Get Adobe Flash player

ครูบาเจ้าศรีวิชัย (๒๙) โดย อ.เล็ก พลูโต

Font Size:

ประวัติการจำพรรษา ลำดับการจำพรรษาเมื่อเป็นพระภิกษุ พรรษาที่ ๑ พ.ศ.๒๔๗๕ ( อายุ ๒๐ ปี ) วัดห้วยแม่บางแบ่ง เขตพม่า ( อุปสมบทที่วัดป่าน้ำ เมื่อเดือน ๕ เหนือ โดยมีครูบาเจ้าพรหมจักร เป็นพระอุปัชฌาย์ )

 

 

 

                พรรษาที่ ๒-๔  พ.ศ.๒๔๗๖-๗๘ ( อายุ ๒๑-๒๓ ปี ) วัดจอมหมอก ต.ม่อนจอง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่

                พรรษาที่ ๕  พ.ศ.๒๔๗๙ ( อายุ ๒๔ ปี ) วัดห้วยเปียง อ.แม่ระมาด  จ.ตาก

                พรรษาที่ ๖  พ.ศ.๒๔๘๐ ( อายุ ๒๕ ปี ) วัดไม้ตะเคียน อ.แม่ระมาด  จ.ตาก

                พรรษาที่ ๗-๘  พ.ศ.๒๔๘๑-๘๒ ( อายุ ๒๖-๒๗ ) วัดห้อยเปียง ( นุ่งขาวห่มขาว )

                พรรษาที่ ๙  พ.ศ.๒๔๘๓ ( อายุ ๒๘ ปี ) วัดห้วยหละ ต.ป่าพลู อ.บ้านโอ่ง  จ.ลำพูน

                พรรษาที่ ๑๐-๑๔  พ.ศ. ๒๔๘๔-๘๘ ( อายุ ๒๙-๓๓ ปี ) วัดป่าพลู ต.ป่าพลู อ.บ้านโฮ่ง  จ.ลำพูน

                พรรษาที่ ๑๕-๑๘  พ.ศ.๒๔๘๙-๙๒ ( อายุ ๓๔-๓๗ ปี ) วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ต.นาทราย อ.ลี้  จ.ลำพูน

                พรรษาที่ ๑๙-๒๔  พ.ศ.๒๔๙๓-๙๘ ( อายุ ๓๘-๔๓ ปี ) วัดแม่ต๋ำ ต.เสริมซ้าย อ.เสริมงาม  จ.ลำปาง

                พรรษาที่ ๒๕-๒๗  พ.ศ.๒๔๙๙-๒๕๐๑ ( อายุ ๔๔-๔๖ ปี ) วัดน้ำอุ่น ต.แม่ตืน อ.ลี้  จ.ลำพูน

                พรรษาที่ ๒๘  พ.ศ.๑๕๐๒ ( อายุ ๔๗ ปี ) วัดพระธาตุห้าดวง ต.ลี้ อ.ลี้  จ.ลำพูน

                พรรษาที่ ๒๙-๖๔  พ.ศ.๒๕๐๓-ปัจจุบัน ( อายุ ๔๘-๘๔ ปี) วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ต.นาทราย อ.ลี้  จ.ลำพูน

                “ขอฝากชาวเขากับหลวงปู่ด้วยนะ”

                พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ที่มีต่อหลวงปู่ ในคราวที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี

                บันทึกไว้ เรื่องหลวงพ่อฤๅษี ลิงดำ..

                ตอนบ่าย ครูบานั่งรับแขกที่กุฏิ ผู้บันทึกนั่งข้างล่างช่วยครูบา เพื่ออำนวยความสะดวกญาติโยมที่มาทำบุญ พอหมดแขก ครูบานั่งพักผ่อน ผู้บันทึกมองเห็นรูป หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ที่ข้างฝา ลูกศิษย์ท่านเอามาถวาย

                ผู้บันทึก... ครูบาเคยเป็นอะไรกับหลวงพ่อฤาษี

                ครูบาท่านตอบ.... ตอนที่เจอกัน หลวงพ่อฤาษีบอกครูบาวงศ์ ว่า ท่านเป็นพี่ ส่วนครูบาวงศ์ เป็นน้อง

                ผู้บันทึก.. เคยเกิดเป็นอะไรมาเยอะเหรอครับ

                ครูบาตอบ... ก็เยอะ (ทำเสียงเยอะ) ก็เวียนว่ายนับไม่ถ้วน

                ครั้งหนึ่ง หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ได้กล่าวแก่ลูกศิษย์ครูบาวงศ์ฯ ว่า

                “พระดีแบบครูบาวงศ์ไม่มีอีกแล้ว หาได้ยาก…..พวกลูกมีบุญมาก และโชคดีที่มาพบพระระดับหลวงพ่อวงศ์ ซึ่งเป็นพระปฏิบัติดี มีคุณธรรมสูง หลวงพ่อได้อะไร หลวงพ่อวงศ์ก็ได้เช่นเดียวกัน ไม่ด้อยไปกว่ากันเลย…. อย่าเสียทีที่เกิดมามีบุญ ได้พบพระระดับหลวงพ่อวงศ์”

                หลวงปู่ครูบาพรหมา วัดพระพุทธบาทตากผ้า จ. ลำพูน กับ การสร้างเจดีย์ชเวดากอง วัดพระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน

                วันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ครูบาพรหมา พาลูกศิษย์ไปด้วยกันหลายคน บริเวณหลังวัดพระบาทห้วยต้ม ตรงที่สร้างเจดีย์ทุกวันนี้ ครูบาพรหมาอธิษฐานสร้างเจดีย์ ท่านมาหาน้ำ บ่อน้อย ครูบาฯ สวดมนต์อยู่นาน เพื่อหาตำแหน่ง พอได้จุดที่จะสร้างเจดีย์ ครูบาฯ เดินไปข้างๆ น้ำบ่อน้อย ท่านเหยียบ รอยเท้าไว้บนหิน วันที่ ๑๔ ตุลา น่าจะเป็นวันเริ่มต้นของ "เจดีย์ชเวดากอง" (วัดพระบาทห้วยต้ม) เคยถามครูบาฯ ท่านบอก เทวดาขอให้ท่านสร้าง ครูบาฯ ท่านตั้งใจทำไว้ ท่านอธิษฐานขอสิ่งของที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธเจ้าทั้ง ๔ พระองค์มาไว้ในเจดีย์ ท่านเคยบอกลูกศิษย์ว่า ท่านขอให้พระศรีอริยเมตไตรยมาที่เจดีย์นี้ ในยุคที่ท่านมาโปรดบนโลก ให้เหมือนที่พม่า

                หลวงปู่วงศ์ บอกว่า ให้ออกมาดูเขาที่ด้านนอกอาคาร วันนั้นผู้บันทึกยืนกับครูบาฯ ตลอด เพราะต้องคอยกางร่มกั้น ถือไม้เท้าให้ท่าน คนเยอะมาก ตอนมองไปบนท้องฟ้า ก็ประหลาดใจเหมือนที่เห็นแบบภาพที่คนถ่ายไว้ ที่เมฆเป็นรูปเหมือนดอกบัวเต็มท้องฟ้า โชคดีจริงๆ ที่ถ่ายภาพนี้ไว้เป็นหลักฐาน ตอนที่ท่านพูดกับลูกศิษย์แถวนั้นจำไม่ได้ว่าท่านพูดอะไร เพราะหลังจากนั้น ท่านก็เอาเหรียญสตางค์พวกเหรียญสลึง เหรียญห้าสิบสตางค์มาแจก คนก็แย่งกันใหญ่ ผมขนาดไม่อยากได้ ยังต้องเก็บเอาไว้หลายเหรียญ เหมือนเป็นเครื่องยืนยันเรื่องบุญ มีจริงๆ

                หลวงปู่ไม่ลาพุทธภูมิ จากหนังสือ พระชัยวงศาปูชะนียาลัย

                ประมาณปี ๒๕๓๕ ในช่วงเวลานั้น หลวงปู่ครูบาวงศ์ ท่านยังมีสุขภาพแข็งแรง หลวงปู่มักจะมาโปรดลูกหลานที่วัดบุปผาราม ฝั่งธนบุรีอยู่บ่อยๆ มีพระภิกษุรูปนึงถามครูบาว่า "หลวงปู่ไม่ลา (พุทธภูมิ) หรือครับ"

                หลวงปู่ตอบพร้อมคายน้ำหมาก และพูดทีเล่นทีจริงว่า "ขี้เกียจลา" พระรูปนั้นถามต่อไปว่า "แล้วอีกนานไหมครับ กว่าจะถึงคิวหลวงปู่" หลวงปู่ตอบว่า "จะว่านาน ก็นาน เมื่อตอนอธิษฐานปรารถนาอย่างนี้ ไม่คิดว่ามันจะนาน ไม่อยากลา เดี๋ยวเสียสัจจะ"

                ตัดบาปตัดกรรมตัดเวร....!?!

                หลวงปู่ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา (ครูบาวงศ์) วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม อ. ลี้ จ.ลำพูน

                อย่าเข้าใจว่า มาทำบุญที่นี่จะตัดบาปตัดกรรมตัดเวรได้นะ ตัดไม่ได้ เว้นแต่กรรมที่เบาที่อโหสิกรรมตัดได้ พวกนั้นตัดได้ ก็พระพุทธเจ้ายังจะตัดไม่ได้ พระมหาโมคคัลลาห์มีฤทธิ์สุดขีด
ไม่มีองค์จะมาเทียมถึง ก็ตัดไม่ได้ จึงขอฝากไว้ อย่าหลับหูหลับตาฟัง แต่คนไม่รู้หาว่าท่านครูบา หลวงพ่อวัดพระพุทธบาท จะมาตัดกรรมตัดเวร ตัดไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นอโหสิกรรม
ได้ทำผิดพูดผิดต่อใครๆ เจ้าตัวเองต้องขอตัดเอาเอง อโหสิกรรมถือว่าตัดได้ ก็ต้องตัดเอง จะต้องขอเอง 
ให้คนอื่นไปขอไม่ได้ ไม่พ้นจากกรรม เราต้องขอเอง ต้องอ่อนน้อมกล่าวคำสารภาพกับตัวเขา
เขาจึงจะอโหสิงดโทษให้เรา

                วัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ตั้งอยู่เลขที่ ๔๙๙ หมู่ที่ ๘ ต. นาทราย อ. ลี้ จ. ลำพูน ห่างจากที่ว่าการอำเภอลี้ไปทางทิศใต้ ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร (อยู่บนเส้นทางลี้ไปเถิน) มีความสำคัญคือ เป็นวัดที่มีรอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นหลักฐานที่สำคัญที่ทำให้ทราบว่า พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันได้เสด็จมาโปรดเวไนยสัตว์ ณ บริเวณสถานที่แห่งนี้ โดยได้ประทับรอยพระพุทธบาทไว้บนก้อนหิน นับตั้งแต่ปี ๒๔๘๙ ที่หลวงปู่ได้เข้ามาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม จนกระทั่งมรณภาพในปี ๒๕๔๓ เป็นเวลาถึง ๕๔ ปี หลวงปู่ได้ใช้ความพยายามพัฒนาวัดจนสามารถพลิกสภาพความเป็นวัดร้างให้เป็นวัดที่มีความเจริญถึงขีดสุด จนทำให้ผู้คนจากทุกสารทิศทั้งในและต่างประเทศ ทุกระดับชั้นทางสังคมหลั่งไหลเข้ามาสักการะ สมกับที่เป็นปูชนียสถานที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย

                บ้านห้วยต้มเป็นหมู่บ้านของ ชาวเขาเผ่าปกาเกอะญอ หรือ กะเหรี่ยง ทั้งหมด ๖๐๐ หลังคาเรือนมีคนอาศัยอยู่เกือบ ๓,๐๐๐ คน ซึ่งพวกเขาได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านห้วยต้มเมื่อปี ๒๕๑๔ หลังจากที่ราชการ สร้างเขื่อนยันฮี หรือ เขื่อนภูมิพล ขึ้น ชาวเขาเหล่านี้ไม่มีที่ทำกิน การอพยพเข้ามาอยู่ในระยะแรกมีความยากลำบากมาก เพราะพื้นที่บางส่วนเป็นหินศิลาแลง และสภาพทั่วไปมีความแห้งแล้ง ชาวกะเหรี่ยงบางคนไม่สามารถทนอยู่ได้ต้องอพยพไปอยู่ในที่ใหม่ พวกที่ทนอยู่ได้ก็ตั้งหน้าทำงานต่อสู้กับอุปสรรคอันแห้งแล้งของธรรมชาติ

                ครูบาชัยยะวงศาพัฒนา หรือที่ ชาวบ้านเรียกว่า ครูบาวงศ์ ท่านเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีส่วนสำคัญในฐานะที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านห้วยต้ม ท่านสามารถสอนธรรมะให้กับชาวเขาทั้งหมดในหมู่บ้านเลิกฆ่าสัตว์เพื่อกินเนื้อ และ เป็นผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ทุกชนิด ตามอย่างครูบาวงศ์ นอกจากนั้นท่านยังเป็นพระนักพัฒนา และนักก่อสร้างอีกด้วย ชีวิตในวัยเยาว์ของท่านมีความลำบากยากแค้น ท่านเคยเล่าว่า เมื่ออายุประมาณ ๓ ขวบท่านชอบเอาดินมาปั้นแต่งเป็นบ้าน ปั้นวัว ปั้นควายและพระพุทธรูป

                เอาข้าวเปลือกมาตบแต่งเป็นพระเนตร แล้วก็กราบไหว้เอง จนเมื่ออายุได้ประมาณ ๖ ปีพอที่จะช่วยโยมพ่อทำงานได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งโยมพ่อพาลูกๆ ออกไปทำไร่ โยมแม่ได้นำอาหารกลางวันมาส่งให้ หลังจากที่กินอาหารเรียบร้อยแล้ว โยมพ่อจึงอบรมสั่งสอนลูกๆว่า "ตอนนี้พ่อแม่ก็อดลูกทุกคนก็อดแต่ทุกคนอย่าท้อแท้ใจ ค่อยทำบุญไปเรื่อยๆ บุญมีภายหน้าก็จะสบาย"

                ความงดงามในยามเย็นที่เราได้เข้าไปกราบพระธาตุ เจดีย์อันงดงามที่ประดิษฐานอยู่ท่ามกลางป่าเขาอันห่างไกล แต่เปี่ยมไปด้วยศรัทธาจากเหล่าสาธุชน ที่ได้มาร่วมก่อสร้างพระเจดีย์แห่งนี้ ดังที่จะเห็นได้จากความงดงามที่ไม่อาจบรรยายได้เป็นตัวอักษร ที่เห็นอยู่นี้ ยังความปลื้มปิติ และความสุขอันสงบยิ่งในใจของทุกคนที่ได้มาเยือนวัดพระบาทห้วยต้มในครั้งนี้

                ผ่านพ้นไปด้วยดีสำหรับพิธีบวงสรวงบูรพมหากษัตราธิราช สมโภชพระบรมราชานุสาวรีย์ ๓ มหาราชกรุงสยาม แห่งแรก และแห่งเดียวในโลก ของวัดพุทธิชิโนฮิลส์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความปลิ้มปีติอิ่มเอมใจ ศรัทธาในพระบุญญาธิการของพระสยามเทวาธิราช และ องค์บูรพมหากษัตราธิราชในอดีตทุกพระองค์ ที่ทรงแสดงปาฏิหาริย์ "เปิดฟ้า ผ่าตะวัน" เกิดปรากฏการณ์ "พระอาทิตย์ส่องแสงสว่างจ้า เหนือหมู่เมฆ ที่ลอยต่ำ" ในขณะที่ผมกำลังอ่านโองการชุมนุมเทวดา ทั้งที่ก่อนหน้านั้นตอนเช้าก่อนเริ่มพิธีกรรมแค่ ๒ ชั่วโมง ฟ้ายังครึ้ม มีเมฆมาก และฝนตกปรอยๆ แต่ก็หยุดตกทันทีเมื่อใกล้ถึงเวลา มีเวลาเพียงพอที่จะจัดตั้งเครื่องสังเวยบวงสรวง และตลอดเวลาที่ประกอบพิธี ไม่มีฝนตกแม้แต่เม็ดเดียว ท้องฟ้าแจ่มใส แสงอาทิตย์สว่างจ้าส่องลงมาในปะรำพิธี ทั้งๆ ที่พยากรณ์อากาศก่อนหน้านั้นบอกว่า จะมีฝนตกจนถึงวันจันทร์ และวันอาทิตย์ บางพื้นที่จะมีฝนตก หรือมีเมฆปกคลุมมาก อย่างนี้ไม่เรียกว่า "ปาฏิหาริย์มีจริง" แล้วจะเรียกว่าอะไร "ความบังเอิญ" กระนั้นหรือ ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่นะครับ ขออนุโมทนากับผู้เข้าร่วมพิธีทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้

 

บรรยายภาพ เจดีย์ชเวดากองวัดพระบาทห้วยต้ม อ.ลี้ จ.ลำพูน