำริของในหลสวงรัชกาลที่ 9 ในอันที่จะอนุรักษ์มรดกของแผ่นดินเพื่อเก็บไว้ให้ลูกหลานในวันหน้าได้ภูมิใจ มรดกเหล่านี้ล้วนเกิดจากภูมิปัญญาของคนไทย ที่มีอัตลักษณ์และมีเอกลักษณ์ของชาติ ซึ่งควรรักษาไว้ตราบนานเท่านานครับ

ติดตามอ่านศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ได้ในฉบับต่อไปครับ

ขอขอบคุณ

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว 1672

www.tourismthailand.org

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org