Get Adobe Flash player

เกร็ดประวัติ อภินิหาร ครูบาวงศ์ (๑๒) โดย พระเล็ก พลูโต

Font Size:

                ใน หนังสือพระชัยวงศาปูชนียาลัย กล่าวกันว่าพี่ชายคนที่สองในอดีตชาติ ได้เกิดเป็นพระภิกษุในประเทศพม่า มีพระนามว่า พระอนันตยา ซึ่งเป็นพระภิกษุรูปหนึ่งที่มีชื่อเสียง และเป็นที่เคารพรักของชาวพม่า และมอญ รวมทั้งไทยใหญ่ โดยทั่วไป (ปัจจุบันท่านมรณภาพแล้ว)

                หลวงพ่อองค์นี้ไม่เคยพบกันกับครูบา แต่ท่านทั้งสองก็รู้จักกันดี มีบันทึกยืนยันจากลูกศิษย์

ส่วนพี่ชายคนที่สามนั้น (คือ ท่านครูบา) ต่อมาในสมัย พระพุทธเจ้ากกุสันโธ ก็ได้เกิดเป็นพญากวาง ดังมีตำนานเล่ากันต่อมา

                หมายเหตุเพิ่มเติม ต่อมาพญากบตัวนั้นได้กลายเป็นหิน เป็นรูปร่างกบ มีรอยพระบาทประทับอยู่ที่หลัง ปัจจุบันครูบาชัยวงศา ท่านได้สร้างรูปกบครอบรอยจริงไว้ และสร้างมณฑปครอบอีกชั้นหนึ่ง

                เรื่อง พระอาจารย์อนันตยา ที่พม่า....ที่เคยเขียนไว้ข้างต้น นำเอาบันทึกในการเดินทางของคุณพี่แน่งน้อย ตอนไป อธิษฐานขอพระธาตุ จากเจดีย์ชเวดากอง ตามคำสั่งของครูบามายืนยันเรื่องพระอาจารย์อนันตยา

                ประเทศพม่า ครั้งที่ ๑ วันที่ ๓-๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๘

                ....นอกจากนี้หลวงพ่อยังบอกให้ไปที่วัดอนันตยา ซึ่งเป็นที่พำนักของพระสงฆ์องค์สำคัญของชาวพม่า ชื่อท่านอนันตยา เช่นเดียวกับชื่อวัด ท่านรู้จักคุ้นเคยกับหลวงพ่อเป็นอย่างดี ทั้งๆ ที่ไม่ได้ไปมาหาสู่กัน

                หลวงพ่อเคยปั้นรูปเหมือนของท่านส่งไปให้ที่วัดอนันตยา และบอกว่าท่านอนันตยา ตกลงมาจากพระเจดีย์ ขาหักอยู่ในขณะนี้ ให้เราออกเดินทางไปต้นเดือนกุมภาพันธ์
๒๕๓๘ มีเวลาเตรียมตัวเพียงเดือนเดียว....

                วันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘...."พวกเราที่เดินลงเอง ใช้เวลานานกว่านั่งคานหาม แถมยังแวะซื้อของตามทางอีก บางคนหายไปนานจนเพื่อนต้องวิ่งไปตามอีก กว่าจะพร้อมกันประมาณ ๑๐.๓๐ น. ลงมาถึงเชิงเขาใกล้เที่ยง เปลี่ยนขึ้นลงรถโคช เดินทางต่อไปวัดอนันตยา ที่ตำบลตะโพน เขตพวกมอญ

                กว่าจะไปถึงวัดประมาณ ๑๕.๐๐ น. เราได้ทราบว่า ท่านอนันตยา เจ้าอาวาสวัดอนันตยา ที่เราตั้งใจมากราบนมัสการตามที่หลวงพ่อบอก ได้มรณภาพก่อนที่เราจะมาถึงเพียง ๓ วัน ทั่วบริเวณวัดมีผู้คนมามากมาย

                เราเห็นพระเจดีย์องค์ใหญ่สีขาว ที่ท่านสร้างขึ้นใกล้จะเสร็จเรียบร้อย แต่ยังมีนั่งร้านอยู่โดยรอบ ได้ทราบว่าท่านปีนขึ้นไปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ บนยอดพระเจดีย์ด้วยองค์เอง จนตกลงมา สูงประมาณ ๑๙๒ เมตร ท่านเข้านิโรธสมาบัติอยู่ ๒๐ วัน นอนเฉย ไม่ฉัน ไม่พูด ครบ ๒๐ วัน จึงมรณภาพ และบรรจุพระศพไว้บนยอดเขาอีกลูกหนึ่ง ซึ่งเราไม่มีเวลาจะขึ้นไปนมัสการ ได้แต่กราบนมัสการระลึกถึงท่านอยู่ที่พระเจดีย์

                ผมเคยถามคนทางฝั่งพม่า เค้าลือกันว่า พระอาจารย์อนันตยา เหาะได้ ..ในหมู่ลูกศิษย์ ก็รู้กันว่าท่านเคยเป็นพี่ชายครูบาวงศ์ในอดีต เป็นหน่อพุทธางกูรเหมือนกันผมยังมีเหตุการณ์อีกครั้งหนึ่งที่เคยถามท่านถึงหลวงพ่อองค์อื่น ที่ท่านไม่เคยเจอกัน แต่รู้จักกัน

                เรื่องที่ ๕๙ คำสอนของพ่อ...หลวงพ่อไม่ค่อยจะเอาอันใดมาให้ ดีที่สุดก็ที่ให้นี่ ให้โอวาทสั่งสอนให้รู้ช่องทางเดิน ทางปฏิบัติ ที่บอกให้เมื่อกี้นี้ เจตนาให้มีเจตนาให้บริสุทธิ์ที่สุด ทำบุญอย่าให้ใครมาบังคับ

                คน  ประเภท

                ประเภทหนึ่ง เจตนาเอง ศรัทธาเอง หาได้ด้วยตัวเอง ไปทำบุญเอง ประเคนเอง นี่จำพวกหนึ่ง ได้บุญมากที่สุด

                อีกพวกหนึ่งอยากทำบุญรอเขามาบอกก่อน ถ้าเขาไม่มาบอก็ไม่ไป ถ้ามาบอกก็จะไป บังคับให้ไปเมื่อไรก็ไปเมื่อนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้น คนที่มาบอกได้บุญไปครึ่งหนึ่ง เจ้าของทานได้ครึ่งหนึ่ง

                อีกพวกหนึ่ง บอกก็ไม่ไป ไม่บอกก็ไม่ไป

                ทำบุญนี่ ทำบุญด้วยตนเอง สร้างด้วยตนเองโดยไม่บอกให้ใครรู้ เราก็ได้บุญเยอะจริง แต่ไม่มีบริวาร อยู่ด้วยตนเอง อย่างคนปัจจุบัน บางคนทำบุญไม่บอกใคร อยู่ด้วยตนเองไม่มีเพื่อนถ้าเราทำเองจริงหมด ก็ให้ประกาศว่า พี่น้องทั้งหลาย ทุกคนอนุโมทนาด้วยนะ ใครอยากทำบุญด้วย ก็ทำนะ ที่สุด มาก็ขออนุโมทนาด้วยกันนะเราก็เป็นใหญ่ บริวารก็มีเยอะ พูดไหนก็ได้นั่น ถ้าเขา "ไม่" ก็ไม่เป็นไร เราบอกแล้ว

                นิพพาน มหานิพพาน...มหานิพพาน นี่ นิพพานพร้อมพระพุทธเจ้าส่วนนิพพานนี่..สร้างบารมีได้แล้ว ถ้ากิเลสหมดเร็ว ก็ไปนิพพาน ในกัปหนึ่งก็ได้ไป นิพพานมหานิพพาน นี่ แสนมหากัป นิพพานพร้อมพระพุทธเจ้าคนที่ปฏิบัตินี่บางคนก็กรรมมีน้อย บางคนก็กรรมมาก ใครบารมีแก่แล้วขยันขันแข็งไม่รอใคร จะไปเอง ขอติดตามพระพุทธองค์ ท่านสั่งไว้ให้ติดตามตถาคต ตถาคตตั้งศาสนา ๕,๐๐๐ พระวัสสา ไว้ให้พุทธบริษัทภายหลังได้ปฏิบัติธรรม ถ้าปฏิบัติจริงๆ จังๆ ทำบุญทำทานไปเรื่อยๆ บาปไม่ยอมทำเลย ขยันขันแข็งทำไปเรื่อยๆ ไม่ห่วง ไม่ให้มีกิเลส โทษอันเก่าก็ไม่มี โทษใหม่ก็ไม่ให้เกิดขึ้น ขอสร้างบุญกุศลเรื่อยๆ ก็จะได้นิพพานในกัปนี้ หรือว่า ชาตินี้

                ถ้าจะได้ชาตินี้ คนผู้นั้นจะต้องแปลกจากคนอื่น โทษสักเม็ดงาหนึ่งไม่มี กรรมสักเม็ดงาหนึ่งไม่มี ถ้ามีสักเม็ดงาหนึ่ง อาจจะได้ต่อสักชาติหนึ่ง ถ้าไม่มีโทษกรรมสักเม็ดงาหนึ่ง สักผงธุลีหนึ่ง ก็จะไปในชาตินี้

                เรื่องที่ ๖๐ อย่าอวดตัว....ได้อะไรมาอย่าปีติจนเกินไป ให้ระวังไว้อย่าง ครูบาพรหมจักร (วัดพระบาทตากผ้า) ท่านรู้ท่านปฏิบัติได้อย่างไร ก็เอามาสอนอย่างนั้น แต่ท่านไม่ได้บอกว่าท่านปฏิบัติได้เอง อ้างว่าได้ร่ำเรียนมา ได้ยินครูบาอาจารย์เก่าแก่พูดกันอย่างนั้น ที่จริงท่านปฏิบัติได้ ท่านจึงบอกได้ ที่จริงก็เรียนรู้มา แต่จะแน่จริงก็ต่อเมื่อเราปฏิบัติได้ตามนั้นโดยส่วนตัว ผมเคยถามครูบาว่า..

                "ครูบาเหยียบหินได้ยังไง"

                ท่านตอบ "ครูบาอาจารย์สอนมา"

                ครูบาวงศ์ ท่านก็มักจะตอบแบบนี้ เหมือนกัน

                พระรอด อย่างหลวงพ่อดี ใครก็มาชม ว่า หลวงพ่อดี ใครก็มาเอา ดี อย่างหลวงพ่อ มาเอาก็ไม่ถูก ถูกไม่จริง... มาขอรดน้ำมนต์ เป่าหัว ขอพระห้อยคอ ขออันใดอันหนึ่งไป ขอเป็นของมงคลอย่างขอพระ ขอของไป ไม่เท่าเอาคุณงามความดีไปใช้

                หลวงพ่อจะให้ ดี ก็มาเอาของอันดี หลวงพ่อก็ให้รักษาศีล ให้ได้ภาวนา ทำบุญ ทำตนทำตัวให้ดี อย่าเป็นคนเกเรนะ ให้เป็นคนดี ที่มีศีลมีสัตย์นะ ถ้ารับอันนี้ไปใช้ก็ดี เอาความดีไปดีกว่าเอา พระรอด พระคง

                พระรอด พระคง ยังอยู่นอกใจเราเอา คุณงามความดี ไว้ มันประจำอยู่ในตัว

                การรดน้ำมนต์....พรมน้ำมนต์ ก็พรมลดเคราะห์ลดภัย เอาของไม่ดีออกไป อย่างนี้ก็ถูก แต่มันไม่ถูกที่มันลำบากครูบาเท่านั้นการพรมน้ำมนต์นั้น จะว่าไม่ดี ก็ดี อย่างเขามาเชื่อแล้ว ต้องอนุโลมตัดเคราะห์ ตัดภัย ให้มัน

                เหมือนมีเชื้อไฟให้มันดับไป มันจะไม่เกิด ถ้ามันมีอยู่มันจะลามออกไปก็ไม่ลาม ถ้าเชื้อไฟไว้ที่ไหน ก็ไหม้ที่นั่น เราไม่รดน้ำ มันก็ไหม้ อยู่ที่ไหนมันต้องไหม้ ที่มานี่ได้ เขาก็ยินดีว่ามากราบหลวงพ่อ ขอน้ำมนต์ หลวงพ่อก็พรมน้ำมนต์ให้ มันก็สบายใจ มันเบาไปนิดหนึ่ง ถ้ามันไปแล้ว รู้จักสรรพคุณของหลวงพ่อดี ทีหน้ามันก็จะมาซ้ำต่อ ที่สร้างมาแล้วก็ไม่มีความกินแหนง (สงสัย) ที่ได้สร้าง ก็จะตั้งตัวดีขึ้นไป

                แต่กรรมเก่าที่หายก็หาย ที่ไม่หายก็ไม่หาย ที่หายเพราะมันหมดชุดที่ไม่หาย เพราะมันยังอยู่แต่ละอย่าง ๕๐๐ ชาติ เมื่อไรครบ ๕๐๐ ชาติก็หมดไป อันใดไม่ครบ ๕๐๐ ชาติ มันก็ไม่หมด

                กรรมดีถ้าถือไว้ตลอด มีผลนับชาติไม่ได้ อยู่ตราบถึงพระนิพพานกรรมร้ายนี่มันมีชุด กรรมดี ก็มีชุดอย่างหนึ่ง

                มีชุดที่เขาไม่เชื่อ มันจะไปหมดกับที่เขาไม่เชื่อ

                สมมุติอย่าง (พวก) ลูกมานี่ ตั้งแต่ต้นมานี่นับถือว่าหลวงพ่อดี ก็มาทำบุญ ยินดีกับหลวงพ่อ ที่สุดที่นี้ทำดีแล้ว ตอนนี้ในยุคนี้ก็ดีประจำอยู่สมมุติที่ทำแต่อดีตมาถึงวันนี้ ก็ดีอยู่อย่างนั้นถ้าตั้งแต่วันนี้ไป วันพรุ่งนี้ได้ยินคนอื่นพูดผิดอันใดอันหนึ่งมาเข้าหู ว่าหลวงพ่อไม่ดี ไปหาทำไมกล่าวโทษหลวงพ่อ สมมุติมีคนอิจฉาว่าหลวงพ่อ เขาไม่พอใจหลวงพ่อ ก็จะหาเรื่องใส่ความหลวงพ่อ ลูกได้ยินแล้วหูเบาก็จะไปเชื่อ คิดว่า ถ้ารู้อย่างนี้ไม่ไปแล้ว คิดว่าเป็นพระดีที่สุด ถ้ารู้อย่างนี้ก็จะไม่เอาแล้วตั้งแต่นั้นกรรมดีก็จะหมดชุดไป

                ชาติหน้าก็มีอยู่นะ ชาติหน้าก็จะไปดีอีก มาถึงอายุขณะนี้ วันนี้ ตั้งแต่วันนี้ไปบุญอันนั้นจะเสียไปจะฉิบหายอย่างบางคนเป็นคนดี พอพ่อแม่ตายไป กรรมที่ไม่ดีก็จะมาปรากฏมาบังคับจิตให้เสีย ให้ทำตัวไม่ดี ของก็ฉิบหายไปตามนั้น เวลานั้นเวลาที่เราประมาทดีก็มี ร้ายก็มี กรรมขาวเป็นตอนๆ มันจะเสียไปหมดก็ไม่เสีย เสียเป็นตอนๆ สร้างไว้แล้วก็มีแต่เอาบาปมากุม บุญงอกไม่ทัน อยู่ทรงกรรมอยู่อย่างนั้น โอยๆ อยู่จนหมดยุค หมดเมื่อใดก็สิ้นกรรม แจ้งสว่างขึ้นเมื่อนั้น

                ถ้าทำไม่ดีจริงๆ ตลอดชีวิต มันก็จะพบเรื่องร้ายตลอดชีวิตไปตามกรรมถ้าทำดีตลอดชีวิต คุณงามความดีก็จะอยู่กับเราตลอดชีวิต ทำให้เราอายุยืนนาน ฉะนั้น ต้องทำดีทุกอย่าง ไม่ให้มีบาดมีแผล ไม่ให้มีโทษมีกรรม กรรมชั่วจะมาตัดกรรมดีเราไม่มี รอดไปรอดมาพ้นไปพ้นมา น่าจะตายก็ไม่ตาย

                สมมุติอย่างคนที่ยังมีวาสนา นาบุญยังมีอยู่ คนอื่นตายหมด คนผู้นั้นไม่ตาย