Get Adobe Flash player

บท “เทวฑูตทั้ง 4” โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

ตอนเมื่อความตายมาเยือน

วันนั้น มันเป็นวันที่อากาศสดใสปราศจากเมฆหมอก ไร้วี่แววของความเจ็บไข้ได้ป่วยใดๆที่จะย่างกรายเข้ามาได้ อากาศกำลังสบายเป็นบรรยากาศเงียบๆ ที่มีแต่เสียงนกเสียงกาหลายหลาก ใครคนหนึ่งกำลังใช้สมาธิจิตอย่างเต็มที่ทุ่มให้กับงาน เพื่อนบ้านออกไปทำงานหมดแล้ว มันมีแต่ความเงียบกับเสียงของธรรมชาติจริงๆ ขลุกอยู่กับโต๊ะทำงานเพลิน นานๆ ทีก็เหม่อสายตาทอดลอยออกนอกหน้าต่าง ดูนกมากินเศษอาหารกับผลไม้ที่โยนให้ทุกวันเจี้ยวจ้าวแย่งอาหารกัน ทั้งขุนทอง เอี้ยง หัวขวาน กระจาบ จิ๊งโครง และนกเขา  นกเพิ่มขึ้นมีต่างชนิดมากขึ้น

จนเวลาประมาณ 2:00 pm. ได้ โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เกิดอาการประหลาดมีบางสิ่งบางอย่างบริเวณลิ้นปี่ มันตีขึ้นเป็นระลอกๆ ในหลอดคอ ใครคนนั้นจึงไออย่างหนัก เป็นผลให้การไอต่อเนื่องขึ้นกับแรงขึ้นๆ จนรู้สึกว่ามีมวลเสมหะหรือเสลดอย่างมากที่ตกค้างอยู่นานตีขึ้นลงวุ่นวิ่งไปหมดเป็นระลอกๆ ยิ่งทำให้รำคาญไอแรงขึ้นจนกลายเป็นจะอ้วก รีบวิ่งเข้าห้องน้ำเพื่อจะไปขากเสมหะทั้งหมดออกมาให้เกลี้ยงคอ เพราะมันได้ทะลักพุ่งพรวดขึ้นมารวมอยู่ในกระพุ้งปากเต็มไปหมดแล้ว บ้วนพรวดออกมาทั้งหมดในอ่างล้างหน้า สิ่งที่เห็นมันแดงเถือก ไปด้วยเลือดสดๆ บ้างก็เป็นลิ่ม อ๊วกออกมาหลายที เสียเลือดไปประมาณแก้วกาแฟ

เทวฑูตทั้ง 4 คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย จำกันไว้ให้ดี เมื่อตายไปแล้วถ้าท่านปู่เวสสุวรรณหรือพระยายมราชถามว่า เทวฑูต 4 คืออะไร ตอบกันให้ได้นะ ใครตอบไม่ได้ท่านไม่ฟังไม่ถามอะไรอีกเลย แสดงว่าคนนั้นไป-มา-อยู่ เกิด ตาย มีแต่กิเลสล้วนๆ ไม่รู้จักธรรมกันเสียเลย ส่งลงนรกลูกเดียว ความเกิดนั้น เกิดภายใต้กฎแห่งกรรม ความ แก่ เจ็บ ตายนั้น ใต้กฎของไตรลักษณ์ คือทุกขัง อนิจจัง อนัตตา จำกันให้ดี เทวฑูตทั้ง 4 คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย คิดถึงพ่อแก้วแม่แก้วกันไว้มั่ง

สำหรับนักปฏิบัติแล้ว เทวฑูตทั้ง 4 ตัว เขากลัวตัวแรกคือ เกิด เพราะเขาไม่ต้องการจะเกิดกันแล้ว นักปฏิบัติจากพระโสดา- อรหันต์ จึงไม่กลัวตายกันทุกคน จนกล่าวกันว่า พระอรหันต์ท่านตายง่ายมาก เพราะทุกท่านต่างมอบชีวิตให้ธรรมกับพร้อมที่จะสละขันธ์กันได้ทุกเวลา

เพราะรู้ทุกข์ กับโทษของขันธ์กันเต็มอก ตรงกันข้าม สิ่งมีชีวิตทั้งหมดจากเล็กสุดไปถึงใหญ่สุด จากสัตว์ที่ประเสริฐสุด รวมสัตว์ที่ประหลาดและประสาทสุด ต่างรักการเกิด แต่กลัวความตายกันอย่างลนลาน ดูมดตัวน้อยๆ ตกน้ำ ยังตะกายหาทางรอด ที่รักการเกิดเพราะจะได้มาอยู่ในโลกของมายา โลกของความพึงพอใจตัณหาราคะกันได้อีก ก็ถ้าหากที่หวังไว้มันไม่ได้ ได้ไปเกิดที่อื่นแทนเล่า จะเป็นอย่างไร ได้รู้ ได้เห็น ได้เป็น ได้อยู่ในที่ไม่เคยเชื่อ ไม่เคยพึงปรารถนา ที่ๆ พระตถาคตท่านบอกมาหมดแล้วแต่ไม่ฟังกัน...พูดได้แค่ สมควรแล้ว กับสมน้ำหน้า เมื่อพูดถึงกิเลสแล้ว ราคะเป็นแม่ทัพใหญ่สุดที่ทุกชีวิตตะกายเข้าหากระสันกันเหลือเกิน ตะกายเข้าใส่ไม่เคยเห็นทุกข์กับโทษของมัน ว่ามันร้อนเป็นฟืนเป็นไฟแค่ไหน แต่แตกต่างกับแม่ทัพของกิเลสอีกตัวหนึ่งที่ทุกชีวิตต่างกระเสือกกระสนหนีกันโกลาหลอลหม่าน แม่ทัพท่านนี้มีระดับเป็นถึงท่านพญา ท่านเป็นสมุนของเทวฑูตทั้ง 4 ท่านสามารถมาได้อย่างเงียบกริบไม่รู้ตัว ท่านมาได้อย่างกระทันหันจู่โจม ท่านมาได้ทุกสถานที่ และทุกเวลาอย่างที่ใครคนนี้กำลังผจญหน้าอยู่ ใครจะให้สินบนขอต่อรองผ่อนผันนั้นทำไม่ได้ เพราะสิ่งเดียวที่แม่ทัพของกิเลสท่านนี้ไม่เคยมีให้คือ ความเมตตา  ท่านแม่ทัพของกิเลสตัวนี้ชื่อว่า พญามัจจุราช ผู้หยุดลมหายใจของ เหล่าเวไนยสัตว์ ดังนั้นอย่าดีดดิ้นสิ้นคิดกันนักเลยสักวัน จะได้พบท่านกันอย่างแน่นอน

ใครคนนั้นยืนเกาะขอบอ่างล้างหน้า กระฉอกเลือดออกมาอีกระลอกแข้งขาสั่นอย่างน่าสมเพศ  มันแดงพรืดเต็มอ่างและเป็นลิ่มสีดำ “นี่เลือดเราเหรอ ไม่เคยเห็นเลือดตนเองเยอะๆ อย่างนี้มา 40 ปี เพราะไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วย สีสดสวยดีนี่ มันสะใจแท้ ได้เห็นเลือด...ตนเองซะมั่ง” “นังโง่ ท่านพญามัจจุราชทอดเงายืนอยู่หน้าเอ็งๆ ยังไม่รู้อีกว่า ความตายกำลังจะมาเยือนเอ็งอยู่แล้ว” จิตรู้มันเตือน มารเมื่อมันมามันพากันมาเป็นทีม พูดยั่วยุให้ใจเสีย มันยังมาพูดเตือนสติให้ใจเสีย ทันใดนั้นรู้สึกถึงอะไรตีขึ้นจมูกคิดว่าน้ำมูก จึงสั่งพรวดออกมาเพื่อให้สะใจ แล้วเอามือรอง ....กลายเป็นเลือดเต็มมือเต็มหน้าไปหมด....นี่งัยความโง่  จึงค่อยๆ ตั้งสติ ล้างหน้าล้างปาก ล้างอ่างล้างหน้าคิดวูบขึ้นมาว่า เลือดนี้มาจากไหน เราเป็นอะไร โง่ เอ้ย โง่จริงๆ เพิ่งคิดได้  เพิ่งคุยไปว่าไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วย นี่ไงกฎของพระไตรลักษณ์ จะหนีทุกขัง อนิจจัง อนัตตา ไปไม่ได้ ปัญญาที่ถูกฝึกไว้ดีแล้วเข้าหักล้างกับมารทันทีว่า มันเป็นกฎของไตรลักษณ์ ไม่มีใครอยู่เหนือกฎนี้ได้ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ ได้ตายแน่ มารเข้ามาอีก “เอ็งตายแน่ครานี้” รีบโทรถึงอากรรรณ เพราะคุณอาเป็นพยาบาลทหาร มารมันซ้ำอีก ไม่ให้อากรรณรับสาย โทรหาอี้ อี้ไม่รับสาย เพราะตรงกับเสาร์-อาทิตย์ อี้ไปเรียนสมาธิ เห็นไหมกิเลสมารมันทำให้หมดหวังไปทุกทาง มันเล่นกันที่จิต จะทดสอบความเข้มแข็งของมนุษย์  พญามัจจุราชยังฉายเงาทาบลงมาที่บ้าน...ใครคนนั้นออกจากห้องน้ำโซเซ...ลงมาเอนกายลงบนเสื่อในห้องนั่งเล่น มีอาการเพลีย ติดต่อใครไม่ได้ ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร  การทานอาหารเพียงมื้อเดียวทุกวัน การทำงานที่ใช้สมอง มันทำให้เพลีย จังหวะที่เอนตัวลงนอนนั้นสภาพจิตเป็นเช่นนี้ มันเฉยๆ มันไม่กระวนกระวาย ไม่ทุกข์ ไม่กังกล เพราะตัวสติยังจับอยู่ทุกลมหายใจว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย  เป็นสัจธรรม ของสัตว์โลกจากหลักการที่ได้ปฏิบัติมานาน จนตัดรูปธรรมได้หมดแล้วเหลือเพียงนามธรรม จึงคลายจากการยึดมั่นถือมั่น อุปทานในตัวกูของกูรู้การแยกกาย เวทนา จิต   มันคนละส่วนทั้งสิ้น กายไม่ใช่ของเรา จิตต่างหาก ที่จะไปกับเรา กับเราฟอกมันได้เกินครึ่งทางแล้ว จะกลัวไปยัย? รอไม่ไหวที่จะไป มันจะสุขสบายกว่าที่เป็นอยู่นี่มากเมื่อไม่มีขันธ์ การผญจภัยของเรากำลังจะเริ่ม พอหลังแตะพื้นมันสบาย เราจะตายแล้วหรือ ฮืม ดีจริงๆ เราจะได้ไปจากขันธ์ 5 ทิ้งมันไปซะที เพราะเบื่อมันมาก มันสว่างไปหมดด้วยแสงแห่งปัญญาเพราะเราสร้างมาเยอะมาก เราพร้อมที่จะไปแล้ว ไปเลยนะ ขอได้ตายไว้ก่อน เมื่อหัวแตะหมอนแล้วคิดได้เช่นนี้จิตมันสงบ มีความสุข ยิ้มออกมาคนเดียว...แค่ยิ้มออกมาด้วยความสุข...เพียงไม่กี่เสี้ยววินาที เงาดำมืดของพญามัจจุราชค่อยๆ หดหายออกไปๆๆ จนพ้นชายคาบ้านบุญรักษา ทั้งๆ ที่ตนเองยังไม่รู้ว่าตนเองเป็นอะไร

เมื่อคิดได้แล้ว ความเพลียที่เสียเลือดไปคออ่อนพับกำลังจะหลับ เสียงโทรศัพท์จากอี้ พออี้รู้เรื่องทั้งหมด อี้อึ้งจนพูดไม่ออก เพราะเธอรู้จักเราดีมา 15 ปีว่าไม่เคยเจ็บไข้ได้ป่วย พอดีอากรรณโทรเข้า จึงวางหูจากอี้ไปก่อนโดยที่อี้ยังไม่รู้อะไร เจ้าอี้คงเป็นห่วงมาก อากรรณให้หายใจเข้าออก ลึกๆ แรงๆ ว่าเจ็บอกเจ็บหลังอะไรหรือเปล่า ก็ไม่มี คืนวันนั้นออกอีกครึ่งแก้ว จึงขับรถไป ร.พ.สวนดอกเข้าห้องฉุดเฉิน คนเดียวตอน 3:00 am  Gee!!! คนว่างดีชะมัด

เวลาผ่านไป 5 วัน เลือดออกทุกๆ 7 – 8 ชั่วโมง อยู่ 3 – 4 วัน ปริมาณเลือดที่ออกลดลงๆ หมอทั้ง ร.พ.สวนดอกกับ ร.พ.สันกำแพง ไล่กลับบ้าน เพราะตรวจเลือดก็แล้ว x-ray ปอดก็แล้ว ตรวจเสมหะก็แล้ว เพื่อหาเชื้อวัณโรค ก็ไม่มี น้ำหนักก็ไม่ลด อาการไข้ก็ไม่มี ยังทำทุกอย่างได้หมดตามปกติ  เกิดจากเส้นโลหิตฝอยในช่องคอแตกเพราะไอแรงเกินไป เมื่อสาวปุ้มกับอี้รู้ว่าช่วงที่เราคิดว่าเราจะได้ตายไปแล้วๆเรามีความสุขมาก  2 สาวอึ้งมาก พูดไม่ออก ว่ามีแต่เขากลัวจะตายกัน ส่วนอี้โทรหาเราด้วยความเป็นห่วง เช้า-เย็น จนเราพ้นขีดอันตราย “พิ่จิ๊ดยังตายไม่ได้นะ” เธอสั่ง ก็เมื่อถึงคราวจริงๆ ใครเล่าจะห้ามพญามัจจุราชได้ เสียค่ารักษา ค่ายา ค่า x-ray ไป 450 บาท ..เหลือเชื่อ คิดถูกจริงๆ ที่ย้ายกลับมาอยู่ เมืองไทย โดยเฉพาะที่เชียงใหม่

สติเป็นที่ปรารถนาในที่ทั้งปวง ในทุกเวลาสถานที่ เราตั้งใจจะไปซิดนีย์ตั้งแต่กลางปีที่แล้ว แต่ครูบาอาจารย์เจ้าอ้อมสั่งห้ามเราออกจากบ้านบุญรักษา หรือเดินทางไกลไปไหน จนกว่าจะหลังวันเกิดเดือนตุลาคมไปแล้ว ท่านคงรู้แล้วว่าเราจะไม่สบาย จึงระงับการเดินทางของเราไว้ ถึงกับบอกเลยว่าหากไปแล้วจะไปป่วยที่นั่น

ทุกๆ คำที่เขียนในบทนี้ จากความรู้สึกของเราเอง ขณะผจญหน้ากับพญามัจจุราชจริงๆ ไม่มีการต่อเติม  จิตดวงนี้ชนได้ทุกอย่าง  ถ้ามีธรรมอยู่ในดวงจิต และจิตกับธรรมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว

ผู้ที่ได้ชื่อว่า เป็นลูกของพระตถาคตอย่างแท้จริงนั้น จะตาย อย่าง สุขสงบพร้อมที่จะเอาชีวิตแลกกับธรรมได้ทุกเมื่อ เมื่อแลกกันด้วยชีวิตได้เมื่อไหร่ เมื่อนั้นแหละจึงจะได้ธรรมมา จะมาทำเหยาะๆแหยะๆ นั้น อย่าหวังว่าจะได้เห็นธรรม

ให้นึกถึงความตายกันทุกวัน และอย่าประมาทกับการใช้ชีวิต ความตายสามารถมาเยือนกันได้ทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกคน จงอย่าลืมว่า ถ้าผู้ใดสามารถเอาชนะ  พญามาร ทั้ง 5 ได้ ผู้นั้นจะมีชีวิตที่อยู่เหนืออุปสรรคปัญหาใดๆทั้งมวลในโลกนี้ คือ ทำรัยก็สำเร็จราบรื่นลุล่วงไปได้แบบ เว่อร์ๆ ที่ไม่มีใครทำได้..เพราะไม่มีมารใดๆมาขวางทางอีกต่อไปนั่นเอง  .บทมารทั้ง 5 กำลังจะลงเร็วๆนี้ 

ติดต่อเราได้ที่ 085-660-2475 e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. www ajanva.net

อมิตรพุทธ