Get Adobe Flash player

แม่ชีประทุม โชติอนันต์ (๕) โดย พระเล็ก จิตฺตคุตฺโต

Font Size:

 

สร้างสำนักส่งเสริมปฏิบัติธรรม ศิษย์พระราชพรหมยาน จังหวัดนครราชสีมา

ครั้นอยู่มาประมาณหนึ่งอาทิตย์ มีโยมผู้ชายท่านหนึ่ง เวลาบ่ายได้ขึ้นบันใดเข้ามาขอพบแม่ชี คุณโยมได้แน่ะนำตัวเองให้แม่ชีทราบว่าเขาคือ คุณวิรัช มั่งเรืองสกุล เคยรับราชการตำรวจด่านศุลกากร ตอนนี้ผมป่วยจึงได้ลาออกจากหน้าที่แล้ว บ้านผมอยู่ไม่ห่างวัดเท่าไร พูดแล้วพร้อมชี้มือให้ดูบ้านเขา ผมมาวัดนี้ ผมได้ทราบข่าวจากพระในวัดบอกผมว่า แม่ชีแนะนำทำสมาธิกรรมฐานได้ ผมฟังแล้วผมสนใจเรื่องนี้นานแล้ว ผมจึงขับรถมาหาแม่ชี ผมอยากเรียนรู้เรื่องการปฏิบัติ แม่ชีมีอะไรพอที่จะแนะนำผม แล้วช่วยแนะนำในหลักปฏิบัติให้ผมด้วยครับ

เมื่อแม่ชีได้ฟังคุณวิรัชพูด และมีความสนใจเรื่องการปฏิบัติ แม่ชีรู้สึกขึ้นในจิตขึ้นว่า นี่คนนี้เป็นคนดี เราควรสงเคราะห์ แม่ชีพูดต่อไปว่า "คุณวิรัช ของดีที่คุณเคยได้มา คุณทิ้งของดีเสียทำไม ถ้าคุณรักษาไว้ได้ตลอด คุณเก่งมากแล้วคุณวิรัช" เมื่อคุณวิรัชฟังแม่ชีพูด คุณวิรัชทำตาโพลง แม่ชีรู้ได้อย่างไรครับ ผมแปลกใจมาก คุณวิรัชได้เล่าเหตุการณ์ทั้งหลายให้ฟังว่า "เมื่อก่อนผมรู้จักกับหลวงพ่อรูปหนึ่ง (เขาบอกชื่อเหมือนกัน แต่แม่ชีลืมชื่อพระองค์นั้น) หลวงพ่อแนะนำผมจนกระทั่ง ผมได้สัมผัสสิ่งต่างๆ ได้ ผลที่สุดผมมาป่วย โรคร้ายเกิดเกาะกินผมมากขึ้น ทำให้ผมจิตตกลงไป เลยสัมผัสอะไรไม่ได้เลยครับแม่ชี แม่ชีครับผมจะมีโอกาสได้เหมือนเก่าไหมครับ "

แม่ชี "ได้ซิคุณ"..."แม่ชีจะให้ผมทำอะไรบ้าง" แม่ชี "ทำอย่างนี้คุณวิรัช คุณอย่าไปติดในกายคุณ..พยายามพิจารณาขันธ์ห้าให้มาก ดูตัวทุกข์ให้มาก ให้เห็นทุกข์ให้มาก ให้เห็นทุกข์คุณป่วยอยู่เวลานี้ คุณทุกข์ไหมคุณวิรัช ให้ทำจิตเพียงเข้าไปรู้ ในกายสังขารตามเป็นจริง เอาจิตเข้าไปรู้ แต่เราไม่ติด ปล่อยวางให้เห็นว่าทุกข์ทั้งหมดเป็นอนิจจัง ทุกข์ อนัตตา ไม่เอาจิตไปยึดถือ ให้เห็นให้รู้ว่า ทุกอย่างในโลกนี้เป็นของสมมุติขึ้นทั้งนั้น ไม่จีรังยั่งยืนแม้แต่ร่างกายเรา กาย คือ กาย จิต คือ จิต คนเราเกิดมาเพราะตัวตัณหาความทะยานอยาก จึงทำให้เกิด อยากได้ของคนอื่น อยากรัก อยากขโมย พูดปดมดเท็จ พูดจาล่อลวง ทั้งๆ ที่รู้ว่า มันไม่ดี ยังขืนทำ ไม่กลัวเกรงต่อความชั่ว ไม่กลัวบาป อยากจะฆ่าเขา อยากจะตีเขา อยากจะแย่งของคนอื่น มาเป็นของตน นี่ตัวนี้ตัวอยากนี่ ทำให้มีกำลังการเกิดขึ้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ธาตุสี่จึงรวมตัว ธาตุดิน ธาตุลม...ฯลฯ เมื่อแม่ชีได้พูดจบลงแล้ว คุณวิรัช ได้ยกมือสาธุ และได้พูดขึ้นว่า "ในระหว่างแม่ชีบรรยายธรรมให้ผมฟัง ผมเอาจิตตามคำพูดของแม่ชีไปจนตลอด เวลานี้จิตผมดีขึ้นกว่าปกติ ผมอยากฟังอย่างนี้มานานแล้วครับ แต่ผมยังไม่พบ วันนี้ผมพบแล้ว วันนี้ผมดีใจมากครับแม่ชี"...คุณวิรัชลากลับ

พอวันรุ่งขึ้นของวันใหม่ หลังจากเพลแล้ว คุณวิรัชได้มาหาแม่ชีเป็นครั้งที่สอง...แม่ชีได้แนะนำให้คุณวิรัชร่วมปฏิบัติธรรมด้วยกัน ก่อนนั่งปฏิบัติแม่ชีเปิดเทปเสียงหลวงพ่อเพื่อเป็นสิริมงคล แม่ชีมิได้ใช้คำสมาทานตามที่แม่ชีเคยใช้มาแต่ก่อน เพราะต้องการให้ทุกคนที่ยังไม่รู้จักหลวงพ่อ ให้เขาได้รู้จัก เพราะแม่ชีเคารพหลวงพ่อมากที่สุด แต่พอเทปสมาทานของหลวงพ่อจบแล้ว แม่ชีจึงนำทุกคนแผ่เมตตาไปในทิศทั้งปวงทั่วโลกธาตุไม่มีที่สิ้นสุดที่ประมาณ....แม่ชีได้นำให้ทุกคนทุกท่านเข้าใจในเรื่องของศีลแต่ละข้อ มีความสำคัญอย่างไรบ้าง ตั้งแต่ข้อที่หนึ่งเว้นอะไรบ้าง จนถึงข้อที่ห้า ให้ความเคารพในพระรัตนตรัยตลอดชีวิต ไม่ประมาทในความตาย ให้รู้อยู่เสมอว่า ทุกคนต้องตายเวลานี้อยู่เสมอ อย่าไปคิดปีหน้า วันหน้า เดือนหน้า แม่ชีแนะนำเรื่องการตัดขันธ์ห้าไปตลอดจนเสร็จแล้วให้ทุกคนภาวนา นะมะพะทะ

พอได้เวลาแม่ชีเข้าไปในวง สั่งให้ทุกคนหยุดภาวนา แม่ชีเริ่มสอบอารมณ์ คุณวิรัชไปได้ตลอด จิตคุณวิรัชแจ่มใสดีมาก สัมผัสได้ตลอดทุกข้อทุกตอนไม่ติดขัดเลย ส่วนคนอื่นได้เป็นส่วนน้อย หลังจากได้เวลาแล้วนั่งพักคุยกัน คุณวิรัชดีใจจนบอกไม่ถูก และตื่นเต้นจนเห็นได้ชัด คุณวิรัชกล่าวขึ้นว่า "วันนี้ผมสมความปรารถนาแล้ว ผมบอกแม่ชีตรงๆ เลยว่า ผมอธิษฐานจิตผมมาตั้งหกเจ็ดปีแล้วว่า ขอให้ผมได้พบคนดีมีคุณธรรม ก่อนที่ผมจะตายจากโลกนี้ไป เมื่อพบแล้ว ผมจะยกที่ดินของผมนี้ให้เป็นสำนักปฏิบัติ ผมขอบอกอีกครั้งหนึ่งว่า ผมอธิษฐานไว้เช่นนี้จริงๆ แม่ชี วันนี้ผมได้พบแล้ว ผมดีใจมาก คำอธิษฐานของผมเป็นจริงเกิดขึ้น ผมได้ทราบจากแม่ชีบุญช่วยว่า คุณแม่ชีจะจำพรรษาที่วัดนี้เพียงพรรษาเดียว คุณแม่จะกลับจันทบุรี วันนี้ผมขอนิมนต์ให้แม่ชีอยู่ อย่ากลับจันทบุรีเลยครับ ผมจะถวายที่ดินของผม ให้เป็นที่ปฏิบัติธรรม เพราะหัวใจผมอยู่กับการปฏิบัติ คุณแม่ชีรับที่ดินของผมเถอะครับ"

เมื่อแม่ชีได้ฟังคุณวิรัชกล่าวจบลงจึงกล่าวขึ้นว่า "คุณวิรัชมั่นใจแล้วหรือว่าแม่ชีดีตามที่คุณคิดนึก เรื่องถวายที่ดิน นี่เป็นเรื่องสำคัญนะคุณ คนเดี๋ยวนี้เชื่อกันยาก ดูยากเดี๋ยวคุณจะเสียดายภายหน้า "

คุณวิรัช "ผมมั่นใจว่าผมได้พบแล้วตามคำอธิษฐานของผม" แม่ชี "เอาล่ะ เมื่อคุณมั่นใจจริง แม่ชีขออนุโมทนาในส่วนความดีที่คุณมีจิตเคารพในพระพุทธศาสนามั่นคง แต่ว่า แม่ชียังรับที่ดินของคุณไม่ได้ในตอนนี้ เพราะแม่ชียังมีครูบาอาจารย์ จำเป็นต้องไปกราบเรียนให้ท่านทราบก่อน"

คุณวิรัช "ครูบาอาจารย์ของแม่ชีคือใครเล่าครับ " แม่ชี "ครูบาอาจารย์ของแม่ชีคือ หลวงพ่อฤาษี ที่อยู่ที่จังหวัดอุทัยธานีนั่นแหละ เป็นครูบาอาจารย์ของแม่ชี"

คุณวิรัช "หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เป็นองค์เดียวกันใช่ไหมครับ" แม่ชี "ใช่แล้ว คุณวิรัช ต้องอยู่ให้ออกพรรษาก่อนนะ แม่ชีจึงจะขึ้นไปกราบเรียนท่านให้ทราบ ก่อนที่คุณวิรัชจะลากลับ แม่ชีได้บอกกำชับกับคุณวิรัชอีกว่า "ขอให้คุณวิรัชรักษาศีลให้บริสุทธิ์ตลอดไป ให้รักตัวของตัวให้มากๆ ให้นึกถึงความตายตลอดไป นั่งอยู่ยืนอยู่ นอนอยู่ อย่าประมาทรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เป็นอนิจจัง ทุกขัง เป็นอนัตตา หมั่นพิจาณาเอาไว้นะคุณ"

คุณวิรัชรับคำด้วยความเคารพแล้วลาจากไป หลังจากนั้นต่อมาคุณวิรัชมาหาบ่อยสนิทสนมขึ้น

อยู่มาวันหนึ่ง หลังจากแม่ชีฉันอาหารเรียบร้อย คุณวิรัชขับรถมาหา และรีบร้อนอย่างผิดปกติ พอนั่งลงคุณวิรัชรายงานให้แม่ชีทราบว่า เมื่อตอนเที่ยง ใกล้เที่ยงนี่แหละครับ ผมเห็นแม่ชีเหาะลอยอยู่ในอากาศ ร่างกายแม่ชีสวยงามมาก ลอยอยู่ตั้งนาน ผมเห็นผมยังเรียกให้แม่ครัวของผมออกมาดู แต่ว่าแม่ครัวของผมเขาไม่เห็น แม่ชีฟังคุณวิรัชเล่าจบลง แม่ชีถามคุณวิรัชขึ้นว่า คุณวิรัชคุณทำอะไรผิดวันนี้ คุณวิรัชใบหน้าซีดเผือดลงทันที จึงตอบว่า ผมเห็นตัวต่อ ไปกัดผึ้งที่ผมเลี้ยงไว้หลายตัว ผมตีหัวต่อตายไปสองตัว แล้วพอดีผมกำลังจะตีตัวที่สาม ผมมัวแต่ดูแม่ชีว่ามาหาผมทำไม มีธุระอะไร ทำไมแม่ชีเหาะได้ ผมเห็นเต็มตาเลยครับ ภาพชัดเจน และเห็นอยู่นาน

แม่ชี “คุณวิรัชแม่สั่งคุณแล้วใช่ไหม ให้คุณรักษาศีลไว้ให้บริสุทธิ์ คุณทำไมชอบทำลายความดีของตัวเองเช่นนี้ คนเราจะได้ดีก็ด้วยองค์ศีล ถ้าเราเป็นคนที่รักษาศีลไม่ได้แล้ว ความดีทั้งหลายเหล่านั้นจะอยู่กับเราไหม จะด้วยเหตุผลอันใดก็ตาม เราต้องเป็นผู้มั่นคงในศีลตลอดชีวิต อย่าถือศีลแบบลูบคลำ วางบ้างถือบ้างจะไม่พ้นนรก”

คุณวิรัชนั่ง แม่ชีพูดจบลง คุณวิรัชพูดขึ้นว่า “ตอนนั้นผมลืมตัวไป กำลังโมโหตัวต่อไม่ทันนึก ยั้งสติไม่ทัน ความเคืองตัวต่อที่มากินผึ้งผมตายไปหลายตัว ผมเคืองตัวต่อมากเลยเผลอขาดสติไป” แม่ชี “นี่แหละความโกรธ ทำให้เราขาดสติ ความโกรธทำให้เราเกิดมามีทุกข์ โกรธตัวนี้ร้ายแรงนัก ดับกันยากเหลือเกิน ถ้าดับความโกรธเสียได้ ดับความโลภ ดับความรักสามตัวนี้ได้ เราก็ไม่ต้องมาเกิดให้ทุกข์กัน เหมือนทุกวันนี้”

เมื่อคุณวิรัชฟังแม่ชีพูดจบ คุณวิรัช “ต่อไปนี้ผมจะต้องตั้งสติใหม่ครับแม่ชี” แม่ชี “ดีแล้วคุณวิรัช เราต้องหมั่นชำระตัวเอง จะให้ใครที่ไหนฟอกให้เราเล่า” ต่อจากนั้นแล้วคุณวิรัชก็ลากลับ

ครั้นต่อมาถึงวันออกพรรษา แม่ชีเดินทางไปที่วัดหลวงพ่อ เมื่อพบหลวงพ่อจึงได้กราบเรียนให้หลวงพ่อทราบเรื่องทั้งหมดที่เป็นมา เมื่อหลวงพ่อได้ฟังแม่ชีเล่าเรื่องทั้งหมดจบลง หลวงพ่อมีเมตตาได้เอ่ยถามขึ้นว่า "ที่โยมเล่ามานี่ มันอยู่แถวไหนโยม"

แม่ชี “ที่ที่โยมกราบเรียนหลวงพ่อนี้ อยู่อำเภอปากช่อง ตำบลหลองสาหร่าย ทางที่จะเข้าเขาเรียกกันว่า ปากทางหนองสาหร่าย หรือทางเข้านิคมลำตะคอง วิ่งรถไปประมาณสิบกิโล จะมีสะพานปูน สะพานแรกจะเห็นวัดใหม่คลองยางอยู่ด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปตามประตูวัด”

เมื่อหลวงพ่อได้ฟังแม่ชีกราบเรียนจบลง หลวงพ่อได้พูดขึ้นว่า "เออ ที่ตรงนั้นดี โยมรับไว้นะ เดี๋ยวฉันช่วย" นี่เป็นคำที่หลวงพ่อได้เมตตา ให้จัดการรับที่ดินของคุณวิรัช ในวันนั้นเมื่อกราบเรียนเป็นที่เรียบร้อย แม่ชีได้กราบหลวงพ่อ และได้ถือโอกาสลาหลวงพ่อในเวลาต่อมา เดินทางกลับปากช่อง

ครั้นต่อมาแม่ชีได้จัดรวบรวมเงินที่มีอยู่ และญาติพี่น้องบ้านคลองยาง ซื้อหญ้าคา ซื้อไม้สิ่งต่างๆ หมดไปในการก่อสร้างสองหมื่นเศษ มีศาลาสวดมนต์หนึ่งหลัง ห้องครัวหนึ่งหลัง ที่พักแม่ชีสี่หลัง ห้องน้ำสองห้อง ส่วนกระดานพื้นห้องไม้ เสา และสิ่งอื่น มีโยมนำมาช่วยกัน ในคืนหนึ่งของการปฏิบัติแม่ชีเกิดนิมิตขึ้น เห็นหนทางสว่างมาก และสะอาด แม่ชีเดินอยู่ ผู้คนมากมาย เห็นพระภิกษุสามเณร แม่ชี และญาติผู้ใจบุญกุศลทั้งนั้น แม่ชีเดินถือกระเป๋าผ้าใบหนึ่งใบ ในกระเป๋ามีแต่ผ้าใหม่ๆ เพื่อเตรียมผลัดเปลี่ยน เวลาที่ถือกระเป๋าเดินอยู่ มีผู้คนมาแห่ห้อมล้อมแม่ชีเต็มถนน และพากันมองดูแม่ชีกันทั้งหมด ทั้งพระทั้งเณร ในทันใดก็มีพระรูปหนึ่ง เดินเข้ามาหาแม่ชีด้วยความเรียบร้อย พอถึงตัวแม่ชีท่านมิได้หยุด และพูดขึ้นว่า

"ขอจงยื่นกระเป๋าผ้ามาให้ อาตมาจะเป็นผู้ถือให้เอง"

แม่ชีเฉยอยู่ พลางคิดขึ้นมา ท่านเป็นพระ ตัวเรานี่เป็นเพียงชี จะเอากระผ้าของเราให้ท่านถือจะบาป ในระหว่างที่ยืนตรึกตรองอยู่ว่า จะให้ดีหรือไม่ดี ถ้าไม่ให้ พระติเตียนว่าได้ และจะให้ท่านยืนอยู่เช่นนี้มันไม่ดี พอว่าตกลงให้ดีกว่า ยังมิทันจะยื่น ทันใดนั้น กระเป๋าที่แม่ชีถืออยู่ในมือ ไปอยู่ในมือพระรูปนั้นได้อย่างไร แม่ชีคิดว่า พระท่านคงถือกระเป๋าเดินตามมาข้างหลัง แม่ชีเดินเรื่อยๆ ไป ก็เห็นมีวัดอยู่ข้างหน้า วัดนั้นใหญ่โตมโหฬารมาก สวยงามไม่เคยเห็นมาก่อน ต้นไม้ปลูกมีระเบียบเรียบร้อย และดูตรงไหนสวยหมด แม่ชีเดินไปในวัดคิดว่า เดินมานานแล้วเหน็ดเหนื่อยมาก จะเดินเข้าไปหาพระองค์ที่ถือกระเป๋าผ้าของแม่ชี พระองค์นั้นคงจะอยู่ในวัดนี้แน่ แม่ชีเดินไปนึกถึงพระถือกระเป๋าผ้าไปว่า ท่านเอาผ้าเรามาถือให้ เวลานี้พระองค์นั้นหายไปไหน ในระหว่างเดินไปคิดไป ทันทีก็เห็นพระรูปที่ถือกระเป๋าผ้าให้นั้น เดินสวนออกมา แม่ชียังมิได้ถามท่าน พระท่านพูดขึ้นว่า

“ถ้าโยมจะเปลี่ยนผ้าใหม่ กระเป๋าผ้าของโยม เวลานี้อาตมาได้นำไปไว้กับพระใหญ่ที่วิหารโน้น เวลานี้พระใหญ่กำลังรอจะเปลี่ยนผ้าให้โยม เดินเข้าไปหาท่านได้เลย” พูดพร้อมกับชี้มือไป แม่ชีดูตามมือที่ท่านชี้ เห็นวิหารหลังใหญ่ตระการตา มีลวดลายสวยงามมาก ระยิบระยับแพรวพราว แม่ชียืนชมวิหารภายในจิตคิดว่า ผ้าหรือกระเป๋าของเรา ที่จะเปลี่ยนอยู่ในวิหารหลังงามนี้แล้ว จะเปลี่ยนเมื่อเมื่อไรก็ได้ เรายังไม่ต้องรีบร้อนเข้าไป เราจะยืนชมวิหารหลังงามสุดจะบรรยายได้นี้ก่อน ในที่สุด ยังมิทันจะเข้าวิหารเปลี่ยนผ้า คลายสมาธิออกมา คราวนี้นานพอดู