Get Adobe Flash player

แลกด้วยชีวิต โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินาการ

Font Size:

 

ญี่ปุ่น

ธรรมะของพระตถาคตนี้ใช่ว่าจะได้กันมาง่ายๆ จากผู้ปฏิบัติธรรมร้อยคนพันคน ผู้ได้ธรรมนั้นแทบจะนับหัวได้ เพราะเคล็ดลับในการจะได้ธรรมะของพระตถาคตมานั้นก็คือ “แลกด้วยชีวิต”จะมีสักกี่คนที่ทำได้ ถ้าใครทำได้ ผู้นั้นจะได้ชื่อว่า “ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรา”

เหตุการนี้เกิดขึ้นกับจานวาหลายครั้งมาก ครั้งหนึ่ง มันเป็นเหตุที่เกี่ยวกับ “ช่วงต่อของเวลา”

ที่จริงรายการ “แลกด้วยชีวิต” เราผ่านมาแล้ว 3-4 ครั้งจนดูเป็นเรื่องปกติของชีวิตไปแล้ว เคยเกิดที่มลรัฐมิชิแกนหนึ่งหน  มลรัฐ แท๊กซัซ หนึ่งหน ที่เชียงใหม่ สันกำแพงหนึ่งหน  Gee!!!! มันมากจนจำไม่ได้ถ้าจะเล่าก็จะยาวเกินพิกัด เคยเล่าลงในบทความไปหลายครั้งแล้ว บทนี้จะขอพูดถึงครั้งหนึ่งที่ยังไม่เคยเล่าที่ไหน นอกจากในเฟตนี้

เมื่อคราจะเดินทางกลับเมืองไทยเที่ยวสุดท้าย คือไปอเมริกามา 4 เที่ยว แต่ละเที่ยวอยู่นานเป็นปีแต่เที่ยวสุดท้ายนี้ นานที่สุด คือ 9 ปีครึ่ง

ตลอดเวลา 9ปี กว่านี้ ได้ทานอาหาร มื้อเดียวในตอนเช้า หมายความว่า หลังเที่ยงไปแล้ว จะขบเคี้ยวอะไรไม่ได้เลย แม้แต่เศษอาหารที่ติดซอกฟัน ดังนั้นทุกครั้งที่ทานเสร็จต้องแปรงฟันเอาเศษอาหารออกมาให้หมด ไม่ว่าจะอยู่ที่ แอลเอ หรือ ที่ ฮิวตั้นระวังตัวมาตลอด พอกลับเมืองไทย เราให้สุมาอี้ จัด สายการบิน โดยให้แวะมาเลย์ฯ เมืองกัวลาฯเพื่อรักษาสัจจะวาจา อ่านบท โฟทูนคุ๊กกี้ จะรู้ว่าเราดิลอะไรไว้กับใครเป็นเวลาเกือบสิบปี พอทำได้ ได้กลับมาที่เก่าเพื่อรักษาคำพูดที่ให้ไว้เมื่อ เกือบ 10ปีที่แล้ว สุมาอี้ ค้นทางเน๊ต หาให้เราทั้งโรงแรมเดิม ห้องเดิม หาวัดแขกที่ละหม่านในคืนเกิดเหตุให้ครบ...เธอจัดให้ไม่ตกหล่น...ตามที่เราต้องการ ทั้งๆที่เธอไม่เคยไปสถานที่นั้นมาก่อน บอกแล้วงัย สำหรับสุมาอี้แล้ว มีแต่ดาวกับเดือนเท่านั้นที่เธอจะหาให้เราไม่ได้ เมื่อมาถึงโรงแรม ตรงกับช่วงเดือนมิถุนายน  โรงแรม อิกัวไลย์ เบนจิ ชั้น 9   เราไปฟิวขาดที่นั่น ตามลำพังสาเหตุเนื่องจาก ก่อนเดินทางออกจากแอลเอ ผู้คนต่างทำนัดเข้าพบ ขอดูฮวงจุ้ย เจ้าที่ ขอตรวจดวงชะตา กันวันละหลายๆราย ไม่ได้ พักผ่อนบ่ายแก่ๆของวันแรกที่กัวลาฯ มันตรงกับเวลาจวนจะใกล้รุ่งที่อเมริกา พอตกเย็นที่กัวลา หมายถึงเวลาเช้าของอเมริกา เราเริ่มทุรนทุราย เหงื่อแตกท่วมตัว เนื่องจากความหิวเข้าจู่โจม แต่เพราะผู้รักษาศีล 8 จะทานเพียงมื้อเดียว มื้อเที่ยงกับเย็นจะไม่ทาน เนื่องจากช่วงต่อของเวลาที่แตกต่างกัน สับขั้วกัน เช้าที่อเมริกา เป็นเย็นที่กัวลา  เวลาที่เคยขบเคี้ยวอาหารมาแล้ว และท้องมันก็มักจะได้อาหารลงมาตอบสนอง ตรงตามเวลา จู่ๆ ไม่ให้มันกิน มันพยศ มันบิดตัว มันไม่ยอม ขับน้ำย่อยออกมาเยอะแยะ ...ตรูหิว ตรูจะกิน แต่ไม่ให้มันกิน มันเป็นอนุสัยส่วนตัวลึกๆ ยิ่งอยู่ตามลำพัง ยิ่งจะระมัดระวังกับซื่อสัตย์ ต่อตนเอง  อาการไข้ ผสม ความหิว เรานอนอยู่บนพื้นพรหมของห้องตรงซอกเตียงติดระเบียง โดยมีประตูกระจกเลื่อนออกไป มีผ้าม่านหนาทึบกั้นอยู่ มองลงไปเบื้องล่างเป็นสระน้ำ เห็นปลาคร๊าฟสีสรรต่างๆในบ่อจำนวนนับร้อย เห็นสนามหญ้าเขียวขจี ฟ้าครึ้มๆเหมือนตั้งเค้าฝน แล้วเสียงฟ้าร้องคำรามแข่งกับเสียงกระเพาะร้อง  ห้องนอนของโรงแรมระดับ5 ดาวเพียบไปด้วยทุกอย่างค่าเช่าคืนละ 3000 กว่าบาท อาหารเช้าฟรี

แต่ผู้รักษาศีล ขณะนั้น กลับนอนอยู่กับพื้นพรมบิดตัวด้วยความหิว และปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว  ในตู้เย็นจำได้ มีทั้งกล้วย ลูกแพร เพอซิมอน พอที่จะเอามาทานรองท้องได้ แต่ด้วยสัจจะวาจาจะไม่ยอมละเมิดศีลข้อใดๆขอตายเสียดีกว่าให้หิวจนใส้ขาดตายยังจะดีกว่าผิดศีล  นี่มันเย็นใกล้ค่ำแล้ว ทานไม่ได้เด็ดขาด แม้จะเป็นเวลาเช้าที่อเมริกาที่คุ้นเคยมา กว่า 10 ปีก็ตาม

ท้ายสุด ฝนตกลงมาอย่างกะฟ้าทะลุ เจ้าจุก มัน บิดผ้าม่านเอาปากกัดผ้าม่าน ความทรมาณในความหิว แม้จะเอาน้ำกรอกท้องไปแล้ว มันไม่ยอม กิเลสมันมายั่วยุให้ หลงทางอยู่ร่ำไป ท้ายสุด ตนเอง ก็ฟุบหลับไปเนื่องด้วย ความหิว กับความเหนื่อยและอาการเหมือนจะจับไข้เข้ากำเริบ ตื่นมากก็ดึกมากโขแล้ว ท้อง ยังครวญครางอยู่แต่น้อยลง จึงลุกขึ้นนั่งสมาธิตรงพื้นพรม หันหน้าเข้า ทางระเบียงมองออกไปยังวิวทิวทัศน์ เบื้องนอก แล้วทำการข่มเวทนา ทันที เพราะได้เรี่ยวแรงมาจากการหลับยาวไปแล้ว

พอเช้ามา.... อีกอาการเข้ามาแทรก คือ มื้อเช้า เราทานได้ แล้ว อาหารฟรีเยอะมาก มีทุกอย่างแม้ข้าวต้มไปถึงแพนเค็ก แต่ท้องมันไม่เคย เพราะมันเคยเป็นกลางคืนของที่นั่นมา เกือบ 10 ปี แล้ว มันเคยว่างมาตลอดแล้วจู่ๆเอาอะไรยัดลงไป มันกระอักกระอ่วน อึดอัดจะกินน้อยก็ไม่ได้ เพราะหิวจนหน้ามืด กับจะทานได้เพียงครั้งเดียว แต่กระเพาะ มันไม่รู้ถึงคำว่า ปรับ เวลา ปรับตัว ปรับ กระเพาะ การเปลี่ยนแปลง มันไม่รู้ มันรู้แต่ว่า ...ตรูไม่เอาเวลานี้ตรูไม่เคย  เป็นเวลาถึง 3 วันเต็มๆ ที่เราต้องต่อสู้อยู่กับศึกภายใน ...ที่ท้อง ศึกภายในที่ท้อง ยังกำหราบได้ง่ายกว่าศึกภายในที่อก ที่ใจจริงมั๊ย ญาติโยม เพราะศึกนี้เจ็บที่กะเพราะอยู่ 3 วัน แล้วหายไปเลยศึกที่ใจกัดกินกันไปตลอดชีวิต ...ท้ายสุดของเรื่องการปรับตนนี้ มันเอาเราเกือบตาย แต่แม้จะเอาให้ตาย จานวา ผู้รักษาศีล ก็จะไม่ยอมรับประทานอาหารหลัง เที่ยงเป็นอันขาดขอยอมตาย แต่จะมีข้อแม้อยู่อย่างคือเวลานั่งเครื่องระยะยาวกว่า 7 ชั่วโมงเป็นต้นไป บนเครื่องเขาส่งรัยมาจะทานหมด เพื่อไม่ให้เพลียจัดจนเป็นลมระหว่างทางเพราะเดินทางคนเดียวด้วย กับไม่รู้เวลาที่กลับไปกลับมา ระหว่างเดินทาง เพียงแต่ทุกทีที่อี้ หาตั๋วให้ทุกครั้งอี้จะระบุอาหารมังฯให้ ไม่มีเนื้อ หมูไก่ปลา เขาจัดให้  แต่พอลงพื้นดินปั๊บ ต้องรีบกลับมารักษาศีลกันด้วยชีวิตกันอย่างเดิม เพราะเหตุนี้ พ่อพราหม์จีรภาคจึงพูดว่า “ศีลของโยมแม่เคร่งยิ่งกว่าพระบางองค์เสียอีก”มันเป็นการรักษาศีลด้วยชีวิตแม้จะต้องหิวตาย เป็นไข้ตาย หรืออะไรก็ตาม ตอนนั้นเราสามารถแยกเวทนาได้แล้ว แต่ วันนั้น มันทุกข์ทรมาณ ด้วยความทั้ง เหนื่อย ทั้งหิว ทั้ง ง่วง ประดังกันเข้ามา หมดเรี่ยวแรงที่จะนั่งสมาธิมันหวิวๆจะเป็นลมให้ได้ จากการพักผ่อนไม่พอความดันลดวูบเหลือ 80/40.....ที่ร้ายที่สุดที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกก็คือ...มันกำลังจะเกิดขึ้นอีกเมื่อจานวาเดินทางไปอเมริกาครั้งนี้ แล้วมันก็จะเกิดขึ้นอีก ครั้งเมื่อจานวา เดินทางกลับจากอเมริกามาไทย.....ขันธ์ 5 ของมนุษย์ มันให้แต่ทุกข์ ให้แต่โทษ เบื่อมัน เกลียดมัน รำคาญมัน อยากทิ้งมัน....เต็มทีแล้ว

แต่ก็ยังทำไม่ได้ อยากเหลือเกินที่จะอยู่โดยไม่มีมันชีวิตเราคงจะสุขมากกว่านี้อีกหลายเท่า ..เพราะใจเราไม่เอามันแล้ว...แถมยังสกปรกไปด้วยมูตคูตรทุกซอกมุมอีกต่างหาก
กับขอประกาศว่า...ถ้าผู้ใดคิดจะเอาอาหารการกินมาให้เราระหว่างที่เราอยู่อเมริกา ขอให้รู้ว่า เราไม่เอา ของ ผัด ของ มัน ของ ทอด

เราขอเพียงผลไม้ 5 อย่างกับไข่ต้มแค่  2 ฟอง  หรือสลัด เป็นพอ จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

อมิตภาพุธ