Get Adobe Flash player

พระผงรูปเหมือน หลวงปู่ผาง (๒) โดย พระเล็ก

Font Size:

 

               ครั้งหนึ่ง หลวงปู่ท่านพร้อมด้วยชาวบ้าน ๓ คน เดินทางไปเยี่ยมชาวบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ได้รับบาดเจ็บจากการตกเกวียนจนขาหัก หลวงปู่ท่านสั่งให้ชาวบ้านเดินหลังท่าน เมื่อเข้าเขตชายป่า อยู่ๆ ก็ได้ยินเสียดัง แชะๆๆ ขึ้น หลวงปู่ก็หยุด และพูดขึ้นมาว่า "ใคร ทำอะไร" ผกค. ๓ คน ก็ออกมาจากที่ซ่อนก้มลงกราบและขอขมา เขาคิดว่าเป็นเจ้าหน้าที่นั่นเอง ด้วยศีล สมาธิ และความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน แม้แต่ลูกปืนยังยิงท่านไม่ออก ท่านได้อบรมธรรมะพวก ผกค. ในเขตนั้นจำนวนมาก ให้กลับตัวเป็นคนดี ถือว่าท่านช่วยราชการได้เป็นอย่างมาก

               ผู้คนจำนวนมาก ทั่วทุกสารทิศ ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ หลั่งไหลเข้าไปกราบไหว้ขอความเมตตาจากท่าน ท่านก็สงเคราะห์ให้ทุกรายอย่างทัดเทียมกัน ไม่เลือกชนชั้นวรรณะ ไม่มีการกีดกันจากลูกศิษย์ มีทั้งเข้าไปหาเพื่อขอคำแนะนำในด้านการปฏิบัติธรรม และขอวัตถุมงคลไว้ป้องกันตัว และเพิ่มความเป็นสิริมงคล ทำให้วัดอุดมคงคาคีรีเขตจากที่เคยเป็นวัดป่าบ้านนอกท่ามกลางดงแมกไม้ และสิงสาราสัตว์ กลายมาเป็นวัดใหญ่โต เป็นสถานที่ปฏิบัติและศึกษาเล่าเรียนของพระสงฆ์สามเณรจำนวนมาก

               กิตติศัพท์และการเล่าลือถึงความศักดิ์สิทธิ์ของวัตถุมงคลของท่านรุ่นต่างๆ ทำให้ทุกคนต้องการพระเครื่องรูปเหมือนจำลองของท่านเพื่อความเป็นสิริมงคล โชคลาภ แคล้วคลาด ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ พระเครื่องของท่านนับเป็นจำนวนรุ่นแล้วเยอะมาก แต่น้อยกว่าหลวงปู่แหวน และพระอาจารย์ฝั้น พระเครื่องของท่านนับเป็นของดีราคาถูก จะมีแพงก็รุ่นเดียวคือ เหรียญรุ่นแรกของท่าน สร้างเมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๒ ด้วยมีประสบการณ์ด้านการปกป้องคุ้มครองภัยสูงนั่นเอง นักร้องดังวง ดิ อิมพอสสิเบิ้ล อย่าง เศรษฐา ศิระฉายา ยังรอดตายมาอย่างหวุดหวิด ก็เพราะมีเหรียญรุ่นนี้ติดตัวอยู่เพียงเหรียญเดียว

               เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ในขณะนั้นเศรษฐายังไม่ได้โด่งดัง และร่ำรวยอย่างทุกวันนี้ ยังเป็นนักร้องที่พอมีชื่อเสียง และผลงานอยู่บ้าง ต้องเดินทางไปเล่นดนตรีตามต่างจังหวัดอยู่เสมอ มีอยู่วันหนึ่งไปขึ้นรถ บขส. ที่หมอชิต เพื่อจะเดินทางไปจังหวัดหนึ่งทางภาคอีสาน ขณะที่นั่งอยู่บนรถนั้น ก็เห็นหลวงตาแก่ๆ องค์หนึ่ง นั่งอยู่บนเก้าอี้ชานชาลา กวักมือเรียก ซึ่งเขาเห็นแล้วก็ไม่ได้ลงไป เพราะเข้าใจว่า ท่านคงจะกวักมือเรียกคนอื่น จนกระทั่งรถออก และวิ่งมาถึงรังสิต ก็จอดรับคน เขาก็เห็นหลวงตาองค์เดิม กวักมือเรียกเขาอีก ซึ่งเขาก็สงสัยเหลือเกินว่า กวักมือเรียกเขาทำไม และมาถึงท่ารถรังสิตก่อนหน้าเขาได้อย่างไร ในเมื่อขณะรถออกก็ยังเห็นหลวงตานั่งอยู่ที่ชานชาลา ก็เลยลงไปจากรถที่กำลังจะออกตัว พอเท้าพ้นจากรถ  และมองหาหลวงตาองค์ดังกล่าว ก็ไม่เห็นซะแล้ว ไม่รู้หายไปไหน ทำให้เขาต้องต่อรถเที่ยวต่อไปด้วยความสงสัย และงุนงงเป็นยิ่งนัก จนกระทั่งรถวิ่งมาถึงทางแยกที่จะไปโคราช ปรากฏว่ารถติดอย่างมาก เขาได้เห็นรถ บขส. คันที่เขานั่งก่อนหน้านั้น พลิกคว่ำเทกระจาดลงข้างทาง มีผู้คนบาดเจ็บ และล้มตายกันเกลื่อนถนน เพราะโดนสิบล้อชนเข้ากลางลำ ตรงที่เขานั่งพอดี นี่ถ้าเขาไม่ลงจากรถเพราะหลวงตาแก่ๆ องค์นั้นกวักมือเรียกล่ะก็  มีหวังเป็นศพไปแล้ว ซึ่งต่อมา เขาก็ได้พบกับหลวงตาแก่ๆ องค์นั้น ซึ่งเป็นเจ้าของเหรียญที่เขาพกพาอยู่กับตัวนั่นเอง

               มีอยู่วัดหนึ่ง ขอจัดสร้างเหรียญรูปเหมือนของท่านเพื่อนำไปให้ประชาชนบูชาในงานปิดทอง จะเป็นวัดไหนอย่ารู้เลยนะครับ เมื่อสร้างเหรียญขึ้นแล้ว ก็นำไปให้ท่านทำการปลุกเสก พอไปถึงท่านก็พูดขึ้นว่า "แล้วเหรียญอีก ๕ พันเหรียญ ทำไม ไม่เอามาให้หมด" พระสงฆ์ ๓ รูป พร้อมทั้งกรรมการอีก ๕ คน ต่างนิ่งเงียบ เพราะมีเพียงผู้เดียวที่รู้คือ พระผู้เป็นหัวหน้าเดินทาง นอกนั้นไม่มีใครรู้ หลวงปู่สั่งว่า "เมื่อเอาเหรียญที่ปลุกเสกนี้ไปถึง ก็เอาเหรียญนั้นมาผสม รวมกันใช้ได้" และท่านสั่งว่า "ให้บูชาเหรียญ และเอาเงินเข้าวัดให้หมด" ปรากฏว่า ไม่มีใครกล้ายักยอกแม้แต่น้อย คิดเอาเถอะครับว่า ห่างกันคนละจังหวัด แต่ท่านสามารถทราบได้ ไม่ว่าจะเป็นวัดไหน ถ้าไปขอสร้างเหรียญและพระเครื่อง ไม่มีใครกล้าโกหกเลย เพราะท่านรู้นั่นเอง

               ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดใดผู้เขียนจำชื่อไม่ได้ อยู่ที่อำเภอมหาราช นิมนต์หลวงปู่มาทำการปลุกเสกพระเครื่อง เป็นที่น่าอัศจรรย์มากในวันนั้นมีฝนตกอย่างหนักไปทั่วบริเวณนั้น แต่ในวัดที่หลวงปู่ไปปลุกเสกไม่มีฝนตกแม้สักเม็ดเดียว ครั้งนั้น คุณพยอม ประกอบสุข กรรมการวัดบอกว่า บารมีของหลวงปู่ท่านสูงมาก ท่านปลุกเสกเพียงรูปเดียวด้วย พอเสร็จพิธีได้ครึ่งชั่วโมง สายฝนก็ตกลงมาจนนองลานวัดเป็นเวลาพักใหญ่ หลวงปู่บอกว่า เดี๋ยวก็หาย พอฝนหยุดตก ท่านก็ขึ้นรถกลับขอนแก่นทันที ท่านยังบอกว่า ยังมีกิจนิมนต์ที่จะไปปลุกเสกอีก ๗ วัด ทั้งในลพบุรี สระบุรี โคราช และที่ขอนแก่นด้วย

               ในอำเภอชนบท จังหวัดขอนแก่น มีอยู่วัดหนึ่งนิมนต์ท่านไปปลุกเสกพระเครื่อง ทางวัดจัดรถมารับ  แต่ว่าถนนขาด ต้องอ้อมไปทางอื่น กว่าจะไปถึงวัดท่าน และกลับมายังวัดที่จัดพิธีคงไม่ทันการแน่ แต่อย่างไรเสียก็ต้องไปรับท่านให้ได้ เมื่อไปถึงวัด ปรากฏว่าท่านไม่อยู่วัด กรรมการที่ไปรับท่านที่วัดจึงต้องตีรถเปล่ากลับ และเมื่อถึงวัดที่จัดพิธี ปรากฏว่าหลวงปู่ท่านกำลังเดินจงกรมปลุกเสกพระเครื่องใกล้เสร็จพิธีแล้ว พอไปถามท่านว่ามายังไง ท่านยิ้มๆ และหัวเราะ ท่านไม่ว่าอะไร ท่านคงรู้ว่าถนนขาด ก็คงมาวัดด้วยวิธีพิเศษของท่าน จะด้วยวิธีใด เราท่านไม่รู้หรอกครับ เพราะท่านไม่บอกแน่ๆ

               พระเครื่องของท่านมีอิทธิคุณทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านป้องกันภัยอันตราย ด้านแคล้วคลาด เมตตามหานิยม ลาภผล การค้าขาย ฯลฯ ชาวจีนย่านสำเพ็ง (เยาวราช) บอกว่า เขานับถือท่านมาก ที่กิจการค้าขายดี และร่ำรวยทุกวันนี้ ก็เพราะบารมีของหลวงปู่ช่วย เขาบูชาท่านทุกวัน ไปไหนมาไหนก็ไม่เคยได้รับอุบัติเหตุอันตราย มีครั้งหนึ่ง เขากับเพื่อนนัดกันไปเที่ยววังแก้ว จังหวัดระยอง แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเหตุทำให้เขาไม่อาจร่วมเดินทางไปได้กับกลุ่มเพื่อน ปรากฏว่าเพื่อนที่ไปกันนั้น รถประสบอุบัติเหตุ พลิกคว่ำลงข้างทาง บาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตถึงสองคน เขาบอกว่า ด้วยบารมีของหลวงปู่อย่างแน่นอน ที่ช่วยเขาให้รอดพ้นจากการบาดเจ็บสาหัส หรือรอดพ้นความตายในครั้งนั้น

               วัดอุดมคงคาคีรีเขต แต่เดิมเคยเป็นวัดร้างมาช้านานนับร้อยปี ก่อนที่จะเป็นวัดที่เจริญอย่างมาก เมื่อหลวงปู่มาครองวัดนี้ ทั้งนี้เนื่องจากนิมิตที่ได้ขณะปฏิบัติธรรมกรรมฐานในคืนหนึ่ง หลังจากที่ท่านบวชได้หลายพรรษา และออกเผยแผ่ธรรมะในที่ต่างๆ ท่านนิมิตเห็นแสงสว่างเจิดจ้าขึ้นบนท้องฟ้า เป็นนิมิตให้ท่านพิจารณา ชีปะขาวได้บอกให้ท่านไปอยู่สร้างวัดขึ้นที่นี่ ท่านก็รอนแรมเดินทางธุดงค์มาจนถึง แต่แรกนั้นเต็มไปด้วยป่าละเมาะ มีสัตว์ต่างๆ อาศัยอยู่อย่างมากมาก ด้วยมีหนองน้ำใกล้ๆ กัน ท่านมาก่อสร้างขึ้นจนสำเร็จเป็นวัดใหญ่โตมาก

               หลวงปู่ผาง ท่านเกิดในสกุล ครองยุต เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๔๕ ที่บ้านกุดเกษียร อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี เรียนจบชั้นประถมปีที่ ๔ โยมบิดาชื่อ ทัน โยมมารดาชื่อ บัวพา มีพี่น้องด้วยกัน ๓ คน ท่านเป็นคนสุดท้อง ครอบครัวท่านประกอบอาชีพทำนา และค้าขาย มีฐานะดีมาก บวชครั้งแรกเมื่ออายุครบบวช บวชครั้งที่สองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๘๘ ในขณะที่มีอายุได้ ๔๓ ปี และเปลี่ยนญัตติเป็นธรรมยุติ ท่านมหาอ่อนเป็นพระอุปัชฌาย์ พระมหาทราย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระมหาจันทร์ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ศึกษาธรรมะปฏิบัติกับพระอาจารย์มั่น และอีกหลายพระอาจารย์ด้วยกัน รวมทั้งพระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล พระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายกรรมฐานด้วย

               คนทั่วไปจะรู้จักแต่พระอาจารย์มั่น ที่จริงนั้นพระอาจารย์ใหญ่ฝ่ายปฏิบัติภาวนา คือ พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล รองลงมาก็ พระอาจารย์มั่น และอีกท่านหนึ่งคือ พระมหาทองรัตน์ ซึ่งท่านจะอยู่แถบอุบลราชธานี พระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงในด้านปฏิบัติภาวนากรรมฐานมีอภินิหารมากมาย เช่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่ขาว หลวงปู่สาม หรืออยู่แถบขอนแก่น มหาสารคาม ศรีสะเกษ จะเดินทางไปเล่าเรียนกับพระมหาทองรัตน์ และพระอาจารย์เสาร์กันทั้งนั้น

               ในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่านนั้น มีโรคแทรกซ้อนบ้างเป็นธรรมดาของผู้สูงอายุ และท่านไม่ฉันอาหารหลายอย่าง จึงทำให้ร่างกายทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว ท่านถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ รองเจ้าคณะภาค ๙ วัดศรีจันทร์ ขอนแก่น ซึ่งเคารพนับถือหลวงปู่มาก เดินทางไปเฝ้าดูอาการของท่านตั้งแต่ตอนสาย วันนั้นหลวงปู่ได้สั่งเสียมอบงานต่างๆ เรียบร้อย แล้วยังพูดสนุกๆ กับรองเจ้าคณะภาคอีกว่า ไปก่อนนะ อีกหน่อยท่านก็ตามไป ทุกคนต้องไป ไม่มีใครหนีพ้น ร่างกายของท่านอ่อนเพลียลง แต่สติของท่านดีมาก และลมหายใจของท่านก็สงบนิ่ง เป็นการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ท่ามกลางพระสงฆ์ผู้ดูแลท่านอย่างใกล้ชิด ญาติโยม และประชาชนที่ทราบข่าว

               สรีระของท่านได้รับการพระราชทานเพลิงศพเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๘  อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุ และบางองค์ก็มีวรรณะสีทองงดงามมาก นับว่าท่านเป็นพระอริยสงฆ์ พระเกจิอาจารย์ชื่อดัง ที่อยู่ในดวงใจของเหล่าทหารที่ไปรบในสงครามเวียดนาม ที่รอดตายมาได้ก็เพราะมีวัตถุมงคลของท่านติดตัว

               พระผงรูปเหมือน รุ่นพิเศษ ปี ๒๕๑๘ สร้างจาก ผงอิทธิเจ ปถมัง มหาราช พุทธคุณ ตรีนิสิงเห ผงดอกไม้ที่บูชาพระ ผงเกสร ๑๐๘ ว่าน ๑๐๘ ชนิด เส้นเกศาของท่าน และ ผงธูปกรรมฐาน ฯลฯนอกจากจะได้รับการอธิษฐานจิต ปลุกเสกเดี่ยวจากหลวงปู่ผางแล้ว คณะศิษย์ผู้สร้างถวาย ยังได้นำไปให้พระสายกรรมฐานในยุคนั้นอีกหลายองค์อธิษฐานจิตอีกด้วย อาทิ พระอาจารย์ฝั้น, หลวงปู่ขาว อนาลโย, พระอาจารย์วัน อุตโม, หลวงพ่อจวน กุลเชษโฐ, หลวงปู่สาม อกิญจโน ฯลฯ เป็นต้น

               บูชา องค์ละ $39 (รวมค่าจัดส่งและตลับ) สภาพพระคัดสวยทุกองค์ และรับประกันความแท้ตลอดกาล สนใจติดต่อได้ที่ สนใจโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 365-227922-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี นายภูมิพัฒน์ กุดเป่ง พระเล็ก จิตฺตคุตฺโต วัดพระธาตุดอยสุเทพ ยู.เอส.เอ. สนใจโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 365-227922-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี นายภูมิพัฒน์ กุดเป่งโทร. (323) 736-6860 เขียนเช็คสั่งจ่าย Boonsom Corhiran  2948 Chino Hills Pkwy., Chino Hills, CA. 91709 (086) 390-6697สนใจโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 365-227922-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี นายภูมิพัฒน์ กุดเป่งสนใจโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 365-227922-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี นายภูมิพัฒน์ กุดเป่งสนใจโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 365-227922-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเซ็นทรัลพลาซา รัตนาธิเบศร์ ชื่อบัญชี นายภูมิพัฒน์ กุดเป่ง