Get Adobe Flash player

9 วัน กับแซม แชปแมน โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

การกลับมาออสเตรเลียครั้งที่ 3 นี้ ถูกกำหนดให้มาพบกับแซม (ชื่อสมมุติ)  ด้วยภารกิจที่เป็นไปไม่ได้ในเวลาเพียง 9วันเท่านั้นคุณอิ๊ด (ชื่อสมมุติ)  ผู้เป็นมารดาของคุณแซมแต่งงานกับชาวพื้นเมืองที่ควีนแลนด์ ลูกชายคนโตคือแซม ซึ่งทำให้เธอเจ็บปวดใจผิดหวังกับลูกคนนี้มาเป็นเวลานาน

 เราพบคุณอิ๊ดตั้งแต่มาออสเตรเลียครั้งที่ 2 ที่ซิดนีย์ที่ร้านอาหารไทยดินดี เพราะทางร้านเชิญไปดูฮวงจุ้ยและทุกคนที่ร้าน  จากนั้นทางร้านได้โทรบอกคุณอิ๊ดซึ่งอยู่ที่มลรัฐควีนแลนด์เกี่ยวกับความแม่นยำของเรา คุณอิ๊ดผู้ซึ่งไม่เคยดูหมอกับใครที่ไหนมาก่อน  ถึงกับบินจากควีนแลนด์มาพบเราที่ซิดนีย์  คุยกันครั้งเดียวเธอโดนนะจังงังมองเราด้วยสายตาอเมซิ่งจะหันไปว่าเพื่อนที่ร้านว่าบอกเราทุกอย่างเกี่ยวกับเธอ เธอก็ทำไม่ได้เพราะทุกอย่างที่เราพูดเกี่ยวกับสามีเธอลูกเธอ  มันเป็นความลับคับอยู่ในอกของเธอคนเดียว  ที่เธออึดอัดขัดใจมาเป็นเวลานาน  เธอจึงได้ไอเดียว่าเรานี่แหละที่จะช่วยเธอได้  แต่เรากำลังจะเดินทางกลับเมืองไทยในวันถัดไป  คุณอิ๊ดจึงขอร้องให้เรากลับมาอีกเธอจะส่งตั๋วให้เลยกับขอให้ไปที่ควีนแลนด์  ไปดูบ้านเธอกับไปช่วยเธอเกี่ยวกับลูกชายคนโต  เธอศรัทธากับให้เครดิตเราเกิน 100 เราจึงมีนัดกันต้นปี 2012 เราอยู่ดูCountdown ปีใหม่ที่ซิดนีย์กับหนู  เเมจิก เจ้าตุ่มเสร็จ  ตรงกลับเมืองไทยทำการอัญเชิญพระหลวงปู่มั่นขึ้นเขาที่ตาคลีเสร็จประมาณเดือนมิถุนายน  สุมาอี้จัดการเรื่องตั๋วให้แล้ว  เราบินมาลงกับคุณหน่องที่ซิดนีย์ที่เดิมเป็นครั้งที่ 3  คุณอี๊ดออกตั๋วจากซิดนีย์ไปควีนแลนด์ให้ พอเสร็จภารกิจที่ควีนแลนด์  ต่อไปแคนเบอร่าพบกับคุณนิกกี้  กับคุณริก กับเพื่อนชาวออสซี่ของเธอกลุ่มเดิมที่เคยพบกับเราแล้วในเที่ยวแรก

บทนี้เราจะพูดถึงภารกิจที่ผิดธรรมดาจนจบลงด้วยคำว่าเป็นไปไม่ได้ กับแซม แชปแมน จนมันทำให้หลวงตาสายหยุดแห่งวัด “ป่าถ้ำวัว” ที่จ แม่ฮ่องสอนเรียกเราว่า อ.ใหญ่ผู้แตกฉานทั้งฝ่ายบู้และฝ่ายบุ๋น นั้นเราทำอย่างไร เมื่อคุณอี๊ดไปรับเราที่สนามบิน  นำกลับเข้าบ้านอันใหญ่โต  แต่หาความเข้าใจกันในบ้านไม่ค่อยได้ ทันทีที่ได้สัมผัสกับบ้านและพบกับลูกชายคนโต เจ้าแซม  มันบอกได้เลยว่า  จะเสียเที่ยว ไม่มีทางใดๆ ที่จะสื่อกับเขาได้สามีคุณอี๊ดทำงานต่างเมือง นานๆทีจะกลับบ้าน  เขาทำเงินได้เยอะมาก กับรักคุณอี๊ดมาก  ตามใจทุกอย่างเงินหาได้เท่าไหร่ให้เธอหมดทำหน้าที่เลี้ยงลูกเองกับมือแต่เล็กทุกคน  จัดหางานที่สนามบินให้คุณอี๊ดทำแต่ความเป็นคนใจดีใจอ่อนของคุณอี๊ด  เธอจึงถูกทั้งทางเพื่อน ญาติพี่น้อง  รุมทึ้งเธอยิ่งกว่าเปรตกับปลิง  คนไทยด้วยกันนั่นเอง  ปกติเธอจะอยู่กับลูก 3 คนกับน้องชายเธอมาช่วยเลี้ยงหลานดูแลบ้าน  ซักเสื้อผ้าของหลานๆ ทำอาหารให้หลานกิน ชื่อเจ้านิล  น้องคุณอี๊ดเจ้านิลทำอาหารกับขนมไทยเก่ง  เขาจึงทำขาย  จิตใจของคุณอี๊ดดีมากบุญเก่าเพียบ  เพราะมีบ้านนอกจากหลังที่อยู่นี้ ให้เช่าอีก 2 หลัง  ที่สามีตามใจซื้อให้  เรื่องเงินทองจึงใช้กับอย่างสนุก โดยเฉพาะลูกชายคนโตที่อายุเกิน 25 แล้วยังเรียนไม่จบผลาญเงินพ่อแม่เป็นว่าเล่น กับลูกสาวคนกลาง จี้จี้กำลังอินเลิฟแล้วตัดสินใจ dropped การเรียนทั้งหมดเพื่อออกมาทำงานเก็บเงิน  เตรียมจะย้ายออกไปอยู่กับแฟนซึ่งกำลังทำคุณอี๊ดเครียดเพิ่มขึ้นมาอีก 1 เด้ง  มีเพียงเจ้าแจม ลูกชายคนเล็กอายุ 11 ปีที่เป็นที่ภูมิใจกับที่รักของพ่อแม่เพราะแค่อายุ 11 ปี เจ้าแจมได้เป็นแชมป์หมากรุกของโรงเรียกับเป็นผู้ปรึกษาของนักเรียนทั้งหมดเขาทำตัวเป็นผู้ใหญ่มากกว่าพี่ 2 คนรวมกันเสียอีก  ทุกวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ผู้ปกครองนักเรียนจะเข้าคิวกันขอจองตัวเด็กชายแจมไปค้างที่บ้าน ของตนเองเพื่อให้ลูกชายของตนได้เรียนรู้ ได้ใกล้ชิด ได้รับข้อคิดดีๆ  สิ่งดีๆ มาจากเด็กชายแจม  แจมจึงเป็นลูกเพียงคนเดียวที่  The Champman ฝากความหวังเอาไว้ มันจึงสร้างความกดดันให้กับแซมโดยที่ไม่มีใครในครอบครัวจับได้  เพราะจากภายนอกเขาเล่นหยอกแหย่กับน้องชายกอดรัดกันทุกวัน  จึงไม่มีใครมองเธอออกนอกจากเรา  เพราะแซมได้แอบอิจฉา แจมเงียบๆ มาเป็นเวลานานกับพยายามทำทุกทางเพื่อให้ตนเองได้เป็น somebody กับเขาขึ้นมาบ้าง เพื่อให้ทุกคนได้เห็นความเก่งความสำคัญของเขาหันมารักเขา ภูมิใจเขาเช่นเดียวกับน้องชายบ้าง

แต่ทุกที่ที่เขาพยายามมันมีแต่ติดลบ  เขาได้ออกไปทำงานด้วยเรียนด้วยกับทำเงินได้อย่างมากมาย เกินวัย เพียงแต่เงินทั้งหมดที่เขาหาได้ถูกพวกเปรตพวกปลิงทึ้งไปหมด  คือหมดไปกับเพื่อนแต่ตนเองมาเอาเงินพ่อแม่ไปใช้  นอกจากจะติดบุหรี่เหล้าสีแสงเสียง  ยังตกเป็นเหยื่อของเสือสิงห์กระทิงแรด  เพราะความใจดีไม่ทันโลกของแซม

ที่น่าหนักใจที่สุดคือคุณอี๊ดไม่เคยสอนลูกเรื่องสวดมนต์ไหว้พระไม่เคยพาเข้าวัดทำบุญ  แม้ภาษาไทยก็ไม่สอนแซมจึงเป็นลูกคนเดียวที่พูดภาษาไทยแทบไม่ได้เลย แถมไม่รู้เรื่องพุทธศาสตร์เป็นพื้นฐาน เพราะตัวคุณอี๊ดเองเธอชอบทำบุญเป็นประธานทอดผ้าป่า  กฐิน แต่เธอไม่เคยคิดจะสวดมนต์หรือนั่งสมาธิเลย แม้จะเป็นชาวพุทธก็ตาม  เมื่อเธอไม่ทำแล้วลูกจะทำได้อย่างไร  ในเมื่อแม่มันยังไม่เอาดีจนอายุเธอปาเข้าเลข 5 ขึ้นหน้าแล้ว  อย่างไรก็ตามคุณอี๊ดพูดกับเราด้วยความหวังทั้งหมด  เธอต้องการลูกคนโตของเธอคืนมันกัดกินใจเธอมานานที่เธอสื่อกับลูกคนนี้ไม่ได้เลย  เธอฝากความหวังไว้กับเรา  เธอยอมรับว่าเธอเลี้ยงลูกมาผิดเองแต่แรก  ตอนนี้ไม้แก่แล้วมันดัดไม่ได้  มีแต่จะ grow up grow outไปตามทิศทางของมันตั้งแต่วันแรกที่เราพบแซมที่บ้าน  เขามีแฟนสาว  ตามมาคุมแจอยู่ข้างเขาทุกวัน  คุณอี๊ดเล่าว่าแฟนแซมรักกันมา 14 ปีเรียนจบแล้ว  แต่รอให้แซมเรียนจบอยู่  เพื่อจะรอเปิดทำธุรกิจด้วยกันจนแล้วจนรอดแซมไม่จบซะที  จนผู้เป็นพ่อทนไม่ได้ยื่นคำขาดให้เรียนอีก 2 ปีสุดท้ายหลังจากนั้นจะเลิกส่งเสีย แซมอย่างเด็ดขาด  เส้นตายถูกกำหนดออกมาแล้ว

บางสิ่งบางอย่างบอกเราว่า ถ้าลองเบื้องบนได้จัดฉากให้เราได้มาพบแซม  แซมได้มีโอกาสพบเราแล้วละก็  แสดงว่าต้องสำเร็จปาฏิหาริย์ มันเกิดขึ้นได้ทุกวัน  คำว่า “บังเอิญ” ไม่มีในพุทธศาสนาทุกอย่างถูกกำหนดมาหมดแล้ว  จิตใจของแซมพอจะซ่อมได้แต่มันจะยากกว่าทุกกรณี  เพราะเขาไม่รู้ภาษาไทย  ไม่รู้พุทธศาสนา เท่าที่ควรจะรู้  ลองจับจิตใจเขาดู จิตรู้บอกว่า “ซ่อมแซมได้”แต่หนทางไหน  วิธีไหนเล่า  เราจึงจะเข้าถึงเขาได้ในเวลาที่จำกัด คุณอี๊ดเคยเล่าให้เราฟังว่า มีอยู่หนหนึ่งเขากับสามีตัดสินใจกลับไปทำธุระกิจที่เมืองไทยไปติดอยู่กับความเซ็งและความผิดหวังกว่าปี ทิ้งบ้านกับลูกไว้ให้ดูแลกันกับเงินก้อนหนึ่งโดยให้แซมลูกคนโตดูแลทั้งหมด  เมื่อกลับมาควีนแลนด์พบว่านอกจากเงินสดจะหมดเกลี้ยงแล้ว ข้าวของเฟอร์นิเจอร์ที่ล้ำค่าก็หายไปจากบ้านหมดเหลือแต่บ้านเปล่าๆ  เมื่อถามแซมเขาบอกว่าเขาจำไม่ได้มันมาก ภายหลังคุณอี๊ดเล่าว่าไปเจอข้าวของเหล่านี้ที่บ้านแม่ของแฟนบ้าง บ้านเพื่อนของแซมบ้าง นัยว่าใครอยากได้อะไรแซมยกให้หมด  อย่างนี้จะว่าเขาเป็นคนเลวได้อย่างไร  เอาเป็นว่าเขาดีเกินไป ดีจนไม่สามารถจะอยู่ในหมู่ของเปรตกับปลิงเหล่านี้ได้

เราใช้เวลานานมากคุยกับคุณอี๊ดเพื่อให้เห็นความสำคัญเรื่องอำนาจแห่งพระพุทธคุณ  อำนาจของพระธรรมคุณ กับสังฆคุณให้เธอฟังกับชี้แจงให้เธอเห็นว่าในโลกนี้ ไม่มีแสงใดๆ จะเทียบเท่าแสงแห่งปัญญากับการที่จะได้ตัวปัญญามา  จะต้องเกิดจากการฝึกสมาธิ  เพื่อให้ได้ตั้งสติเมื่อสติมันระลึกได้  ปัญญามันก็จะแจ้งเอง  กับเราบอกคุณอี๊ด “อย่าไปบอกแซม อย่าไปเร่ง หรือพูดให้แซมรู้เรื่องเรา อย่าให้แซมมาคุยกับเรา  อย่าให้แซมรู้ว่าเรามานี่ เพื่อแซมโดยเฉพาะ ขอให้คุณอี๊ดอยู่เฉยๆ ทำทุกอย่างตามปกติ  อย่าให้ไก่ตื่นซะก่อน”  คุณอี๊ดก็รับปาก  แต่เธอจัดคิวเพื่อนๆ เข้ามาตรวจสอบดวงชะตากับเราทุกวัน  คนมาไม่ขาดกับมากขึ้นๆ   จนแซมกับจี้จี้สงสัยกันว่าคนมากันทำไมที่บ้านเยอแยะ  คุณอี๊ดจึงบอกความจริงไปว่าเราเป็น fortune teller ที่ดังกับแม่นยำมาก ดังมาจากเมกา เธอบอกเพียงแค่นี้ไม่ยุแหย่ให้ลูกเข้ามาดู เพราะเราสั่งห้าม  เพราะ แผนของเราคือเราต้องการให้แซมเข้ามาหาเราเองด้วย “ตัวศรัทธาของเขาเองตรงนี้เป็นส่วนที่ยากมาก มากกว่าการที่เราจะต้องสอนเขาทุกอย่างเป็นภาษาอังกฤษเสียอีก

ตั้งแต่คืนแรกเลยที่บ้าน The Champman ที่คุณอี๊ดให้เรานอนในห้องลูกชายคนเล็กทุกคืน  ทุกเช้าเราจะตื่นก่อนเพื่อน เพื่อสวดมนต์ สวดดังๆ ลั่นบ้านเพราะทุกห้องแง้มประตูนอนกัน  เสียงสวดมนต์ของเราทุกเช้าค่ำมิได้ทำให้คนเหล่านั้นฟังกันเพลินแต่อย่างเดียว  แต่มันได้ไปปลุกกระตุ้นต่อมสามัญสำนึกของใครบางคนขึ้นมาว่า “ข้าก็เป็นพุทธควรจะสวดมั่ง ” เพราะเจ้านิลน้องชายคุณอี๊ดมากระซิบบอกเราว่า “พี่พี่ ไอ้อี๊ดมันไปงัดหนังสือสวดมนต์ออกมานั่งสวดด้วยความ ลำบากมากแล้ว เพราะมันอ่านไม่ค่อยออก  ก็มันมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่อายุ 17 จนจะ 60 ปีแล้ว มันอ่านบาลีอะไรไม่เป็น”  ภายหลังเราจึงบอกคุณอี๊ดว่า “พี่อนุโมทนานะยิ่งสวดลำบากยิ่งอ่านยากแค่ไหนแต่ลากไปจนจบ  จะได้อนิสงส์มากเพราะขนาดอ่านไม่ออกยังสวดจนจบ  เธอได้ตัวศรัทธากะวิริยะไปแล้วนะ  กับตัวเจตนาก็ได้ด้วย  ข้างบนเขาอนุโมทนาสาธุ  สวดไปเรื่อยๆ  ต่อไปจะค่อยคล่องขึ้นเองกับชีวิตความเป็นอยู่ทุกอย่างจะดีขึ้น  เมื่อพักอยู่ที่บ้านคุณอี๊ดเราจะสวดมนต์ ทั้งเช้าเย็น  ช่วงไหนที่ว่างไม่มีคิวคนเข้าพบสวดเที่ยงอีกรอบ  แถมเวลาไม่มีคิว เราจะนั่งอยู่ในห้องบนพื้น นั่งสมาธิไม่ลุกไปไหน  ไม่ว่าจี้จี้ แจมหรือแซมเดินผ่าน  ทุกคนจะเห็นเรานั่งสมาธิ  อยู่กับที่ประจำเพราะประตูแง้มไว้โดยจงใจ  บังเอิญช่วงนั้นตรงกับเดือนจูราย อากาศที่ออสเตรเลีย  หนาวเย็น เราจึงมักนั่งสมาธิ ขลุกอยู่แต่ในห้อง เวลาผ่านไปได้ 5 วันจี้จี้ ทนไม่ได้อยากเข้ามาตรวจเช็คดวงกับเรา  เมื่อเธอได้ข้อมูลทั้งหมดเธอตกใจมากไปบอกพี่ชายเจ้าแซม วันที่ 6 แซมขอมาตรวจดวงชะตาบ้างเราคิดอยู่ในใจว่า  ปลาได้ตอดเบ็ดแล้วแต่ยังไม่ติดเบ็ด

เราได้ใช้ระบบ 2 ดวงอธิบายให้ เขาฟัง  เขาเอาแม่กับแฟนเข้ามานั่งฟังด้วย  คิดว่าเป็นเรื่องสนุก  ไม่นานสีหน้าเขาเปลี่ยนไปจากคำพูดของเราทั้งหมด  พอจะเข้าดวงที่ 2 ซึ่งมันหมายถึงอนาคตข้างหน้าของเขาจะจบลงอย่างไร  มันไม่สนุกต่อไปแล้ว  เขาเริ่มเอาเป็นเรื่องซีเรียดถึงกับขอฟังดวงที่ 2 คนเดียว ไล่แม่กับแฟนออกไป  เท่านั้นละเราได้พูดถึงปมด้อยในชีวิตเขาความผิดพลาดของเขา กับอะไรที่น่ากลัวที่รอคอยเขาอยู่ข้างหน้า  เขาตกใจจนน้ำตาซึม  ตาแดง  กับเมื่อเราถามเขาว่า  อยากจะออกจากจุดนี้ไหมทางออกมันมีอยู่   “ please”เขาตอบรับทันทีด้วยความศรัทธา เชื่อในทุกคำพูดของเรา  ง่ายๆ นายลองตั้งเป้าหมายเอาไว้สิว่าจากนี้ไปอีก 2 ปีข้างหน้า จะไม่ยอมใช้เงินของพ่อแม่อีก  เราพูดให้เขาเห็นว่า  ทุกดอลล์ที่พ่อหามาได้  เขาผลาญไปอย่างง่ายๆ แต่ตนเองทำงานหาเงินได้เงินมาเยอะแยะกลับให้เพื่อนผลาญหมด  ยูจะต้องมีความรับผิดชอบเรื่องเงินให้ดีกว่านี้  ไม่งั้น  นอกจากจะผิดหวังทั้งหมดแล้วแฟนยู ยังจะทิ้งยูด้วยตอนอายุ 29 พูดถึงตรงนี้เขาตกใจมาก  แทบขาดใจปากสั่น กลัวไปหมด เขายอมตั้งปฏิปทานเลยว่า อีก 2 ปี จะเลิกใช้เงินพ่อแม่ต่อไป คุยกับเขาเสร็จเรากลับเข้าห้อง สวดมนต์นั่งสมาธิ  ส่งกระแสจิตไปที่แซมเหลือเวลาอีกเพียง 2 วันเราจะจากครอบครัวเขาไปแล้ว  เราไม่ได้พูดกับแซมเรื่องทำสมาธิอะไรเลย ลองวางระเบิดเวลาเอาไว้ว่าเมื่อมัน click จะระเบิดไหม  ถ้ามันระเบิดคราวนี้ปลาไม่ตอดเบ็ดหรอก  แต่ปลาจะติดเบ็ดเลย

ขณะเดียวกันปล่อยข่าวให้รู้กันว่า อีก 2 วัน จะไปแคนเบอราแล้ว

 เรามาดูกันตอน 2 ว่าระเบิดเวลาลูกนี้จะได้ผลไหม ถ้าได้ผลแซมจะต้องมาเคาะที่ประตูห้องเรา ด้วยการจงใจและศรัทธาอย่างแก่กล้า ต่อตอน 2

ติดต่อเราได้ที่ 085-660-2475 หรือ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. ผลงานที่ www.ajanva.net