Get Adobe Flash player

กินแบบเก๋ๆ เท่แบบไทยๆ โดย เอ สุริยะ

Font Size:

ปีนี้ ประเทศไทยมีแคมเปญด้านการท่องเที่ยว คือ “ท่องเที่ยววิถีไทย เก๋ไก๋อย่างยั่งยืน” หลายคนที่ได้มาเที่ยวเมืองไทย นอกจากจะได้สัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม ได้สัมผัสวิถีชีวิต วัฒนธรรม ประเพณีที่มีความแตกต่างจากประเทศในแถบเดียวกันแล้ว เรื่องอาหารไทยก็มีความสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ที่หาชาติใดเหมือน

พูดถึงอาหารไทย แต่ละภูมิภาคก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือ มีการนำสมุนไพร พืชผักต่างๆ มาเป็นส่วนผสมในการทำในแต่ละจาน นอกจากจะอร่อยลิ้นแล้วยังจะได้คุณประโยชน์จากสมุนไพรอีกด้วย

ส่วนวิธีการกินอาหารในแต่ละภูมิภาคก็แตกต่างกัน ด้วยเพราะเมนูแต่ละอย่าง แต่ละท้องถิ่น มาจากภูมิปัญญาชาวบ้าน การใช้วัตถุดิบก็ขึ้นอยู่กับแต่ละภูมิภาคว่ามีจุดเด่นในเรื่องไหน

วันนี้ผมเลยจะพาไปชิมและชมว่า อาหารถิ่นแต่ละท้องที่ มีหน้าตาและวิธีกินแบบไหนกันบ้างนะครับ

จานแรก ผมขอนำเสนอปูอ่อง หรือปู๋อ่อง อาหารเหนือยอดฮิตในยุคนี้ พ.ศ.นี้เลยครับ ปูอ่อง นับว่าเป็นเมนูที่ไม่ได้เห็นกันบ่อยๆนะครับ หากินยากพอสมควรเลยล่ะ เพราะปูนาจะหาได้ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม เท่านั้น นอกนั้นจะหาปูไม่ได้เลยครับ ถ้าอยากกินปูอ่องจึงต้องหาได้ในช่วงที่บอกเท่านั้นนะครับ (แต่เดี๋ยวนี้ เขามีทำใส่บรรจุภัณฑ์ที่เก็บไว้ได้นาน หาซื้อคงไม่ยากแล้ว) แต่ที่บอกว่าหายาก เพราะอีกสาเหตุหนึ่งคือ ไม่ได้มีขายในร้านอาหารทั่วไปนะครับ จะมีขายแต่ในตลาดนัดเท่านั้น นักท่องเที่ยวที่อยากกินจริงๆ ต้องเดินตลาดนัด สัมผัสวิถีของชาวบ้านแบบเจาะลึกนะครับถึงจะได้กินสมใจอยาก

คราวนี้เรามาทำความรู้จักกันครับว่าปูอ่องคืออะไร ปูอ่องเป็นอาหารพื้นเมืองของภาคเหนือในแถบจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน เป็นการนำส่วนมันปูมาผสมกับไข่ และปรุงรสตามชอบ คนให้เข้ากัน และใส่ลงในกระดองปู ก่อนจะนำไปปิ้งบนเตาถ่านเพื่อทำให้สุกก่อนจะนำมารับประทาน

มาถึงเมนูเด่นทางใต้ที่หากินได้ยากกันบ้างนะครับ นั่นคือ ลูกชกในน้ำเชื่อม หลายคนคงอาจจะงงๆ ว่าคือลูกอะไร ไม่แปลกหรอกครับเพราะจะมีคนในแถบทะเลอันดามัน เช่น พังงา ภูเก็ต กระบี่ ที่จะคุ้นเคยกับลูกชก เพราะเป็นของหวานยอดนิยมในถิ่นนี้ ปต่หากินยากเพราะ 1 ปีมีครั้งเดียวเท่านั้นที่ลูกชกจะออกผลให้ได้ชิม รสชาติจะหอมหวาน เคี้ยวแล้วจะรู้สึกหนึบๆ เหนียวนุ่ม

ส่วนขั้นตอนการทำ ขาวบ้านบางคนก็นำลูกชกไปต้ม บางคนก็นำไปเผาไฟ เมื่อสุกแล้วก็นำมาผ่าให้เห็นเนื้อข้างใน แล้วคว้านเอาเนื้อออกมา ใส่แช่ไว้ในน้ำเปล่า จากนั้นก็นำมาเชื่อม เวลานับประทานก็ใส่น้ำแข็งบดลงไป อร่อยเคี้ยวเพลินเลยครับ ไม่เชื่อลองถามคนใต้ดูนะครับ

มาถึงอาหารแนะนำในภาคกลางกันบ้าง ผมจะชวนคุณผู้อ่านไปราชบุรีไปชิมเต้าหู้ดำ ซึ่งเป็นของกินขึ้นชื่อของคนราชบุรีเลยครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอโพธาราม เต้าหู้ดำอร่อยๆ หาซื้อได้ง่ายมากครับ ขั้นตอนในการทำเมนูนี้ จะต้องเตรียมส่วนผสมสำคัญๆ ได้แก่ ผงพะโล้ นำ้ตาลทราย เกลือ อบเชย โป๊ยกั๊ก และที่ขาดไม่ได้คือเต้าหู้ถั่วเหลืองคุณภาพดีโดยต้มด้วยไฟปานกลาง และต้มนาน 3 วันโดยไม่ใส่สารกันบูด เต้าหู้ดำจะมีรสชาติ ออกหวานเค็ม สามารถกินเปล่าๆ หรือนำไปทำเมนูอื่นได้เช่น แกงป่าเต้าหู้ดำ ผัดกระเพราเต้าหู้ดำ หรือพะโล้ ลองได้ชิมกันแล้ว รับรองเลยว่าทุกคนจะต้องติดใจครับ

คราวนี้เราไปลองกินก๋วยเตี๋ยวกันบ้าง จะว่าก๋วยเตี๋ยวก็พูดไม่เต็มปาก แต่หน้าตาคล้ายกันมาก ผมจะพาไปชิมข้าวเปิ๊บที่บ้านนาต้นจั่น ที่อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัยนะครับ

ข้าวเปิ๊บ เดี๋ยวนี้รู้จักกันไปทั่วเลยครับ เพราะการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พาไปออกงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ด้วยความแปลกและรสชาติอร่อย จนทำให้คนที่ไปงานสนใจต่อคิวยาวเพื่อกินข้าวเปิ๊บ จนมีการบอกต่อกัน เดี๋ยวนี้นักท่องเที่ยวที่ไปบ้านนาต้นจั่น ก็จะต้องมองหาข้าวเปิ๊บ ไม่เช่นนั้นตกเทร็นด์แน่ๆ

ข้าวเปิ๊บจะมีหน้าตาคล้ายก๋วยเตี๋ยว แต่แตกต่างตรงที่เส้น เพราะข้าวเปิ๊บจะมีวิธีการทำแบบข้าวเกรียบปากหม้อ

โดยใส่วุ้นเส้น ผักบุ้ง กะหล่ำปลี ถั่วงอก หรือผักอื่นๆ ตามชอบลงไปบนแผ่นแป้ง แล้วนึ่งจนผักพอสุก พอได้ที่ใช้ตะหลิวตวัดพับแป้งไปมาเพื่อห่อไส้ผักข้างในไว้ เสร็จสรรพแล้วตักใส่ชาม เป็นที่มาของคำว่า "ข้าวเปิ๊บ" ซึ่ง "เปิ๊บ" เป็นภาษาถิ่นหมายถึงการพับไปพับมา ความอร่อยไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นนะครับ แต่จะมีไข่ที่นึ่งบนปากหม้อดินโปะลงบนข้าวเปิ๊บอีกหนึ่งฟองตามด้วยหมูแดงหรือหมูสับ ราดน้ำซุปกระดูกหมูร้อนๆ ตามลงไปในถ้วย ปิดท้ายด้วยกากหมูและผักชีโรยหน้าเล็กน้อย เป็นอันได้ "ข้าวเปิ๊บ" หนึ่งชามที่ทั้งอร่อยและได้สารอาหารครบถ้วน

เห็นมั้ยครับ ในแต่ละท้องถิ่นมีอาหารน่ากินทั้งนั้นเลยครับ ตอนนี้ผมอยู่เชียงใหม่ ขอแว่บไปหาของอร่อยๆ กินก่อนนะครับ เขียนไปก็หิวไปครับ