Get Adobe Flash player

เกร็ดประวัติ อภินิหาร ครูบาวงศ์ (๓) โดย อ.เล็ก พลูโต

Font Size:

                เรื่องที่ ๑๕  ครูบากับลูกศิษย์ ครูบาท่านได้รับนิมนต์ไปพิธีพุทธาภิเษกที่ วัดเกาะเวลุการาม จังหวัดลำปาง พ.ศ. ๒๕๓๖ เป็นวัดของครูบาชุบ สหธรรมิกของท่าน ลูกศิษย์ก็ติดตามครูบาโดยนั่งรถตู้ของวัด ระหว่างทางครูบาเล่าเรื่องในอดีตให้ฟังหลายเรื่อง จำไม่ได้แล้วว่า เรื่องอะไรบ้าง (จำได้เลือนๆ เรื่องกวางคำ) ถึงวัดเกาะตอนบ่ายๆ ทางวัด ให้ครูบาพักกุฎิหลังวัดติดแม่น้ำวัง ครูบาออกมารับแขกที่ศาลาในบริเวณวัด ที่ฝั่งหนึ่งบนศาลา มีหลวงพ่ออีกรูป ที่ได้รับนิมนต์มากำลังคุยกับญาติโยม มีคนรุมล้อมท่านเยอะ ท่านแจกวัตถุมงคลด้วย สอบถามคือ หลวงปู่แว่น วัดถ้ำพระสบาย (ตอนนั้นผมไม่รู้จักท่าน)

                ส่วนครูบามีลูกศิษย์มาทำบุญบ้างไม่มาก เหมือนบางคนไม่รู้จักท่านด้วยซ้ำไป ครูบานั่งสักครู่ก็กลับที่พัก ช่วงหัวค่ำท่านไปโบสถ์เพื่อร่วมพิธี เจ้าหน้าที่จัดให้ท่านนั่งบนธรรมาสน์มุมซ้าย ท่านนั่งข้างบน (ผมนั่งเฝ้าท่านด้านล่าง ถือไม้เท้าให้ท่าน) ตอนเริ่มพิธี พระที่เป็นพิธีกร (หรือเจ้าพิธีไม่แน่ใจ) พูดผ่านไมโครโฟน ขอให้ครูบาสวดนำบทอะไรสักอย่าง (ผมฟังไม่ออก) ยื่นเอาไมค์มาให้ท่าน

                ครูบาบอกผ่านไมค์ เฮาสวด บ่จ้าง (สวดไม่เป็น) พระที่เป็นพิธีกรก็เลยให้องค์อื่นสวดแทน
ครูบาท่านก็นั่งหลับตา อธิษฐานของท่านไป ไม่นานนัก ไม่เกิน ๓๐ นาที ท่านก็จะลงจากเก้าอี้ ผมถามท่าน ครูบาทำเสร็จแล้วเหรอครับ ท่านบอก..เสร็จแล้ว (ตอนนั้นก็ได้แต่คิดในใจว่าทำไมท่านทำเร็วจัง) หลวงพ่อองค์อื่นๆ ยังอยู่กันเต็มพิธีเลย จนดึกดื่นบางรูปยังไม่ออกจากพิธีเลย

                พาท่านกลับไปพัก ตอนเดินพยุงท่านกลับมากุฎิรับรอง ทางวัดเปิดเทปเทศน์ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำด้วย ผ่านลำโพงเสียงตามสายของวัด เลยถามครูบาว่า หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ตอนนี้อยู่ไหน ครูบา..ไม่ตอบ แต่เอานิ้วชี้ไปข้างบนฟ้า ผมถามท่าน..อยู่ข้างบนเหรอ ท่านยิ้มพยักหน้า

                เรื่องท่านเสกเป่าพระเครื่องแบบนี้ เคยพาคนรู้จักคนหนึ่ง (มีชื่อเสียง) หวังจะพาเค้าไป ทำบุญกับครูบา เค้าเห็นญาติโยมที่มาวัด เอาวัตถุมงคลที่เช่าจากตู้ มาให้ท่านมนต์อีก ส่วนใหญ่ท่านก็จะเป่าพรวดลงไป เพื่อนคนนี้เห็นเค้าบอก ครูบาไม่เก่ง ไม่ตั้งใจทำให้ ไม่เหมือนพระภาคกลางแถวบ้านเค้า ยิ่งตอนจะกลับผมให้ ครูบาเอาเท้าเหยียบหัวให้ผม (ชอบคุยเล่นกับท่าน ให้ท่านเหยียบให้จมเหมือนหินเลย) เพื่อนคนนี้เห็น บอกครูบาไม่สำรวม ทำไม เอาเท้ามาเหยียบหัวคน

                ผมเลยต้องรีบพากลับ เดี๋ยวจะบาปไปใหญ่ ครูบาเคยบอก อันนี้แล้วแต่สายบุญ
ถ้าไม่เคยทำบุญร่วมกันมา ยังไงก็ไม่อยากทำบุญด้วย ถ้าเคยทำบุญร่วมกับครูบามา ต่อให้อยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องมาพบกัน (กับท่าน)

                วัตถุมงคลที่ท่านทำ หรืออธิษฐานพียงสักครู่ ก็ยังดีแล้ว ดังนั้นวัตถุมงคลของวัด ที่ท่านตั้งใจทำไว้ ตอบแทนคนที่มาทำบุญช่วยสร้างวัด ก็น่าจะยิ่งดีกว่า เอารุ่นไหนก็ได้ ราคาถูก หรือแพงก็เหมือนกัน ขอให้เป็นครูบาท่านทำ บูชาของทางวัด ถือว่าได้ร่วมทำบุญกับท่านด้วย

                ผมจดบันทึกเรื่องของครูบาท่าน ไว้อ่านเวลาระลึกถึงท่าน ค่อยๆ ทยอยเขียนถ้ามีเวลา ตลอดเวลาที่เคยรับใช้ท่าน มีเรื่องราวมากมาย ต้องเข้าใจว่าหลวงพี่ หลวงพ่อ ทั้งหลาย หรือลูกศิษย์ใกล้ชิดที่วัด คงไม่ค่อยมีใครมาจดเอาไว้ เมื่อก่อนท่านบอกอะไรก็จำเอา บางครั้งโดนครูบาดุ ท่านสอนอะไร หรือบอกอะไร ก็ตักเตือนกัน บางเรื่องท่านพูดไว้ ถ้าไปถามหลวงพี่ ท่านคงไม่พูด ท่านว่าจะเป็นการอวดครูบาอาจารย์ โอกาสที่ลูกศิษย์คนอื่นจะได้ใกล้ชิด ได้ฟังอะไรจากท่านก็คงลำบาก

                เรื่องราวต่างๆ ของท่าน จึงมีแต่ในหนังสือที่ลูกศิษย์พิมพ์ขึ้น ครูบาเองท่านก็เป็นพระป่า ท่านก็ใช้เวลาแต่ละวันเพื่อทำงานศาสนา ท่านโปรดลูกหลานทุกคน ท่านเคยบอก แม้แต่พวกทำกรรมหนักมา (อนันตริยกรรม) ท่านก็โปรด หวังว่าเรื่องราวของท่านจะมีประโยชน์กับลูกศิษย์บ้าง

                เรื่องที่ ๑๖ เรื่องพระสังฆราช ญาณสังวร.. พระสังฆราช ญาณสังวร ท่านเสด็จมาหาครูบาวง เคยถามท่านว่า พระญาณสังวรท่านมาหาครูบา คุยอะไรกัน

                ครูบาตอบ.. เป็นเพื่อนกัน เพื่อนเป็น สังฆราช ตัวนี่ (ใช้นิ้วชี้ตัวท่าน) เป็น สังคโลก แล้วท่านก็หัวเราะ อีกครั้งหนึ่ง ถามครูบา ครูบารู้จักหลวงพ่อเกษมที่ลำปางไหม ครูบาบอก..รู้จัก ถามว่าเคยเจอกันไหมครับ ท่านบอกว่า..เคยเจอกัน ถามว่าเจอกันได้ยังไง ครูบาบอก พระสังฆราชมาหา มารับไปด้วย เลยเจอกัน

                ถามท่านต่อว่า หลวงพ่อเกษม ดีไหมครับ ครูบาท่านบอก ว่า ..ดี เหตุการณ์ต่อเนื่องกัน เรื่องนี้วันหลังมาคุยกับหลวงพี่เต๋ ครูบาเราเคยเจอหลวงพ่อเกษมเหรอ บอกว่าครูบาเล่าให้ฟัง หลวงพี่บอกว่า วันนั้นได้ตามครูบาไปด้วย บอกว่าทั้งสามองค์พอเจอ ก็คุยสนทนากัน (พระสังฆราชญาณสังวร หลวงพ่อเกษม ครูบาวงศ์)

                หลวงพี่บอก คุยภาษาบาลีกันตลอด โต้ตอบกันใหญ่ ถามหลวงพี่ว่า คุยอะไรกัน หลวงพี่ บอก ฟังไม่รู้เรื่องเลย เรื่องเดียวกัน มาย้อนถามครูบาท่าน ครูบาครับ พูดภาษาบาลีเก่งไหมครับ (ไม่ค่อยเห็นท่านพูด)

                ครูบายิ้มแล้วตอบว่า...นะโม เฮายังสวด บ่จ้าง (ยังสวดไม่เป็น) ท่านคงถ่อมตัว

                ครูบาวงศ์ ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๖ มรณภาพเมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ สิริอายุ ๘๗ ปี ๖๗ พรรษา (เณร ๘ พรรษา)

                สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ) วัดบวรนิเวศ ประสูติเมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๕๖ สิ้นพระชนม์ ๒๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ สิริพระชนมายุ ๑๐๐ ปี ๘๐ พรรษา (เณร ๖ พรรษา)

                ครูบาวงศ์ ท่านเป็นพระโพธิสัตว์ เพราะท่านไม่ได้ลาพุทธภูมิ เส้นเกศาของท่านเป็นพระธาตุ ส่วน สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ) นั้น แม้ตอนนี้ยังไม่ทราบว่า พระอัฐิของพระองค์ท่านเป็นพระธาตุหรือไม่ เพราะยังไม่ได้รับพระราชทานเพลิง แต่ที่แน่ๆ เส้นเกศาของพระองค์ เป็นพระธาตุ แล้ว และ ผู้ที่เส้นเกศาจะเป็นพระธาตุได้นั้นจะมีเฉพาะ พระอรหันต์ หรือ พระโพธิสัตว์ เท่านั้น (วัตถุมงคลของพระองค์มีเยอะครับ แต่หาได้ยากแล้ว)

                เรื่องที่ ๑๗ ครูบาบุญทืม วัดจามเทวี จังหวัดลำพูน ตอนท่านมรณภาพ ครูบาวงศ์ ท่านไปรื้อกุฏิ หลวงพี่เต๋ไปด้วย ได้เกศาครูบาศรีวิชัย และสิ่งของเกี่ยวกับครูบาศรีวิชัยที่ครูบาทืมเก็บไว้ เคยถามครูบาเรื่องครูบาบุญทืม ถามท่านว่าครูบาทืมเก่งไหม ครูบาตอบ..เก่ง ถามท่านว่าครูบาทืม เป็นพระอรหันต์ หรือเปล่า ครูบาบอก...อือ ครูบาบุญทืมเป็นผู้ที่บอกหลวงพ่อฤาษีลิงดำให้มาเจอครูบา ครูบาเคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟัง

                เรื่องที่ ๑๘ เจดีย์ชเวดากอง ที่ห้วยต้ม...ได้บันทึก เรื่องเจดีย์ชเวดากองไว้ ข้อมูลที่ในหนังสือไม่ได้เขียนไว้ จุดเริ่มต้น วันแรก ของชเวดากอง วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ครูบาพาลูกศิษย์ไปด้วยกันหลายคน บริเวณหลังวัดตรงที่สร้างเจดีย์ทุกวันนี้ (วันนั้นตุ๊นิกรไปด้วยกับครูบา ตอนนั้นยังเป็นเณรอยู่) ครูบามาอธิษฐานสร้างเจดีย์ ท่านมาหา น้ำบ่อน้อย ครูบาสวดมนต์อยู่นาน เพื่อหาตำแหน่ง พอได้จุดที่จะสร้างเจดีย์ ครูบาเดินไปข้างๆ น้ำบ่อน้อย ท่านเหยียบรอยเท้าไว้บนหินด้วย (คุยกับตุ๊กร บอก วันที่ ๑๔ ตุลา น่าจะเป็นวันเริ่มต้นของเจดีย์ชเวดากอง)

                เคยถามครูบาท่านบอก เทวดาขอให้ท่านสร้าง ครูบาท่านตั้งใจทำไว้ ท่านอธิษฐานขอสิ่งของที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ พระองค์ มาไว้ในเจดีย์ ท่านเคยบอกลูกศิษย์ว่า ท่านขอให้พระศรีอาริยเมตไตรยมาที่เจดีย์นี้ ในยุคที่ท่านมาโปรดบนโลก ให้เหมือนที่พม่า เคยได้ไปตรวจงานกับครูบาหลายครั้ง ตั้งแต่ตอนเริ่มก่อสร้าง เรื่องเจดีย์ชเวดากองมีรายละเอียดอื่นๆ อีก ครูบาท่านบอกความหมายไว้หมด ต้องค่อยๆ ทยอยเล่า

                เรื่องที่ ๑๙ ครูบาเรียกฝนที่เขื่อนภูมิพล ตั้งแต่สมัยครูบาท่านเป็นเณร ได้ติดตามครูบาชัยยะลังก๋า กับครูบาศรีวิชัย ท่านก็อาศัยเดินทางเส้นทางเหล่านี้ จวบจนบั้นปลาย ท่านได้ไปบูรณะวัดพระธาตุแก่งสร้อย ท่านก็ยังต้องนั่งเรือไปตรวจงานบ่อยๆ

                สมัยท่านยังดำรงขันธ์อยู่ เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าของทางเขื่อนจะนิมนต์ครูบาทุกปี เพื่อไปทำบุญสืบชะตาเขื่อน ผมเคยได้ตามครูบาไปด้วย ได้สวดมนต์กับครูบา นอนเฝ้าท่านหน้าห้องกับ หลวงพี่เต๋

                เรื่องนี้มีลูกศิษย์มาเล่าให้ฟัง ตอนเริ่มแรกปีนั้น น้ำในเขื่อนแห้ง ไม่รู้จะทำอย่างไร เจ้าหน้าที่เค้านิมนต์ครูบามาทำพิธี เค้าขอให้ท่านเรียกฝนให้ หลังครูบาอธิษฐาน ฝนก็ตก ตามที่เจ้าหน้าที่ขอไว้ หลังจากนั้นมา เค้าก็นิมนต์ท่านมาทำพิธีสืบชะตาเขื่อนทุกปี เรื่องนี้ไม่มีโอกาสได้ถามครูบา แต่บันทึกเอาไว้ คิดถึงเรื่องครูบาเรียกฝนทุกครั้งที่ไปเที่ยวเขื่อน.... ลูกศิษย์เล่าให้ฟังอีกที เห็นว่าแปลกดี

                เรื่องที่ ๒๐ วัวหลังวัด มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนมาบอกให้ไปทำบุญไถ่ชีวิตโค ก็เลยช่วยซื้อชีวิตโคฝูงนั้น แล้วก็เอาไปถวายครูบาที่วัด ครูบาท่านก็มารับโคฝูงนั้น ตอนแรกไปวัดระยะนั้นยังเห็นท่านทำคอกให้วัวอยู่ พอมาระยะหนึ่ง ไม่เห็นแล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจว่าวัวไปไหน

                ช่วงบ่ายไปนั่งคุยกับตุ๊กรที่กุฏิท่านหลังวัด ก็เล่าเรื่องถวายวัวให้ตุ๊กรฟัง ตุ๊กรบอกว่า วัวที่ผมถวาย ครูบาเอาไปปล่อยให้หากินหลังวัด ครูบาจะอธิษฐาน หินเป็นหลักเขตเอาไว้ วัวฝูงนั้นจะหากิน อยู่ในเขต บริเวณที่ครูบาท่านทำไว้ ไม่ออกนอกเขตนั้น ไม่มีรั้วกั้น

                เคยมีขโมยพยายามจะลักวัวไป แต่ก็จะหลงทาง ไม่สามารถออกจากบริเวณที่ครูบาอธิษฐานไว้ บันทึกเอาไว้ ครูบาท่านอธิษฐานก้อนหินเป็นหลักเขต ตอนนั้นอยากได้สัก ๔ ก้อน เอาไปเป็นรั้วบ้าน ไม่มีโอกาสได้ขอท่าน

                เรื่องที่ ๒๑ ไม้เท้าครูบา เวลาไปวัดห้วยต้ม ถ้าใครเคยไป ภาพที่จะเห็นชินตาก็จะเห็นญาติโยมศรัทธาทั้งหลาย ไปทำบุญถวายทานท่าน บางคณะก็ขอให้ครูบาท่านเคาะหัวให้ ครูบาจะมีไม้เท้า อยู่ หลายด้าม ระยะหลังช่วงปลายชีวิตของท่าน ลูกศิษย์ขอร้องไม่ให้ท่านเคาะหัวให้ญาติโยม เพราะเกรงท่านจะเหนื่อยเกินไป แต่ครูบาก็เมตตาทำให้ลูกศิษย์เสมอ

                มีเรื่องเล่า เรื่องครูบาเคาะหัวนี้ หลายปีก่อน ท่านรับนิมนต์ไปบ้านลูกศิษย์ท่านนึงที่พิจิตร (ขอสงวนชื่อ) ลูกศิษย์เจ้าของบ้าน ขอครูบาเมตตาเคาะหัวให้คนที่มาทำบุญ ได้ถ่ายภาพติดไม้เท้า ของครูบาตอนเคาะหัว มีแสงพุ่งออกมา น่าประหลาดใจ มีภาพถ่ายให้เห็นตั้งแต่สมัยกล้องยังโบราณอยู่ ที่บางครั้งเคยสงสัย ว่าเคาะหัวคนละทีสองทีจะขลังหรือไม่ ก็คลายสงสัยไป ไม้เท้า ด้ามนี้ ปัจจุบันทางวัดเก็บไว้ในห้องของท่าน รักษาไว้อย่างดี