Get Adobe Flash player

ตำนานพระฤษี โดย อ.จอยยยย

Font Size:

 

     สวัสดีคะท่านผู้อ่านเสรีชัยทุกท่าน  หลายท่านคงชินหรือเคยได้อ่านเรื่องราวของฤษี และชื่อเรียกต่างๆ กันไปตามความเคารพ และมีบางคนที่นำท่านไปบูชาที่หิ้งพระที่บ้าน เพื่อเป็นสิริมงคล แก่ตัวเอง และหน้าที่การงาน หรือชีวิตความเป็นอยู่ แต่เคยสงสัยไหมคะว่า ทำไมจึงมีชื่อเรียก หรือองค์ที่แตกต่างกัน ชื่อเรียกของพระฤษี มีหลายชื่อด้วยกันนะคะ เรามาอ่านทำความเข้าใจกันว่าแต่ละองค์มีที่มาที่ไปที่ต่างกันอย่างไรคะ

ำนานพระฤษีตาวัว  เล่ากันว่าในกาลก่อน ท่านเป็นพระภิกษุผู้ตาบอดทั้งสองข้าง แต่พระตาบอดรูปนี้ วิชาอาคมมาก ด้วยว่าท่านชอบเล่นแร่แปรธาตุ ท่านยังมีปรอทเองแสงก้อนหนึ่ง ที่วิเศษนักอีกด้วย พระลูกศิษย์ของท่านได้ออกหา ดวงตาศพคนตาย เพื่อจะควักออกมาให้อาจารย์องตนทำพิธีเปลี่ยนดวงตา แต่ทว่าหาดวงตาของคนไม่ได้ จึงควักเอาดวงตาของวัว ที่พี่งตายมาแทน พระอาจารย์ก็เปลี่ยนตาวัวใส่ตาของตน

แล้วใช้ปรอทวิเศษคลึงดวงตาทั้งสอง และทันใดนั้นดวงตาของท่านก็มองเห็นได้ทันที เพียงแต่ลูกตา ลักษณะคล้ายวัวเท่านั้น ต่อมาท่านลาสิกขาบท เพราะรู้ตัวตนว่าชอบทางคาถาอาคม เล่นแร่แปรธาจุ ท่านจึงไปประพฤติตนเป็นพระฤษี อยู่ตาเขาพงไพร จนชาวบ้านเรียกขานท่านว่า “พระฤษีตาวัว” นับแต่นั้น

ตำนานพระฤษีนารท  ตำนานแห่งดุริยะเทพศิลป์ พระฤษีผู้เป็นครูแห่งการร้องรำ การแสดง และการดนตรี นั้น มีนามเรียกขาน กันว่าพระฤษีนารท แต่อาจแตกต่างกันไปดังนี้ พระฤษีนารอด พระฤษีนารท บางตำรา ก็ว่าท่านมีนามว่า “พระปรคนธรรพ” บ้างในสายนาฎศิลป์ พระฤษีนารท ปรากฎประวัติความเป็นมาทั้งในคัมภีร์ทางคติฮินดู ในตำราอินเดีย และตำรานาฎศิลป์ของไทยเรา ส่วนใหญ่ล้วนกล่าวตรงกันว่าท่านเป็น “บรมครู แห่งนาฏศิลป์ และดุริยางค์ศิลป์ ผู้ที่จะบรรเลงดนตรี หรือรำฟ้อน ล้วนต้องไหว้ครู หรือ ครอบครูมาก่อน และ “ครู” หรือที่พวกศิลปิน เรียกขานว่า “พ่อแก่”

นั้นก็คือ พระฤษีนารท นั้นเอง

ตำนานพระฤษีตาไฟ  พระฤษีตาไฟ ปรากฎเกร็ดประวัติความเป็นมา ทั้งในคัมภีร์ ทางคติฮินดู ในตำราอินเดีย และ ของไทย เรา ตำนานหนึ่ง ของพระฤษีตาไฟ มีอยู่ว่า พระฤษีตาไฟ ก็เป็นพระฤษี 1          ใน 4 พระองค์  ที่ร่วมกันสร้าง “พระซุ้มกอ”  พระเครื่องระดับสุดยอด 1 ในพระเบญจภาคี  ซึ่งมีอายุเกินกว่าพันปี อันเป็นที่เคารพบูชาของคนไทย ชาวพุทธทั่วแผ่นดิน

     บางตำนานกล่าวว่า พระฤษีตาไฟ เป็นผู้สร้าง “พระท่ากระดาน” เมืองกาญจนบุรี ส่วนอีกตำนานหนึ่งเล่าว่า ท่านเป็นผู้สาปเมืองศรีเทพหรือ เพชรบูรณ์ ให้เป็นเมืองร้าง

     หลายตำนานกล่าวว่า พระฤษีตาไฟ เป็นฤษีที่ดุ แต่มุ่งบำเพ็ญภาวนา อยู่ในญานสมาบัติ อย่างเคร่งครัด และเป็นผู้ดำรงตน ถือศีลใฝ่ธรรมแน่วแน่ จนเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้วไปในสมัยนั้น

     ฤทธานุภาพ ของพระฤษีตาไฟ ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นพระฤษี ที่มีความดุอยู่ในตัว อันเนื่องมาจากท่าน สามารถเพ่งให้เกิดไฟลุกใหม้ได้อย่างน่าสะพรึง เป็นที่เชื่อกันว่า การครอบเศียรพระฤษีตาไฟ จะมีผลให้ผู้ครอบครูมีอำนาจบารมีสูง แคล้วคลาด ปลอดภัยจากคุณไสย และอาคมต่างๆ และยังมีญาณหยั่งรู้เสมือนมีดวงตาที่ 3 มองเห็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่เห็น เช่น เคราะห์ภัยต่างๆ บรรดานักโหราศาสตร์จึงนิยมครอบเศียรฤษีตาไฟ เพื่อให้เกิดญาณหยั่งรู้ที่พิเศษยิ่งขึ้นนั้นเอง

ตำนานปู่ฤษีนารอด  ปู่ฤษีนารอด หรือนามเดิมว่า”นะรอด” บางท่านว่าเป็นครูทางไสยศาสตร์ทางเขมร บางท่านว่าเป็นฤษีชั้นพรหมในคติฮินดูคือ “นารทฤษี” หรือ “พระนารถเทพมุนี” พระฤษีองค์หนึ่งในพระฤษีทั้ง 108 นั้นเอง ว่ากันว่าเป็นปู่ฤษีเป็นบรมครูเอกทางวิชาอาคม แล้วยังเป็นครูทางวิชาคงกระพัน แคล้วคลาด เสน่ห์เมตตา โชคลาภ การสักยันต์ และ สรรพวิชาแขนงต่างๆ ในคัมภีรพระเวทดังที่มีผู้ออกนามท่านว่า “พระฤษีนารอดยอดแก้ว หรือพระฤษีนารอดยอดปิฎก”

                                 อ.จอยยย โหรา

ต่อตอน2

 

https// ตำนานฤษี สืบสานวิชาคาถาอาคม

www facebook.com/RwmPhlKhmlangLay/posts/6074.....