Get Adobe Flash player

เกร็ดประวัติ อภินิหาร ครูบาวงศ์ (๑๓) โดย พระเล็ก พลูโต

Font Size:

                เรื่องที่ ๖๑ ครูบาศรีวิชัย ทุกวันตอนเช้า-ตอนเย็น ตอนครูบาวงศ์ท่านจะนำพวกลูกศิษย์สวดมนต์ทำวัตรนั่งสมาธิ และนำพวกเราไหว้อาจารย์ทุกองค์ ไม่ว่าจะครูบาศรีวิชัย ครูบาขาว ครูบาชัยลังก๋า ครูบาพรหมจักร

                ตอนครูบาวงศ์ท่านยังอยู่ ถ้ามีโอกาสมักจะชอบให้ท่านเล่าเรื่องครูบาศรีวิชัยให้ฟัง เนื่องจากผมเกิดไม่ทัน และก็อยากทราบเรื่องราวของครูบาอาจารย์องค์อื่นบ้าง

                เคยถามท่านว่า "ครูบาศรีวิชัยสอนอะไรครูบาบ้างครับ"

                ครูบาวงศ์ท่านตอบ "ลูกศิษย์ติดตามครูบาศรีวิชัยเยอะ ห้อมล้อมเต็มไปหมด เข้าไปไม่ค่อยถึงตัวท่าน บางทีเห็นไกลๆ ลิบๆ ท่านอยากจะใช้งาน อยากจะสอนอะไรครูบาท่านจะให้คนมาตาม"

                ในหนังสือของวัดห้วยต้มก็เขียนไว้เกี่ยวกับครูบาศรีวิชัยคล้ายๆ กับที่ครูบาวงศ์เล่า....

                ในวันหนึ่งๆ จะมีผู้คนทั้งไทย และกระเหรี่ยงนำโภชนาหารมาใส่บาตรอย่างมากมาย ครูบาศรีวิชัยท่านจะออกบิณฑบาตตั้งแต่ตี ๔ กว่าจะใส่บาตรเสร็จก็ประมาณ ๘ โมงเช้า พระเณรที่อยู่กับท่านมีจำนวนมาก บางครั้งมีถึง ๕๐๐ กว่าองค์

                ผู้ที่มีโอกาสมาในงาน ทำบุญตานใช้ตานแทน ที่วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ได้เห็นการทำบุญใส่บาตรของผู้ร่วมในพิธีมากเพียงไร ในสมัยครูบาศรีวิชัยก็เป็นเช่นนั้นทุกวัน

                สำหรับผู้ที่ทำอนันตริยกรรมแล้ว ครูบาศรีวิชัยท่านจะปิดฝาบาตร ไม่ยอมรับอาหารจากผู้นั้น และเมื่อเดินผ่านไปท่านจะเปิดฝาบาตรตามเดิมเคยเรียนถามหลวงพ่อว่า ทำไมจึงไม่ทำอย่างครูบาศรีวิชัยท่านบ้าง

                หลวงพ่อท่านบอกว่า บารมีของหลวงพ่อยังไม่มากอย่างท่านและอีกอย่างหนึ่งหลวงพ่ออยากให้ลูกศิษย์ทุกคนเป็นคนดี ถึงแม้หลวงพ่อเองจะทุกข์ จะถูกผู้อื่นดูถูกอย่างไร หลวงพ่อทนได้ ขอให้ลูกศิษย์มีความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รักใคร่ปรองดองกัน เหมือนอย่างที่หลวงพ่อรักและเมตตาต่อลูกๆ หลวงพ่อก็พอใจแล้ว

                ครูบาท่านเมตตาต่อลูกศิษย์เสมอ ส่วนเรื่องครูบาศรีวิชัยที่ท่านเคยเล่าให้ลูกศิษย์ฟังยังมีอีก ต้องค่อยๆ ทยอยเขียน

                เรื่องที่ ๖๒ เรื่องธุดงค์..ครูบาท่านเคยเล่าเรื่องตอนท่านธุดงค์ให้ผมฟัง บางเรื่องก็มหัศจรรย์ และตื่นเต้น เวลาว่างก็ชอบแอบถามท่านเรื่องที่ท่านไปธุดงค์ บางเรื่องฟังสนุกดีก่อนอื่นต้องย้อนกลับไปเรื่องสมัยที่ท่านไปธุดงค์ตามที่ต่างๆ ก่อน ในหนังสือของวัดมีเขียนไว้ ลอกเอามาประกอบเพื่อความเข้าใจ...

                ครูบาออกธุดงค์องค์เดียวตั้งแต่ อายุ ๑๒-๒๐ ปี เมื่อยังเป็นเณร กลับเข้ามาบวชเป็นพระแล้วออกธุดงค์ไปอีก ตั้งแต่อายุ ๒๐-๒๖ ปี ระหว่างอายุ ๑๒-๑๕ ปีก็ธุดงค์กับครูบาก๋า (ครูบาชัยลังก๋า) ครูบาพรหมจักร (วัดพระพุทธบาทตากผ้า) ติดตามครูบาอาจารย์ไป ท่านเล่าว่า....

                อยู่ป่าสนุกกว่าอยู่บ้าน ธุดงค์ไปบำเพ็ญองค์เดียว อยู่บ้านกลัวผี อยู่ป่าไม่กลัว ธุดงค์ไปองค์เดียว เข้าบ้านเข้าเมืองกลัวผีสะปะ (เยอะแยะ)  เวลากางกลดกางร่มก็อธิษฐานว่า "สัตตา อธิษฐามิ" อยู่ใต้ต้นไม้ก็ไปทักเทวดาต้นไม้ ในถ้ำก็พัก ป่าเปล่าๆ ก็พัก บ้านก็พัก อยู่ห้างอยู่หอก็อยู่ไป อยู่ร่มไม้เงิบผาเงิบหิน เวลาบิณฑบาตข้าวในป่าบางทีเขา (เทวดา) ก็มาส่งให้ บิณฑบาตตามต้นไม้ก็มี บางทีเอาบาตรห้อยไว้กับกิ่งไม้ ตี ๔ ตี ๕ กลับมานั่งภาวนา บางทีก็หลับยังไม่ตื่น เขาก็มาเรียก บางทีเขาก็มาใส่บาตร เทวดาใส่ หรือคนใส่ก็ไม่รู้ ข้าวเทวดาหอมสีแดงๆ มีแต่ข้าวเปล่า อาหารไม่มีเหมือนกับข้าวคน แต่อร่อย บางทีก็กินลูกไม้ใบไม้แทนอาหาร ที่กินได้ก็รู้ ที่กินไม่ได้ก็รู้ เคยกินมาก่อน ส่วนใหญ่เอาบาตรแขวนไว้แล้วภาวนาไป ง่วงก็นอนหลับ ตื่นขึ้นมา เขาก็เอาข้าวมาใส่ให้แล้ว ทำสมาธิกลางคืนดี ใจไม่ฟุ้งซ่าน ไม่รู้จะทำอะไร กลางวันคิดมาก งานเกิดขึ้น แจ้งมาแอ่ว (เที่ยว) ดูโน่น ดูนี่พิจารณาไป ทุกอย่างเป็นทุกข์ ทุกคนเป็นทุกข์ พิจารณาไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา มันก็น่าสนุกน่าดู

                เรื่องที่ ๖๓ บันทึกของ พระป่านิกรเจ้าอาวาสวัดพระธาตุแก่งสร้อยเขียนเกี่ยวกับครูบา...

                ตอนสร้างบุญใหญ่หล่อพระพุทธรูปหน้าตัก ๑๑ ศอก บุญกุศลที่ได้ทำในครั้งนี้ใครปรารถนาจะเป็นพระโปรดสัตว์ เป็นสาวกภูมิ เป็นพระอรหันต์ หมดกิเลสอาสวะให้เข้าถึงพระนิพพานโดยเร็วในชาติปัจจุบันนี้ ก็ปรารถนาเป็นอธิษฐานบารมี

                อย่าไปปรารถนาเอากิเลส คือ อยากเป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี อยากเป็นนั่นเป็นนี่ ไม่ดี นี้คือคำสอนของหลวงปู่ครูบาชัยยะวงศา ได้สอนพวกเราที่เป็นศิษย์มาตลอดทุกครั้งที่ทำบุญใหญ่หลวงปู่พระครูบาเจ้าชัยยะวงศา ท่านอบรมอยู่บ่อยๆ ว่า ชีวิตเป็นของน้อย เกิดมาก็มีความตายครอบงำมาตลอด ขอให้อย่าประมาท ให้รีบทำบุญทำกุศล อย่าไปรอวัน และเวลา ให้ทำอยู่เนืองๆ แล้วจิตจะเป็นกุศลจนถึงปรมัตถปารมี จะได้ไม่เบื่อหน่ายในทานบารมี เป็นเรือสำเภา จะได้ให้พวกเราขี่ข้ามมหาสมุทร คือ วัฏฏะสงสาร ให้ถึงพระนิพพานโดยเร็ว

                ครูบาเจ้าสอนไม่ให้รอวัน รอเวลา เมื่อได้เกิดมาเป็นคน ก็ถือได้ว่ามีโอกาสแล้ว เราไม่มีทรัพย์อยู่ที่บ้าน ก็ให้หมั่นขยันไหว้พระ สวดมนต์ภาวนา ถวายข้าวพระพุทธ ดอกไม้บูชาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พระพุทธบาท พระธาตุเจดีย์ ต้นโพธิ์ ก็มีอานิสงส์อันประเสริฐแล้ว

                เรื่องที่ ๖๔ การสอนธรรมะของครูบา...

                งานที่ยากยิ่งแต่ทำได้สำเร็จอย่างหนึ่งของท่านคือ การอบรมสั่งสอนพวกชาวเขาเผ่าต่างๆ ให้เข้าใจธรรมะ ให้ถือศีล ๕ ให้ทำทานใส่บาตร รักษาศีล ให้ภาวนานับลูกประคำทุกวันๆ ละ ๓ ครั้ง ให้ละเลิกการนับถือผี ซึ่งพวกชาวเขาเชื่อมาแต่เดิม ให้เคารพพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ ให้เลิกฆ่าสัตว์ ให้เลิกกินเนื้อสัตว์ ซึ่งเป็นงานที่ยาก ยากกว่าที่จะมาสอนหมู่คนที่ปกติอย่างเราๆ เคยทำบุญ หรือมีจิตใจน้อมนำในทางศาสนาอยู่แล้ว จนเปลี่ยนให้พวกชาวเขามาติดตามรับใช้ครูบาท่านได้ ท่านเองก็พยายามหัดพูด หัดเขียนภาษากระเหรี่ยง (เมื่อก่อนท่านพูดไม่ได้) เพื่อใช้สั่งสอนพวกกระเหรี่ยงได้คล่องแคล่ว ญาติโยมมาจากทิศไหน ท่านก็จะใช้ภาษานั้น สอนให้เหมาะสมเป็นหมู่คณะไป

                ครูบาท่านสอนธรรมะได้ทุกระดับ ให้ตรงกับจริตของแต่ละคนไป ส่วนใหญ่ท่านจะพูดน้อย แต่ถ้าสอนมาแต่ละครั้ง คำสอนของท่านจะลึกซึ้ง มีความหมายให้มาขบคิด บางทีท่านก็จะให้เราตีความ หรือจะย้อนถามว่าเข้าใจไหม ไม่ให้เราฟังเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ถ้าได้ฟังท่านสอนสักครั้งก็จะจำได้ตลอดไป

                ผมเคยเห็นบ่อยๆ ขอยกตัวอย่างนึง มีชายคนหนึ่งมาจากระยอง (ถ้าจำไม่ผิด) มาที่วัด มาขอให้ครูบาสอนธรรมะ เค้าบอก"ครูบาเทศน์ให้พวกผมฟังหน่อย"ผมก็คอยฟังว่าท่านจะสอนอะไรให้คณะชายคนนั้น ครูบาท่านไม่เทศน์สอน แต่ท่านบอก

                "ให้เลิกเล่นพนัน เล่นม้าได้ก่อน ค่อยมาหาครูบา"

                ผู้ชายคนนั้นก็ก้มลงกราบที่เท้าท่านทันที เค้าบอก ครูบานี่พูดแทงใจดำจริงๆ แล้วพวกคณะนั้นก็หัวเราะชอบใจ เค้าบอกว่าพวกเค้าเป็นพวกเซียนพนัน

                เรื่องที่ ๖๕ คําสอนหลวงปู่

                ท่านได้กล่าวสอนบรรดาศิษย์ ไว้ว่า....เวลา เราก็มีไม่มาก เกิดมาชาติหนึ่ง เวลาสูญเปล่ามีมาก เวลาทำงานจริงๆ มีไม่มาก เวลาสูญเปล่า มีตลอดชีวิต เวลาเหลือน้อย จะทำอะไร ให้รีบทำ

                หลวงปู่ฯ ท่านไม่เคยประมาทในชีวิตตลอดชีวิตท่าน ทำงานแทบไม่มีวันหยุดแม้ในวัยที่ท่านชราภาพมากแล้ว ท่านก็ไม่หยุดหย่อนทั้งกลางวัน ต้อนรับลูกหลาน ศรัทธาสานุศิษย์ และงานการก่อสร้างกลางคืน งานขีดเขียน เอกสารในทางธรรม เวลาพักผ่อนโดยแท้ แทบไม่มีเมื่อมีบรรดาลูกหลาน และศิษย์ ถามหลวงปู่ฯ ด้วยเป็นห่วงกังวลว่า

                “..หลวงพ่อ เหนื่อยไหม” ก็ได้รับคำตอบว่า “..เหนื่อยไม่ทัน” บรรดาศิษย์ ก็อาจจะงง ในคำตอบแต่เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดท่าน ก็จะเข้าใจได้ ที่ท่านบอกว่าเหนื่อยไม่ทัน ก็คือ.. ไม่มีเวลาที่จะเหนื่อยท่านทำงานติดต่อกันไปเรื่อยๆ ทั้งวัน ทั้งคืนเวลาพักผ่อนนับได้ว่า มีน้อยมากท่านเพียงตั้งความประสงค์ ไว้ว่า..ต้องการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้แก่คนทั่วไป

                เรื่องที่ ๖๖ ครูบาสอนลูกศิษย์  ลูกศิษย์คนไหน ที่เคยได้รับใช้ท่าน คงจะคุ้นเคย ครูบาท่านจะเอาเงินที่ญาติโยมถวายมาจัดเรียงอย่างดี บางแบงค์ที่ยับๆ หรือไม่สะอาด ท่านจะเอามาใส่ขันน้ำเพื่อล้าง และตากให้แห้งแล้วเอามารีดให้เรียบพวกลูกศิษย์คงได้ช่วยท่านทำกันบ่อยๆ เคยถามท่านว่า...ทำไปทำไม

                ครูบาท่านว่า "คนไม่รู้จักค่าของเงิน คนไม่เคารพพระเจ้าอยู่หัว" ส่วนตัวผมก็จะติดนิสัยตามท่าน ต้องเอาธนบัตรที่ยับๆ มารีดให้เรียบเสมอ เดี๋ยวครูบาท่านจะตำหนิเราได้ว่า ไม่เคารพค่าของเงิน เดี๋ยวจะค้าขายไม่เจริญ