Get Adobe Flash player

จากสูญสู่ดับศูนย์ 2 โดย อ.วารุณี พิทักษ์สินากร

Font Size:

พระตถาคตท่านกล่าวไว้ว่า แม่น้ำสามารถเปลี่ยนทิศทางเดินได้ ภูเขาสามารถทุบเอามาสร้างบ้านเรือนได้  แต่สันดานของมนุษย์นั้นเปลี่ยนไม่ได้นี่คือหลักแห่งสัจธรรม สังสารวัฏ ของมนุษย์ที่ต้องเวียนว่าย ตายเกิด มาหลายชาติภพ ทำให้กิเลสตัญหาที่มันพอกเป็นสนิม ติดอยู่ในอนุสัย การจะเคาะอนุสัยสันดานออกเป็นเรื่อง ยาก การจะเปลี่ยนอนุสัยสันดานกันได้นั้น ต้องทำสมาธิ และเข้า ให้ถึงจตตุถณานสี่อภิญญานสาม เท่านั้นจึงจะเปลี่ยนได้  การปฏิบัติอย่าติดขั้น อย่าเอาอย่างเราเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี การบำเพ็ญเพียรเพื่อการหลุดพ้น หลวงปู่ โต ท่านฝากข้อคิดไว้ว่า “ถึงพุทธะ รู้ พุทธะ ถ้าคิดถึงขั้นจะไม่ได้ขั้น  ถ้าไม่คำนึงถึงขั้น ย่อมได้ขั้น”  โลกมนุษย์เป็นจุด 0 รวมของทุกดวงวิญญาณ 0 รวมของการชดใช้กรรม  เป็นที่สกปรกที่สุด การชนะในโลกวิญญาณเขาถือเป็นเรื่องธรรมดา อริยะบุคล  ทุกเหล่าจะต้องลงสนามประลอง สนามรบ ในโลกมนุษย์นี้ให้ผ่านกันเสียก่อน คือต้องต่อสู้กันให้ถึงที่สุดกับกิเลสทั้งมวลในโลกใบนี้ให้ผ่าน สูตรแห่งความสำเร็จของหลวงปู่ โต  พรหมรังสี  คือสัจจะอันแน่วแน่ กับขันติธรรมอันมั่นคง จึงจะบรรลุธรรมได้  จากธรรมชาติของจิต  มันเป็นเช่นนี้ เพราะพลังจิตไวยิ่งกว่าพลังแสงและเสียง กับมันเป็นสิ่งที่แปลกประหลาดพิศดาร บางครั้งมันจะรู้ก็รู้เอง  บางครั้งอยากรู้มันจะไม่รู้ บางครั้งไม่อยากรู้มันรู้  เป็นเรื่องที่เราบังคับไม่ได้ ไว้ใจไม่ได้ พระตถาคตเปรียบมันเหมือนดั่งลิงที่เคลื่อนไหวได้ จิตมนุษย์นั้นลึกนักยากที่จะหยั่งได้ ดังนั้นการทำนายทายทัก ถ้าเล่นของพวกนี้ จะเสี่ยงต่อความผิดพลาดได้สูงสู้วิชาการไม่ได้  ที่ตายตัวกว่า การนั่งสมาธิถ้าทำจิตเข้าถึง จตตุถณานสี่ นอกจากจะเปลี่ยนนิสัยตนเองได้แล้ว เรายังจะมีความรู้สึกว่า อากาศเบื้องบนเหนือศรีษะเรานั้นมีการเคลื่อนไหวของจิตวิญญาณทั้งเทพ และพรหม ถ้าใช้กล้องที่ตรวจจับแสงออร่าโดยเฉพาะมาตรวจดูจะพบว่า ตัวเรานี้จะมีไอกับแสงสี ต่างๆ ออกจากกาย บริเวณศรีษะบ้าง ลำตัวบ้าง  แล้วแต่ความบริสุทธิ์ของจิตอันเกิดจากการนั่งสมาธิ ยังมีไอเบาๆบางๆลอยขึ้นมาเป็นกลุ่มๆบริเวณศรีษะส่วนบนสุด  เขาเรียกว่า “ไอแห่งธาตุไฟ” เป็นผลจากการปฏิบัติ ธาตุทั้ง 4 ในกายจะถูกปรับให้สมดุลย์กัน แล้วเปล่งพลังงานอันมี สี แสงต่างๆ ออกมานอกศรีษะ ธาตุไฟยังเป็นธาตุแห่งการรักษา จะเผาผลาญทำลายเชื้อโรคต่างๆในร่างกายออกมาทางต่อมเหงื่อกับเหนือศรีษะ กับไอเบาบางเหมือนระเหยออกมา ดังนั้นใครที่ปฏิบัติเป็นกิจวัตรสามารถรักษาโรคที่เป็นอยู่ให้หายเองได้  ยังทำให้ผู้ปฏิบัติกระชุ่มกระชวย  กระชากวัย ได้อย่างน่าอัศจรรย์  จากบทความ “เพื่อนจากต่างภูมิ” เทพ 6 องค์ มีทั้งเทวา พระฤษี และพญานาคา  ได้ลงมาอนุโมทนาบุญกับเรา หนึ่งในนั้นกล่าวว่า “ที่อยู่ของเจ้า ห้องของเจ้า สว่างไสวไปหมด” ทุกท่านยังชมว่า ตัวเราสว่างไสว ด้วยอำนาจแห่งศีล คำถามมีอยู่ว่า เราอยู่ ที่ North Hollywood Ca. พวกเขาอยู่เบื้องบน เขาเห็นเราได้อย่างไร  ถ้าไม่ใช่แสงออร่า อันเกิดจากอำนาจแห่ง ศีล สมาธิ ปัญญา หรอกหรือ ซึ่งมันสว่างผิดธรรมดา สว่างเว่อร์จนเขาต้องลงมาดู กับอนุโมทนาว่า “มันผู้ใด” ตรงนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันกันว่าผู้ปฏิบัติจะมีแสง กับสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้ม มาก น้อย ตามกำลัง แห่งศีลที่รักษา  ศีล สมาธิปัญญา คือทางแห่งความหลุดพ้น

ผู้ปฏิบัติจริงเอาจริง ต้องทิ้งตำรา ไว้ก่อน ต้องทำการรู้จักตน ค้นตน  จนอยู่เหนือตนให้ได้ (สำรวจตนเองก่อน) มีดีอะไรมั่ง มีศีลกันหรือยัง ฯลฯ เราขอเน้นย้ำว่าทุกข้อที่เราแนะนำมาให้ทำทุกข้อ อย่าข้ามแม้แต่ข้อเดียว  เหนือตนคือ เอาชนะตนเองให้ได้ซะก่อน เอาให้กายมันยอมเป็นบ่าวให้ได้ แล้วมาดิลกับจิตกันทีหลัง

ธรรมะของพระองค์เป็นธรรมชาติ เพื่อให้เข้ากับกาย และใจของผู้ปฏิบัติ กับทรงหยั่งรู้ไปหมดว่า  จิตใจของคนเราจะพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆหลังจากได้อบรมมันบ้างแล้ว  อันเป็นธรรมชาติของจิต  แต่มนุษย์เรากลับมาทำให้พระธรรมที่ง่ายๆของพระองค์สับสนยุ่งยาก ซับซ้อน เถียงกันแข่งกันเป็นเจ้า เป็นใหญ่ เอาของง่ายๆมาทำให้ยาก แทนที่จะช่วยกัน ศาสนาน่ะไม่เคยเสื่อมแต่มนุษย์ต่างหากที่พากันเสื่อม  การจะเขียนบทความเช่นนี้ จากต้นจนจบไม่ใช่เขียนมาจากความจำและตำรา จะต้องเขียนจากความจริงของผู้ มีประสบการณ์การปฏิบัติมาก่อนเท่านั้น  ในเมื่อใครคนนึง มีความรู้ในด้านพุทธศาสตร์  ปฏิบัติจนพระธาตุเสด็จมามากมาย  ใครคนนี้ยังมีความรู้ด้านโหราศาสตร์ คิดระบบต่างๆขึ้นมาเอง  คือระบบ 3 มิติกับระบบ 2 ดวง มีความเข้าใจในชีวิตของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง รวมถึงพลังจากปลายปากกา  ทั้งหมดเอามาผนวกกันเข้าเป็นบทความ “ต่างภพต่างภูมิกับดวงดาว”พลังหลับคุณดาลินี” บทความ “จากจินตนาการ..สู่ความร่ำรวย” ที่สุดแล้วในทางโลกีย์ยะเพื่อเอาชีวิตให้อยู่รอด บทความ “แสงแห่งปัญญา”ที่สุดแล้วของโลกุตระ เพื่อเอาจิตให้รอด หลวงปู่หลวงตา ท่านล่วงลับไปหมดแล้ว มีที่ออกซีดี ออกอากาศสดสอนกัน เป็นมรดกที่ท่านทิ้งไว้เพราะห่วงลูกหลาน  คำถามมีว่า แล้ว คนไทยที่อยู่ไกลบ้านมีเวลาหาธรรมกันมั่งหรือเปล่า  วันๆมัวแต่เอาเวลาไปชดใช้กรรมกันหน้าดำคร่ำเครียด แต่พอจะวันศุกร์หนังสือพิมพ์ออก 2 ฉบับ บทความอาจานมาแล้วเย้ๆๆๆ   ออกแล้ว วางตามวัด ตามคลาดไทย Gee!!!!กระชุ่มกระชวย เรี่ยวแรงมาจะได้อ่านอะไรเพี้ยนๆ ตะเกียตตะกายแย่งกัน  บ้างไปไม่ทันหนังสือพิมพ์หมดทั้งนี้เป็นเพราะอะไร เป็นมานาน และยังเป็นอยู่ เราเลยฉวยโอกาสนี้เขียนธรรมให้อ่านกันให้อ๊วกซะเลย  เพราะอะไรก็ได้จากเรา ขอให้จากเราเท่านั้น อ่านกันอย่างอดหยากหิวโหย...  ช่วงที่หายไปปลายปี 2 เดือนทุกปีน่ะ  หงอยเหงาหดหู่ กันยังกับคู่ love Bird ได้ตายจาก กับขอร้องเถอะ!!!! คนที่ไปวัดไทย ได้ก่อนตอนวันศุกร์ อย่าหยิบกันเป็นปึก กรุณา ทิ้งไว้ให้ผู้อื่น เขาได้อ่านกันบ้าง บางคน ครอบครัวมี 4 คน หยิบ 4 เล่ม  มันเป็นอะไรกัน รู้จักมั๊ย คำว่า เผื่อแผ่น่ะ

มันเป็นกันแต่แผ่อย่างเดียว เผื่อทำไม่เป็น..เฮ้อ!!!!!

การเข้าสู่ขั้นตอนปฏิบัติ ขั้นต้นเราขอให้ทุกคน เริ่มแก้ไขตนเอง สำรวจตนเอง ก่อนว่า พร้อมหรือยัง กายตนเองสอาดพอหรือยัง  ถ้ากายยังไม่พร้อม  จะมาฟอกจิตให้สะอาด จะยากมาก  มีกฏอยู่ว่า “ศีลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะช่วยให้จิตเกิดสมาธิ ถ้าจิตปราศจากศีลแล้วทำไม่ได้ กับควรมีพรหมวิหาร 4 ควบคู่กันไป บอกมาแล้ว เรื่องรักษาศีลความสำคัญของศีลบอกมาหลายปีแล้ว ศีลอบรบสมาธิ สมาธิอบรมปัญญา  ปัญญาอบรม จิต

การสวดมนต์พยายามสวดบทยาวๆให้ได้ทุกวัน อย่าเอาบทย่อ การสวดมนต์เป็นอุบายให้จิตเข้าถึงธรรมทางหนึ่ง ให้เราได้ระลึกถึง พระพุทธคุณ ธรรมคุณ และ พระสังฆคุณ เตือนสติให้เรามีความเกรงกลัวต่อบาป ทุกวัน การทำกายให้สะอาดอีกทางด้วยการละเนื้อสัตว์ทั้งหมด รวมทั้งปลา เรารู้ว่าไม่มีบัญญัติ  กับรู้ว่าหาคนทำได้ยาก  อย่างน้อยละปลา ขอกินปลา นั่นละกิเลสยังไม่หมดสัมผัสที่ลิ้น ติดใจในรส  ถ้าใครทำได้หมดอนิสงส์สูงมากชีวิตขึ้นชื่ออย่างสนิดว่าอยู่อย่างทวนกระแส  จะมีแต่สิ่งดีๆ คนดีๆ เข้ามาในชีวิต และชีวิตนี้เราจะไม่เจ็บไข้ได้ป่วยเลย เพราะไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ กับยังทำให้การปฏิบัติรุดหน้า ปลอดโปรง ง่ายขึ้น  แม้พระตถาคตท่านไม่บัญญัติไว้ แต่ท่านก็มิได้ห้าม  หลวงพ่อพุธ ท่านกล่าวว่า “ใครทำได้ มันก็ดี” ถ้าใครไม่รักษาศีลแล้วลงมือปฏิบัติเลยจะเป็นแบบพระเทวทัต กับจะแย่พอๆกับการเดินปัญญาเลย โดย ไม่ทำสมาธิเพื่อให้เกิดตัวสติเสียก่อน ถ้าทำเช่นนี้ความรู้ที่จะได้มาจะไม่ใช่ความรู้ทางโลกุตระ แต่จะเป็นสัญญาแทน (จากความทรงจำที่เราจำได้หมายรู้มาก่อน) แล้วต่อไปก็จะกลายไปเป็นสมุทัย หรือกิเลส  ดังนั้นอย่าทำ

จงทำอะไรที่พระพุทธเจ้าสอน ที่หลวงปู่หลวงตา สอน ทำตามสาย พระพุทธ พระธรรม  พระสงฆ์เท่านั้น บอกมาแล้วว่า สำหรับตัวเรา เป็นเพียงหนูตะเภา มาปฏิบัติตามคำที่  พุทธ ธรรม สงฆ์บัญญัติไว้  ได้ผลอย่างไร ก็จะมาเขียนยืนยันอีกทีที่ท่านสอนมาเป็นประการใด

คนจำนวนมากกล่าวกันว่าการเข้าสมถะกรรมฐาน แค่ให้จิตได้พบกับความสุข สงบ ไม่ได้ความรู้แต่อย่างใด นอกจากเดินปัญญาเข้าวิปปัสนากรรมฐาน จึงจะได้ความรู้ คำสอนของหลวงพ่อพุธ ถ้าจำไม่ผิด ท่านว่า สมถะ เหนือสมถะ เลย อัปปนาสมาธิขึ้นไปจิตจะเอียดมาก  ความรู้ไม่เกิดก็จริงแต่เกิดตัวรู้แทน หรือจิตรู้  และถ้าจิตยิ่งละเอียดมากขึ้น จะเกิดปัญญาความรู้ขึ้นมาเอง กับเป็นความรู้ด้านโลกุตระด้วย  ลองไปทำกันดูเอง อย่าเพิ่งเชื่ออย่างเพิ่งเถียงกัน อันนี้หลวงพ่อพุธ ทิ้งไว้ให้ไปพิสูจน์กันเอาเอง  เรื่องของจิตมันลึกลับ จนสามารถเขียน “อัศจรรย์ทางจิต”  ออกมาโดยเฉพาะ ได้หนึ่งเล่ม

เรื่องสุดท้ายชัดมากยังงงอยู่ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เคยบอกแล้วว่าสำหรับผู้ที่ปฏิบัติ คำว่าปาฏิหาริย์ เกิดขึ้นได้ทุกวัน มาฟังเรื่องนี้ดู

ได้ค้นหารูปเพื่อนเก่า เป็นรูปคู่ อายุเก่า 38 ปี ตอนนี้เธอไปเป็นพยาบาลประจำตัวองค์สมเด็จพระเทพ เป็นคุณหญิง ไปเรียบร้อยแล้ว จำได้ว่าเอามาจากกรุงเทพแล้ว ตอนเด็กๆซี้กันเลยกับยัยนี่ คิดในใจว่าจะหายไม่ได้นะ นี่ก็หามา 3 วันแล้ว จำได้แน่นอนว่าตั้งไว้รวมๆกับรูปที่ห้องหนังสือ หน้าตู้หนังสือ ลงทุนเอาหนังสือในตู้ทุกเล่มมามาเปิดดู ก็ไม่เจอจนเหงื่อท่วมตัว  จึงพูดเบาๆว่า “ไปหามา” พูดแล้ว ๆก็ลืมไป วันถัดมาจัดการล้างรถดูดฝุ่นสีหมอก  พอเสร็จกลับเข้าบ้านกวาดบ้านพอเข้าไปกวาดในห้องพระ รูปใบนี้ ตกอยู่ที่หิ้งพระเลยยืนเป็นงงอยู่ 2 ข้อ ข้อแรก ไม่เคยเก็บรูปในห้องพระ ข้อ 2 เมื่อวานก็กวาดตรงที่เดียวกันไม่เห็นมี เอาละเจอแล้วก็แล้วกัน(เกิดที่บ้านบุญรักษา) ขอบใจนะ

เหมือนพวงกุญแจรูปกลอง ที่เอามาจากญี่ปุ่น หายไปเป็นอาทิตย์แต่มันคาใจอยู่  เที่ยวนั้นกลับไปกรุงเทพฯเปิดลิ้นชักตู้ในห้องนอนที่กรุงเทพฯ ลิ้นชักที่ว่างเปล่าแต่เดิมมีกุญแจพวกที่หายตั้งวางอยู่  ก็มั่นใจว่ากวาดของเอาไปเชียงใหม่หมดแล้ว จะเหลือเขาทิ้งอยู่พวงเดียวไม่เอาไปก็เว่อร์ ....เลิกคิดดีกว่า  แต่ของคุณแม่ หายจากประเทศไทย ไปเจอที่เมกามั่ง หายจากเมกา มาเจอในไทยมั่ง เป็นงง

ติดต่อเรา นักเขียน นักปฏิบัติ นักทำนาย ได้ที่ 085-660-2475 เบอร์ที่เชียงใหม่ 053-110417 กรุงเทพฯ 025105335  e-mail This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

วันพระไม่รับโทรศัพท์

อมิตาภพุทธ