Get Adobe Flash player

เกร็ดประวัติ อภินิหาร ครูบาวงศ์ (๑๔) โดย พระเล็ก พลูโต

Font Size:

 

               เรื่องที่ ๗๒ เกศากลายเป็นพระธาตุ ศิษย์เก่าแก่ของหลวงพ่อท่านหนึ่งซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ ครั้งหนึ่งได้นิมนต์หลวงพ่อครูบาชัยวงศ์มาพักที่บ้าน ระหว่างที่เดินทางมาบ้านของเธอ หลวงพ่อได้เมตตามอบหลอดแก้วเล็กๆ ซึ่งบรรจุเส้นเกศาของท่านไว้ มาให้บูชาติดตัว เมื่อเธอได้รับหลอดแก้วบรรจุเส้นเกศาของหลวงพ่อ ก็ได้เก็บไว้เฉยๆ ประมาณ ๔-๕ ปี จึงได้เอาหลอดแก้วนั้นไปเลี่ยมทอง เพื่อใช้ห้อยคอติดตัวเป็นประจำ

               วันหนึ่งได้มีคนรู้จัก และสนิทกันมาทักทาย และได้ขอดูหลอดแก้วที่ได้มานั้น เมื่อได้พิจารณาดูสักครู่ ก็ได้ถามว่า หลอดแก้วนี้บรรจุทับทิมเอาไว้ด้วยหรือ เธอรู้สึกแปลกใจที่ถูกถามเช่นนั้น ได้ตอบไปว่า ไม่ได้ใส่อะไรเพิ่มเข้าไปเลยตั้งแต่ได้มา คงมีแต่เส้นเกศาของหลวงพ่อสีเทาขาวบรรจุอยู่เต็มภายในนั้นอย่างเดียว คงยืนกรานเช่นนั้น

               แต่ทว่า เพื่อนคนนั้นได้ท้วงว่า ก็เห็นอยู่นี่ไง จึงได้หยิบมาพิจารณาดูอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วก็ต้องแปลกใจ และดีใจเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นว่าภายในหลอดแก้วนั้น นอกจากจะมีเส้นเกศาของหลวงพ่อแล้วยังมีเม็ดทับทิมเล็กๆ อยู่ภายในนั้นด้วย ต่างคิดว่า คงเป็นเพราะบุญฤทธิ์ และความเมตตาของหลวงพ่อเป็นแน่ เส้นเกศาของท่านจึงได้กลายเป็นพระธาตุสีทับทิมเหมือนปาฏิหาริย์

               ต่อมาอีกระยะหนึ่ง เส้นเกศาที่เหลือของท่าน ก็ได้เริ่มกลายเป็นเส้นสีทองไปบ้างแล้วอย่างเห็นได้ชัด โอ้หลวงพ่อท่านศักดิ์สิทธิ์จริงๆ ศิษย์ท่านนั้นเล่าด้วยความปีติใจ (โดย สุวรรณา)

               เรื่องที่ ๗๓ พระธาตุเสด็จในสำลี

               เจ้าของพระธาตุ เล่าให้ข้าพเจ้าฟังว่า เธอได้มีโอกาสเดินทางไปทำธุระกับหลวงปู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ระหว่างทางที่หยุดเติมน้ำมัน หลวงปู่ควักเอาสำลีเปล่าๆ ออกมาเช็ดขี้ตา เช็ดเสร็จแล้วท่านก็ส่งให้เธอ จากนั้นเธอก็ได้เก็บติดตัวมาโดยตลอด เพราะปกติเป็นคนชอบกลัวผี จึงเอาสำลีที่ได้พับเก็บไว้ในผ้ายันต์มาตลอดเป็นเวลานับ ๑๐ ปี

               หลังจากหลวงปู่มรณภาพ ได้มีสารวัตรคนหนึ่งซึ่งเคยได้ยินมาว่า เธอมีผ้ายันต์ของหลวงปู่ จึงอยากจะเห็น และได้ขอเธอดู เมื่อเธอเปิดให้ดูก็พบว่า มีพระธาตุจำนวน ๖ องค์อยู่ในสำลี ซึ่งเธอเก็บไว้ในผ้ายันต์ เธอจึงแปลกใจว่า พระธาตุที่ไหนมาอยู่ในสำลีของเธอ ทั้งๆ ที่ตอนแรกที่หลวงปู่ให้มาเป็นเพียงแค่สำลีเปล่าๆ ที่ใช้เช็ดขี้ตาของหลวงปู่ ด้วยบุญบารมีของหลวงปู่แท้ๆ แม้แต่ขี้ตาก็ยังกลายเป็นพระธาตุขึ้นมาได้ และยังมีพระธาตุอื่นๆ เสด็จมารวมอยู่ด้วย(โดย อุบาสิกา จิตสมา)

               เรื่องที่ ๗๔ พระรอดของหลวงพ่อดิฉันได้กราบนิมนต์หลวงพ่อมาโปรดที่บ้าน ลูกศิษย์ของหลวงพ่อ เมื่อทราบข่าว ต่างก็ทยอยกันมากราบท่านทั้งวัน เนื่องจากมีคนมามากมายเหลือเกิน ดิฉัน และสามีจึงได้เข้าไปกราบท่านในตอนเย็น ในขณะที่เข้าไปกราบหลวงพ่อ สามีของดิฉันเห็นพระรอดวางอยู่บนเตียงของหลวงพ่อ

               สามีของดิฉันจึงได้ถามหลวงพ่อว่า "พระรอดองค์นี้ของหลวงพ่อหรือครับ"

               หลวงพ่อบอกว่า "พระรอดองค์นี้เป็นของลูก"

               ดิฉัน และสามีรู้สึกมีความปีติมากจนน้ำตาไหล และร้องไห้ต่อหน้าหลวงพ่อ ขณะที่ดิฉันกำลังใช้มือเช็ดน้ำตา ก็ต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก ที่มีวัตถุบางอย่างมาติดอยู่ที่ซอกนิ้วมือ เมื่อดิฉันมองดูจึงเห็นพระรอด มาติดอยู่ระหว่างนิ้วชี้ และนิ้วกลางดิฉันจึงถามหลวงพ่อว่า "หลวงพ่อ ทำไมมีพระรอดมาอยู่ในมือของลูก"

               หลวงพ่อตอบว่า "ก็ลูกขี้แย"

               ดิฉันจึงเอาพระรอดคืนให้หลวงพ่อแต่หลวงพ่อก็ให้พระรอดคืนมาพร้อมกับบอกว่า "เป็นของลูก" หลวงพ่อมาจำวัดอยู่หลายวัน หลายวันนั้นหลวงพ่อปวดเมื่อยขา ดิฉันจึงตามหมอมานวดถวายหลวงพ่อ ก่อนจะกลับวัดหลวงพ่อบอกให้ดิฉันไปเอาของที่หัวเตียงของหลวงพ่อ

               หลวงพ่อบอกว่า "เป็นของลูก" ดิฉันจึงไปดูเห็นเป็น ชานหมากของหลวงพ่อสองคำ เมื่อดิฉันแกะชานหมากออกดู ก็ได้พบพระรอดอยู่ในชานหมากคำละองค์ ด้วยบุญฤทธิ์ของหลวงพ่อแท้ๆ ที่ท่านเมตตาให้พระรอดดิฉันมาบูชา(โดย สุวรรณา)

               พระรอดในกล่องนม เรื่องพระรอดชานหมาก มีเรื่องที่ศิษย์จำนวนมากของหลวงพ่อประสบกันมามากมายเพียงแต่ต่างวาระโอกาสกันเท่านั้นเมื่อปี ๒๕๓๕ ครั้งนั้นหลวงพ่อเดินทางไปกราบสังเวชนียสถาน ในขณะที่พวกเรากำลังเดินทางโดยรถโดยสาร ผู้ช่วยทัวร์บริษัทสยามอินทรชัยการท่องเที่ยวซึ่งเป็นผู้นำทัวร์ ได้ถวายนมกล่องแด่หลวงพ่อ ท่านรับไปฉันจนเกือบหมด แล้วจึงคืนกล่องนมให้คุณสุปรีดา

               ตอนแรกคุณสุปรีดาคิดในใจว่า อยากจะเก็บไว้ให้ลูกเมื่อกลับถึงเมืองไทย แต่เมื่อคิดดูอีกทีอีกหลายวันเหลือเกินกว่าจะได้กลับ จึงเปลี่ยนใจขอดื่มเสียเอง ขณะกำลังยกกล่องนม เธอได้ยินเสียงดังเหมือนมีของบางอย่างกลิ้งไปมาอยู่ในกล่อง ด้วยความอยากรู้ว่ามีอะไรอยู่ข้างใน เธอจึงใช้มีดผ่ากล่องนม จึงได้พบพระรอดองค์เล็กๆ ๑ องค์อยู่ในนั้น

               การเดินทางไปอินเดียเที่ยวนี้ ไม่เพียงแต่คุณสุปรีดาเท่านั้นที่โชคดีได้พระรอด ยังมีอีกหลายคนในคณะที่ได้พระรอด โดยการที่หลวงพ่อ ยื่นคำหมากที่เคี้ยวออกจากปากส่งให้ศิษย์บางคนที่ยังไม่เคยได้ หรือผู้ที่ยังไม่เชื่อ หากมีวาสนาก็มักจะได้พระรอดเป็นที่อัศจรรย์เสมอ ตลอดการเดินทางในครั้งนั้น

               มีผู้ได้รับพระรอดจากหลวงพ่อคนละองค์เป็นจำนวนถึง ๑๕ คนด้วยกัน

               เรื่องที่ ๗๕ ชานหมากกลายเป็นพระรอดประมาณปี ๒๕๓๘ ขณะที่หลวงพ่อเข้ารับการตรวจสุขภาพ และรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ต้องนอนพักที่ศิริราช เพื่อรอผลการตรวจ วันนั้นมีลูกศิษย์กลุ่มหนึ่งทราบข่าว และได้เข้าไปเยี่ยม

               หลังจากกราบนมัสการหลวงพ่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ทุกคนจะกลับ ต่างก็เห็นหลวงพ่อกำลังหยิบชานหมากแห้งๆ มาไว้ในมือเพื่อที่จะแจก ทุกคนที่ไปกราบท่านในวันนั้นต่างก็ดีใจที่จะได้รับแจกชานหมาก

               ในขณะที่ท่านกำลังส่งให้ถึงมือแต่ละคนนั้น ยังเป็นเพียงชานหมากธรรมดาเท่านั้น พอตกถึงมือแต่ละคนแล้วชานหมากนั้นกลับกลายเป็นพระรอด

               เรื่องนี้เป็นเรื่องอจินไตย ใครอยากทราบว่าเป็นจริงอย่างไรไป ขอดูของจริงได้ที่ คุณสุรชัย วีระมโนกุล ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่ได้พระรอดดังกล่าวมาไว้ในครอบครอง

               เรื่องที่ ๗๖ พระเทวานัมปิยเถระอาจกล่าวได้ว่า หลวงปู่วงศ์ ท่านเป็น พระเทวานัมปิยะเถระ องค์หนึ่ง... ผู้ซึ่งเป็นพระเถระ...อันเป็นที่รักยิ่งของเทวดาทั้งหลาย กล่าวคือ เมื่อครั้งที่ท่านได้รับพัดยศพระครูใหม่ๆ ท่านได้แวะที่วัดบ้านปาง ก่อนถึงบันไดทางขึ้น ท่านได้แวะทำธุระส่วนตัว เมื่อเสร็จธุระแล้ว เทวดาได้ขอให้ท่านประทับรอยเท้าไว้บนก้อนหิน เพื่อเขาจะได้เอาไว้กราบไหว้สักการบูชาต่อไป

               หินก้อนนี้ ปัจจุบันเจ้าอาวาสวัดบ้านปางได้นำขึ้นไปประดิษฐานข้างบน และได้สร้างมณฑปครอบไว้อย่างสวยงาม

               ในปี ๒๕๓๙ หลังจากที่ได้สร้างมณฑปเสร็จ และนำหินก้อนดังกล่าวไปประดิษฐานแล้ว เจ้าอาวาสวัดบ้านปาง ได้บอกกับผู้เขียนว่า จะนิมนต์หลวงปู่มาประทับรอยเท้าบนหินก้อนนี้อีกครั้ง

               หลังจากนั้น ในปี ๒๕๔๐ ผู้เขียนได้ไปที่นั่นอีก ก็พบว่าบนก้อนหินมีทั้งรอยมือรอยเท้าของหลวงปู่ พร้อมกับปิดทองไว้อย่างสวยงามอีกด้วย

               หลวงปู่สิม พุทธาจาโร ได้เคยพูดถึงหลวงปู่ เมื่อคราวที่ผู้เขียนได้ไปถวายพระธาตุบรรจุเจดีย์วัดถ้ำผาปล่องว่า... "ครูบาวงศ์องค์นี้พระธาตุเยอะนะ"

               ทั้งนี้และทั้งนั้น ผู้เขียนคิดว่า หลวงปู่สิม ท่านคงจะทราบว่า หลวงปู่ท่านเป็นผู้ที่มีบารมีเกี่ยวกับพระธาตุมาก ดังเราจะเห็นได้จากคำบันทึกของผู้ใกล้ชิด ที่ได้ติดตามหลวงปู่ไปแสวงบุญยังต่างประเทศ เช่น จากบันทึกของอาจารย์พรนพ พุกกะพันธุ์ เป็นต้น(โดย ศิษย์วัดดอย)

               เรื่องที่ ๗๗ คาถาอะไรก็สู้ใจไม่ได้ในขณะที่รอขึ้นเครื่องบินที่สนามบินเชียงใหม่ ได้กราบขอเมตตาท่านครูบาเจ้า สอนคาถาสั้นๆ เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินสักบทหนึ่ง ท่านครูบาเจ้าได้สอนคาถาให้สามคำคือ อะ อิ อุ พอพูดจบท่านบอกว่า "สามคำยังยาวอยู่ สู้ใจไม่ได้"  ท่านพูดว่า "ตัวอย่าง พ่อคิดถึงลูก ก็ถึงได้ทันที อีกสองชั่วโมง ลูกก็โผล่มาให้เห็นหน้าที่วัด" ทั้งๆ ที่บ้านผู้เขียนอยู่ห่างจากวัดถึง ๑๕๐ กิโลเมตร แสดงว่าคาถาใจไวกว่ารถ(โดย ปฐม พัวพันธ์สกุล)

               เรื่องที่ ๗๘ หลวงปู่สอนเขียนภาพพระนางจามเทวีคุณวันทนา พัวพันธ์สกุล เล่าให้ผู้เขียนฟังว่า เมื่อปลายปี ๒๕๔๑ เธอได้รับมอบหมายจากทางเทศบาลเมืองลำพูน ให้เป็นผู้วาดภาพเชิงเสมือนจริงของพระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์แห่งหริภุญชัย ขนาดเท่าองค์จริง เนื่องในวโรกาสที่นครศรีหริภุญชัย ก้าวสู่ศตวรรษที่ ๑๔

               เธอจึงเข้ากราบขอความเมตตาจากหลวงปู่เพื่อขอคำแนะนำ เริ่มตั้งแต่เขียนแบบเค้าพระพักตร์ คิ้ว ปาก คาง จมูก แม้กระทั่งสี ผิวพรรณ สัดส่วน ลักษณะสีหน้าท่าทาง และความสูง ขณะที่พูดถึงความสูงของพระนางฯ หลวงปู่บอกว่า สูง ๓ ศอกเดี้ยม ซึ่งเท่ากับ ๑๖๙ เซนติเมตร เธออดสงสัยไม่ได้ จึงพลั้งปากถามหลวงปู่ว่า

               "ครูบาเจ้าทราบได้อย่างไรว่าสูง ๑๖๙ เซนติเมตร"

               หลวงปู่ตอบว่า "เจ้าแม่มาบอกเอง"

               พองานผ่านไปได้ระดับหนึ่ง หลวงปู่ท่านยังได้เมตตาไปตรวจงานถึงที่บ้าน ด้วยความที่เธอยังไม่หมดความสงสัย เพราะเคยได้ยินได้ฟังมานานแล้วว่า หลวงปู่ในอดีตเคยมีความเกี่ยวข้องกับพระนางจามเทวีอย่างไร แต่ก็ไม่กล้าถามตรงๆ เมื่อสบโอกาสเธอจึงกราบขอสุมา เรียนถามหลวงปู่ว่า

               "หลวงปู่ครูบาเจ้า หลวงปู่ครูบาเจ้า คือ ฤาษีวาสุเทพ หรือ สุเทวฤาษีใช่ก่เจ้า"

               หลวงปู่มองหน้าแล้วตอบสั้นๆ ว่า "ฮื่อ"

               เธอจึงหายสงสัยว่า ทำไม? หลวงปู่จึงมีพระรอดสมัยพระนางจามเทวีอยู่ในคำหมากไว้แจกลูกหลานจนเป็นที่อัศจรรย์นัก(โดย คุณธนกร สุริยนต์)