Get Adobe Flash player

เกร็ดประวัติ อภินิหาร ครูบาวงศ์ (๗) โดย อ.เล็ก พลูโต

Font Size:

               เรื่องที่ ๓๕ นิ้วมือท่านครูบา บันทึกไว้ว่า..ตอนบ่ายวันหนึ่ง ก่อนครูบามรณภาพไม่นาน ในห้องนอนของท่าน นวดขาให้ครูบา ครูบาจะจำวัด

               นั่งมองเท้าของครูบา นิ้วเท้าท่านดูเท่ากันดี ไม่เหมือนเท้าของเราเลย เหมือนรอยที่ท่านเหยียบบนหิน

               คุยกับท่านเรื่องต่างๆ ถามครูบาว่า...นิ้วมือของพระพุทธเจ้าเท่ากัน จริงหรือเปล่าครับครูบาท่านยิ้มๆ...แล้วก็ทำให้ดู ท่านนั่งแล้วเอามือมาซ้อนกันท่านบอก นิ้ว (พระพุทธเจ้า) เท่าแบบนี้ไงผมก็มองบอกที่มือครูบาแล้วตอบท่านว่า

               "เท่ากันจริงๆ ด้วย เข้าใจแล้วครับครูบา"ครูบาท่านก็หัวเราะ ..ตอนนั้นดูเหมือน นิ้วมือท่าน เท่ากันจริงๆ

               เรื่องที่ ๓๖ บันทึกไว้เรื่องเต่าสำลี...เต่าสำลี ที่ครูบาทำกับมือ มีคนเล่าว่าบางตัวกระโดดติดตัวลูกศิษย์ บางคนเห็นมา เล่าให้ฟังว่า เคลื่อนตัวไปอยู่อีกที่ได้ (เหมือนมีชีวิต)

               ผมเคยถามท่านว่า "เต่าครูบานั้นดีอย่างไร"ท่านตอบว่า "น้ำตา ตาก็บ่หื้อเสี้ยง"ผมฟังแล้วคงทำหน้างงๆท่านถามต่อว่า "เข้าใจไหม"ผมตอบท่านว่า "ไม่เข้าใจครับ"

               ท่านขยายความว่า "เต่านั้นเฝ้าทุกอย่าง ไม่ว่าจะทรัพย์สิน เจ้าของ ไม่มีให้เจ้าของเสียน้ำตา".....อันนี้ท่านบอกนะ แต่ได้ยินลูกศิษย์คนอื่นพูดถึงอานุภาพแบบอื่นๆ เหมือนกัน

               เต่าสำลี เป็นเต่าที่ครูบาท่านปั้นจากสำลีที่ท่านเช็ดตา บางทีท่านทำแล้วก็ให้เลย บางทีก็ใส่เส้นเกศาบ้าง พระธาตุบ้าง หรืออื่นๆ แล้วแต่ เมื่อก่อนเป็นของราคาถูก ทางวัดมีให้เช่าบูชา แต่ตอนนี้มีลูกศิษย์อยากได้กัน

               มีวันหนึ่งนั่งดูท่านปั้น ท่านทำคล่องแคล่วมากเคยบอกท่านว่า อยากทำได้เหมือนครูบาจัง..ท่านหัวเราะเอาสำลีที่เป็นแผ่นยังไม่ได้ปั้นมาลองดู พยายามจะทำ แต่ก็ทำไม่ได้ เลิกคิดจะทำ เลยเก็บแผ่นสาลีที่ท่านเช็ดน้ำตานั้นเอาไว้ แต่มีลูกศิษย์บางคนก็ปั้นได้เหมือนกัน

               เรื่องเต่าสำลี หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาโพสท์โดย มหาหิน เมื่อ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๐

               ตามรูปถ่ายที่ปรากฏ เป็นรูปถ่ายของเต่าสำลีองค์เดียวกันท่านเจ้าของ เต่าสำลี องค์นี้ คือ....คุณสมควร มณีรัตน์ ยอมเสียสละสิ่งที่ท่านเอง รัก และหวงแหน อย่างยิ่ง แต่ทว่า.. เพียงเพื่อสานปฏิปทาสาธารณประโยชน์ของหลวงปู่ เพื่อเป็นการเดินตามรอยเท้าท่าน เพื่อเป็นกตเวทิตาต่อหลวงปู่ และเป็นเครื่องยืนยันว่า มีความเคารพหลวงปู่ฯ มากกว่าของรัก ของหวงใดๆ อันเป็นที่น่าโมทนายิ่ง....

               ได้ตัดสินใจมอบเต่าสำลี ให้โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อตอบแทนคุณความดี สำหรับท่านที่เสียสละ ช่วยเหลืองานผ้าป่า และทำให้ ศาลาชัยยะวงศาพัฒนา สำเร็จลุล่วง ไปโดยเร็วตามโครงการ ทอดผ้าป่าสามัคคี เพื่อนำรายได้ไปสร้างอาคารชัยยะวงศาพัฒนา มอบแด่สถานีอนามัย เป็นสาธารณะประโยชน์ ณ วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ในวันอาทิตย์ที่ ๙ กันยายน ๒๕๕๐

               เต่าสำลี องค์นี้ คุณพี่สมควรได้รับจากมือของหลวงปู่ ที่นั่งปั้นให้ ความจริง เต่า จะเป็นสำลีล้วนๆ ที่หลวงปู่ เช็ดตา แล้วปั้นๆ ไปเรื่อย กว่าจะเสร็จสิ้น ก็ใช้เวลานานอยู่ (ไม่ได้เร่งรีบปั้น)หลังจากได้รับ เต่าสำลี มาจากหลวงปู่ คุณพี่สมควรฯ ก็ได้เก็บบูชาที่โต๊ะหมู่บูชา ไว้นานนับ ๑๐ ปีก่อนหน้านี้ มีศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเกิดความศรัทธาต่อองค์หลวงปู่ เคยได้ยินกิตติศัพท์ถึง เต่าสำลี ของหลวงปู่ แล้วมีความรู้สึกว่า อยากจะได้มีไว้บูชา มาสอบถามผม ซึ่งในขณะนั้น ผมก็ไม่ทราบว่า ศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ ท่านใดบ้างที่มีอยู่

               ผมก็เลยแนะนำให้ไปสอบถามที่คุณมนต์สิทธิ์ ฤทธิชัย ภายหลัง จากนั้น คุณมนต์สิทธิ์ ก็แนะนำไปถึง คุณพี่สมควร คุณพี่จึงมอบให้ ด้วยเห็นว่าบุคคลนั้น มีความเคารพศรัทธา ต่อหลวงปู่ โดยท่านนั้นได้มอบเงินเป็นค่าตอบแทน ซึ่งคุณพี่สมควรก็ได้นำเงินส่วนนั้นถวายไปที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม โดยไม่ได้นำมาใช้เป็นการส่วนตัวเลย....บัดนี้ คุณพี่สมควรก็อยากจะเห็นความสำเร็จของศาลาชัยยะวงศา เพื่อเป็นสาธารณประโยชน์ตามรอยปฏิปทาของหลวงปู่ จึงมาปรึกษาผม เรื่องแผนงานการทอดผ้าป่า....ผมก็แนะนำว่าให้พวกเรานำวัตถุมงคลของหลวงปู่ที่พวกเรามีอยู่ นำออกมาเพื่อตอบแทน เพื่อโมทนากับคุณความดี กับท่านผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย

               คุณพี่สมควรก็จึงไปค้นเพื่อหาวัตถุมงคล มาเข้าร่วมกองบุญ ตามที่ผมเสนอข้อคิดเห็นปรากฏว่า เมื่อค้นหาวัตถุมงคลที่บ้านก็กลับพบว่า....เต่าสำลี องค์นี้ ยังอยู่ที่บ้าน ก็เป็นที่แปลกประหลาดใจ อย่างยิ่ง....อย่างไรก็ดี ของยิ่งรัก ยิ่งหวง สามารถสละได้ย่อมยอดยิ่ง เป็นการตัดกิเลส ได้ดี และคุณพี่สมควรก็อยากจะให้โครงการนี้ เกิดความสำเร็จ จึงตัดสินใจนำเข้าร่วมกองบุญ ด้วยต้องตัดความรัก ความหวง ออกไปก็ขอน้อมโมทนายิ่งนัก....ซึ่งก็อาจจะเป็นไปได้ว่า เต่าสำลี องค์นี้ หลวงปู่ ท่านย่อมเห็นภาพในอนาคตอยู่แล้วก็เป็นแน่การนำเต่าสำลีมาตอบแทนในครั้งนี้ คุณพี่สมควร ก็บอกกับผมว่า.... ขอมอบให้ สำหรับท่านที่ร่วมงานบุญด้วยยอดเงินบุญพิเศษๆ

               ครั้งที่สอง ที่เราคุยกันเรื่องโครงการ....วันนั้น คุณพี่สมควรได้นำ เต่าสำลี มาให้ผมดู....เมื่อผมสัมผัส ก็รับรู้ถึงมาบางสิ่งที่แข็งๆ อยู่ภายใน....ทั้งพี่สมควรฯ และผมเอง ก็เพียงได้แค่เพียงเดาว่า อาจจะเป็น "พระธาตุ" แถมสายตา ผมก็มองเห็นเส้นเกศา ที่ทะลุออกมาเกือบพ้นเต่าสำลี ผมก็เลยใช้นิ้วแตะ ดันเบาๆ ให้เส้นเกศา ถูกผลักกลับเข้าไปภายใน....ขณะนี้ เต่าสำลีองค์นี้ จึงอยู่ที่ผม เก็บรักษาไว้ชั่วคราว....เพื่อรอเจ้าของที่แท้จริงต่อไป....(ต่อมามีคนบูชาในอัตราองค์ละ ๕ พันบาท-๗ ปีที่แล้ว - อ.เล็ก)

               สาเหตุที่ผมเรียก เต่าสำลี ว่า องค์หนึ่ง แทน ตัวหนึ่ง.... เพราะว่า ผมก็สำนึกเอาเองว่า เต่าสำลี เป็นวัตถุอันเป็นมงคลยิ่ง ที่หลวงปู่เมตตาภาวนาไป ปั้นไป เสกไปเรื่อยๆ จึงนับได้ว่า เป็นการทำพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลชื้นเดี่ยว คือ เต่าสำลี เท่านั้น ซึ่งท่านก็ปั้นได้เพียง ครั้งละ ๑ องค์ เท่านั้นเท่าที่คุณพี่สมควรเล่าให้ฟัง หลวงปู่ท่านก็ปั้นอยู่นาน จึงจะสำเร็จ เสร็จสิ้นได้ เพียง ๑ องค์อย่างนี้ ผมจึงขอเรียกว่า เต่าสำลี ๑ องค์ ตามความรู้สึกของผมเอง.ขอกราบในความมีมหาเมตตาของหลวงปู่เป็นอย่างที่สุด....ได้มีท่านหลายท่านสงสัย และยืนยันว่า....ได้เคยมีเต่าสำลี ในห้องวัตถุมงคลของทางวัดฯ ให้บูชา....ตัวผมเอง ได้ไปกราบหลวงปู่ก็เพียง ๓-๔ ปี ก่อนที่ท่านจะละลาขันธ์ ๕ดังนั้น เรื่องแต่เก่านานมา ก็ต้องสอบถามไปยังศิษย์เก่าๆ หลายท่าน และพระคุณเจ้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับวัตถุมงคลของทางวัด....พอได้ใจความว่า....

               หลังจากที่หลวงปู่ได้เมตตาปั้นเต่า และแจกให้แก่บรรดาศิษย์ทั้งหลายที่ได้รับก็มี ก็ดีใจ ที่ไม่ได้รับ ก็มี ก็มีความรู้สึกว่า อยากจะมี อยากจะได้จึงจัดทำ เต่าสำลี เต่าชุบเทียน โดยด้านในตัวเต่า บรรจุพระธาตุข้าวบิณฑ์และบรรจุเกศาของหลวงปู่ไว้ด้วยจากนั้นก็นำถวายให้หลวงปู่เมตตาทำพิธีให้ จึงมีจำหน่ายในห้องวัตถุมงคลแต่ทว่า ในปัจจุบันนี้ ที่ห้องวัตถุมงคล ไม่มีเหลือแล้ว.. หมดไปนานแล้ว....

               ดังนั้น เต่าสำลี จึงมี ๒ กรณี คือ. หลวงปู่ท่านปั้นเอง ทีละ ๑ องค์ ปั้นไป ท่านก็เสกของท่านไป แล้วก็มอบให้ใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ๒. ท่านทำพิธีครั้งเดียวหลายๆ องค์ แล้วก็แจกลูกหลาน และมีเหลือให้จำหน่ายที่ห้องวัตถุมงคลเรื่องเต่าสำลี...เต่าสำลีที่มีเส้นเกศาของครูบา เพื่อนบางคนเค้าบอกว่าท่าน ทำเพื่อให้พิจารณา "เกศา โลมา นขา ทันตา ตะโจ" อย่าไปห้อยเฉยๆ ให้พิจารณากองสังขารด้วย

               เรื่องที่ ๓๗ หลวงปู่คำแสน คุณาลังกาโร วัดป่าดอนมูล อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่กล่าวยกย่องหลวงพ่อวงศ์ต่อหน้าศิษย์น้อยใหญ่ เมื่อครั้งที่หลวงพ่อวงศ์นำผ้าป่าไปทอด หลวงปู่คำแสนถึงกับลงมารับ พร้อมกับแสดงความดีใจที่ได้พบ นิมนต์ให้หลวงพ่อวงศ์นั่งบนอาสนะที่สูงกว่า หลวงพ่อวงศ์ไม่ยอม เพราะเห็นว่าพรรษาของท่านน้อยกว่า และคุณธรรมก็น้อยกว่าหลวงปู่คำแสน แต่หลวงปู่คำแสนกลับตอบว่า "..หลวงพ่อวงศ์พรรษาน้อยกว่าก็จริง แต่ด้านคุณธรรมสูงกว่ามาก.." จึงไม่ยอมนั่งสูงกว่าหลวงพ่อวงศ์ เมื่อต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมนั่งสูงกว่าใคร บรรดาลูกศิษย์จึงยกอาสนะอีกตัวหนึ่งให้หลวงปู่คำแสนนั่ง เพื่อให้เสมอกัน หลังจากหลวงปู่คำแสนนั่งลงแล้ว ได้บอกกับบรรดาลูกศิษย์ที่ติดตามไปว่า "..ลูกโชคดีนะ ที่ได้พบพระอริยสุปฏิปันโน ที่มีคุณธรรมสูงอย่างท่านครูบาวงศ์ ให้ปฏิบัติธรรมให้เก่งอย่างครูบาวงศ์นะ เพราะท่านเป็นพระกรรมฐาน พิจารณากฏไตรลักษณ์ได้แล้ว ลูกต้องซักถามท่านให้มากๆ จะได้กุศลอันสูงส่งในชาตินี้.."