Get Adobe Flash player

หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ (๕) โดย พระเล็ก

Font Size:

                "ประมาณช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๕๒๖ มีข่าวการปลอมพระผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม ดังอย่างต่อเนื่อง โดยคนในพื้นที่อำเภอบ้านค่าย ระยอง ร่วมมือกับคนนอกพื้นที่ที่เป็นเซียนพระมาจาก กทม.จนมีประโยคเด็ดที่ผมจำได้ชัดเจนไม่เคยลืมเลือนไปจากสมองเลยแม้แต่นิดเดียว เป็นประโยคที่พูดในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๒๔-๒๕๒๖ ของนักการพนันผู้นี้ ระหว่างที่นั่งดู 'มวยตู้ถ่ายทอดสดจากเวทีช่อง 7 สีทีวีเพื่อคุณ' ช่วงบ่ายวันอาทิตย์ของปี ๒๕๒๔ ที่ค่ายมวยเลือดบ้านค่าย เขตเทศบาลตำบลบ้านค่าย ระยอง ที่บอก และพูดคุยกับเพื่อนกลุ่มดูมวยตู้ด้วยสำเนียงเหน่อภาษาระยองว่า

                "ต่อไปนี้นะ พระพิมพ์ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม จะเล่นยาก เพราะของแท้ที่หลวงปู่ทิมปลุกเสก สร้างทำกับมือตัวเอง ทำจากวัดจะถูกตีค่าว่าเก๊ เป็นของปลอมไปเสียฉิบ และของที่หลวงปู่ทิมไม่ได้ทำ จะถูกอุปโลกน์ขึ้นมาเป็นของแท้ เป็นบล๊อคแรก เป็นบล๊อคนิยม...แต่เดี๋ยวคอยดูนะ ถ้าหลวงปู่ทิม ศักดิ์สิทธิ์จริงตามคำร่ำลือ ความจริงต้องถูกเปิดเผยขึ้นมาจนได้น่า..."

                และหลังจากนั้นประโยคที่สื่อความหมายแบบนี้ หรือใครจะพูดแบบไหนก้อตาม จะหมายความว่า 'พระขุนแผนผงพรายกุมารแท้ของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ เกจิผู้เปรียบดั่งเทพเจ้าของชาวภาคตะวันออกโดนตีค่าว่าเก๊ ว่าปลอม ส่วนพระขุนแผนผงพรายกุมารที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่หลังจากการมรณภาพของหลวงปู่ทิม จะถูกชูขึ้นมา หรือเขียนเชียร์ขึ้นมาว่าเป็นของแท้ หรือพูดเกินจริงว่าสวยที่สุดในสามโลก ตามคำพรรณนาโวหารที่โกหกหลอกลวง ไร้ซึ่งความจริงใจ ทั้งที่ความสวยงาม และมีศิลปะในการสร้างพระพิมพ์พรายกุมาร สู้ของเก่าที่สร้างระหว่างปี ๒๕๐๕-๒๕๑๕ ที่ถูกตีค่าว่าเก๊ว่าปลอม แต่เป็นของแท้จากหลวงปู่ทิม ความงดงามสู้กันไม่ได้อย่างสิ้นเชิงครับ

                และจากวันนั้นในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ที่มีข่าวการนำ 'ลูกอมผงพรายกุมาร' ไปบดให้ละเอียด และกดพิมพ์ใหม่ ที่ระบุว่าเป็นพิมพ์ปี ๒๕๑๗ นั้นถึงวันนี้ ๓๓ ปี พอดีครับ.."ความจริงกำลังทำหน้าที่ของตัวเองแล้วโดยมีความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงปู่ทิม หนุนนำ"

                เพราะเมื่อถึงเวลานี้ หลายคนอาจจะมี "พระที่ไม่ใช่หลวงปู่ทิมปลุกเสก หรือปลุกเสกเพียงผงพรายกุมาร แต่บอกว่าเป็นพระขุนแผนพรายกุมารของหลวงปู่ทิม อยู่ที่คอตัวเองก้อได้..เพราะข้อมูลที่เชื่อถือได้เขียนโดยเซียนพระคนดังเมื่อหลายปีก่อน 'ใหญ่ ท่าไม้' ระบุเรื่องการนำลูกอมไปกดพิมพ์พระขุนแผนผงพรายกุมารใหม่ว่า 'ผงใช่ พระไม่ใช่' เพราะให้หลวงปู่แก้ว ปลุกเสก

                "พระพิมพ์ขุนแผนผงพรายกุมาร หลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ ที่มีข่าวเห็นกุมารทองออกมาวิ่งตามรถของคนที่แขวนพระพิมพ์นี้ หรือมีกุมารทองบรรจุอยู่ที่องค์พระแต่ละองค์ คือพระพิมพ์ปี ๒๕๐๕-๒๕๑๕ ครับ....แต่เป็นกุมารทองที่คอยมาดลใจให้ทำในสิ่งที่ดี ละเว้นทำชั่วตามเจตนารมณ์ของหลวงปู่ทิม ดังนั้นเขามาดี ไม่มีพิษภัยแน่นอน พระพิมพ์นี้หลวงปู่ทิมสร้างพิมพ์เล็กให้ผู้หญิงใช้ ส่วนผู้ชายต้องพิมพ์ใหญ่ หรือสะดวกพิมพ์เล็กก็ได้ไม่ผิดกฎกติกาแต่อย่างใดครับ"

                จึงนำเรียนมาเพื่อความถูกต้อง และเพื่อความภาคภูมิใจของพี่น้องเราชาวระยอง และทุกท่านที่รัก และศรัทธาต่อหลวงปู่ทิม อิสริโก วัดละหารไร่ครับ

                จากข้อมูลการสร้างผงพรายกุมารของหลวงปู่ทิม  หลังจากครั้งแรกแล้ว ก็มีการสร้างครั้งที่สอง ที่นำมาสร้างพระผงพรายกุมาร ยุคกลาง (ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๑๐-๒๕๑๕) การไปขุดเอากะโหลกจากผีตายทั้งกลม ครั้งที่ ๒ เป็นเรื่องเล่าลือที่สยองขวัญมาก ผู้ที่ไปเอาผงครั้งนี้คือ "ลุงพิณ" หรือ นายพิณ อันฤทธิ์ ไปขุดเอามาจากป่าช้าผีดิบที่เดิมอย่างสดๆ ร้อนๆ ปรากฏว่าแม่มันดุ แม่มันหวงลูกมาก ต้องสะกดข่มจนผีท้องแก่ที่ลูกตายอยู่ในท้องยอม จึงได้ผ่าท้องเอาเด็กที่กำลังเริ่มเน่า มีทั้งเลือดทั้งหนองเต็มไปหมดนำขึ้นมา แล้วนำไปให้หลวงปู่ทิมปลุกเสกในวัด

                ทีนี้หันมาดูข้อมูลการสร้างผง และสร้างพระผงพรายกุมาร ครั้งที่สาม เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ซึ่งข้อมูลนี้เผยแพร่มานาน และพระที่เชื่อว่าสร้างในปีนี้ ก็เป็นที่นิยมอยู่ในวงการ ราคาก็แสนจะแพง จนทุกวันนี้จากคุณชินพร สุขสถิตย์ กันบ้าง เพื่อความเป็นธรรม ส่วนผู้อ่านจะเชื่อข้อมูลไหน หรือ เชื่อทั้งสองข้อมูล ก็ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของท่านก็แล้วกัน

                ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ผม (ชินพร สุขสถิตย์) จะเข้าไปสร้างพระเครื่องให้ท่านเพื่อตอบแทนผู้ที่บริจาคปัจจัยร่วมสร้างศาลาภาวนาภิรัติ หลวงปู่ทิม ท่านได้ใช้ให้ นายสาย แก้วสว่าง และ นายหลาบ จ้อยเจริญ ไปเอาผงพรายกุมาร โดยท่านบอกกับนายหลาบว่า คืนนี้ให้เตรียมตัวไปเอาของดีกัน เขาจะเผาผีอีส้ม ผีท้องแก่ที่วัดละหารใหญ่ ให้เตรียมเครื่องเซ่นสังเวยไว้ให้พร้อม

                ในวันนั้น นายสาย และนายหลาบจึงได้เตรียมข้าวพร่าปลายำไว้ นายหลาบเล่าว่า ตัวแกเองกับทิดสายทำกระทงไม่ค่อยถนัด หลวงปู่ทิมท่านเลยช่วยเย็บกระทงให้ พอตกดึกคนหลับหมดประมาณห้าทุ่ม หรือสองยาม หลวงปู่ทิมท่านบอกนายสาย และนายหลาบว่า "ดึกแล้วนี่จะเข้าจำวัด"

                นายสายเล่าว่า ทีแรกนึกว่าหลวงปู่ท่านจะไปด้วย แต่แล้วท่านไม่ไป นายสายและนายหลาบจึงไปกันเพียง ๒ คนเท่านั้น โดยขี่รถจักรยานยนต์ ๒ ล้อไปคนละคัน เมื่อไปถึงป่าช้าวัดละหารใหญ่ ก็ไปที่หน้าหลุมฝังศพที่ชื่อ "อีส้ม" ที่ตายยังสาวๆ และเป็นลูกท้องแรก ท้องประมาณ ๗-๘ เดือน อีส้มเป็นญาติข้างนางประไพ ทางภรรยาของนายสาย เมื่ออีส้มท้องแก่เกิดทะเลาะกับสามี จึงใช้ปืนยิงตัวตาย เมื่อไปถึงป่าช้าวัดละหารใหญ่ และไปที่หลุมฝังศพผีอีส้ม นายสายก็เซ่นเจ้าที่ คือ นายป่าช้า เพื่อขออนุญาต และก็เซ่นผีแม่ที่เป็นผีท้องแก่ เพื่อขอเอากะโหลกลูก และน้ำมันจากแม่ การขอน้ำมันจากแม่ก็คือ เอาน้ำมันที่หยดจากท้องแม่ขณะที่กำลังเผา เป็นน้ำมันบริเวณท้อง คือจะได้น้ำมันจากท้องแม่ และลูก เพราะลูกก็อยู่ในท้อง เสร็จแล้วก็แยกกันกลับบ้าน พอรุ่งขึ้นก่อนที่จะมีการเผาผีแม่ลูกอ่อนที่วัดละหารใหญ่ ก็ไปขอร้องสัปเหร่อว่า อย่าเผาให้ไหม้หมด

                เมื่อเผาศพแล้วผู้คนก็กลับกันหมด นายสาย และนายหลาบ ก็เป็นผู้ที่ไปเชิงตะกอนที่เผาศพ พร้อมกาน้ำมนต์หนึ่งกาที่หลวงปู่ทิมทำให้ แล้วจุดเทียนส่องดู แล้วก็บอกกล่าวเจ้าที่ และผีแม่ลูกอ่อนอีส้ม จากนั้นก็โกยเอากระดูกตรงท้องผีอีส้ม ซึ่งเป็นกระดูก และหัวกะโหลกเด็กซึ่งไหม้ไม่หมด มีผมอ่อนๆ ติดอยู่ที่หัวกะโหลกด้วย นอกจากกระดูก และหัวกะโหลกเด็กใบเท่าไข่เป็ดฟองเขื่องๆ แล้ว ก็โกยเอาหัวกะโหลกแม่ใส่ถุงพลาสติกมาด้วย ตามที่หลวงปู่ทิมบอก และขุดใต้กองฟอนเอากระป๋องโลหะซึ่งฝังไว้เพื่อรองรับน้ำมันพรายออกมา และก็ได้น้ำมันจากในท้องแม่เกือบเต็ม นายสายยังเล่าอีกว่า ถ้าแม่มันไม่ให้ ไฟก็จะเผาหมดจนแยกไม่ออก และน้ำมันก็จะไม่ตกลงในกระป๋องที่ขุดฝังไว้ใต้ศพแม่ แต่ครั้งนี้เขายอมให้ จึงได้น้ำมันจากแม่และลูก

                เมื่อได้กะโหลกเด็ก กะโหลกแม่ และน้ำมันมาแล้ว ก็เอาไปให้หลวงปู่ทิมในคืนนั้น นายสายบอกว่า หลวงปู่ทิมท่านเอากะโหลกเด็ก และน้ำมันไปทำพิธีในกุฏิของท่าน ๓ คืน แล้วก็เอาออกมาให้นายสาย และนายหลาบ เอาไปตำให้ละเอียด โดยใช้ครกหินขนาดเขื่องๆ นั่งตำกันที่หอฉันหลังเก่า ซึ่งยื่นออกไปในชายน้ำ ตำแล้วก็เอาแร่งยาไทยของหลวงปู่ทิมที่เคยใช้ร่อนยามาร่อน เพื่อเอาแต่ผงที่ตำแล้วละเอียด ส่วนผงที่หยาบก็เอามาตำใหม่ ตำแล้วร่อนอยู่หลายครั้ง จนได้ผงประมาณ ๑ กระป๋องนม แล้วก็นำไปผสมกับว่าน ๑๐๘ ชนิด ที่หลวงปู่ทิมสั่งให้นายหลาบ จ้อยเจริญ ปลูกและเก็บตากแดดเตรียมไว้ นายหลาบบอกว่าเก็บว่านได้ ๒ กระสอบปุ๋ย (กระสอบปุ๋ย จุประมาณ ๑๕ กก.) เอามาป่นตำอยู่หลายวัน ได้ผงประมาณ ๒ โหลยาดองสุรา นอกจากนั้น ยังผสมผงปถมัง ผงอิทธิเจ ผงตรีนิสิงเห และผงมหาไว ใส่ลงไปด้วย ได้ผงพรายกุมารประมาณค่อนปี๊บขนมปังชนิดเก่า

                เมื่อตำผงหัวกะโหลกเด็ก และกะโหลกแม่เสร็จ ครกหินที่ใช้ตำได้ร้าว และแตกออกเป็น ๒ ซีก จึงได้ทิ้งไว้ใต้หอฉันที่เป็นดินติดชายน้ำ ส่วนแร่งยาไทยได้โยนลงแม่น้ำบ้านค่ายหน้าหอฉัน

                วันแรกที่ผมเข้าไปที่วัดละหารไร่ นายเพียรวิทย์ จารุสถิติ ได้ชี้ให้ผมดูครกหินขนาดเขื่องที่แตกออกเป็นสองซีก นายเพียรวิทย์บอกว่า ครกแตกเพราะตำผงพรายกุมาร

                "ผงพรายกุมาร" คำแรกที่ผมได้ยินเมื่อเข้าไปที่วัดละหารไร่ ผมเองก็ไม่ได้สนใจ เพราะคิดว่า มันคงเป็นไปไม่ได้ เป็นเรื่องโกหกพกลมเสียเป็นส่วนใหญ่ เลยไม่ได้ถ่ายภาพเก็บไว้เลย ตราบจนเรื่องราวของผงพรายกุมารมาแรงจึงนึกขึ้นได้ก็สายเสียแล้ว เพราะสายน้ำได้พัดเอาครกที่แตกสองเสี่ยงลงแม่น้ำบ้านค่ายไปเสียแล้ว เมื่อครั้งที่น้ำป่าบ่าท่วมครั้งใหญ่เมื่อปี ๒๕๑๗

                อ่านแล้วใครอยากจะหาพระผงพรายกุมารพิมพ์ต่างๆ ของหลวงปู่ทิม คงต้องคิดหนักกันล่ะครับ  ราคาแพงไม่กลัว ถ้าเงินถึง ใจถึง และศรัทธาที่จะหากันจริงๆ แต่ข้อสำคัญอยู่ที่ว่า "เป็นของที่ท่านสร้าง และปลุกเสกจริงหรือเปล่า?" เท่านั้น อาตมาในฐานะผู้เรียบเรียง และเคยครอบครองพระของหลวงปู่ทิม หลายรูปแบบ แม้กระทั่งขุนแผนพรายกุมาร พิมพ์เล็ก บล็อคแรก ก็เคยอาราธนาขึ้นคอมาแล้ว บอกตรงๆ ครับว่า เมตตาแรงจริงๆ

                ท่านผู้อ่านที่ต้องการพระของหลวงปู่ทิมในตอนนี้ บอกตรงๆ นะครับว่า อย่าเสี่ยงดีกว่า นอกจากจะราคาแพงจนจับไม่ลงแล้ว ยังเสี่ยงกับของปลอมอย่าง เว้นแต่บางรุ่น บางแบบ ที่ออกจากวัดต่างๆ ที่ท่านได้ไปปลุกเสก และมีหลักฐานยืนยันแน่นอน โดยเฉพาะผงพรายกุมาร หากหาของท่านไม่ได้จริงๆ ก็น่าจะลองหาของ "หลวงพ่อสาคร วัดหนองกรับ" ศิษย์เอกที่หลวงปู่ทิมเคยออกปาก จะเป็นตัวแทนท่านได้ และในกาลต่อมาก็ไม่ได้ทำให้ท่านผิดหวัง เพราะหลวงพ่อสาครออกขุนแผนพรายกุมาร และพระผงพรายกุมารอื่นๆ ต่อเนื่องยาวนานมากกว่า ๒๐ ปี ไม่แพ้ผู้เป็นอาจารย์เหมือนกัน

                เมื่อคราวที่ไปเมืองไทยครั้งล่าสุด เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ได้มีโอกาสไปกราบรูปเหมือนของท่านที่วัด เลยเดินเกร่ไปที่ตู้วัตถุมงคลของทางวัด เผื่อมีอะไรชอบใจที่จะนำมาให้บริการแฟนคอลัมน์ได้บ้าง ก็ไปได้พระผงพรายกุมาร พิมพ์รูปเหมือนของท่าน ที่สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ตกค้างอยู่ในตู้ ซึ่งถอดพิมพ์มาจากของเดิม ข้อสำคัญก็คือ พระผงรุ่นนี้มีเส้นเกศาของหลวงปู่ทิม ผสมอยู่ด้วย เห็นได้ชัดทุกองค์ มีหรือที่จะรีรอ ก็เลยขอบูชามา ๕ องค์ แม้จะไม่ทันหลวงปู่ทิม ปลุกเสก แต่มีเส้นเกศาท่าน มีผงพรายกุมารซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่า เป็นของเก่าสมัยท่านหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ต้องมีของหลวงพ่อสาคร ศิษย์เอกของท่านผสมอยู่เป็นแน่ พระรุ่นนี้นอกจากศิษย์สายหลวงปู่ทิมหลายองค์ ร่วมกันปลุกเสกแล้ว ยังมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังยุคนั้นหลายองค์ร่วมปลุกเสกด้วยเป็นพิธีใหญ่            

                หากท่านใดสนใจ ก็ติดต่อขอบูชาได้ ในราคาองค์ละ ๕๙ เหรียญ (พร้อมตลับ และค่าจัดส่ง) ติดต่อ พระอาจารย์เล็ก พลูโต โทร. (323) 736-6860 เพื่อถามไถ่กันก่อนว่า ยังมีอยู่ไหม? ก่อนที่จะส่งเช็คสั่งจ่าย มาที่ Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy. , Chino Hills, CA. 91709

                พระคาถาบูชาพระเครื่องหลวงปู่ทิม (นะโม ๓ จบ) อิติสุคะโต อะระหัง พุทโธ นะโมพุทธายะ (๓ จบ) มะอะอุ ทุกขัง อนิจจัง อะนัตตา พุทโธ พุทโธ (๓ จบ) แล้วอธิษฐานในสิ่งที่พึงปรารถนา

                สำหรับประวัติของหลวงพ่อสาคร ต้องติดตามกันในฉบับหน้าล่ะครับ