Get Adobe Flash player

แสงแห่งปัญญา ๕ โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

ความเป็นพระยิ่งจนมากเท่าไหร่ ยิ่งพบกับความสุขมากเท่านั้น ความเป็นพุทธ ต้องรู้จักกับคำว่าพอ อะไรที่เกินจากนี้มาคือ กิเลส

วิธีจะช่วยจิตให้หลุดพ้น เปิดใจรับธรรมในขณะที่มีเวลา  ก่อนที่จะสายเกินแก้ และแก่เกินแกง ไม่ต้องเสียเงินค่าเล่าเรียน ไม่มีการซื้ออุปกรณ์ เพียงทำใจให้เป็นพระเอาบ้านเป็นวัด เราทำมาแล้ว  เริ่มด้วยการทำบุญทำทานสวดมนต์ รักษา ศีล 5 เมื่อมีเวลาให้นั่งสมาธิ เมื่อกุศลถึงพร้อม  ก็ไม่ต้องกลับมาเกิดอีก  รู้จักศีล 5 กันดีแล้วทุกคน ควรมี พรหมวิหาร 4 ควบคู่กับศีล 5 ไปด้วย โดย เมตตาธรรมเป็นหลัก  แต่อย่าทิ้งข้อ สุดท้ายอุเบกขากันเด็ดขาด ส่วนมากลืมใช้ข้อสุดท้าย กัน ช่วยเขาไปจน ตนเองแทบลากเลือด เอ็นดูเขา จนเอ็นเราขาด

แค่เราทำได้แค่นี้ เราจะสัมผัสกับความเปลี่ยนแปลง ทางจิตในเริ่มแรก ที่ให้มันได้รับรสพระธรรม ให้มันได้มีกรอบ จากศีล 5 มีเครื่องยึดเหนี่ยว ตลอดเวลาทุกชาติทุกภพมามันได้แต่ลิ้มชิมรสอันหลากหลายจอมปลอมจากกิเลส ที่สร้างแต่ความทุกข์ร้อนให้มันสุดจะบรรยาย  ครั้นได้ลิ้มชิมรสของพระธรรมบ้าง อันตรงข้าม สุข อันสงบ เยือกเย็นเป็นอมตะ สุขที่ยาวนาน แม้จะเป็นแค่จากธรรมบทเล็กๆ ที่ได้พบในครั้งแรก กลายเป็นสุขที่ยิ่งใหญ่เกินจะพรรณนา เป็นสุขที่ได้รับแสงแห่งปัญญา เริ่มสว่างเจิดจ้าขึ้นในดวงจิต แม้จะเป็นแสงเล็กๆ สุขเล็กๆ ก็ตาม จิตจะติดสุขนี้ เป็นสุขที่แปลกใหม่  จิตจะหวงแหน  เอาอะไรมาแยก มายื้อแย่ง มาแลกกับสุขนี้จิตจะไม่ยอม ตรงกันข้ามมันจะเอาชีวิตทั้งชีวิตเข้าแลก เพื่อให้ได้สุขทั้งหมดจากธรรมมาให้ได้อันเรียกกันว่า “วิมุขติสุข” คือสุขจากการหลุดพ้น ไม่ต้องมาเกิดอีก ท่านทำกันมาแล้ว เป็นทิวแถว สักครั้งเมื่อจิตผู้น่าสงสารโหยหิวต่ออิสระภาพของเราได้รับธรรม  จิตจะมีแต่ขึ้นแล้ว เป็นตายอย่างไร ไม่ยอมลงเด็ดขาด  เมื่อใครได้ปฏิบัติมาถึงขั้นหนึ่ง จะพบกับมหัศจรรย์ทางจิตที่เรียกกันว่า “ความเป็นเองแห่งปัญญา” คือเขาจะจ้องฆ่ากิเลสของเขาเอง กิเลสถึงไหน เขาตามไปถึงนั่นใครสามารถรักษาศีลได้เพียงแค่ 3 ข้อก็ดี ข้อเดียวก็ดี ก็ขอให้ ข้อเดียวหรือ 3 ข้อนั้นเคร่งกันสุดชีวิต เอาให้ดีที่สุด  ต่อไปที่เหลืออำนาจแห่งธรรม ตัวเจตนาที่มีอยู่เป็นทุน จะน้อมน้าวจิตใจให้เราไล่ไปจนครบ หมดทั้ง 5 ข้อเอง ดังนั้นจงให้โอกาสแก่มันอย่าได้ตายทิ้งตายขว้างไปอีกชาติเลย  หัดมารักตนเอง สงเคราะห์จิตวิญญาณของตนเอง เลิกเห็นแก่ตัว เลิกทำร้ายตนเอง เริ่มมาเห็นความสำคัญกับคุณค่าของจิตกันเถิด เราขอ ...ขอให้ทำ  to save your soul

เมื่อจิตได้รับ ศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว ในระดับหนึ่ง  เราจะต้องปฏิบัติต่อไปเพื่อให้ตัวสติปัญญาแหลมคมยิ่งขึ้น เมื่อต่อไป ตัวอวิชชา เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ(สมุยทัยทั้งหมด) เข้ามาก่อกวนใจเราอีก  ปัญญา จะ ทำการฆ่า อวิชชา เหล่านี้ ตัวต่อตัว ทีละตัว จนไม่หลงเหลืออยู่ในจิตอีก โดยใช้เหตุผล ความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เกิดมาแล้วดับไป เข้าหักล้างมันทุกตัว ทำบ่อยๆจนเป็นนิสัย เห็นกิเลสที่ไหน กระโจนเข้าห้ำหั่นมันอย่างหิวกระหาย  แล้ว โยนศพมันออกไปจากจิตทีละตัวๆ จิตดวงนี้ของเรา จะเป็นที่อยู่ของทั้ง 2 อย่างไม่ได้ จะเลือก กิเลส ก็เอาธรรมออก จะเอา ธรรม กิเลส ต้องออก อยู่ร่วมกันไม่ได้ ต่อไปตัวสติ จะคอยจับจ้อง เมื่ออะไรมากระทบจิต ก็รู้ สติจะ ตามทันมันทุกความคิด ที่จริงบทนี้ และขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อน การหลุดพ้น ผู้ปฏิบัติ จะรู้เองจากมหัศจรรย์ทางจิตที่จะขยับสูงขึ้นเองเรื่อยๆ ตนเท่านั้นที่จะรู้เอง ใครทำมากแค่ไหนเคร่งแค่ไหน ก็ได้มาก สามารถเลือกเอาได้ 30 กว่า ภพภูมิจะเกิดภพภูมิใด ถ้าใครมักน้อย เอาแค่รูปพรหมชั้น 4 ที่นั่นเขามีหลักสูตรเพิ่มเติมทางปฏิบัติธรรมเพื่อขยับสูงขึ้น จากขั้นนี้สามารถไต่เข้าขั้นสุทธาวาสได้ หมายถึงไม่ต้องกลับมาเกิดอีก แต่ค่อนข้างเสี่ยงเพราะ พรหมชั้น 4 นี้ราคะยังไม่สิ้น ถ้าทำผิดพลาดกฏของพรหม สามารถตกลงมาเกิดในชั้นที่ต่ำกว่าได้ทุกชั้น  ดังนั้นจะเอาทั้งที จงทำให้ดีที่สุดมีพระนิพพานเป็นที่ตั้งเลยมิดีกว่าหรือ อย่าให้ชีวิต 0 เปล่า อย่าให้ทุกลมหายใจไร้ค่า “ธรรม ย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม” แต่กิเลสไม่เคยคุ้มครองใคร มีแต่ทำลายล้างสถานเดียว ดูกันไม่ยาก อะไรที่เราอยากทำตัวสั่น พอใจจะออกไปทำ นั่นละกิเลส อันไหนที่เรา ไม่เต็มใจจะทำ อันนั้นละธรรม

เราจะรู้ว่าเราแพ้กิเลสมันมาทุกชาติภพ ครั้งนี้ถ้าเปิดใจรับธรรม ให้จิตได้รู้ธรรม ต่อไปเราก็จะชนะกิเลสมันมั่ง  ครั้ง 2 ครั้ง ก็ได้ชนะ ก็ยังดี พอปฏิบัติธรรม รักษาศีลภาวนามากๆเข้า  เราอาจจะผลัดกันแพ้ ผลัดกันชนะกับกิเลส  เอ็งมั่ง ข้ามั่ง พอเราเคร่ง เร่งความเพียร รักษาศีล ให้บริสุทธิ์ ทุกข้อ กลายเป็นชนะกิเลส เป็นส่วนใหญ่ กลายเป็นนานๆที แพ้กิเลสมัน สักหน เพราะความเผลอ พอเรายังสม่ำเสมอในการปฏิบัติภาวนาไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่า  กิเลส หายไปเลย  เขาทำกันมามากต่อมาก ค่อยๆเป็นค่อยๆไป....ท้ายสุด กิเลสมีเพียงเบาบาง เป็นอวิชชาที่อยู่ภายใน  แต่กลับเป็นตัวแสบที่สุด ตัวให้เกิดชาติภพ ก็ต้องมาใช้ความเพียร กันต่อไป

เราจะไม่อยู่เมืองไทย ประมาณ 2 เดือน จาก พ.ย-มกราคม เพื่อไปพบเพื่อนจากต่างภูมิอีก 2ท่านพระฤษีนารอด กับพระฤษีนารายณ์ และเมื่อกลับจากซิดนีย์แล้ว จะมาคุมช่างซ่อมบ้านที่กรุงเทพ อีกประมาณ หนึ่งเดือน แล้วโอกาสสูงมากที่จะ ย้อนกลับไปที่ซิดนี่ย์ อีก ตามข้อตกลงกับเจ้าที่ ที่นั่น เพราะเขาต้องการอาหารทิพย์ หาจากใครที่ไหนไม่ได้ เป็นการต่อรองเพื่อให้ศิษย์ เราที่นั่นรอดได้ พูดง่ายๆ ต้องเอาบารมีไปลง (ต่างจากกรณีของเจ้าที่ที่ตึกอื้อจื้อเหลียง ของเจ้าปุ้ม ที่ช่วยได้ทั้งๆที่เราอยู่เชียงใหม่ อ่านบทความ ทักไปแล้ว ขอให้ทำ  กำลังจะลง เร็วๆนี้) เมื่อกลับมาก.ท. ประมาณ เดือน มิถุนายน เพราะนัดกับศิษย์อีกกลุ่มที่อยู่ ควีนแลนด์ออสเตรเลีย เขาจะกลับมาเมืองไทย แต่งงาน เขาต้องการให้เราเป็นผู้ใหญ่ในงาน กับเราจะไปดูสถานที่ก่อสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรม เนื้อที่ 12 ไร่ ในป่า ที่ภูสิงห์ แล้วเริ่มลงมือกันเลยตอนนี้เขาถมที่เริ่มกันบ้างแล้วปีหน้าจึงนัดพบกันกลางปี ที่พูดมานี้ไม่ใช่จะบริจาค ห้ามด้วย เราจะสร้างของเรากันเอง จาก 3 สาว คือจานวา คุณสุ และน้องดา ที่ได้ให้สัจจะวาจาต่อกันมา 3 ปีแล้ว ว่าเราจะดูแลกันและกันในช่วงสุดท้ายของชีวิต แล้วจะสร้างสถานปฏิบัติธรรมกัน เมื่อสองสาวบินกลับ ควีนแลนด์ เราก็จะมาเยือน ถิ่นเก่าของเราที่ North Hollywood อีก ประมาณ ปลายๆเดือนมิถุนายนปี 2014 อย่างแน่นอน อยู่ 6 เดือน มีหมายกำหนดถูกเชิญไป โอเรกอน กับมิชิแกนแล้ว  ใครจะเชิญไปไหน โปรดแจ้งมาแต่เนิ่นๆ อย่าให้ส.ว ต้องลำบาก ระหว่าง On Tour ครั้งที่10 นี้ ติดต่อทางเมล์ได้อย่างเดียว แต่ระหว่างอยู่ในเมกา เดี๋ยวจะบอกเจ้านาหาเบอร์โทรรอไว้ให้ แล้วจะแจ้งให้ทราบที่หลัง บทความปฏัติธรรม แสงแห่งปัญญายังไม่จบ ใครติดอะไรตรงไหน ใจเย็นๆ จับลมหายใจไปพลางๆก่อน ปลายปีนี้ จะหยุดบทความไป 2 เดือน แต่อาจจะเป็นเดือน ธันวาคม ต่อมกราคม ปีหน้าแทน อาจกลับมา กุมภาน หรือมีนา ประมาณนั้นจึงแจ้งมาให้ทราบ

เฮ้อ!!!!

ติดต่อเราได้ที่เบอร์ 085-660-2475 เชียงใหม่ 053-110417 กรุงเทพฯ 025105335 e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. www.ajanva.net วันพระปิดวาจา ไม่รับงาน

อมิตาภพุทธ