Get Adobe Flash player

ผ้าขาวม้าร้อยสี ของดีบ้านหนองขาว โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ในฉบับนี้ผมจะพาเที่ยวชุมชนเหมือนเดิมนะครับ แต่ในครั้งนี้ จะเป็นชุมชนบ้านหนองขาวซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ชุมชนบ้านหนองขาวเป็นชุมชนโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา จึงเป็นชุมชนที่มีวัฒนธรรมที่เก่าแก่และยาวนาน บ้านหนองขาวแห่งนี้เป็นหมู่บ้านที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามในอดีต สืบสานมาจนถึงปัจจุบัน ชาวบ้านมีความขยันขันแข็ง รักใคร่สามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยความเต็มใจ ตามคำขวัญของตำบลที่ว่า “ท้องถิ่นคนขยันกล่าวขวัญวัวลาน ตำนานหลวงพ่อ ผ้าทอหนองขาว สะเดาลือชื่อ ข้าวหอมซ้อมมือ เลื่องลือน้ำตาลสด งดงามวัฒนธรรม”

บ้านหนองขาวเริ่มเป็นที่รู้จักของบุคคลภายนอกทั่วไปเมื่อราวประมาณเกือบ ๒๐ ปีที่แล้ว ผมจำได้ว่า นายพงษ์อนันต์ สรรพานิช ซึ่งในขณะนั้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานกาญจนบุรี ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี จัดทำละครเพลงเรื่อง ไอ้บุญทองบ้านหนองขาว เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน โดยชาวบ้านทุกวัยทุกอาชีพต่างมีส่วนร่วมในการแสดง การจัดหาอุปกรณ์การแสดงและยังได้ร่วมกันสร้างบ้านทรงไทยหมู่ขึ้นในบริเวณลานวัดเพื่อใช้เป็นฉากในการแสดงอีกด้วย และทำให้ชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งเครือข่ายท่องเที่ยวชุมชนบ้านหนองขาว เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดการการท่องเที่ยวชุมชน ชาวบ้านที่อยู่ที่นี่เวลามีงานเทศกาลต่างๆ เช่น งานบวช งานแห่นาค งานโกนจุก ทุกคนก็จะแต่งกายสวยงามสีสันแปลกตาตามแบบวัฒนธรรมบ้านหนองขาว เสื้อผ้าที่สวยงามเหล่านี้ทำมาจากผ้าขาวม้าร้อยสี ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของชุมชนชาวหนองขาว เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เกิดจากการร่วมมือร่วมใจถักทอขึ้นโดยวิธีการทอกี่กระตุก ซึ่งเป็นวิธีการทอผ้าแบบโบราณ ใช้มือในการกระตุกคันกระตุก ที่มีการถักทออย่างประณีต นิยมใช้ได้สีต่างๆ กว่า 100 สีในการถักทอ ทำให้เกิดความวิจิตรงดงามบนลายผ้าที่โดดเด่น อีกทั้งผ้าขาวม้าในชุมชนยังมีสีสดใสลวดลายแปลกตา เนื้อผ้าเป็นมันวาวคล้ายผ้าไหม ดูแลรักษาง่าย ทนทาน สีไม่ตก สามารถใช้งานได้ยาวนาน จึงเป็นของดีของตำบลบ้านหนองขาวจวบจนทุกวันนี้ ผ้าขาวม้าร้อยสีแต่ละผืนจะมีความสวยงามแตกต่างกันออกไปตามจินตนาการสร้างสรรค์ของผู้ทอผ้า จึงเป็นที่มาของคำว่า “ผ้าขาวม้าร้อยสี”

แต่เดิมนั้น ชาวบ้านชุมชนหนองขาวมีอาชีพทำนาเป็นอาชีพหลัก การทอผ้าขาวม้าจึงเป็นเพียงอาชีพเสริมของชาวบ้านในชุมชนเท่านั้น แต่เมื่อนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการประกาศงดทำนาชั่วคราวเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2557 เพราะประสบปัญหาภัยแล้งประกอบกับปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบกับการดำรงชีวิตของชาวบ้านในชุมชน ชาวบ้านจึงหันมาทอผ้าขาวม้า ร้อยสีมากขึ้น เพื่อนำรายได้มาทดแทนส่วนที่หายไป ปัจจุบันชาวบ้านได้มีการประยุกต์ผ้าขาวม้าลายดั้งเดิมเข้ากับลายผ้าสมัยใหม่ เช่น ลายลีลาวดีลูกศร ลายมังกรคาบแก้ว ทำให้มีลวดลายบนผ้าขาวม้าแปลกตาไปจากที่อื่น

ในชุมชนบ้านหนองขาว ยังจะมีพิพิธภัณฑ์บ้านหนองขาว ซึ่งมีการจัดเก็บรวบรวมข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของคนหนองขาว โดยจัดแสดงเรื่องราวแบ่งเป็นภูมิประเทศของหนองขาว คนหนองขาว ผู้หญิงหนองขาว ภูมิปัญญา  วิถีชีวิต และการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว ที่จะได้เรียนรู้วิถีชีวิตของคนในชุมชนมากยิ่งขึ้น

การท่องเที่ยวชมวิถีชีวิตในชนบท นับเป็นการหวนกลับไปเรียนรู้รากเหง้าของตนเอง เพื่อให้เราเกิดความภาคภูมิใจ หวงแหน และต้องการอนุรักษ์วิถีชีวิตแบบดั้งเดิมของตน ในขณะเดียวกันก็มีการเผยแพร่อัตลักษณ์เหล่านี้ผ่านการท่องเที่ยว ซึ่งการพัฒนาการท่องเที่ยวในพื้นที่ชนบทนั้น จะต้องมีการพัฒนาควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ นั่นคือ การรักษาธรรมชาติ เอกลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะถิ่น ด้วยกระบวนการพัฒนาโดยการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนเพื่อให้เกิดชุมชนเข้มแข็ง อันจะนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ดังเช่น ชุมชนบ้านหนองขาวที่นำความรู้ดั้งเดิมของท้องถิ่น และความรู้ใหม่ตามแนวคิดของการท่องเที่ยวเชิงนิเวศมาผสมผสานในการพัฒนาพื้นที่ได้อย่างลงตัว จนได้รับเลือกให้เป็นหมู่บ้านอุตสาหกรรมเพื่อการท่องเที่ยวที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางธรรมชาติและวัฒนธรรมได้อย่างสมบูรณ์

ไปเที่ยวเมืองไทยในทริปหน้า อย่าลืมไปเยือนถิ่นชุมชนบ้านหนองขาว ไปแวะซื้อผ้าขาวม้าร้อยสีกันนะครับ