Get Adobe Flash player

ศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อตอนที่ 9 โดย เอ สุริยะ

Font Size:

สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์สิ้นปี และกำลังจะเริ่มต้นปีใหม่ ผมขออวยพรให้ทุกท่านจงมีแต่ความสุขความเจริญ พบแต่สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิตนะครับ มาถึงศาสตร์พระราชาจากตำราของพ่อวิชาต่อไปนะครับ ฉบับนี้เป็นการพลิกตำราในหลวงเอาชนะดินเสื่อมโทรมชื่อวิชาว่าวิชาหมอดิน

ถึงจะเป็นพระมหากษัตริย์ แต่เชื่อหรือไม่ว่าที่ดินหลายแปลงที่มีผู้ถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 กลับมีสภาพเสื่อมโทรมจนน่าใจหาย เพราะส่วนใหญ่ผู้ถวายมักคิดว่าพระองค์จะทรงนำที่ดินว่างเปล่าไปสร้างพระตำหนัก ทว่าพระองค์กลับคิดมุมกลับ ด้วยเห็นความสำคัญของดินยิ่งกว่าใคร ทรงอธิบายว่า ที่ดินในเมืองไทยมีจำกัดต่อให้สภาพย่ำแย่เพียงใดก็ต้องปรับปรุงแก้ไขให้ใช้ประโยชน์ ไม่เช่นนั้นสุดท้าย ประเทศไทยก็จะเหลือแต่ทะเลทราย และหนึ่งในโครงการที่พระองค์สามารถเอาชนะปัญหา จนพลิกฟื้นดินเสื่อมโทรมจนกลับมาเป็นดินดีได้ก็คือเขาชะงุ้ม จังหวัดราชบุรี

สำหรับที่ดินบริเวณนี้ เดิมปลูกพืชไร่และสวนมะม่วง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงวัวและขุดลูกรังขายแทน พอขุดหนักเข้า หน้าดินถูกชะล้างไปเกือบหมด บวกกับขาดการบำรุงรักษาส่งผลให้ดินเสื่อมโทรมถึงขั้นที่ปลูกอะไรไม่ขึ้นเลยแม้แต่หญ้า

เพื่อแก้ปัญหาขั้นแรกในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรดฯ ให้ขุดอ่างเก็บน้ำและสำรวจที่ดินโดยละเอียดว่าจุดใดที่น่าจะพอเพาะปลูกต้นไม้ได้ก็ให้ปลูกตรงนั้นก่อน เมื่อปลูกแล้วก็ปล่อยให้ต้นไม้เจริญเติบโตตามธรรมชาติโดยป้องกันไม่ให้คนเข้ามาบุกรุกและทำลาย หลังพยายามอยู่นานหลายปีก็เริ่มเห็นผลลัพธ์ที่น่าพอใจทั้งพันธุ์ไม้ที่กระจายอยู่ทั่วผืนป่าสัตว์ป่าที่เริ่มกลับคืนสู่รังอีกครั้ง จนกลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ในที่สุด ส่วนดินที่เสื่อมสภาพสุดๆ โดยเฉพาะพื้นที่มีการขุดดินลูกรังไปขายพระองค์ทรงแก้ปัญหาด้วยการใช้หญ้าแฝก ซึ่งมีรากแข็งแรง สามารถแทงทะลุดินที่แห้งกรังและช่วยทำให้น้ำกลับมาซึมผ่านไปได้ โดยก่อนปลูกยังรับสั่งให้ปรับสภาพดินโดยการนำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์น้ำและปุ๋ยพืชสด เช่น ปอเทือง ถั่วพร้า แล้วไถกลบซ้ำไปซ้ำมาอยู่ 2-3 ปีจนมีหน้าดินเกิดขึ้นบ้างถึงค่อยปลูกหญ้าแฝก นานถึง 2 ปี 8 เดือนจนดินที่เขาชะงุ้มกลับมาดีเหมือนเดิมสามารถปลูกพืชต่างๆได้อีกครั้ง

ระหว่างนั้นในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ มาตรวจเยี่ยมความคืบหน้าพร้อมรับสั่งชมเชยผู้เกี่ยวข้องทุกคน โดยเฉพาะกรมพัฒนาที่ดินว่า โครงการนี้ทำให้เป็นของขวัญวันแซยิดใช่ไหม พอใจมาก ขอบใจมากแล้วจะมาใหม่เมื่อครบ6 รอบ สร้างความปลื้มปิติกับข้าราชการผู้ถวายงานเป็นอย่างยิ่ง ผลจากการพัฒนาพื้นที่เขาชะงุ้มนำมาซึ่งการต่อยอดอีกมากมาย อาทิ การทำแปลงสาธิตการฟื้นฟูดินด้วยหญ้าแฝก การทดลองปลูกผักผลไม้ในพื้นที่ดินเสื่อมโทรม การทดสอบปลูกสบู่ดำเพื่อเป็นพืชทดแทนพลังงานทางเลือก รวมไปถึงการจัดแหล่งเรียนรู้ด้านป่าไม้ตามแนวคิดปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก

ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นด้วยปณิธานอันแน่วแน่ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ไม่ทรงย่อท้อต่อดินเลวๆ ดังพระราชดำริที่ว่าที่ดินเลวๆ เช่นนี้ถ้าไม่ทำแล้วจะให้ใคร

ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี

ภายหลังจากที่ทรงได้รับการน้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจากอดีตนายตำรวจสัญญาบัตร บริเวณพื้นที่เขาชะงุ้มซึ่งหน้าดินเสียหายอย่างหนัก ขาดความอุดมสมบูรณ์ แห้งแล้งจนไม่สามารถเพาะปลูกพืชได้อีก โดยพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นฟาร์มปศุสัตว์ปลูกพืชไร่และใช้ดินผิดวิธี ซึ่งเมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่ครั้งแรกในวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2529 ได้พระราชทานพระราชดำริ ในการปรับปรุงดินเสื่อมโทรมให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ พลิกฟื้นผืนดินให้สามารถเพาะปลูกได้ และทรงแนะนำให้ปลูกหญ้าแฝก เพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ และนี่คือจุดเริ่มต้นของโครงการศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริอันเป็นโครงการที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรพระมหาภูมิพลอดุลยเดช ในวโรกาสพระชนมพรรษาครบ 60 พรรษา และพระราชพิธีรัชมังคลาภิเษก ซึ่งต่อมาเจ้าของที่ดินที่อยู่ติดกับพื้นที่ของโครงการได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินเพิ่มเติมอีก 63 ไร่ 1 งานสามตารางวาและมีพระราชกระแสรับสั่งให้ ด็อกเตอร์สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา พัฒนาที่ดินออกเป็น 3 ส่วนคือฟื้นฟูสภาพป่า ดำเนินการพัฒนาและปล่อยไว้ในสภาพเดิม ทั้งยังมีพื้นที่ส่วนหนึ่งที่อยู่ติดกับพื้นที่โครงการซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาจัดซื้อเพิ่มเติมทำให้มีพื้นที่โครงการจำนวนทั้งสิ้น 849 ไร่ 3 งาน 22 ตารางวา ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรสำคัญของจังหวัดราชบุรี ซึ่งช่วยพลิกฟื้นพื้นดินให้อุดมสมบูรณ์ส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัยและสาธิตทดสอบวิธีการฟื้นฟูปรับปรุงดินเสื่อมโทรมให้สามารถใช้ประโยชน์ได้

กิจกรรมท่องเที่ยวในโครงการ

นั่งรถของโครงการเพื่อชมรอบโครงการ มีผู้บรรยายที่จะมาเล่าเรื่องราวของโครงการอย่างละเอียดพร้อมพาไปชมจุดต่างๆที่น่าสนใจ เช่น ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกต้นประดู่ ปี พ.ศ. 2539 และทรงปลูกหญ้าแฝกในปี พ.ศ. 2535 แปลงพืชผักผลไม้ต่างๆ

ซุ้มมิ่งมงคลที่ใช้ต้นไม้มงคลมาตัดแต่งเป็นซุ้มอย่างสวยงาม แปลงหญ้าแฝกที่รวบรวม 28 สายพันธุ์ซึ่งมีชื่อเป็นจังหวัดต่างๆ ชมฐานเรียนรู้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิธีการจัดการดิน น้ำ พืช

พลับพลาที่ประทับ ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำ จัดสร้างเป็นสถานที่รับเสด็จ เป็นจุดที่พวกเราสามารถน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและชื่นชมในพระอัจฉริยภาพ

เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

ลองจัดสรรเวลาไว้สำหรับเดินศึกษาเส้นทางตามธรรมชาติของพื้นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณระยะทางราว 1,170 เมตรจะทำให้คุณอิ่มเอมกับกระแสพระราชดำรัสที่ว่าให้ช่วยดูแลรักษาป่า อย่าไปรังแกป่า ถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ให้ใครรบกวนป่าระยะเวลา 30-40 ปี ป่าแห่งนี้จะคืนสภาพจากเต็งรังเป็นป่าเบญจพรรณ

สานฝันปั่นตามรอยพระบาท

บริษัทมิตซูบิชิได้สนับสนุน จักรยาน 22 คันพร้อมจัดทำเส้นทาง ปั่นจักรยานชมภายในโครงการเป็นระยะทาง 5.1 กิโลเมตร เพื่ออำนวยความสะดวกและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยเสียค่าบำรุงรักษาจักรยานตามแต่กำลังศรัทธา

ซื้อของฝากที่ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์

ร่วมสนับสนุนด้วยการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลผลิตจากในพื้นที่ของโครงการรวมทั้งของชาวบ้านจากในชุมชนมันจ่ายได้ถึงความสะอาดปลอดภัยแบบไร้สารเคมี

ชมทุ่งดอกทานตะวันและปอเทือง

ดอกทานตะวันจะบานเต็มพื้นที่กว้างไกลสุดสายตาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้มาถ่ายรูปเดินเล่นในช่วงปีใหม่

ตลาดน้ำเราตั๊กรักจังหวัดราชบุรีนับตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ขุดคลองดำเนินสะดวกใน พ.ศ. 2409 เพื่อเชื่อมการคมนาคมระหว่างแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำแม่กลอง เพื่อสะดวกในการเดินทางและขนส่งสินค้าไปตามที่ต่างๆ การขุดคลองครั้งนั้นได้ใช้แรงงานของคนล้วนๆ ซึ่งเป็นคนจีนที่มาอาศัยอยู่ในเมืองไทยใหม่ๆ และตั้งรกรากอยู่ริมสองฝั่งคลอง

เมื่อขุดเสร็จแล้ว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงพระราชทานนามว่า คลองดำเนินสะดวก ซึ่งตั้งอยู่ปากคลองลัดพลีนับเป็นตลาดน้ำแห่งแรกของเมืองไทยและกลายเป็นตลาดน้ำชุมชนไทยจีนมีการพายเรือไปมาหาสู่กัน ขนส่งแลกเปลี่ยนสินค้าจากพืชสวนไร่นา ก่อเกิดเป็นวิถีริมคลองที่มีเสน่ห์ จนในปี พ.ศ. 2540 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้มีการเผยแพร่วิธีริมคลองออกไปทำให้ตลาดน้ำแห่งนี้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังไปทั่วโลก

ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลัก

มีความหมายว่าตลาดเก่าเนื่องจากได้มีการตัดถนนแล้วย้ายตลาดน้ำดำเนินสะดวกเดิมที่อยู่ประคองลัดพลีไปอยู่ในสถานที่ใหม่ที่กว้างขวางและสะดวกสบายมากขึ้นซึ่งก็คือตลาดน้ำดำเนินสะดวกในปัจจุบันทำให้ตลาดน้ำเหล่าตั๊กลักนั้นเริ่มเงียบเหงาซบเซา แต่ด้วยบ้านเรือนไม้แบบเก่า และวิถีไทยจีนริมคลองที่ยังคงอยู่ทำให้มีการฟื้นฟูเรื่องการท่องเที่ยวอีกครั้งให้กับผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ที่เนิบช้าและวิถีดั้งเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยน ลองเปลี่ยนบรรยากาศมานอนโฮมสเตย์ริมน้ำซึ่งมีอยู่ 2-3 แห่งที่ตลาดน้ำแห่งนี้ ในยามเช้าจะมีพระออกบิณฑบาตให้เห็น ชาวไร่ชาวสวนพายเรือออกมาขายของ เริ่มต้นด้วยอาหารดั้งเดิมของชาวจีนที่นี่ คือโกปี๊กับข้าวแห้ง แล้วค่อยเดินชมร้านรวงที่อยู่ริมน้ำ รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ตลาดน้ำดำเนินสะดวก ที่จะทำให้เรารู้เรื่องราวของตลาดน้ำแห่งแรกของเมืองไทยได้อย่างละเอียดแล้วค่อยนั่งเรือพาชมสวนและวิถีชีวิตชาวจีนริมน้ำ ตกบ่ายนอกจากร้านผัดไทอาม่า ก๋วยเตี๋ยวเจ๊หมวย กาแฟร้านฮกหลีแล้ว ยังมีข้าวแห้งหรือโกยปึ่ง อาหารดั้งเดิมของชาวจีนให้ลอง ทั้งหมดนี้คือนิยามของวิถี slow life อย่างแท้จริง

สำหรับฉบับนี้ต้องต้องขออวยพรให้ทุกท่านโชคดีมีชัยสวัสดีปีใหม่ 2561 ครับ