Get Adobe Flash player

ต่ออายุขัย 2 โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

 

เป็นเวลาถึง 3 เดือนกว่าๆ จากปลายเดือนกุมภาพันธุ์ ที่เอาแม่เข้าบ้านพักคนชรา และซ่อมบายพร้อมๆกัน มันเหนื่อยสะสม มาตั้งแต่ตอนนั้น ตัวทดสอบมาเยือน เอากันให้ สุดๆ เลย กับขันธุ์ นี้ว่าจะมีขีดความสามารถรับความเหนื่อยได้มากเท่าไหร่  ส่งไปกระบี่ไม่ได้ไปเที่ยวนะ ไปทดสอบต่อ จากบท จากกรุงเทพ- สู่อ่าวนางกระบี่

 วันที่ 26 พฤษภาคม 14 หลังเรากลับจากไปพักร้อนที่กระบี่ แวะทำธุระที่หาดใหญ่กลับกรุงเทพฯแล้ว  เราตื่นเต้น นับทุกวินาที ที่จะเอาแม่ออกจาก บ้านพักคนชรา ตอนไปเยี่ยมแม่ที่บ้านพักคนชรา ทุกทีที่จะกลับ แม่ร้องจะมาด้วย “เอาแม่กลับด้วยๆๆๆ” เราต้องเดินน้ำตาซึมออกมาทุกครั้ง  อยากเหลือเกินที่จะ ปลดทุกข์หนักที่ทับถมจิตใจแม่อยู่  จนณ.บัดนี้ขณะที่นั่งเขียน ต้นฉบับนี้อยู่ ยังไม่เชื่อว่าตนจะทำได้ ทำทุกอย่างได้อย่างราบรื่น ซ่อมบ้านให้แม่เสร็จเรียบร้อย เอาแม่ขึ้นเชียงใหม่ โดยไม่มีอุปสรรคปัญญา ใดๆ อย่าง แรกคิดว่าแม่จะมาไม่ถึงเชียงใหม่ เมื่อเอากายแม่รอดออกจากบ้านพักคนชราได้แล้ว เราต้อง ยกระดับจิต สภาพจิตแม่ให้ออกจากห้วงทุกข์ ให้หมดให้ได้ จิตรู้บอกว่าถ้าทำได้ หมายถึงทางเข้าสู่ มรรค ผลนิพพานนั้น ใกล้เข้ามาแล้ว เพราะถือเป็นบุญใหญ่ ถือเป็นพระในบ้าน ทั้งๆที่ตลอดชีวิตเราจะต้องอยู่ห่างจากแม่ให้มากที่สุด เนื่องจากเราคุยกันไม่เกิน 3 คำ  เราจะเกิดโทษะ การทดสอบขั้นสุดท้ายนี้ เท่ากับตัดตัวโทษะให้ได้ขาดสนิดเด็ดขาด ครูบาอาจารย์ เจ้าออ้ม บอกมาว่า “ให้อดทนที่สุด เมื่อเห็นอะไร ต้องรับให้ได้” ทุกอย่างมันเกิดขึ้นที่บ้านบุญรักษา  แม่ทำล๊อดประตูห้องน้ำพังทั้ง 2 ห้องเราก็เฉย  แผนการแรก ที่เราจะทำคือ ให้เด็ก 2 คน ดูแลแม่ทุกเวลา แม้ เวลานอนให้นอนหน้าเตียงแม่ เอาชนิดเวลาแม่จะลงเตียง  ต้องเหยียบลงบนตัว เด็ก หรือ ขาเด็กทีเดียว แม่จะเกรงใจ หดขากลับ เด็กจะรู้ตัวตื่นเอาแม่เข้าห้องน้ำ    เด็กผลัดกัน  เด็กยินดีทำ อาบน้ำให้ หาอาหารให้ ซักผ้าให้แม่ หาขนม นมเนย ของหวานที่ขาดสมัยอยู่เมืองนอกมาให้ทานทุกวัน ขนม ไทยๆ ผลไม้  เป็นการเติมเต็ม สิ่งแรกที่แม่ขาดหายไปนานให้ครบก่อน คืออาหารการกิน จัดของอ่อนๆ ที่ง่ายต่อการรับทาน เพราะฟันไม่มี เช่นจมูกข้าวกล้อง นมผง Ensure   ข้าวโอ๊ต ผสม น้ำผึ้งนม ข้าวต้ม หมูหยอง และให้นอนห้องแอร์   เราจะอยู่ห่างๆแม่ คือมักทำงาน เขียนต้นฉบับ อยู่ในห้องทำงาน พอให้รู้ว่า เราอยู่ด้วย อยู่กับเราเท่านั้นเป็นพอ  ระดับจิตแม่จึงถูกยกขึ้นมาก เวลาจะเข้าห้องน้ำ เข้าได้ทุกเมื่อ เด็ก 2 คนพากันสับเปลี่ยนเอาแม่เข้าห้องน้ำ  ไม่ต้องใส่กางกางในคนแก่ให้รำคาญ สภาพกายใจดีขึ้นให้อยู่แบบธรรมชาติ ปรากฏว่าแม่ไม่เคยฉี่ใส่เตียงหรือ เบาะนั่งที่ใดๆเลย เวลาจะฉี่ ต้องเข้าส้วมเท่านั้น  เรากำชับให้เด็ก หาหนังสือพิมพ์ มาให้แม่อ่านทุกทีที่ไปตลาด  เพราะแม่ ชอบอ่านข่าวสารบ้านเมือง เวลานี้ ความจำแม่กลับคืนมาทั้งหมดแล้ว จำทุกอย่างได้ดี จำทุกคนได้หมด พูดเล่นพูดหัว กับเด็กสองคน  เราซื้อจาน ทีวี PSI มาติดที่บ้าน จอทีวี เรา กว้าง 40  นิ้ว มีร้อยกว่าช่อง ทั้งสารคดี ของธรรมชาติละครกีฬา เพลง แม่ชอบดูทีวีมาก ตอนอยู่เมกาแม่ขาด ข่าวสาร หนังละครทีวีตลกๆ พอมาอยู่บ้านพักคนชราที่เมืองไทย มีทีวีเครื่องเล็กๆเครื่องเดียว ในห้องโถง สายตาแม่ไม่ดี มองไกลไม่เห็น หูไม่ได้ยินชัด เจน แม่เลยอึดอัดขัดใจ  ครั้นมาเจอ เครื่องใหญ่ที่บ้านบุญรักษา จะเปิดเสียงดังเท่าไหร่ก็ได้ เพราะบ้านเราอยู่ไกลจากชุมชน เพื่อนบ้านไปทำงานกันหมด สภาพบ้านมีกล้วยไม้ดอกไม้ อากาศเย็นสบายเพราะเข้าฤดูฝน  เราได้ถ่ายภาพบ้านปัฐวิกรณ์ ที่ทำเสร็จ บริบูณร์ มาให้แม่ดู  บอกย้ำแล้วย้ำอีกว่า บ้านซ่อมเสร็จแล้วนะ  เพื่อให้แม่ได้รับรู้ เพื่อให้ทุกข์ที่ติดอยู่กับบ้านนั้น ปลดไป พร้อมทั้งบอกแม่ว่า เดี๋ยวถ้าแม่แข็งแรงกว่านี้ เราไปอยู่ บ้านกรุงเทพกันนะ แม่รับรู้จากนั้นแม่ไม่ สนใจจะไถ่ถามเรื่องซ่อมบ้านหรือบ้านที่กรุงเทพอีกเลย หมายถึงบ้าน นั้น ปลดออกจากจิตของแม่แล้ว  และความสบายที่แม่ติด อยู่กับบ้านบุญรักษา ทำให้แม่ไม่เคยรบเร้าขอกลับบ้านกรุงเทพ เหมือนจะลืมทุกอย่างไปหมด เมื่อแม่อยู่ บ้านพักคนชรา เหมือนถูกตัดจากโลกภายนอก เจ้าเบนหลานรักของแม่ เจสสี ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน จะโทรมาคุยด้วยก็ไม่ได้ เพราะคงไม่สะดวก กับทางบ้านพักคนชรา แต่พอมาอยู่บ้านบุญรักษา เจสสี กับเจ้าเบน ผลัดเปลี่ยนกันโทรมาคุย กับแม่กับยาย ทุกอาทิตย์ เราจะพาแม่ไปนั่งริมแม่น้ำปิง ในที่สงบไม่พลุกพล่าน มีร่มไม้ ลมพัดเย็นสบาย ให้แม่ได้ยกถุงปลา ไหล ปลาดุก โดยมีเด็ก  2 คนช่วยประคอง เพื่อให้ชีวิตกับเขา ปล่อยเขาให้เป็นอิสระ ปล่อยเขากลับคืนสู่ท้องน้ำ บ้านเดิมของเขา ล่าสุดที่ปล่อยปลาไหล 19 ตัว ปลาไหลตัวนึง ดีดตัวขึ้นมาวิ่งในน้ำไปไกล เกือบ 2 ฟุต  ด้วยใช้ปลายหาง ว่ายพื้นน้ำ เรากับ เด็ก 2 คนเห็น ดีใจกันมากที่เขา มีความสุขเมื่อพบกับอิสระภาพ  แม่รู้ว่าเอาแม่มาทำบุญ จิตของแม่ซึมซาบ ภาพที่มาทำบุญ ริมแม่น้ำปิงมาปล่อยปลาบ่อยเข้าๆ  จิตก็จะคลายจากความทุกข์โศรกเก่าๆ เอาบุญเข้าไปแทน ก่อนจากกรุงเทพมา ยัง นิมนต์พระมารับสังฆทาน ที่บ้านที่ซ่อมเสร็จ  ให้แม่มาเป็นประธานให้แม่ มาปลดเวรกรรมที่แม่ทำไว้กับเจ้าที่  นานๆทียังพาแม่ไปอาบ น้ำพุร้อนที่ดอยสะเก๊ต เป็นที่ถูกใจเด็ก 2 คนมาก เขาลงอ่างใหญ่อ่างเดียวกับแม่เลย

ความสุขที่แม่ได้รับจากทั้งหมด ปัจจุบันนี้ แม่เดินเหินเข้าห้องน้ำได้เอง โดยเราหาทาง ไม่ได้แม่ปลุกเด็ก ทำให้เด็ก 2 คน โทรม พักผ่อนไม่เต็มที่ เพราะแม่ลุกคืนละ 8-10 หน เราหาทางแก้ ด้วยการลากเตียง หวายที่แม่นอน มาขวางไว้หน้าห้องน้ำในตอนกลางคืน หากแม่จะลุกฉี่ ลงเตียงเข้าห้องน้ำ เกาะขอบประตู มือเปิดไฟ ก้นถึงโถส้วม ใน 2 นาที เด็กได้แต่คอยมองดูเท่านั้น ทุกวันนี้ แม่เลยลุกฉี่เอง  แม่เดินเข้าครัว ไปทานข้าวที่โต๊ะกับเด็ก 2 คน ไม่ต้องทานอาหารอ่อนๆอีกต่อไป ทาน ตำส้ม ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ทานข้าวธรรมดา นานๆ ทานข้าวต้ม ปลาเค็ม โจ๊ก พูดเสียงดังหยอกล้อกับเด็กได้ ติดเด็กสองคนมากบางทีจับเด็กมานั่งถักเปีย บางที บางทีชวนเด็ก 2 คนกลับเมืองไทย (ยังไม่แน่ใจว่าตนเอง อยู่ที่ไหน ) บางที บอก ลูกหลานทางโทรศัพท์ ว่า “แม่อยู่ออสเตรเลีบกับจิ๊ด”   แม่ทานอาหารได้ตามปกติ โดยยังไม่ได้ทำฟัน เด็กทานอะไร แม่ทานกับเขาได้ เรายกเลิกไม่ให้แม่ทำฟัน เพราะมีหลายซี่ที่ต้องถอน แม่มีอาการโรคหัวใจเล็กๆ เราจึงไม่เสี่ยงให้แม่ทำฟัน แต่จัดหาอาหารกับขนม นิ่มๆให้แม่ทานแทน แม่มีโอกาส ได้ไปนั่งหน้าหิ้งพระ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ พระอรหันต์ธาตุ ของเราทั้งหมด แม่สวดมนต์ เช้าสวดมนต์เย็น  อย่างที่เคย สวดผิดๆ ถูกๆ ไม่ปะติดปะต่อ แต่แม่จะต้องไปนั่งสวดมนต์ เช้าเย็นทุกวัน

ญาติโยม ก็ลองพิจารณา กันดู ว่าแม่หายดี เป็นปกติ จากนรก ที่แม่ โดนมา 3 เดือนที่บ้านพักคนชรา  ด้วยบุญบารมีของแม่เอง หรือจากของลูกผู้ปฏิบัติ ก่อนแม่ป่วย แม่เคยรักษาศีลอุโบสถทุกวันพระ ทานมื้อเดียวและไม่ทานเนื้อสัตว์ แม่ทำมา 35 ปี เกือบ 40 ปี  แต่เราผู้เป็นลูก  ทำมาแค่ 11-12 ปี ต่างกันตรงที่เราทำทุกวัน

นอกจากนั้นเรายัง หาหนทางให้น้องชายนายเจสสี ที่อยู่ฮิวตั้น  หันมาสวดมนต์ไหว้พระ ทุกเช้าเย็น เมื่อน้องชายสวดมนต์ เราสวดมนต์ แม่สวดมนต์ด้วย จึงเป็นอีกสาเหตุที่แม่มีความสบายใจ ทำให้แม่หายวันหายคืน  ปัจจุบันนี้ ถ้าเด็กหายไปตลาด หรือ หายไปจากข้างเตียงแม่ แม่จะเดินตามหาในบ้าน  เรายังให้เงินเดือนแม่ โดย แลกใบร้อย มา 25 ใบ  มันไม่ใช่มากมาย หรือมีค่าอะไรมาก แต่มันมีค่าต่อจิตใจของแม่ แม่คิดว่าไม่มีเงินไปตลาด ไม่มีเงินติดตัว เงินที่ให้ วันดี คืนดี แม่เอา มาแจกเด็ก  2 คน ว่า “ยายจะให้เงินเดือน” แล้วแม่ก็แจกเงินเด็ก ที ละ ร้อย สองร้อยบาท มันเป็นความสบายใจของแม่อีกจุดหนึ่ง ซึ่งเราได้รู้ล่วงหน้าแล้วกำชับกับเด็กไว้แล้วว่าทุกครั้งถ้าแม่ให้เงิน ให้เอามาใส่โหลใบนี้ไว้เสมอ เพื่อเอาไปซื้ออาหาร มาทานกัน  โหลใบนี้ ทุกอาทิตย์ เราจะใส่ เงิน ให้เด็กไปตลาดซื้อหาสิ่งที่ต้องการมาทำทาน กัน ตลาดชาวบ้าน ขี่จักรยานไป 4-5 นาที บางทีเดินไปกัน  ให้แน่ใจว่าเงินไม่ขาด อย่างต่ำ ต้องมีติด 8-900 บาท พอใกล้หมด ก็ใส่เพิ่ม กับไม่เคยสนใจจะไถ่ถามเด็ก ว่าวันนี้จ่ายไปเท่าไหร่ ทอนเท่าไหร่ เหลือในโหลเท่าไหร่ ใช้ไปเท่ารัยซื้อรัยมามั่งรู้แต่ว่า ในโหลจะหมด เมื่อไหร่ก็เพิ่ม ให้ ลงไปอีกเด็กก็จะถามเราว่าพี่จะกินรัย โชคดีที่เด็กคนนึงทำอาหารเจอร่อยมาก  เด็กจะถามยายว่ายายอยากกินรัยทุกวันเขาก็ทำกินกัน เราไม่เคย จู้จี้ ให้เด็กทำโน่นทำนี่ วันนี้ ทำนั้น วันนั้น ต้องทำนี่ ใคร ทำรัย ใครไม่ทำรัย เราไม่เคยเอาเวลา ไปตรงนั้น เวลา ให้กับงาน ที่มีแต่จะเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะต้นฉบับส่งหนังสือพิมพ์  กับการเตรียมตัวจะไปอเมริกาเท่านั้น  ขณะนี้ แม่หายเป็นปกติ จากอนิสงส์ที่เราเสียสละ ละทิฐิ ทุ่มเท เงินทอง ชีวิต เวลา ทั้งกายทั้งใจ เพื่อหาเงินมาดูแลแม่ กับจากอนิสงส์ ที่แม่ได้ต่อยอดรักษาศีลทุกวันพระ สวดมนต์ไห้วพระมาตลอดหลายสิบปี จน คุณ ยุพา หรือคุณเล็ก ที่ไม่พบกันมานาน กว่า 5 ปี ทักว่า “จานผอมไปนะ”

ทุกเช้าตื่นมามีอาหารตั้งบนโต๊ะ เด็กจะถามว่าพี่จะทานรัย เขาจัดหาให้ทุกอย่างเขารู้กันว่าพอ  พอเราสวดมนต์เสร็จ เราจะเดินมาโต๊ะทานข้าว เราทานข้าวเสร็จจะเข้าห้องทำงาน เย็นออกมาดูต้นไม้ ทำสวน เด็กคนนึงยังชอบทำสวน จัดการสวนดอกไม้ต้นไม้เราอย่างมีระเบียบ เปลยวน ราคาแพง ที่ซื้อมานาน ขึงไว้หลังบ้าน เด็กคนนึงพอทำงานเสร็จ จะชอบไปนอนเปลรับลมเย็นๆ ฟังเสียงนกกา ร้องดูท้องฟ้าดูนกกา เด็กรู้ว่า ภาคบ่าย จานวาจะมานอนเปล เด็กก็จะหายตัวไปนั่งดูทีวีกับยาย กับเด็กอีกคน เด็กๆรู้กันว่าเดี๋ยวพอจานว่างจากงานก็พากันไปเที่ยวโน้นเที่ยวนี้

ชีวิตเราทั้ง 4 มีความสุขที่บ้านบุญรักษา เด็ก ขออยู่ดูแลยายไปจนยายตายทั้งคู่ เพราะเขาสบายกันมากที่บ้าน “บุญรักษา” กับอดฉงนฉงาย ไม่ได้ว่า” อะไร ทำให้เราตั้งชื่อบ้านหลังนี้ ว่า “บุญรักษา” อะไรทำให้เรา รู้ว่า สักวันนึงในอนาคต จะเอาแม่มารักษา ทั้งกาย ทั้งใจ ในบ้านบุญรักษา หลังนี้  ถึงกับ หาบ้าน ตั้งชื่อบ้าน ว่า “บุญรักษา”ไว้ก่อนล่วงหน้า ถึง 4  ปี จึงไม่แปลกใจว่า แม่มีสิทธิจะมีอายุยืนนาน ไปถึง  86  หรือ 90 ปี อย่างไม่ยาก จากการต่ออายุของผู้เป็นลูก แม่ดี ขึ้น แต่เราโทรมลง จากพักผ่อนไม่พอ จาก การตรากตรำทำงานหนักเพื่อแม่ และแล้วคำตอบก็ผ่านลงมาว่า “เจ้าเอาแม่รอดแล้วทั้งกาย กับใจ เจ้าก็จะรอดปลอดภัยในทุกสถานที่ กับเจ้าไปดีแล้ว” ทั้งหมดนี้คือที่เราทุ่มเทให้กับแม่ขณะที่จบต้นฉบับนี้  เด็ก  2 คนนอนกองกันอยู่แทบเท้าแม่หน้าทีวี ดู สารคดี กับแม่เพลิน เป็นเหตุการณ์ ปกติที่เกิดขึ้นทุกวัน ...ค่าของคน วัดกันที่ผลของงาน” ....เราได้แม่คืนมาแล้ว 100% จากผลงานของเราเอง  ชีวิตแม่ก็ถูกต่อออกไปอีก แม้จะเล็กน้อย

ผู้ที่จะต่ออายุขัยตนเอง หรือมีสิทธิขอให้ผู้อื่นได้

1 ต้องเป็นคนที่บำเพ็ญเพียรสร้างกุศล มากกว่าหนี้เวรหนี้กรรมของตนเองในชาติก่อนๆ

2  ผู้ที่สร้างความดีหรือสิ่งที่เป็นบุญกุศลด้วยเหตุบังเอิญ ซึ่งมิได้จงใจมาก่อน กำหนดวันตายของคนผู้นั้น จะได้รับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นรางวัลส่งเสริมความดีงามจากเบื้องบน

3 คนที่ตลอดชีวิตประกอบแต่กรรมดี เช่น ปล่อยชีวิตสัตว์ ให้ทานช่วยเหลือคนยากจน  พิมพ์เผยแพร่หนังสือธรรมะ ช่วยคนที่ประสบ เคราะห์ กรรม บริจาคโลงศพเป็นต้น เมื่อบุญกุศลบริบูรณ์ก็จะต่ออายุได้

4 เมื่อตนเอง หรือคนในครอบครัว ในยามเจ็บไข้ได้ป่วย ถ้าจิต คิดสำนึกผิดได้ ยอมขอขมากรรมที่กระทำผิด ที่ทำไว้ ทั้งในอดีตชาติ กับชาติปัจจุบันที่แล้วๆมา อีกทั้งตั้งจิตอธิษฐาน ด้วยความศรัทธา ในพุทธ ธรรมสงฆ์ และด้วยความจริงใจ ส่วนมากจะได้รับความเมตตา จากเบื้องบน ประทานอนุญาตให้เปลี่ยนกำหนดวันตาย ต่ออายุขัยของตนเอง อกไปได้

ป.ล. อย่าเอาพ่อแม่เข้า บ้านพักคนชราเด็ดขาด  ใครที่ยังมีพ่อมีแม่อยู่  ถ้าทำเช่นนี้ เท่ากับฆ่าพ่อแม่เป็นๆทางอ้อม  กำลังใจของบุพพการี มีความสำคัญมากอย่ามองข้าม ...ใครที่ยังไม่สวดมนต์ ยังไม่สายเกินไป

ติดต่ออ่านอเมริกันบ้านนอกได้จากเฟตเราแห่งเดียว

เบอร์โทรติดต่อในอเมริกา 786-307-8290 หลังวันที่ 17 สิงหาคมไปแล้ว เรารับสายเอง  เมืองไทย 085-660-2475 เชียงใหม่ 053-110-417

นักเขียน นักปฏิบัติ  นักทำนาย

อมิตภาพุทธ