Get Adobe Flash player

ต่ออายุขัย โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

เรื่องนี้ หากไม่เกิดขึ้นกับตนเอง ก็คงมาเขียนเล่าสู่กันฟังไม่ได้ เพราะ เขียนจากความจริงประสบการณ์จริงๆ ไม่ได้เขียนมาจากความจำหรือตำรา เพราะมันเกิดขึ้นกับแม่ แม่ของเราเอง ดังนั้น เรื่องนี้จะเป็นอุธาหรณ์ ให้คนที่ยังมีพ่อมีแม่ ที่ยังมีชีวิตอยู่ได้นำมาใช้ทำกันได้

ที่จริงอายุขัยของแม่หมดแล้วตั้งแต่ตอนแม่ 83 ปี ตอนอายุ 82 เริ่มบอกเค้าแล้ว เมื่อแม่มาล้มที่บ้าน ปัฐวิกรณ์ หน้าคว่ำลงกับพื้นซีเมนต์  แต่จะเป็นเพราะความอึดของแม่หรือ  เพราะกรรมเลี้ยงอะไรก็ตามแต่ ทำให้แม่ยังไม่ตายง่ายๆ ครูบาอาจารย์ ของ เจ้าออ้ม ฝากมาบอกว่า “ยังไม่หมด” พยายามจะบอกเราว่านี่แค่จิ๊บๆ

ของจริงกำลังจะมา จะโดนทั้งหมด 3 เด้ง  อันหลังนี้เรารู้เอง กับคนเดียวที่จะช่วยแม่ได้ คือเรา ตอนนี้แม่โดนเด้งแรกไปแล้ว คือล้ม  กำลังจะเสวยทุกข์ในเด้งที่ 2  และแล้วแม่ก็ตะเกียตตะกายกลับเมกาไปได้

อะไรที่เกิดขึ้นที่เมกาเป็นเด้งที่ 2 อันเกิดจากกรรมที่แม่ทำมา คือ จิตใจแม่ ทุกข์อย่างหนัก ด้วย 4 สาเหตุ 1 ตรอมใจอยากกลับมาเมืองไทยเพื่อซ่อมบ้านที่น้ำท่วมทุกปี 2 ร่างกายขาดสารอาหาร เพราะฟันแม่หัก กลับมาทำฟันเมืองไทยไม่ได้  3 อาหารการกินที่หาทานยากเพราะฟันเคี้ยวอาหารไม่ได้ คิดถึงของไทยๆ ขนม ไทยๆ อาหารการกินอย่างไทยๆ  4 ขาดเพื่อน หรือคนดูแล เพราะน้องชายออกไปทำงานทุกวัน เราก็อยู่เมืองไทย   แต่คำสั่งจากเบื้องบนส่งลงมาทดสอบแล้วว่า “เอ็งจะต้องอยู่ดูแลแม่ จนแม่พ้นขีดอันตราย เพราะเอ็งได้ อธิษฐานจิต ขอดูแลแม่ในช่วงสุดท้ายด้วยมิใช่หรือ?” แต่เพราะหาคนเข้ากับแม่ได้ ยาก ทั้งหมดนี้เราช่วยแม่ไม่ได้เลยตราบใดที่แม่ยังอยู่ที่อเมริกา ความตรอมใจของแม่ ทำให้แม่ยิ่งไม่ทานอาหาร กับเข้าร.พ. ฉุดเฉินที่ฮิวตั้น กับหมอ สั่งห้ามเดินทาง เพราะน้ำหนัก แค่ 30 กิโล สภาพร่างกายไม่เอื้อ แล้วยังขาดกำลังใจอีกด้วย  ตอนนั้นแม่อยู่ในห้องฉุดเฉิน เราอยู่ที่บ้านบุญรักษา ส่งกระแสความเมตตา ไปให้แม่พร้อม ทุ่ม บุญบารมีที่สั่งสมมาทั้งหมด เข้าต่อรองกับเขาว่า ขอแม่อีก  3 ปี กับขอให้เราได้ทดแทนคุณแม่ก่อนอย่าเพิ่งให้แม่เป็นรัย  ข้างบนเขายอม เพราะบุญเราถึง กับช่วงนั้น เราได้ ปล่อยปลา ทุกอาทิตย์ ครั้งละ 15-25 ตัวอุทิศส่วนกุศลให้แม่ทุกครั้ง กับซื้อโรงศพทีละ 32 โรง  ขอเพียงแม่กลับมาเมืองไทยให้ได้เท่านั้น อย่างอื่นเราจะจัดให้เอง  เรื่องแม่ต้องแก้กันที่จิตใจก่อนอื่น พอแม่กลับมาได้  เด้งที่ 3 อันเกิดจาก กรรมของแม่ ส่งผลทันที คือแม่มาล้มที่บ้านอีกเป็นครั้งที่ 2  ครั้งนี้เอาศรีษะด้านหลังลง ฟาดซีเมนต์ ดังเปรี้ยง  คุณแม่เจ้าตู่ล้มศรีษะฟาดเช่นกัน 3 วัน เสียชีวิตเลย ชะรอย กรรมของคุณแม่เราคงยังหนาแน่น เขาไม่ยอมให้ไปง่ายๆ ไปสบายเกินไป  จึงให้มีชีวิตอยู่รอดจากการล้ม เพราะเลือดไม่คั่งศรีษะ ไม่ร้าว มีเพียง เจ็บปวดกับทุกข์เวทนา ปวดศรีษะทานข้าวไม่ได้ มีอาการจะอ๊วก  พอล้มตัวนอนหรือลุก บ้านจะหมุน ระบบขับถ่ายไม่ทำงาน เพราะไม่มีอาหารให้ขับออกมา อย่าว่าแต่ ข้าวทานไม่ได้เลย น้ำ ยังขย้อนลงไปได้แค่วันละอึก 2 อึก สายตาอ่อนโรย ไม่มีเสียงพูด พูดไม่ได้ กระดุกกระดิกตัวแทบไม่มีแรง พูดกันไม่รู้เรื่อง เจ้าหมูแม่เจ้าเบน น้องสะใภ้เห็นสภาพแม่ขอไม่ยุ่งเลยฟันธงว่าไม่รอดแน่ ความจำ ไม่ปะติดปะต่อ เราเริ่มเยียวยาแม่ทางจิตใจก่อนอื่นคือให้แม่เห็นให้แม่รับรู้ว่าบ้าน ได้ซ่อม กำลังซ่อมอยู่เพราะแม่ฝั่งใจอยากซ่อมบ้านมา 20 กว่าปีแล้ว   กำลังใจแม่มาเล็กๆบ้างแล้วเมื่อรู้ว่า ได้ช่างมาซ่อมบ้านแล้ว   มีคนถามเราว่า “ทำไมเอาแม่ไปไว้ที่ บ้านพักคนชรา”  อันแรก เพราะกรรมของแม่เองที่จะต้อง โดนบีบบังคับให้อยู่ในสภาพเช่นนั้น  เพราะบ้านกำลังซ่อม ช่างต้องทุบ ห้อง สามห้อง ข้างๆบ้านทิ้ง เพื่อ สร้างห้องใหม่พร้อมห้องน้ำ และครัว  การทุบ ควัน ฝุ่น เสียงดัง กับเป็นช่วงเดือน มีนาเมษาฯ ที่ร้อนสุดของปี อีกทั้งห้องนอนแม่อยู่ชั้น 2 แม่หมดสภาพจะขึ้นบันได  บ้านนี้ ไม่มีครัว น้ำท่วมปิดตายมาก 20 กว่าปี เวลาเรากลับมาอยู่เมืองไทย ซื้อ อาหารสำเร็จ เวฟเอา ห้องน้ำ ก็ลำบาก หากแม่อยู่บ้าน แม่คงไม่รอดมาจนทุกวันนี้ กับใครจะดูแลแม่เพราะเราต้องคุมช่าง บางทีวิ่งซื้อของ  เรากลับคิดว่าข้างบน จัดทุกอย่างเตรียมให้เราหมด ว่า ให้พยาบาล ดูแลแม่ไปเลย ดั่งคำที่ว่า “ทางพุทธศาสนา ไม่มีคำว่าบังเอิญ

3 เดือนเต็มๆในบ้านพักคนชรา สภาพกายแม่ดีเล็กน้อย เพราะอากาศเย็นสบาย  แอร์เย็นๆตลอดเวลา อาหารการกิน พร้อมของว่างทุกข์มื้อ  แต่สภาพจิต ตกสุด จนคิดจะฆ่าตัวตาย ถึงกับเรียก ตรงนั้นว่านรก อย่าเอาแม่เข้าไปที่นั่นอีก สิ่งแรก คือเพราะเดินเองไม่ได้ จะไปห้องน้ำ เขาต้องจูง ใครจะมาจูงถ้าแม่ขอเข้าห้องน้ำวันละ 10 หน เขามีคนอื่นต้องดู อีก 30 คน  เขาจึงใส่ กางเกง ซับของคนแก่  ทำให้แม่ผู้ซึ่งไม่เคยกางเกงอย่างนี้ ถือเป็นของแปลกใหม่ในชีวิตที่สภาพร่างกาย กับใจ รับไม่ได้   ประการต่อไป ไม่ได้เห็นหน้าลูกหลานคนรู้จัก ยิ่งพอจิตรับรู้ว่าตนเอง ได้มาถูกทิ้งที่บ้านคนชรา  แม่ แทบขาดใจตาย เราทนนับวันนับคืนจะเอาแม่ออกจากที่แห่งนั้นให้เร็วที่สุด แต่มาทราบทางจิตเองภายหลังว่า บ้านหลังนั้นไม่ยอมรับแม่ มันทำให้เราตะเกียตตะกายจะเอาแม่ให้รอด โดยไม่แคร์ว่า วันนี้ตนเอง ทานข้าวหรือยัง สวดมนต์ หรือยัง นั่งสมาธิหรือยัง ขนม นมเนย หลายๆอย่างที่อยากกิน แต่ไม่กินเสียสละ ซื้อถวายพระที่ชื่อแม่หมด  มันกินไม่ลงด้วย  รู้แต่ว่าแม่บ่นอยากตาย แต่เราจะไม่ยอมให้แม่ตาย จะเอาทั้งกาย กับใจของแม่ให้รอดให้ได้   ไม่งั้นจะไม่ไปพบ ลูกศิษย์ ลูก หาที่อเมริกาเด็ดขาด เราทำอย่างไร? เรากู้ ทั้ง กาย กับ ใจ ของแม่ได้ สำเร็จ หรือไม่?  ก็ต้องตามอ่าน ตอน จบ

ติดตามอ่านบทความอเมริกันบ้านนอก ได้จากเฟตเราเพียงแห่งเดียว เบอร์โทรในอเมริกา 786—307-8290 เมืองไทย 085-660-2475 เชียงใหม่ 053-110-417

นักเขียน นักปฏิบัติ นักทำนาย

อมิตรภาพุทธ