Get Adobe Flash player

ขันธ์ 5 โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

 

หาก ใครยังไม่รู้ว่าขันธ์ 5 คืออะไร อยู่ตรงไหน? สำคัญอย่างไร? ไม่ว่ากัน เพราะแต่ก่อนเราไม่รู้เช่นกัน ไม่มีใครเป็นและเก่งมาแต่เกิดหรอก ขันธ์ 5 คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ แม้เราจะได้แจกแจงไปบ้างแล้วในบางบท ก็จะเขียนอีกเพื่อย้ำเตือนให้เห็นความสำคัญของขันธ์ 5 ตามวิธีที่เราปฏิบัติ เราได้แยกขันธ์ 5 ออกเป็น 2 ส่วน เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ แต่เมื่อลงมือปฏิบัติจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ครูบาอาจารย์ท่านสอน จะทำตามอำเภอใจตนเองไม่ได้ เช่นอยู่ๆ จะเดินปัญญาเลย โดยไม่ภาวนาสมาธิให้เกิดสติก่อน หรืออยู่ๆ จะภาวนาเลย ไม่รักษาศีล อยู่ๆ จะมาปฏิบัติเรียนธรรมเลยโดยไม่มีตัวศรัทธา มันไม่ใช่ เราแบ่งขันธ์ 5 เป็น 2 กลุ่ม คือ 1. รูป 2. เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ 

                รูป คือร่างกายเรา อันประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 ดิน น้ำ ลม ไฟ รวมกันมาเป็นกลุ่มก้อน เป็นรูปร่างเรา รูปจัดเป็นรูปธรรม เป็นแหล่งเพาะกิเลส รวมกิเลสชนิดหยาบๆ เช่นตัณหาราคะ ความโลภ ความโกรธ ความหลง กิน กาม  เกียรติ ซึ่งกิเลสทั้งหมดจะผ่านเข้ามาทางอายตนะ 5 หู ตา ลิ้น จมูก สัมผัส และมักมีตัวประกอบเป็นข้าวของหรือบุคคล ให้เราเกิดความอยาก ความพอใจ ความเพลิดเพลินลุ่มหลง ที่แรงที่สุดคือพึงพอใจด้านราคะ จนเกิดแรงอุปทาน ยึดมั่นถือมั่นขึ้นมา รูปธรรมนี้ จัดเป็นกิเลสหยาบๆ ที่อยู่ภายนอก มีวัตถุสิ่งของ ตัวบุคคลมาเกี่ยวข้อง กิเลสตัวหยาบสุดแรงสุดของรูปธรรมนี้คือ ตัณหาราคะ ถ้าใครตัดราคะ ฆ่าราคะตัวเดียวได้ อันจัดเป็นแม่ทัพใหญ่สุดของบรรดากิเลสทั้งมวลลงได้ กิเลสตัวอื่นๆ อันได้แก่ โทสะ โมหะ โลภ ฯลฯ จะลดถอยลงไป จะง่ายต่อการไล่ล่าฆ่ามันอีกทีได้ในภายหลัง ต้องเข้าใจอีกว่า แม่ทัพมารแต่ละตัวยังแจกแจงขุนพลย่อยๆออกไปอีกมากมาย เช่นราคะตัวเดียว  ยังมีความอิจฉา อาฆาต  ความหึง ความหวง ตามมา

                กับถ้าใครฆ่าตัวตัณหาราคะนี้ลงได้ เขาจะได้ว่างจากภายนอก คือตัดรูปธรรม ทั้งหมดลงได้  การฆ่าตัวนี้ให้ เดินปัญญา เพ่ง อสุภะ อสุพัง จะเบื่อโลกมายาภายนอกสีแสงเสียง เบื่อและเหม็นกลิ่นผู้คน จะเสาะแสวงหาที่ปฏิบัติที่เป็นสัปปายะ จิตเขาเป็นอัตโนมัติจ้องฆ่ากิเลสเองแล้ว

                2. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นนามธรรมที่ฝังรกรากอยู่ในจิตใจเรามานาน จัดเป็นกิเลสแบบละเอียด แต่มันกลับเป็นตัวคิงกับควีนของกิเลสทั้งหมดที่รื้อถอนได้ยาก เรียกว่า อวิชชา เพราะมันเข้ามาโดยเราไม่รู้ตัวทางความคิด ความรู้สึก  การดับกิเลสกลุ่มนี้ได้ให้ใช้หลักไตรลักษณ์  ทุกข์ขัง อนิจจัง อนัตตา ทุกความคิดทุกอารมณ์ มันผ่านเข้ามาแล้วออกไป เกิด ขึ้น แล้ว ดับไป

         ตัวแรก เวทนา คือความรู้สึกดีใจ เสียใจ หรือความทุกข์ ความสุข และอุเบกขา ความทุกข์มาได้ทั้งจาก ทุกข์กาย ทุกข์ใจ ผู้ปฏิบัติย่อมรู้วิธีดับทุกข์นั้นได้ ทั้งจากทางกายและทางใจ โดยจะต้องรู้วิธีแยกกายส่วนกาย จิตส่วนจิต เวทนาส่วนเวทนา ส่วนการดับทุกข์ทางใจ ต้องใช้อริยสัจ 4 รู้ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ และมรรค แล้วจะเข้าใจการรื้อถอนทุกข์ออกจากจิตได้อย่างง่ายดาย โดยใช้อิทธิบาท 4 เข้ามาช่วย เขียนไว้แล้วไปหาอ่านเอา

                สัญญา คือการจำได้หมายรู้ อดีตเก่าๆ ความหลังเก่าๆ คนรักเก่าๆ ความรู้สึกเก่าๆ อารมณ์ค้างต่างๆ ที่ฝังอยู่ในจิต มันสับเปลี่ยนกัน ผุดขึ้นมาหลอกหลอน 

         แล้วก็ตัว สังขาร จะทำหน้าที่ปรุงแต่งอารมณ์เหล่านั้นให้ยืดยาวฟุ้งซ่านออกไป หนักๆ เข้ามันจะกลายเป็นตัวสมุทัยเกาะอยู่ที่จิต ทำให้จิตตก เกิดเศร้าหมองเกิดทุกข์ขึ้นมาทันที ท้ายสุดตามมาด้วยความอยาก... ถ้าสัญญาไม่เกิดสังขารก็ไม่มี  ถ้าวิญญาณ ไม่เกิดคือไม่รับรู้เห็นได้ยินได้ฟังอะไร ผ่านออกไปหมด สัญญา สังขารก็ไม่เกิด

                วิญญาณ คือประตูทางเข้าที่รับกิเลสเหล่านี้ คืออายตนะทั้งหมด เช่นพอได้ยินเพลงนี้...ปุ๊ป คิดถึงอดีตกับคนนั้น พอตาเห็นสถานที่นี้จิตตก จำได้ว่าเคยทำงานที่นั่นแล้วถูกเลย์ออก สังเกตว่าหมวด 2 นี้ ไม่มีตัวประกอบ เพราะเป็นเพียงนามธรรมอยู่ที่จิต เป็นกิเลสที่ละเอียดมาก เกาะอยู่กับจิต เป็นกิเลสภายในที่เราต้องรื้อออกให้หมดทั้งรากแก้ว รากฝอย กิเลสภายในจิตหรืออวิชชาเหล่านี้กำจัดยากมาก ถ้ารื้อถอนออกได้หมด ไม่ต้องมาเกิดอีก รวมทั้งกิเลสภายในเหล่านี้ที่เป็นตัวสร้างภพสร้างชาติให้เราต้องเวียนว่าย ตายเกิดไม่รู้จบ ท่านจึงกล่าวว่า ใครที่ทำจิตให้ว่างจากกิเลสภายนอกและกิเลสภายในได้ ผู้นั้นก็ดับสูญเข้าสู่พระนิพพาน  กิเลส กลุ่มนี้ เข้ามา แล้วผ่านไป หาแก่นหาสาระอันใดไม่ได้  ใช้ปัญญา พิจารณาให้ดี จะรู้ว่ามันเป็นเพียง อาการหนึ่งของจิต  ยังงัยๆ จิตมันก็ต้องคิดจะหยุดไม่ให้มันคิดไม่ได้  แม้ผู้เป็นอรหัตน์ แล้ว ใครว่า ท่านไม่คิด  ท่านคิด แต่ท่านไม่เอา ไม่รับรู้ไม่ ปรุง ท่านจะรับแต่อะไรที่เกี่ยวกับงานของธรรม เท่านั้น แม้อาการ ปวดหัว ตัวร้อน ปวดท้อง ท่านก็รับรู้ ได้หมด แต่ จิตท่านไม่ทุกข์ เวทนาก็ไม่เกิด เพราะท่าน แยกได้หมดแล้ว ตราบใดที่ขันธ์ 5 ท่านยังมีอยู่ พระอรหันต์ ท่านก็รับรู้ทุกอย่างเช่นคนธรรมดาหมด  แต่จิตของท่านเท่านั้น ที่แตกต่างจากพวกเรา

                การ ว่างจากกิเลสภายนอก รูปธรรมให้ใช้อสุภะ อสุภัง ตามสายพ่อแม่ครูบาอาจารย์มั่น เป็นที่ยอมรับกันว่าสายของหลวงปู่มั่น สุดยอดแล้ว นำพาให้หลวงปู่หลวงตาเข้าสู่พระนิพพานกันได้มากที่สุดและง่ายที่สุด การว่างจากภายใน นามธรรม ให้ใช้กฎไตรลักษณ์ ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา ทุกอย่างไม่เที่ยง เกิดมาแล้วดับไป ทุกความคิด ทุกอารมณ์ความรู้สึกที่วิ่งมากระทบจิตแค่ตามดู ตามรู้ กำหนดรู้ อย่าปรุง อะไรมากระทบจิตให้รู้ โดยใช้หลักมหาสติปัฏฐาน 4 กาย เวทนา จิต ธรรม คือเอาจิตดูที่กายตลอด หรือเอาจิตดูที่จิตตนเองตลอด อะไรเข้ามากระทบเป็นธรรมหมด หรืออีกทางเอาจิตเกาะติดไว้กับพุทโธ จนจิตนิ่งเป็นสมาธิก็เอามาจับที่กายบ้าง จะเป็นลมหายใจ หรือการเคลื่อนไหว หรือความคิดตนเอง จะห้ามจิตไม่ให้คิดไม่ได้ มันอยากคิดๆ ไปแต่เราตามรู้...แล้วตัดผ่านไปทันที ไม่ปรุงแต่ง ทำบ่อยๆ จะรู้เองว่า สติมันมีมากขึ้นๆ ตามกาลเวลา  เพราะคำที่ว่า ตามรู้ ตัวรู้ นี้คือสติ เมื่อมีสติอยู่ตลอดเวลา สัญญาก็เข้าไม่ได้ ไม่มีการยึดมั่นถือมั่น เพราะกฎแห่งไตรลักษณ์ทุกอย่างจบลงที่ไม่มี ทุกขัง อนิจจัง อนัตตา นี่คือความสำคัญของขันธ์ 5 กายเรา ใจเรานี่ละ หนทางสู่การหลุดพ้น ยังจะมองข้ามกันไย พวกไอ้โง่ อีโง่ ที่หากินหลอกต้มชาวบ้านในสภา เคยแก้ผ้าหน้ากระจกดูความทุเรศของขันธ์มันมั่งหรือเปล่า ว่าเหี่ยวยานไปมากแค่ไหนแล้ว มีวิธีโกงกินอะไรตรงไหนหรือที่จะทำให้มันเต่งตึงกลับมาดึ่งดั้งดั่งเก่าได้ โกงกินอะไรตรงไหนที่จะทำให้ไม่ตายไปจากแผ่นดินนี้อย่างไร อย่างไรมันก็ต้องตายกันทุกคน จะโกงจะกินกันไปถึงไหน

                ขันธ์ 5 ของทุกชีวิตจะกลับคืนสู่ธรรมชาติ กลับคืนสู่ดิน ไม่มีอีโง่ไอ้โง่ตัวไหนรอดจากกฎนี้ไปได้...ขอรับประกันรูปธรรม หรือกายนี้จะต้องเสื่อมสลาย ไม่จีรัง รูปธรรมสามารถรับรู้ได้เพียง ร้อน เย็น อ่อน แข็ง ที่มาสัมผัสกาย กับอาการเวทนาที่จะเกิดจากอาการเจ็บไข้ได้ป่วย (นักปฏิบัติจะแยกกายกับเวทนาได้) แต่นามธรรมหรือจิตนี้ จะว่องไว รับรู้ และปรุงแต่งได้ทั้งรูปธรรม นามธรรม รับอารมณ์ต่างๆ ได้เร็ว จนเขาเปรียบเทียบว่าลิงร้อยตัวยังไม่ไวเท่าใจมนุษย์ จึงมีคำกล่าวอีกว่า ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ คือ...ชนะใจตนเอง...เคยกันหรือยัง...???

 

ประกาศ ในเดือนสิงหาคมที่จะมาถึง “เรา” จะมาที่ไมอามี่ มีกำหนด ประมาณ 3 อาทิตย์ ก่อนจะมาปรากฏที่บริเวณ ซานฟราน ตามคำเชิญ อีกประมาณ  2 อาทิตย์ นิวยอกร์ กับ ลากูนา บีช แอลเอ เป็นเป้าหมายต่อไปถูกเชิญไว้หมดแล้ว  ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ ที่เบอร์นี้ 786-307-8290  ถามหาคุณเล็ก ต่อไปเราจะใช้เบอร์นี้ในประเทศ คุณเล็ก เธอจัดให้หมดแล้วขอ...อนุโมทนา

ติดต่อเราได้ที่ 085-660-2475 หรือ 053-110417 www.ajanva.net e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

อมิตภาพุทธ