Get Adobe Flash player

ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ตอนที่ 7 โดย เอ สุริยะ

Font Size:

มาถึงวิชาต่อไปของศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ว่าด้วยเรื่องวิชาปลูกรักษ์

“วันนี้ ฉันมีโอกาสมาเห็นกาแฟต้นแรกที่ในหลวงทรงเป็นผู้มาพบ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2517 จนถึงปัจจุบันปี 2560 ต้นกาแฟต้นนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่ ให้ผลได้เก็บเกี่ยวมาตั้งแต่วันแรก และเพราะในหลวงได้มาพบกาแฟต้นนี้ ทำให้ภูเขาที่เต็มไปด้วยไร่ฝิ่น กลายเป็นต้นกาแฟ ซ้ำยังทำให้มีการปลูกกาแฟอย่างจริงจังเกิดขึ้นในประเทศไทยเป็นครั้งแรกอีกด้วย”

ใครจะเชื่อปัญหาฝิ่นที่อยู่คู่สังคมไทยมานานกว่า 600 ปี จะหายไป ด้วยพระอัจฉริยภาพที่เกิดจากการมองปัญหาอย่างรอบด้านลึกซึ้งของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทำให้สามารถเอาชนะปัญหาที่เกาะกินสังคมไทยมายาวนานได้

ย้อนไปเมื่อ พ.ศ.2512 ระหว่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯไปยังหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าม้ง ระหว่างทางทรงทอดพระเนตรเห็นต้นท้อพื้นเมือง จึงสอบถามชาวเขาละแวกนั้นว่า ปลูกฝิ่นได้เงินเท่าใด และเก็บท้อพื้นเมืองขายได้เงินกี่บาท ปรากฏว่าขายได้ราคาพอกันทั้งคู่ ทรงคิดว่าถ้าปลูกท้อลูกนิดๆ แล้วยังทำเงินได้ดีเท่ากับปลูกฝิ่น ก็ควรเปลี่ยนไปปลูกท้อลูกใหญ่ๆ แทน โดยจะทรงช่วยรับซื้อและจัดหาตลาดให้ และพอขายได้จำนวนมากๆ แล้ว สุดท้ายฝอ่นก็คงสูญหายไปเอง

จากนั้นก็ทรงเริ่มพัฒนาทีมงานขึ้นมา ครั้งแรกได้พระราชทานเงินให้คณะทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 200,000 บาท เพื่อซื้อที่ดินเกษตรกรบนดอยปุย ก่อตั้งสวนสองแสน เพื่อทำหน้าที่วิจัยและค้นหาพืชใหม่ๆ ให้ชาวเขาปลูกทดแทน และภายหลังก็ทรงมอบหมายให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี รวบรวมนักวิชาการเกษตรเพิ่มเติม จนต่อยอดไปสู่ “โครงการหลวง”

ขณะที่ทีมวิจัยทำงานอย่างหนักพระองค์ก็ไม่ทรงหยุดนิ่ง ทรงชักชวนให้ชาวเขาลองหันมาปลูกพืชผักเมืองหนาวแทนการปลูกฝิ่น ทรงเห็นว่าหากดึงชาวเขามาเป็นแนวร่วมได้ ก็เท่ากับว่าประเทศชาติจะมีกำลังสำคัญในการดูแลป่าต้นน้ำ จากการทำงานทั้งเชิงรับและเชิงรุก บวกกับความร่วมมือของนานาชาติ ทำให้โครงการหลวงมีเมล็ดพันธุ์มากมายสำหรับการทดลองให้ชาวเขาปลูก อาทิ แอปเปิ้ล พลับ สาลี่ บ๊วย และที่น่าสนใจที่สุดคือ เมล็ดกาแฟพันธุ์อราบิก้า ซึ่งได้รับถวายมาจากประเทศปาปัวนิวกินี

โดยมีเรื่องเล่าว่า เมื่อ พ.ศ.2517 ครั้งหนึ่งระหว่างที่เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรบนดอย หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ได้กราบทูลว่าชาวเขาที่บ้านหนองหล่ม ในพื้นที่เกษตรหลวงอินทนนท์ เริ่มลงมือปลูกกาแฟบ้างแล้ว จึงอยากทูลเชิญไปเยี่ยมชม แต่เนื่องจากทางที่ไปเป็นเขาสูง ไม่มีถนน ต้องเดินเท้าอย่างเดียวเกือบ 2 ชั่วโมง กว่าจะถึงปากหมู่บ้านแล้วยังต้องเดินต่ออีก 1 กิโลเมตร ถึงจะพบไร่กาแฟ และสิ่งที่ปรากฏในวันนั้นคือ ทั้งไร่มีกาแฟขึ้นเพียงต้นเดียวเท่านั้น ทำให้เกิดความฉงงจากบรรดาผู้ที่ติดตามเสด็จต่างๆ พระองค์จึงทรงอธิบายเหตุผลให้ฟังว่า “เราเพิ่งให้พันธุ์กาแฟไปเมื่อปีกลาย กะเหรี่ยงไม่เคยปลูกกาแฟเลย เหลือต้นเดียวก็ถือว่าก้าวหน้าแล้ว ไม่เหลือเลยมันแย่ แต่นี่ปลูกได้ต้นหนึ่งแปลว่าก้าวหน้าแล้วถึงต้องตามไปดู”

จากกาแฟต้นเดียวในวันนั้น กาแฟอราบิก้าได้นำรายได้มหาศาลมาสู่ชาวเขาในวันนี้ เช่นเดียวกับยอดดอยที่คืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ทั้งหมดนี้ก็เพราะมีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแรงผลักดันที่สำคัญนั่นเอง

สถานีวิจัยโครงการหลวงดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

ห้องเรียนของพ่อบนดอยสูงที่สุดของประเทศ เรียกว่า สถานีวิจัยของมูลนิธิโครงการหลวงดอยอินทนนท์ เป็นห้องเรียนที่เปลี่ยนพื้นที่ฝิ่น เป็นพื้นที่ทำกินอย่างยั่งยืน เพื่อช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้มีที่อยู่และที่ทำกินเป็นหลักแหล่ง มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยการสนับสนุนให้ปลูกพืชเมืองหนาว เนื่องจากมีภูมิอากาศหนาวเย็น มีการเลี้ยงสัตว์และอนุรักษ์วิถีชีวิตของชุมชนให้สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ห้องเรียนใหญ่ประกอบด้วยห้องเรียนย่อย 4 ห้องด้วยกัน

ห้องเรียนที่ 1 เรียกว่าหน่วยวิจัยขุนห้วยแห้ง เป็นที่วิจัยและปรับปรุงพันธุ์พืชทั้งไม้ผล พืชไร่ ดอกไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ห้องเรียนที่ 2 คือหน่วยวิจัยแม่ยะน้อย มีหน้าที่ปรับปรุงพันธุ์กาแฟอราบิก้าในพื้นที่เพื่อให้มีคุณภาพ รสชาติกลมกล่อม พร้อมออกสู่ตลาดด้วยความภาคภูมิ

ห้องเรียนที่ 3 เป็นหน่วยวิจัยผาตั้ง มีหน้าที่อนุรักษ์พันธุ์ไม้โบราณ พวกกุหลาบพันปี และต้นสนโบราณที่หายาก นอกจากนี้ยังมีห้องเรียนพิเศษ คือ หน่วยวิจัยประมงพื้นที่สูงอินทนนท์ โดยมูลนิธิโครงการหลวงได้ร่วมมือกับกรมประมง ทดลองเลี้ยงและขยายพันธุ์เพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งจะมีปลาอยู่ 2 ชนิด คือ ปลาเรนโบว์เทราต์และปลาปลาสเตอร์เจี้ยน ห้องเรียนพิเศษนี้อยู่ห่างกับตัวสถานีเกษตรหลวงไม่ไกลนัก และเราสามารถร่วมจับปลากับชาวบ้านได้

สุดท้ายคือห้องเรียนรวม หรือหลักสถานีที่ 4 คือบ้านขุนกลาง จะมีหน้าที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยผลผลิตจากโครงการหลวงทุกอย่าง จากทุกสถานี เรียกว่าเป็นคลังแห่งวัตถุดิบที่เลอค่า ทั้งผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ที่ทดลองวิจัยจนได้ผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาด ไม่ว่าจะเป็นปลาเรนโบว์เทราต์ กุ้งก้ามแดง เป็ดอี้เหลียง ปลาสเตอร์เจี้ยน นำมาทำเป็นเมนูรสชาติอร่อย ราคาไม่แพง สามารถชิมรสได้ที่ร้านอาหารของโครงการหลวง เช่นเป็ดอี้เหลียงอบกาแฟดอยคำ ปลาสเตอร์เจี้ยนนึ่งซีอิ๊ว แกงเหลืองปลาเทราต์ และอื่นๆ อีกมากมาย ที่นี่ยังมีสวนไม้ดอกไม้ประดับให้เที่ยวชมและถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลิน

กว่าจะเป็นสถานีวิจัยที่เพียบพร้อมเหล่านี้ ต้องใช้เวลาพัฒนา ทดลอง ปรับปรุง มานานหลายสิบปี แม้กระทั่งทุกวันนี้ การพัฒนายังคงไม่หยุดยั้ง เพื่อสานต่อพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีพระประสงค์ให้พสกนิกรทุกหมู่เหล่าได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะอยู่ส่วนใดของประเทศ

ติดตามอ่านศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ ได้ในฉบับต่อไปครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

หนังสือวิชา ๙ หน้า ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว 1672

www.tourismthailand.org

สนใจค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานลอสแอนเจลิส  โทร : 323.461.9814  หรือที่ na.tourismthailand.org