Get Adobe Flash player

พระอนาคามี 3 โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

        บทที่ 2 ได้เขียนถึงวิธีทำจิตให้สงบเยือกเย็นโดยไม่ต้องนั่งสมาธิ โดยให้ใช้กรรมฐาน 2 ตัว ไปแล้ว คือพุทธานุสติ กับเมตตา เมตตาญาณนี้ ถ้าใครมี ยังตัดโทสะกับความพยาบาทอาฆาตลงได้ เท่ากับจำกัดนิวรณ์ 5 บางตัวลงไปได้  จะเห็นว่าเมตตาตัวเดียวมีคุณอย่างอเนกอนันต์ประมาณไม่ได้ จะเล่าประสบการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานจากเรื่องนี้ให้ฟัง อันเกิดขึ้นกับเราเอง คุณพ.จากบท "เพื่อนจากต่างภูมิ4" หายเงียบไป เธอยู่ซิดนีย์ เธอมีปู่นารอดกับปู่ฤษีนารายณ์ดูแลเธออยู่ เธอมีความทุกข์มากเรื่องที่อยู่ หาที่อยู่ไม่ได้ อากาศที่ซิดนีย์ก็หนาวเย็น ติดต่อครั้งล่าสุดเธอบอกว่า "ปู่ฤษีนารอดไม่รู้หายไปไหน" จากนั้นเธอก็ไม่ติดต่อมาเกือบ 2 เดือน พอดีตรงกับช่วงเราจำศีล 9 วัน ปิดวาจา ไม่ติดต่อใคร ไม่ว่าทางไหนๆ และทานกล้วยน้ำว้าวันละ 3 ลูกกับน้ำเปล่าเท่านั้น กับใช้เวลาปฏิบัติ เมื่อเราปฏิบัติ เราได้แผ่เมตตาไปให้คนรอบตัว รวมคุณพ.   ด้วย พอออกจากจำศีลมาได้เกือบ 2 อาทิตย์ เราลองส่งจิตอย่างแรงๆไปที่เธอ เพราะอยากคุยกับเธอ วันรุ่งขึ้นเธอโทรมาจริงๆ  พอคุยกันได้สักครู่ เธอถามขึ้นมาเองว่า "อาจานแผ่เมตตามาให้หนูใช่มั้ย" "เรารู้ว่าเธอกำลังแย่ เออ ขอถามเลยว่าแย่อยู่จริงๆหรือเปล่า" "อาจาน ปู่ทั้งสองทิ้งหนูเลย ไปจำศีลกันหมด หนูล้มลุกคลุกคลานหาบ้าน 2 อาทิตย์ ย้าย 3 ที่ กว่าจะเข้าที่เข้าทาง ..ลากเลือด"  

        ตัวที่ 3 คือ มรณานุสติ คิดถึงความตายตลอดเวลา ดั่งที่พระตถาคตท่านทรงตรัสไว้กับพระอานนท์ ถ้าไม่ดีจริงท่านคงไม่กล่าวเช่นนี้ สำหรับนักปฏิบัติทุกท่านนั้น ส่วนมากพอเพ่งอสุภะ อสุภัง จะโดยอัตโนมัติหรืออะไรก็แล้วแต่ ส่วนมากเขาจะคิดถึงความตายด้วยกันแทบทั้งนั้น ว่าซากศพที่พิจารณานั้นคือตัวเขาเอง ซึ่งอีกไม่ช้าไม่นานเขาก็จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ …จงสงบเสงี่ยมเจียมตัวเข้าไว้...คิวเอ็งรออยู่ข้างหน้า

        การคิดถึงมรณานุสติ คิดได้ตลอดเวลาไม่เฉพาะเวลานั่งสมาธิ คนที่ไม่นั่งสมาธิ ไม่สวดมนต์ไหว้พระ ก็ทำได้ เพราะนอกจากจะทำให้จิตใจสงบเยือกเย็น ยังทำให้มีสติอยู่ตลอดเวลาไม่ประมาท เพราะกลัวตาย ได้ทั้งตัวสติมา ได้ทั้งความสงบเยือกเย็นของจิตใจ โดยไม่ต้องทำอะไรอื่นใดอีกเลย แถมยังทำให้ไม่ประมาทใช้สติคุมทุกย่างก้าว เพราะหวั่นเกรงต่อความตาย แม้จะมีเรื่องราวอะไรกับใคร จะผูกพยาบาทโกรธใคร ก็ทำไม่ได้ เพราะระลึกอยู่เสมอว่า จะตายกันเมื่อไหร่ ตอนไหน ที่ใด ตายกันได้ทุกเมื่อ จะตายเดี่ยว ตายหมู่ หรือตายหยังเขียดได้ทุกเวลา จะมากัดมาโกรธกันไปยัย คนเราอยู่กันไม่ถึงร้อยปีก็เดี้ยง นอกจากนั้นยังตัดความโลภ จะซื้อหาเอามา ขวนขวายให้ได้มี ได้มา ได้เกิด ได้เป็นไปทำไม ไม่อยากได้ อยากเด่นอยากดังอะไรหรอก  เดี๋ยวตรูก็ตายแล้ว มรณานุสติ พุทธานุสติ เมตตาญาณ ยังสามารถทำคู่ไปกับอานาปานสติ คือจับลมหายใจ แน่อยู่แล้วการจับลมหายใจ หรืออานาปานสติ ยังเป็นกรรมฐานกองเดียวที่ดึงกรรมฐานกองอื่นมาร่วมด้วยได้ คือเวลาเราหายใจเข้า หายใจออกก็นึกถึงมรณานุสติไปด้วย ให้ทำให้ได้ทุกวันบ่อยๆ  คิดว่าร่างกายเราประกอบไปด้วยธาตุทั้ง 4 ถ้าขาดธาตุใดธาตุหนึ่ง เราอยู่ไม่ได้ คิดทุกวันคิดบ่อยๆ จิตจะสงบได้โดยไม่ต้องนั่งสมาธิ กับอานิสงส์ยังประมาณไม่ได้

        อันที่ 4 อสุภกรรมฐาน แทบจะเป็นข้อบังคับของนักปฏิบัติทุกท่านที่จะต้องจับอสุภกรรมฐาน พระป่าสายพ่อแม่ครูบาอ.มั่น เป็นที่ยอมรับว่า แนวทางของหลวงปู่มั่น นำคนพ้นทุกข์มากที่สุด เร็วที่สุด ขอบอกว่าใครยิ่งเพ่งอสุภะได้ชัดเจนยาวนาน สมาธิจิตตั้งมั่น ภาพคมชัด สติคุมอยู่ตลอดได้นานเท่าไหร่ บ่อยเท่าไหร่ จิตใจยิ่งสงบเยือกเย็นมากเท่านั้น เพราะจิตมันทั้งได้เห็น ได้สังเวช ได้สลดหดหู่ว่า นั่นคือกายขันธ์ที่มันอาศัยอยู่ ไม่ช้าก็จะอยู่ในสภาพนี้จริงๆ ทำให้จิตถอนจากกามราคะ เบื่อหน่ายสังคมเหม็นกลิ่นมนุษย์ด้วยกัน ยิ่งนานเข้าๆ จะไม่ยอมใช้ชีวิตคู่เลย ไม่ว่าดาบหรือฉิ่ง จริงหรือเทียม มันไม่สนกันแล้ว กายมันเองยังขยะแขยงแทบแย่ จะไปจับต้องของใครคงไม่ไหว

        อสุภกรรมฐาน สามารถทำได้โดยไม่ต้องนั่งสมาธิ สามารถกำหนดจิตได้ในชีวิตประจำวัน เวลาอยู่บนรถ บนเรือ เวลานอน ก็มองเห็นร่างตนเองเน่าเปื่อย หลุดร่วงไปทีละชิ้น อสุภกรรมฐานนี้ นักปฏิบัติทุกคนควรช่ำชองแล้ว จะรู้ว่าเวลาเพ่งอสุภะ สัก 1-2 ช.ม. พอออกจากสมาธิ จิตจะสงบเยือกเย็นดีมาก เข้าสมถกรรมฐานเพื่อพักปัญญาได้เลย ยังเป็นได้ทั้งสมถะและวิปัสสนากรรมฐานอีกด้วย 4 กองนี้ หาเวลาทำกันให้ได้ ทำให้คล่อง โดยไม่ต้องนั่งสมาธิถ้าไม่มีเวลา แต่ถ้ามีนั่งด้วยยิ่งดี เมื่อคิดว่าจิตสงบดีแล้ว ลองกลับมานั่งสมาธิใหม่เราได้แนะนำคนไปหลายคนแล้วได้ผลดีมาก

        3 ปีหลังที่ผ่านมา เราได้เพิ่มมรณานุสติกับเมตตาญาณเข้ามา เพราะมีเป็นทุนแล้ว 2 กอง คือ พุทธานุสติกับอสุภกรรมฐาน พอเอา 2 ตัวหลังมาเพิ่ม คือ เมตตากับมรณานุสติ โห...จิตที่สงบอยู่แล้วยิ่งแน่ว...ของดีจริงๆขอให้ทำ ทุกคืนเลยพอหลังเราแตะพื้นเข้านอน เราจะระลึกถึงบุญคุณของพระตถาคตก่อนอื่น และก่อนหลับเราจะส่งพลังจิตไปให้ คุณแม่ ที่ฮิวตั้น ลูกศิษย์ลูกหา  และสรรพสัตว์ ใน 3 โลกธาตุ...ในกระแสของเมตตาญาณ  กับชีวิตของนักปฏิบัติอย่างเราได้หลับไปกับคำว่าพุทธโธ มาหลายปีดีดักแล้ว

จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าอ้อมจากบท "กบเลือกนาย" มาบอกว่า "พี่จิ๊ด อ้อมได้ซีดีธรรมะของหลวงพ่อบัวเกตมา 2 แผ่น จะเอาไปให้พี่ฟัง แม้แต่ครูบาอาจารย์ของอ้อมทุกคนยังขอก็อปปี้ ท่านสำเร็จแล้ว เมื่อวันทำบุญที่วัดเจดีย์หลวงเพื่ออุทิศถวายให้พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกองค์ที่ล่วงลับไปแล้ว ภิกษุ 200 รูป มาทำบุญ อ้อมไปทำบุญใส่บาตรมา พระด้วยกันเขารู้ เขาเข้าห้อมล้อมกรูกันหาหลวงพ่อ กับเชิญหลวงพ่อเทศน์กัณฑ์แรกเลย ท่านกำลังมาแรง" เธอพูดหาช่องว่างไม่ได้  "เดี๋ยว หลวงพ่อบัวเกตไหน" "อ้อมไม่รู้" "ท่านอยู่วัดบางกึ้ด ทางไปเขื่อนแม่งัด แต่ไม่เลี้ยวตรงไปอีก 3 กิโล วัดท่านอยู่นั่น แต่หนทางคดเคี้ยว ทางสูงชันแคบรถสวนแทบไม่ได้ พี่ไปคุยธรรมะกับท่านมาแล้ว ไปกับหมูตู่ แม่ไปด้วยได้เอาดอกไม้ดอลล่าถวายท่าน ธรรมะของท่านถูกใจพี่มาก เพราะท่านเน้นตัวศรัทธากับศีล ตรงกับพี่เลย" "หา...พี่พบตัวจริงของท่านมาแล้วหรือ" (จากบทความ ...ทุกที่มีแต่...เจอ) "พี่..ฟลุ๊ก เพราะไปไม่ได้นัด แต่ส่งจิตไปก่อน ยังถามท่านเลยว่า ที่มานี้พบหลวงพ่อเลย เพราะอำนาจจิตด้วยใช่หรือไม่" ท่านตอบ "ใช่ ตัวศรัทธากับจิต" "โห พี่จิ๊ดโชคดีมากเลย" "ท่านหาตัวยากมาก แต่ท่านมักไปโผล่ที่แม่ฮ่องสอนบ่อยมาก เพราะแถวนั่นญาติโยมไป-มายาก ทางอันตราย ท่านเหมือนหลวงปู่ขาวมากเลย" จากนั้นเด็กอ้อมนำซีดีของท่านมาให้เรา เราเลยพาไปก็อปออกมา 4 ชุด เพื่อให้ส่งให้ครูบาอาจารย์ของเธอที่กรุงเทพฯและแม่แตงด้วย คืนนั้นฟังซีดีของท่านก่อนอื่น บทแรกที่ฟังท่านเทศน์เลย ท่านพูดถึง "จตุรารักษ์" คือ ธรรม 4 ประการที่เราควรระลึกถึงจะประการใด 1 ใน 4 ก็ได้ แต่ขอให้นึกถึงทุกวัน ข้อแรก พุทธานุสติ ข้อ 2 เมตตาธรรม ข้อ 3 อสุภกรรมฐาน ข้อ 4 มรณานุสติ เราได้ฟังเท่านั้นนั่งขนลุกซู่ซ่าเลย อันนี้เราทำอยู่ และทำทั้งหมด 4 ข้อเลย มิน่าเล่า เข้าคุยกับพระอรหันต์กี่องค์ๆ ท่านต่างทักกันว่า "โยมมาถูกทางแล้ว ทำต่อไปอย่าท้อ" วันนั้นก่อนจากหลวงพ่อบัวเกตมาได้คุยธรรมะกับท่าน ถามอะไรที่สงสัยคั่งค้างคาใจ ท่านตอบให้ คุณหมูได้กราบเรียนถามปัญหาธรรมะกับท่านเช่นกัน ท่านยังเล่าเรื่องจิตปรุงแต่ง(นิมิต)ให้ฟังว่าเอากันถึงตายก็มี ก่อนจากกันมาท่านยังเอ่ยปาก "อนุโมทนาบุญกับเรา"...สาธุ โชคดีจริงๆ ที่ได้คุยธรรมะกับท่าน... หมายถึงชีวิตนี้เราได้สนทนาธรรมะกับพระอรหันต์มาหลายองค์แล้ว บางองค์ได้ทานข้าว อาหารก้นบาตรของท่านด้วย นับเป็นบุญวาสนาบารมี ของคุณแม่ คุณหมู คุณตู่อย่างมาก ที่พลอยฟ้าพลอยฝนได้สัมผัสกับบารมีของหลวงพ่อ ได้พรจากหลวงพ่อ เที่ยวนั้นยังพาคุณแม่ไปพบเกจิอาจารย์อีกหลายองค์ก่อนที่คุณแม่จะกลับฮิวตั้น

เราได้ใช้กลอุบายหลายอย่างมาก ที่จะล่อหลอกให้ศิษย์รัก ศิษย์ โปรด และศิษย์คนสนิด ที่เป็นยิ่งกว่าศิษย์ คือเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันออกมาจริงๆที่ชื่อ ...สุมาอี้  เข้าถึงธรรมให้ได้  เริ่มระยะแรกๆเลย 10 กว่าปีมาได้  ก็บังคับให้ไปสวดมนต์ไหว้พระ  หากไม่ทำจะเลิกคบ ..พอเธอทำจนเป็นนิสัย ..ก็บังคับ..ใช้คำว่าบังคับเลย ให้หัดทำสมาธิภาวนา...ไม่งั้น มึงกะกู ขาดกัน...มันเอาจริงๆ ..พอดี เพื่อนเธอที่ทำงาน มีเป็นนักปฏิบัติอยู่คนนึง เธอสนิดกับเขา เธอจึงทำอย่างงูๆปลาๆ แต่ไม่ทิ้ง เพราะถูกเราขู่ทุกวัน ก่อนเรากลับจากเมกา ได้ข่าวว่าเธอไปเข้าแคมป์ปฏิบัติ ค้างคืนกับเพื่อนเธอ เลิกกิจกรรมการเป็นนักวิ่ง เพราะสูงวัยมากแล้ว ...กับถูกเราบ่นบ่อยๆ  เธอเดินสายปฏิบัติตามวัดต่างๆกับเพื่อน พอเรากลับมาแล้ว  เธอยังเดินสายไปปฏิบัติตามวัด จากบท .. “คืนแห่งความทรงจำ 5-6” ตอน  เรายังไม่ละความพยายามจะหาทางให้สุมาอี้ เห็นแสงแห่งปัญญาให้ได้ จึงออกอุบายให้เธอพิมพ์บทความทั้งหมด ...เมื่อเธอได้พิมพ์บทความทั้งหมดของเรา ...แน่นอนเธออ่านด้วย ..ได้จุดประกายให้เธอได้ตั้งปฏิปทา อย่างแน่วแน่แล้วว่า... “พี่จิ๊ดไปไหน กูจะตามไปด้วย” เธอไปปฏิบัติกับหลวงพ่อจรัญ ล่าสุดไปเข้าค่าย เริ่มทำสมาธิจาก เริ่มต้น จาก 0 เลย กับหลวงพ่อ วิริยัง คุยมาว่ามีอาหารฟรี หลวงพ่อคุยเกี่ยวกับพระอ.มั่น ตลกมาก ตรงนี้เราไม่ได้ให้อี้พิมพ์ เดี๋ยวเธอเห็นเราจะโดนเธอบ่นเอา แอบมาใส่เพิ่มเอาเองท้ายบท…งานพลิกชีวิตของสุมาอี้ ...เกือบสำเร็จแล้ว เพราะเธอได้ตัวศรัทธาต่อพระตถาคต พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์  มาอย่างเกินร้อย นอกเหนือสิ่งใด อะไรที่เธอเห็นพี่จิ๊ดของเธอทำได้ รู้ได้ สัมผัสได้ ..เห็นกันอยู่ทนโท่ ...เธอรู้ว่ามัน ดี มันเป็นอริยทรัพย์ ใครเล่าจะปฏิเสธได้

ขอให้ผู้ปฏิบัติทุกท่าน...พบแสงแห่งปัญญา พยายามอีกนิด...บทต่อไปเราจะ อธิบายการแยก กายจาก เวทนา  หรือเวทนา จากจิต  แล้วท้ายสุดแยก จิตออกจากอารมณ์ ต่างๆที่เข้ามากระทบ ผู้ที่ตัดราคะได้แล้ว  จะแยกไปได้บ้างแล้ว แต่ยังไม่หมด ตัวกิเลสอย่างละเอียด มันหดตัวไปรวมกันอยู่ในจิต..ที่เรียกว่า อวิชชา ...

ติดต่อเรา...นักเขียน..นักปฏิบัติ ...และนักทำนาย ได้ที่ 085-660-2475 หรือ 053-110-417,02-5105335 www.ajanva.net e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. วันพระไม่รับสาย

 

อมิตภาพุทธ