Get Adobe Flash player

พิธีทอดผ้าป่า กับ พิธีทอดกฐิน ต่างกันอย่างไร โดย อ.จอยยย

Font Size:

 

    สวัสดีคะ เดือนนี้คิดว่าท่านผู้อ่านทุกท่านอิ่มบุญกันทั่วหน้า เพราะเดือนนี้เป็นเดือนทำบุญทอดกฐินตามวัดต่างๆ  มีท่านผู้อ่านสงสัยว่า พิธีทอดผ้าป่า ต่างกับพิธีทอดกฐินอย่างไรฉบับนี้ดิฉันจะมาอธิบายถึงพิธีทอดผ้าป่า เป็นการทำบุญอย่างหนึ่งของพุทธศาสนิกชน  แต่ไม่มีกำหนดระยะเวลาจำกัด จะทอดเมื่อก็ได้  และวัดหนึ่งๆ ในแต่ละปี จะจัดให้มีการทอดกัน และยังไม่เจาะจงเกี่ยวกับพระภิกษุ ที่จะรับผ้าป่าแต่อย่างไร

     ประวัติของความเป็นมาของพิธีทอดผ้าป่า ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าอนุญาติให้พระภิกษุทั้งหลายรับจีวรจากชาวบ้าน พระภิกษุเหล่านั้น จึงต้องเที่ยวเก็บผ้าที่เปรอะเปื้อนที่ชาวบ้านไม่ต้องการนำมาทิ้งไว้ เช่นผ้าห่อศพ เป็นต้น เมื่อรวบรวมผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยนำมาซักทำความสะอาด ตัดเย็บ ย้อม เพื่อทำเป็นจีวร สบง หรือสังฆาฎิ ชาวบ้าน เห็นความลำบากของพระสงฆ์ในการทำว่ายุ่งยาก และเป็นงานใหญ่  จึงนำผ้าไปทอดทิ้งไว้ ณ ที่ต่างๆ เช่น ในป่า ตามป่าช้า เมื่อพระภิกษุสงฆ์มาพบ เห็นว่าเป็นผ้าที่ผู้เป็นเจ้าของทอดอาลัยแล้ว คือไม่ต้องการ ก็นำเอามาใช้ พิธีการทอดผาป่า จึงมีขึ้นด้วยสาเหตุนี้

     ในอดีต การทอดผ้าป่า คือการนำผ้าไปทิ้งไว้ที่ดังกล่าว แต่ในปัจจุบันนิยม ต่างกันไป มีชื่อเรียกเป็น 3 อย่าง คือ 1.ผ้าป่าหางกฐิน หรือผ้าป่าแถมกฐิน 2.ผ้าป่าโยง 3.ผ้าป่าสามัคคี

     1.ผ้าป่าหางกฐิน ได้แก่ ผ้าป่าชนิดที่เจ้าภาพ จัดให้มีขึ้น ต่อจากการทอดกฐิน คือเสร็จแล้วก็ให้มีการทอดผ้าป่าด้วยเลย จึงเรียกว่าผ้าป่าหางกฐิน หรือผ้าป่าแถมกฐิน

     2.ผ้าป่าโยง ได้แก่ ผ้าป่าที่จัดทำรวม ๆ กันหลายกอง นำบรรทุกเรือ แห่ไปทอดแม่น้ำ จึงเรียกว่าผ้าป่าโยง จะมีเจ้าภาพเดียวหรือหลายเจ้าภาพก็ได้

     3.ผ้าป่าสามัคคี คือผ้าป่า ที่มีการแจกบอกบุญไปตามบุคคลต่างๆ สถานที่ต่างๆ แล้วแต่ศรัทธา โดยจัดเป็นกองผ้าป่ามารวมกัน จะเป็นกี่กองก็ได้ เมื่อถึงวันทอด จะมีขบวนแห่อย่างสนุกสนาน และบางทีจะมีจุดประสงค์ในการทอดเพื่อร่วมกันหาเงินสร้างถาวรวัตถุต่างๆ เช่นโบสถ วิหาร ในปัจจุบัน การจัดทำการทอดผ้าป่าชนิดนี้ จะเห็นว่าเป็นที่นิยมทำกันมาก และทำกันเป็นส่วนรวม เงินที่ได้ ก็นำไปซื้ออุปกรณ์ต่างๆ หรือนำมาสร้าง อาคารที่พักคนป่วยในโรงพยาบาล อาคารเรียน หรือนำไปซื้ออุปกรณ์การศึกษา หรือ อื่นๆ

     ในการทอดผ้าป่า เริ่มแรก เจ้าภาพต้องไปจ้งความประสงค์กับเจ้าอาวาส ว่าจะนำผ้าป่ามาทอด เรียกว่าเป็นการจองผ้าป่า เมื่อกำหนดวันเวลาเป็นที่เรียบร้อย แล้ว ก็ทำการสำคัญ สิ่งที่ต้องมีก็คือ 1. ผ้า 2.กิ่งไม้สำหรับพาดผ้า และ 3.อุทิศถวายไม่เจาะจงพระสงฆ์

     ในการตั้งองค์ผ้าป่า เจ้าภาพต้องจัดหาผ้าสำหรับพระภิกษุผืนหนึ่ง อาจจะเป็นสบง หรือจีวร ผ้าอาบน้ำฝน แล้วแต่ศรัทธา และนำสิ่งของพวกของใช้ที่จะถวายพระ เช่น สบู่ ยาสีฟัน ผ้าเช็ดตัว สมุด ดินสอ ปากกา มีดโกน หลอดไฟ และสำหรับเงิน หรือปัจจัย นั้นนิยมเสียบไม้ปักในกองผ้าป่านั้น

     ส่วนการนำผ้าป่าไปทอดนั้น ในสมัยโบราณ ไม่ต้องมีการจองผ้าป่า เมื่อเจ้าภาพพร้อมก็จะมีการจุดประทัด หรือส่งสัญญาณ ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง ให้พระภิกษุรู้ว่ามีผ้าป่า เป็นอันเสร็จพิธี

     แต่ในปัจจุบัน การทอดผ้าป่านับเป็นงานต่อนข้างใหญ่ คือต้องแจ้งทางวัดให้ทราบกำหนดการ ทางวัดจะได้เตรียมการต้อนรับ เมื่อถึงกำหนด ก็จะมีการแห่แหน เถิดเทิงกลองยาวหรือแตรวง เป็นทีสนุกสนานครื้นเครง และถ้ายิ่งเป็นผ้าป่าสามัคคี บางที่อาจมีมหรสฉลองที่บ้านเจ้าภาพเป็นที่สนุกสนาน

ต่อ /2   

                                อ.จอยยย โหรา

http//www.kammatan.com/board/index