Get Adobe Flash player

ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ตอนที่ ๖ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

มาถึงนิเวศปฐมวัย ว่าด้วยเรื่องเนอสเซอรี่สัตว์น้ำของในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งเป็นวิชาที่ ๕ ที่คนไทยสามารถเรียนรู้ได้ ซึ่งได้พูดถึงสัตว์น้ำตัวเล็กๆ ที่เปรียบเหมือนกับเด็ก หากไม่มีการดูแลที่ดี โอกาสที่จะเจริญเติบโตเป็นแหล่งโปรตีนที่ดี ก็คงลำบาก ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมถึงโปรดฯ ให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดจันทบุรี ในเดือนธันวาคม พ.ศ.2524

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะต่างๆ ทรงพบว่าทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งถูกทำลายอย่างหนัก สัตว์น้ำถูกจับขายจนขยายพันธุ์ไม่ทัน ทำให้ปริมาณลดลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบต่อาชีพประมงโดยตรง นอกจากนี้ ในพื้นที่ป่าชายเลนซึ่งถือเป็นแหล่งอาหารและแหล่งเจริญพันธุ์ของสัตว์น้ำนานาชนิด และยังเป็นแนวป้องกันชายฝั่งที่สำคัญ ก็ประสบปัญหาน้ำทะเลเอ่อล้นจนท่วม บางแห่งก็ถูกบุกรุกจนกลายสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม ต้องหามาตรการวิธีป้องกันและอนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งและป่าชายเลนโดยเร่งด่วน

ภารกิจสำคัญที่พระองค์ทรงรับสั่งให้ทำที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ มีตั้งแต่การทดลองเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชนิดต่างๆ ในน้ำกร่อย เช่น ปลากะพงขาว และหอยนางรม ซึ่งถือเป็นสัตว์ชนิดใหม่ที่ชาวบ้านไม่เคยเลี้ยงมาก่อน รวมทั้งยังโปรดฯ ให้อนุรักษ์และขยายพันธุ์ไม้โกงกาง ซึ่งเป็นไม้ชายเลนที่เพาะพันธุ์ได้ยากมาก ต้องอาศัยระบบการขึ้นลงของน้ำทะเลช่วยในการเติบโต เพราะหากขยายพันธุ์ไม้โกงกางได้สำเร็จแล้ว ก็สามารถจัดระบบนิเวศได้เหมาะสมสำหรับการอนุบาลสัตว์น้ำเช่นกัน

แม้ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะไม่ได้เสด็จฯ มาที่อ่าวคุ้งกระเบนอีกเลย แต่ก็ไม่เคยละทิ้ง ยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว และการทำงานของเจ้าหน้าที่เสมอ เพราะทรงถือว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริทุกแห่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่ 2 ที่ทรงตั้งใจจะให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต สำหรับประชาชนที่สนใจเรียนรู้ และต้องการแนวทางเพื่อนำไปปรับใช้และประยุกต์ในพื้นที่ของตนเอง

ที่นี่ จึงเปรียบเสมือนโรงเรียนอนุบาลป่าช่ายเลนของพระองค์ ที่มีแนวคิดการพัฒนาแบบครบวงจร คืออนุรักษ์ ขยายพันธุ์ และต่อยอด ส่งผลให้ชีวิตคนคุ้งกระเบน และพื้นที่โดยรอบเปลี่ยนแปลงไป ทั้งคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีอาหารการกิน มีอาชีพที่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ที่สำคัญกว่านั้นคือ ทรัพยากรธรรมชาติชายฝั่งที่ฟื้นคืนกลับมา รวมไปถึงป่าชายเลน ที่ทรงย้ำให้ทุกคนหวงแหน เพื่อต่อชีวิต สัตว์น้ำตัวเล็กๆ ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ให้มีโอกาสเติบโตต่อไป

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 พระองค์เปรียบเสมือนผู้ที่อนุบาลสังคมไทย ผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ มากมาย และสิ่งที่พระองค์ให้ความสำคัญยิ่งกว่า ก็คือการพัฒนาคนให้มีความคิดที่เข้มแข็ง สามารถยืนหยัดด้วยตนเอง ดังเช่นโครงการอ่าวคุ้งกระเบน ในวันนี้ที่ยังคงเดินหน้าต่อไป

นอกจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่จังหวัดจันทบุรีแล้ว ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกแห่งคือ ศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บ้านปลา-ธนาคารปู ที่บ้านบางสระเก้า แหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี

ชุมชนบ้านบางสระเก้าเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีอาชีพทำนา ทอเสื่อ ทำประมงเรือเล็กมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ในลำคลองหนองบัวและคลองบางสระเก้า ซึ่งเป็นพื้นที่ 3 น้ำ ทำให้มีแพลงตอน และอาหารมากมาย ทำให้มีกุ้ง หอย ปู ปลาที่สมบูรณ์ จวบจนมีการรุกรานของคนนอกพื้นถิ่น ที่ใช้เรือดุนลักลอบเข้ามาจับสัตว์น้ำ ทำให้เกิดปัญหาสัตว์น้ำลดลง

กว่า 20 ปี ภายใต้การนำของผู้ใหญ่อู๊ด (นายสถิต แสนเสนาะ) ที่ร่วมใจกับชาวบ้านจนสามารถขับไล่เรือดุนออกนอกพื้นที่สำเร็จ แล้วร่วมกันจัดตั้งบ้านปลา ธนาคารปู เพื่อให้ความรู้ที่ถูกต้องและรักษาความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งอาหารในชุมชนเอาไว้ การสร้างบ้านปลา ก็คือการสร้างปะการังเทียม โดยนำยางรถยนต์มามัดเป็นลูกเต๋า แล้วนำไปปล่อยไว้ตามคลอง เพื่อเป็นที่หลบภัยจากกระแสน้ำของปลาตัวเล็กๆ เมื่อมีปลาเล็ก ย่อมมีปลาใหญ่ที่ตามเข้ามากินปลาเล็กตามวงจรธรรมชาติ จึงก่อให้เกิดแหล่งอาหารของชุมชนอีกครั้ง ชาวประมงไม่ต้องเดินทางไกล เสียเงิน เสียเวลา เพราะสามารถจับปลาในท้องที่ได้เลย สำหรับธนาคารปู เปรียบเสมือนโรงพยาบาลรับฝากท้องของบรรดาแม่ปูทั้งหลาย โดยเฉพาะปูไข่นอกกระดอง เนื่องจากปูไข่เป็นที่นิยมกินกันมาก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนพันธุ์ปูที่จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ ที่นี่จึงเกิดแนวคิดว่าต้องทำการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ไปพร้อมๆ กัน จึงมีการทำกติการ่วมกันว่า เมื่อจับปูไข่ได้ โดยเฉพาะปูไข่นอกกระดอง ที่สามารถผลิตลูกได้เป็นล้านตัว ให้นำมาฝากธนาคารปูไว้ เมื่อแม่ปูมาฟักไข่เป็นลูกปูเล็กๆ มากมาย ก็จะนำไปปล่อยให้เติบโตตามธรรมชาติ เพื่อกลายเป็นแหล่งอาหารต่อไป

ปัจจุบัน บ้านปลา ธนาคารปู กลายเป็นศูนย์เรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับองค์กรและสถาบันต่างๆ ที่สนใจ โดยเรียนรู้และลงมือทำกิจกรรมตามฐานต่างๆ ทั้งแบบเต็มวันหรือครึ่งวัน และกำลังจะขยับขยายในส่วนของการท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ พร้อมเปิดรับนักท่องเที่ยวให้มากินอยู่กับชาวบ้านได้ภายในต้นปี พ.ศ.2561 แต่ในระหว่างนี้ ถ้าไม่มีเวลาพอสำหรับทำกิจกรรม นักท่องเที่ยวก็สามารถเข้าไปรับประทานอาหารจากฝีมือชาวบ้านในชุมชนได้โดยต้องติดต่อล่วงหน้า

ติดตามอ่านศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ได้ในฉบับต่อไปครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือวิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว 1672

www.tourismthailand.org

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org