Get Adobe Flash player

ทุกที่มีแต่...เจอ โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

ปี 2009 ไปวัดอภัยคีรีที่เมืองยูคาย แถบ Santa Rosa แคลิฟอร์เนีย ไปหนแรกหนเดียว พบท่านปสันโน ที่ใครๆ ก็อยากจุดธูปหาท่านก็ยังหาไม่เจอ เพราะท่านหายากมาก...เราไปหนเดียวหนแรกเจอไม่ต้องนัดหมาย ท่านมอบชานหมากของหลวงพ่อสุภาที่ภูเก็ตให้เรา เรามอบพระธาตุของหลวงปู่มั่นให้ 1 องค์

พอเดือนมกราคม ปี 2012 ไปกราบพระอริยเจ้าที่ใครๆ ว่าท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้วที่ อ.แม่แตง เชียงใหม่ กับหนูเมจิค (ตุ๋ม จากซิดนีย์) ไปทีเดียว ฟลุ๊คเจอ  ปีนี้เลยเฮงตลอดปีมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามา ได้บ้าน ได้พบพระอริยเจ้าตามมาอีกหลายองค์  ที่วัดป่าหมู่ใหม่ องค์นี้ชื่อหลวงพ่อประสิทธิ์ ได้ทานข้าวก้นบาตรท่านด้วย เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาด

 วันที่ 18 พ.ค. 2012 ไปแม่ฮ่องสอน วัดป่าถ้ำวัว ไปหนแรกเลย พบหลวงตาสายหยุด ท่านมอบพระบรมสารีริกธาตุ อรหันต์ธาตุมาให้เยอะแยะ บอกว่า ของเพิ่งมาถึงจากกรุงเทพฯ เมื่อวานพอดี  โยมมาวันนี้รับไปเลย  ได้กลับไปกราบหลวงตาสายหยุดอีก เพื่ออัญเชิญพระอรหันต์ธาตุของหลวงปู่มั่นไปถวายเป็นการตอบแทนถึง 3 องค์  หลวงตาบอกจะบรรจุในเจดีย์กับได้คุยธรรมะกับหลวงตาอย่างถึงพริกถึงขิง  หลวงตาบอกให้กลับไปคุยอีกบ่อยๆ

วันที่ 16 ก.ย. 2012 คุณหมูตู่มาเยี่ยมเลยชวนอากรรณไปเที่ยวพระพุทธบาท 4 รอย ที่อ.แม่ริม กัน  แล้วมีสาเหตุให้ไปวัดบ้านเด่น ไปครั้งแรกครั้งเดียว  เพื่อไปถามปัญหาธรรมกับเจ้าอาวาส ชื่อครูบาเทือง  เพราะพบภาพเก่าๆของท่านแขวนอยู่ที่เสา ตรงบ่อน้ำทิพย์ทางไปพระพุทธบาท 4 รอย แค่จ้องมองภาพท่าน ท่านส่งจิตมาว่า “มาสิ แล้วโยมจะได้คำตอบ” ไปครั้งแรกครั้งเดียวเจอ ได้คำตอบธรรมะจากท่านจริงๆ ภายหลังพาคุณแม่ไปก็ไม่เจอ     พา หนูเมจิคไปก็ไม่เจอ จนคนเขาพูดกันว่า ใครจะไปวัดบ้านเด่นไปเจอแต่วัด เจ้าอาวาสไม่เคยเจอ ครูติ๋มที่เชียงใหม่บอก ป่านนี้ติ๋มยังไม่เคยพบตัวจริงท่านเลย เจ้าลีเพื่อนเราที่เชียงใหม่บอกเราว่า “หนูไป 3 ที ถึงเจอ พี่โชคดีชะมัดเลย”

วันที่ 11 พ.ย. 2012 หลังจากคณะของพวกเราที่นำหุ่นขี้ผึ้งหลวงปู่แหวนกับพระครูบาศรีวิชัย ไปมอบให้วัดหลวงปู่ใหญ่ที่ตาคลี (อ่านบท คืนแห่งความทรงจำ) พวกเราค้างคืน 1 คืน เช้าวันที่ 11 เราตัดสินใจแวะวัดอัมพวันของหลวงพ่อจรัญเป็นครั้งแรก

ทั้ง ๆ ที่ขับผ่านวัดไปเชียงใหม่มากว่าปีไม่เคยคิดจะแวะ มีผู้ติดตามที่โชคดี 4 คน สุมาอี้ (ไม่เคยพบหลวงพ่อเลย) คุณกิ๊ก (ไม่เคยพบเช่นกัน) เจ้าเพชร (เคยพบแล้ว) คุณปุ้ม (เคยพบแล้ว) และเราไม่เคยชมบารมีของหลวงพ่อเลยในชีวิต วันนั้นที่วัดเนืองแน่นไปด้วยผู้คน เพราะทางวัดทอดกฐิน จะแจ๊คพ็อตอะไรปานนั้น คณะเราทุกคนเลยร่วมกันใส่ซองใส่บาตรของหลวงพ่อจรัญ ร่วมทอดกฐินกับท่าน ลั้นลากันทุกคน

 14 ธ.ค. 2012 คุณแม่มาเยี่ยมบ้านที่เชียงใหม่ โดยเราให้นั่งเครื่องมาจากรุงเทพฯ แล้วหมูตู่ที่ติดใจบ้านจะขอมาเที่ยวบ่อยๆ ขึ้นมาแจม โดยมีโปรแกรมจะไปแรดแถวแม่สายกัน เลยชวนหมูตู่เข้าป่าที่แม่แตงไปหาใครคนหนึ่งที่เราคงใจอยากพบมานาน เพราะเที่ยวที่คุณเล็กจากแม่ฮ่องสอนชวนไปกราบท่าน แต่เราพลาดเพราะซิ่งไปกราบพระพุทธชินราชที่พิษณุโลกแทนก่อน ในบท “เซียมซีใบที่21” พอ ดีคุณแม่ทำแจกันดอกไม้ ซึ่งดอกไม้ทำด้วยเงินดอลลาร์ล้วนๆ เป็นดอกกุหลาบ จะเอาไปถวายพระ ให้เราพาแม่ไปถวายด้วย เราเลยอธิษฐานจิตจะไปถวายให้หลวงพ่อบัวเกศ ท่านไม่ค่อยมีชื่อ ท่านไม่ค่อยดัง เพราะท่านเก็บตัวมาก กับสถานที่ท่านพักอยู่หนทางสูงชันคดเคี้ยวเลี้ยวลดทางก็แคบมาก ไม่นึกว่าจะมีถนนเข้ามาถึงไกลขนาดนี้ ไปกันด้วยจิตใจไม่ค่อยดี เพราะไม่ทราบว่าท่านอยู่ไหม เบอร์โทรไม่มี มาตามเส้นทางที่คุณเล็กบอกมา ท่านปฏิบัติจนพระตถาคต พระสารีบุตรกับพระโมคคัลลานะมาปรากฏตัวเบื้องหน้าท่านมาแล้ว คุณตู่เป็นผู้ขับสีหมอก ทางขึ้นเขาชันกับน่ากลัวไม่แพ้ทางไปแม่ฮ่องสอน หลวงพ่อบัวเกศอยู่วัดตามแรงอธิษฐาน ในวันนั้นได้คุยธรรมะกับท่าน คุณแม่ได้ถวายดอกไม้ให้พระอริยเจ้าสมใจ

 18 พ.ย. 2012 รายการนี้ควรจะก่อน เพราะตกไป คุณหมูตู่พาไปทอดกฐินที่วัดธรรมปัญญา จ.นครนายก เพื่อพบพ่อพราหมณ์ งานนี้สะใจมาก ท่านแหวกฝูงชนเดินตรงเข้ามาหาเรา แล้วทักเลยว่า “แม่ ไม่ต้องไปนุ่งห่มผ้าขาวหรือบวชชีพราหมณ์หรอก เพราะจิตใจแม่บริสุทธิ์ยิ่งกว่าผ้าขาวเสียอีก กับแม่ได้เบื่อกายขันธ์สังขารนี้เต็มทนแล้ว งานนี้หนเดียวเจอเช่นกัน

 16 ธ.ค. 2012 คณะเราต่อไปเที่ยวเชียงรายกันโดยเราสืบทราบมาว่า “วัดห้วยปลากั้ง” ของอ.พบโชค ต้องแวะไปทำบุญปิดท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เอาคุณแม่ไปด้วย คณะเรามีเวลาที่เชียงรายแค่ 3 วัน 2 คืน อธิษฐานจิตไปทีเดียวขอพบท่านเลย วัดนี้พลาดไม่ได้ต้องไปให้ได้ เพราะเป็นสายพระโพธิสัตว์กวนอิม อ.พบโชค สายแม่กวนอิมโดยตรง บารมีท่านสุดยอด ท่านมีภาพถ่ายคู่กับนายกรัฐมนตรีในอดีตหลายท่าน ไปถึงวัดท่าน 4 โมงเย็น ท่านอยู่วัด ทุกคนได้คุยกับท่าน  ในตระกูลเราเขียนชื่อเราลงไปบนซองทำบุญทั้งหมด 4 คน พอท่านอ่านชื่อคนทั้งหมด 4 คน ท่านบอก วารุณี แก้วคำ ใคร คนไหน...ดีอยู่คนเดียว....จบ

เมื่อย้ายมาอยู่เชียงใหม่ น้าซี่ พาไปวัดพันเตา หลวงพ่ออาวรณ์ ที่พรหมน้ำมนต์ออกมาเป็นพระธาตุ  ไป ทีแรก เจอ ได้พรหมน้ำมนต์เป็นพระธาตุเต็มตัว ไปครั้งที่ 2 เจออีก แต่ครั้งหลังพาคุณหมูคุณตู่ไปถึง 2 ครั้ง หมูตู่ไม่เจอทั้ง 2 ครั้งจนปัจจุบัน

เป็น ไปได้อย่างไร ทุกที่มีแต่เจอ อยากรู้ว่าเป็นไปได้อย่างไร ลองไป ทาน ศีล ภาวนา สมาธิ และปัญญากันดู ให้ทำกันจริงๆ จึงจะมีวันอย่างนี้กับเขาบ้าง  ท้าย บทนี้จะเล่าความฝันที่ค่อนข้างประหลาดมากของเราให้ฟัง ซึ่งปกติแล้วจะไม่ค่อยฝัน ฝันอันนี้ติดตาคาใจ เพราะฝันใกล้รุ่ง ฝันปั๊ปพอฝันจบตื่นเลย เหงื่อแตกท่วมตัวเหมือนกลับมาจากแอ๊คชั่นในฝัน  จะ ว่าฝันร้ายก็ไม่ใช่ มันชวนให้ฉงนฉงายใจจริงๆ ภาพในฝันเหมือนนรกภูมิ ภูมิใดภูมิหนึ่ง แต่ไม่ใช่ มันเป็นโลกมนุษย์ เหมือนซ้อนมิติ ที่ไม่มีให้เห็นมากนัก เพราะฉากใหญ่ๆ เป็นท้องน้ำ มีภูเขาสูงใหญ่มากอยู่ตรงกลาง ที่เขาลูกนั้นต่างมีเวไนยสัตว์ที่เรียกกันว่ามนุษย์ มุ่งหน้าพากันป่ายปีนจะขึ้นให้ถึงยอดเขา หนทางที่จะถึงยอดนั้นประมาณไม่ได้ เพราะไกลจนกู่ไม่ถึง ลมหรือก็แรง ที่ยอดเขามีแสงไฟสว่างไสวขาวโพลนอยู่ จะเป็นแสงไฟหรืออะไรมิทราบได้ เพราะกระแสแห่งแสงที่ส่งมา ทำให้มนุษย์ทุกคนบ่ายหน้าไปทางทิศเดียวกันหมด อากาศก็หนาวเย็นยะเยือกยิ่งขึ้น สูงเท่าไหร่ความเย็นยิ่งสะท้าน ยะเยือกถึงกระดูก มนุษย์ที่พากันป่ายปีนเต็มตรงเชิงเขาไปหมดทั้งชายหญิง จนดูแน่นไม่มีที่ว่าง ต่างเบียดเสียดแย่งชิงกันเพื่อจะขึ้นหนทางที่ง่ายกับสะดวก บ้างถึงกับกระชาก ผลักไสกันออกจากหนทาง เบื้องล่างเป็นหาดทรายสลับโขดหินแหลมคม มีฝูงจระเข้ตามหาดหรายที่จ้องคอยจับกัดกินมนุษย์ผู้โชคร้ายที่จะพลัดพลาดลง ไปในน้ำ  รอบๆ ภูเขายังเต็มไปด้วยสิงสาราสัตว์ ฉลามได้คาบผู้โชคร้ายไปทึ้งกินกันหลายคนแล้ว เราไม่ได้เบียดเสียดกับเขาหรอก เพราะเราคงสู้แรงเขาไม่ได้ เราจึงค่อยๆ อ้อมไปตรงทางที่ไม่มีใครเขาไปกัน ทางนั้นจะมีไม้กระดานแผ่นเล็กๆ บางๆ ทอดอยู่แผ่นเดียวเสียวต่อการพลัดพราด อีกปลายด้านหนึ่งจะไปจบกับเขาลูกเดียวกัน เรียกว่าทางอ้อมที่ลำบากไม่ผิดนัก ภายใต้แผ่นกระดานเบื้องล่างลงไปเป็นงูเหลือม งูจงอาง จระเข้ ไม้กระดานลื่นมีตะไคร่ เราได้อธิษฐานจิตเลยว่าถ้าลูกจะถึงยอดเขาขอให้ข้ามไม้แผ่นเล็กๆ นี้ที่ไม่มีใครเขาเลือกข้ามกัน ให้ข้ามได้ด้วยเถิด ถ้าไม่ถึงอย่าทรมานลูกเลย ให้ลูกจบจอดแค่ด่านนี้ด่านแรก บุญวาสนาไม่ถึงก็ขอเป็นเหยื่อของงู ของจระเข้เถิด ลมแรงมาอีกเพราะเป็นชะง่อนเขา โตรกเขา ภาพมนุษย์นับหมื่นนับพันพากันปีนไป ไปเกือบถึง ¼ ของ ทาง จำนวนมากเห็นเราข้ามแผ่นกระดาน พากันตามมา แต่พอเห็นกับสัมผัสกับลมกันแล้วไม่กล้า จึงมีเราคนเดียว ทุกคนย้อนกลับไปทางสบายกันหมด เรานึกถึงพระพุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ คิดเสมอว่า “ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรม” คงไม่ปล่อยให้ตายกันได้ง่ายๆ  จำได้ในฝันใส่กางเกงชาวเลสีดำ เสื้อ T-Shirt สีน้ำตาลรองเท้าไม่มี  เรา มาถึงอีกปลายของสะพานได้อย่างไร โดยวิธีคืบคลานมาบนสะพาน กอดแผ่นกระดานแผ่นเดียวอย่างเหนียวแน่น แล้วกระดืบตัวแบบปลิงมาทีละคืบ ยิ่งขึ้นสูง หินยิ่งแหลมคม ยิ่งสูงขึ้นมาจำนวนคนที่เหลือยิ่งน้อยลงๆ ตอนนั้นเสื้อแสงกางเกงถูกหินบาดขาดวิ่นไปหลายที่ ตามเข่า ขา เท้า เลือดโชก มันแสบปร๊าบเข้าทุกทีที่แผลถูกน้ำ แต่ความรู้สึกอย่างอื่นเข้ามาแทนที่ความเจ็บปวด คือกลัวจะพลัดตกลงไปอย่างคนอื่นๆ เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนเป็นระยะๆ ของผู้ที่พลัดตกลงไป คนแล้วคนเล่า เบื้องหน้าเราเหมือนทางตัน เพราะไม่มีใครเขาใช้เส้นทางนี้ จะย้อนก็ไม่ได้ มาได้กว่าครึ่งทางแล้ว เพราะมันเป็นหน้าผาอยู่บนหัวเลย นกเท่านั้นที่จะบินขึ้นไปได้ ต้องใช้ปัญญากันอย่างสุดใจขาดดิ้น เสื้อแสงขาดเนื้อตัวมอมแมมเขรอะไปด้วยเลือด ด้วยตัวสติปัญญา พลันเห็นรากไม้เส้นเล็กพอเหมาะ พอที่จะรับน้ำหนักน้อยๆ ของเราได้ คนอื่นคงรับไม่ได้ รากไม้นี้เลื้อยลัดเลาะขึ้นไปยอดหน้าผาเหนือหัวเรา จึงอาศัยรากไม้ค่อยสาวไต่ขึ้นไป ไปได้ครึ่งทางเพราะดินร่วน รากไม้หลุดออกมา เราหลับตาคิดถึงพุทโธ ตัวดิ่งวูบตกลงมา มือเกาะรากไม้แน่นยิ่งกว่าปลิง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นไม่ปล่อยเด็ดขาด ถ้าจะตายรากไม้นี้ต้องอยู่ในมือ รากไม้มันหลุดออกไปแกว่งอยู่กลางอากาศ มีเวไนยสัตว์ 1 ตัว เกาะติด ลมเย็นวาบสัมผัสกาย  ลืมตาดูจึงเห็นว่า เขากำลังจะแกว่งกลับไปที่เดิม  หาก มือไวคว้ารากไม้กิ่งไม้หรืออะไรไว้ได้คงจะรอด แล้วก็คว้าไว้ได้จริงๆ เขาก็หยุดแกว่ง เราซบหน้ากับผนังหน้าผาเหงื่อแห่งความกล้าไหลเป็นทางเข้าตา  พัก แล้วค่อยๆ เหนี่ยวตัวขึ้นบนแผ่นหิน พื้นหินเย็นเฉียบ เขรอะด้วยตะไคร่ เสียหลักลื่นล้มไป จนเกือบพลัดตกลงไปเบื้องล่างอีก ลมบนกระโชก หนาวเหน็บเข้ากระดูก เลือดที่เท้า ไหลไม่หยุด ยามนี้ลืมตายลืมตัวหมดแล้ว งัยๆมันได้ตายแน่ แต่ขอดูสมถรรภาพ ของตนเองก่อนว่าจะขึ้นถึงยอดไหม กับอยากรู้ว่าแสงไฟนั้นคืออะไร ทำไมทุกคนจึงมุ่งหน้าไปทางทิศทางเดียวกันหมด นอนฟุบด้วยความเหนื่อย ตอนนี้ความหิวเข้ามาด้วย ฟุบไปได้ครู่ใหญ่กัดฟันปีนต่อ สังเกตว่าผู้คนหายไปไหนหมด ไม่มีใครเลย คงอยู่อีกด้านของภูเขา เสียงร้องยังดังไม่ขาด แสดงว่าพากันพลัดตกลงไปคนแล้วคนเล่า เป็นเหยื่อปลา หงายหน้าขึ้นมอง อีกไม่ไกล สภาพเราตอนนี้ไม่ต่างจากผ้าขี้ริ้วมอมแมม บอบช้ำ หิวโหย ท่วมไปด้วยเลือด รู้สึกเลือดที่หน้าผาก ไหลปนมากับเหงื่อ เข้าปากความเค็มของเลือด มันรู้สึกได้ นี่มันความฝันหรือความจริงกันแน่ เราอยู่ที่ไหน แต่กำลังใจยังดีมากอยู่ อยากรู้ว่าจุดสุดยอดคืออะไร แสงสว่างนั้นคืออะไร ทำไมจึงดึงดูดทุกคนนัก ลมแรงกระโชกพัดเราตกจากโขดหินที่เพิ่งขึ้นมาได้ ชะรอยบุญ ขาไปเกี่ยวขอนไม้อยู่ เหนี่ยวมือคว้าหมับเลย ก้มลงไปดูหากพลาดก็ตายอยู่ข้างล่างเลย หมดโอกาสกลับขึ้นมาอีก ลมแรงยังไม่พอ ฝนเทลงมายังกับฟ้ารั่ว แถมสายฟ้าแลบ ฟ้าผ่าลงมาตามภูเขา เสียงกรีดร้องจ้าละหวั่นไปหมด

อากาศ คืนนั้นเดือนไม่มืดมากนัก เราต้องสะดุ้งสุดตัวเมื่อศีรษะของใครคนหนึ่งที่คืบคลานผ่านหินก้อนใหญ่ เบื้องหน้าเราขึ้นมา เราทั้งคู่ต่างตกใจไม่นึกว่าจะพบใครอีกคน เธอเป็นผู้หญิง อายุประมาณ 40 กว่า แรงปฏิบัติอำนาจศีลของเธอคงแก่กล้าเช่นกันมิฉะนั้นเธอไม่มีทางขึ้นมาได้สูงขนาดนี้  แล้ว เธอก็มีสีหน้าดีใจเช่นเดียวกับเราที่จะได้สหธรรมิก กัลยาณมิตร ขณะที่สายตายินดีส่งให้กันนั้น เธอก็ต้องกรีดร้องขึ้นมา หงายหลังพลัดตกลงไปต่อหน้าต่อตาเรา ความรู้สึกตอนนั้นมันทำเรากลัวสุดขีด จนเป็นความบ้าความกล้าขึ้นมา ไต่พรวดๆๆๆๆๆ ลืมทุกอย่างแม้แต่ความตาย ไปหยุดฟุบหอบตัวสั่นอยู่เบื้องหน้าถ้ำที่มีแสงสว่างออกมาจากถ้ำนั้นเอง กระแสอะไรอุ่นๆ พร้อมกลิ่นหอม เราคงสลบไปนาน ฟื้นมาอีกทีมองดูเนื้อตัว ไม่อยู่ในชุดนั้นแล้ว ผิวพรรณผิดตา บาดแผลริ้วรอยบอบช้ำหายไปไหน หิวเอามือลูบท้อง มันไม่หิวแล้วนี่ เหมือนเพิ่งอิ่ม ก็ตะกี้เรานอนฟุบอยู่ตรงนี้ พอหายมึนจึงเดินตามแสงไฟเข้าไปในถ้ำ พบผอบพระบรมสารีริกธาตุมากมาย มีหลายผอบ มีหลายสี ต่างส่องแสงเรืองรอง เราจึงคลานเข้าไปกราบหมอบฟุบหน้าอยู่ตรงนั้น...คิดในใจว่าทั้งหมดจากเชิงเขา มีเราขึ้นมาได้คนเดียว มองไปรอบๆ ไม่มีใครอีกเลย แต่อบอุ่นเหลือเกิน ขอพักปฏิบัติธรรม บูชาพระตถาคตตรงนี้ต่อไปอีกนานเท่านาน ไม่ขอไปไหนแล้ว

 แล้ว ก็ตื่นขึ้นมาเหงื่อแตก นั่งใจหายใจคว่ำกับภาพที่คาตา เสียดายแทนหญิงผู้นั้น เธอเกือบจะถึงจุดหมายแล้ว แต่พลาดคงไม่พ้นเรื่องราคะแน่นอน ไปพิจารณาดูกันเอาเอง !!!  การ ปฏิบัติธรรมนั้น นอกจากจะต้องต่อสู้กับกิเลสทั้งหมด แล้วอย่างลากเลือด ต้องต่อสู้กับธรรมเองด้วย บางทีปฏิบัติมานานแรมปีแทบตาย ธรรมยังสงบนอนนิ่งอยู่ ไม่เคยปรากฏอะไรออกมาให้ได้ชื่นใจ ให้เป็นกำลังใจกันสักนิด มันเล่นตัว บ้าง ทดสอบลองใจเราบ้างว่าจะเลิกล้มไหม แต่พอยามหน้าสิ่วหน้าขวานกิเลสจะเอาเราถึงตาย ธรรมจะปรากฏตัวออกมายืนขวางหน้า ช่วยกันไว้ได้ทุกครั้ง ดั่งคำว่า ธรรมย่อมคุ้มครองผู้ปฏิบัติธรรมอย่างไรอย่างนั้น.....เป็นซะอย่างนี้

ติดต่อเราได้ที่ 085-660-27475 หรือ E-mail: This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.     ผลงาน WWW.ajanva.net

 อมิตาภพุทธ