Get Adobe Flash player

แมว เทพเจ้าแห่งลาภผล (๑)

Font Size:

มีคำสอนของคนโบราณสอนไว้ว่า "หากมีแมวมาหา มีหมามาสู่ ต้องอุ้มชูเลี้ยงดูไว้ จะบังเกิดลาภผล" ซึ่งคำสอนนี้จะเป็นจริงหรือไม่? หลายท่านคงจะได้คำตอบด้วยตนเอง แต่บางท่านก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ในส่วนตัวของผู้เขียนนั้น "เชื่อครับ" ใครจะหาว่าผู้เขียนโง่งมงาย เชื่อคำบุราณ บานบุรี ก็คงต้องยอมล่ะ เพราะคำสอนของบรรพบุรุษนั้น หากไม่ดีจริง คงไม่สอนสืบเนื่องจากปากต่อปาก รุ่นต่อรุ่น จนมาถึงเราเป็นแน่

                ในบทความชิ้นนี้ จะไม่พูดถึง "หมา" นะครับ แม้หมาจะเป็นสัตว์ที่ฝรั่งยกย่องว่า เป็นเพื่อนแท้ เป็นมิตรที่ดีที่สุดของมนุษย์ก็ตาม แต่จะพูดถึงแมวเหมียว ที่เคล้าแข้งเคล้าขาน่าเอ็นดูนี่แหละ เพราะมีเรื่องที่พวกเราควรรู้อีกมาก เมื่อเรารู้แล้วเราค่อยมาพิจารณากันอีกทีว่า คำสอนของคนโบราณที่ว่าไว้ จะเป็นจริงมากน้อยแค่ไหน?

                ตั้งแต่เด็กมาแล้ว ได้ยินผู้ใหญ่สอนว่า อย่ารังแกหมาแมวนะ ยิ่งแมวด้วยแล้ว หากใครไปรังแกมัน ฆ่ามัน บาปกรรมเท่ากับ "รังแกเณร ฆ่าเณร" เชียวแหละ เมื่อเดือนก่อน มีทหารหนุ่มยศสิบตรี จากค่ายพระยาพิชัยดาบหัก โพสต์รูปตนเอง และแมวที่ถูกตัดคอขาดกระเด็น เลือดนองพื้น พร้อมกับข้อความว่า "ไงล่ะ พวกโลกสวย เห็นแล้วรู้สึกอย่างไร" ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกโซเชี่ยลเน็ตเวอร์ค สาปแช่งกันลั่นสนั่นเมือง จนทำให้มีการนำไปหาตัวผู้โพสต์ว่าเป็นใคร ชื่อเรียงเสียงไร เป็นทหารอยู่ที่ไหน? เมื่อเรื่องดังมากขึ้น ก็มีข่าวการสั่งลงโทษทางวินัยของผู้บังคับบัญชา แต่โทษทางกฎหมายทำทารุณกรรมสัตว์ที่เมืองไทยออกมาใหม่ คงใช้ไม่ได้กับทหารกระมัง

                แม้ทหารผู้นั้นจะได้รับโทษแค่กักขังไม่กี่วัน แต่บาปทางใจ บาปทางสังคม จะต้องติดตัวเขาไปจนตาย ใครจะกล้าคบหาสมาคมกับคนที่มีจิตใจโหดร้ายเช่นนี้ได้ ดีไม่ดีต้องอยู่คนเดียว คงไม่มีหญิงคนใด หรือพ่อแม่คนใด อยากได้เป็นสามี หรือเป็นลูกเขย เมื่อรู้เรื่องเข้า หรือบางทีกรรมอาจจะตามทันในชาตินี้ ต้องคอขาดกระเด็นเหมือนแมวที่ตนเองตัดคอเข้าสักวันก็ได้ ใครจะไปรู้

                คนไทย ลาว เขมร และผู้คนในแถบสุวรรณภูมิเชื่อว่า "แมวเป็นสัตว์อาถรรพณ์" ถ้าใครเลี้ยงแมวที่มีลักษณะมงคลเอาไว้ในบ้าน ก็จะนำความเจริญรุ่งเรือง ร่ำรวยด้วยทรัพย์สมบัติมาให้ แต่ถ้าใครเลี้ยงแมวที่มีลักษณะโทษ หรือลักษณะร้าย ก็จะนำความวิบัติฉิบหายมาให้เช่นกัน ซึ่งเรื่องนี้คนไทยเรามีตำราการดูลักษณะแมว ดังจะได้ยกมาให้พิจารณากันพอสังเขป ดังนี้

                ตาม ตำราการดูลักษณะแมว ไม่รู้เหมือนกันว่าใครแต่ง แต่ได้มีการบันทึกไว้ในสมุดข่อยโบราณ ได้กล่าวถึงการเลี้ยงแมวที่ให้โชค ด้วยกันทั้งสิ้น ๑๗ ชนิด ดังนี้

                ๑.วิเชียรมาศ แมววิเชียรมาศ ตรงกับความหมายว่า "เพชรแห่งดวงจันทร์" หรือ "Moon Diamond" บางตำราก็เรียก "แมวแก้ว" ซึ่งก็ตรงกับคำว่า "วิเชียร" แมวชนิดนี้มักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นแมวเก้าแต้ม เสมอ ที่จริงแล้วไม่ถูกต้อง แมวเก้าแต้ม คือ แมวที่มีสีพื้นสีขาว และมีแต้มบนร่างกาย 9 แห่ง เหตุที่มักเข้าใจผิด เพราะแมววิเชียรมาศ จะมีสีพื้นสีขาวงาช้าง (หรือโบราณจะเป็นขาวล้วนก็ไม่ทราบ) และมีแต้มที่จมูกครอบไปถึงปากเป็นหนึ่งแห่ง กับขาทั้งสี่ หูสอง หางหนึ่ง และที่อวัยวะเพศอีกหนึ่ง รวมเป็น ๙ แห่งเช่นกัน ในแมววิเชียรมาศนี้ แต้มตามตำรา ว่าไว้ว่า ต้องเป็นสีดำดังหมึกวาด แต่ปัจจุบันเมื่อดูให้ดีแล้วจะเป็น แต้มสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ไม่ได้ดำสนิท หรือที่ต่างประเทศเรียกว่า Seal brown หรือ แต้มสีครั่ง แมววิเชียรมาศเป็นที่รู้จักในต่างประเทศโดยใช้ชื่อว่า Siamese แต่ต่างประเทศจะมีแต้มสีอื่นที่หลากหลายกว่า ซึ่งในบ้านเราจะยอมรับเฉพาะแมวที่มีแต้มสีน้ำตาลเข้มเท่านั้น นัยน์ตาสีฟ้า ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งของแมวชนิดนี้...เลี้ยงไว้มีคุณค่ายิ่งยวดนักหนา จักนำโภคาพิพัฒน์สมบัติเพิ่มพูน

                ๒.ศุภลักษณ์ หรือทองแดง มีสีทองแดงหรือน้ำตาลแดงเข้มทั่วตัว อาจมีสีเข้มเป็นพิเศษตำแหน่งเดียวกับแมววิเชียรมาศ แมวทองแดงมีรูปร่างขนาดกลาง สง่า น้ำหนักตัวพอประมาณ ขายาวเรียวฝ่าเท้าอวบ ศีรษะค่อนข้างกลมกว้าง ด้วยสีขนออกน้ำตาลเข้ม เหมือนกับสีของทองแดง มีตาสีออกเหลือง หรือ สีอำพัน หนวดมีสีเหมือนลวดทองแดง และบริเวณตามส่วนของร่างกาย เช่น หน้า หู ปลายขา และ หางจะมีสีน้ำตาลเข้มกว่าบริเวณลำตัวทั่วๆไป แมวพันธุ์ศุภลักษณ์จะมีสีสันสะดุดตาอย่างมาก และมีความสวยงาม สมคำ "ศุภลักษณ์" ที่แปลว่า ลักษณะที่ดี  เป็นแมวที่มีความกระตือรือร้นอยู่เสมอ อยากรู้อยากเห็น ชอบผจญภัย รักอิสระเสรีเหนืออื่นใด ชอบสนใจสิ่งต่างๆ รอบตัว กับคนแปลกหน้าแล้วมันดูจะเป็นแมวที่ร้ายพอสมควร ว่ากันว่าแมวชนิดนี้เป็นแมวที่ได้ติดตามเจ้าของที่เป็นคนไทยซึ่งถูกกวาดต้อน ไปเป็นเชลยศึกที่พม่า เมื่อความนิยมได้แพร่หลายมากขึ้น ชาวต่างชาติจึงได้นำไปจดทะเบียนเป็นแมวสายพันธุ์หนึ่งของโลก โดยใช้ชื่อว่า Burmese แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองไทยนี่เอง ผู้ใดเลี้ยงไว้มีแต่จะเพิ่มยศยิ่งขึ้นไป

                ปัจจุบันเมืองไทย หายากมาก แต่มีทั่วไปในอเมริกา และอังกฤษ ซึ่งเขาได้พัฒนาผสมพันธุ์กัน จนได้แมวในลักษณะสีอื่นๆ มากมาย ทำนองคล้ายพันธุ์วิเชียรมาศที่แยกออกไปถึง ๘ พันธุ์...ใครเลี้ยงจักได้ยศถา ยิ่งพ้นพรรณนาเป็นอำมาตย์มนตรี

                ๓.มาเลศ หรือ แมวโคราช หรือ สีสวาด ต้นกำเนิดพบที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หรือที่รู้จักกันในนามว่า โคราช มีหลักฐานบันทึกเกี่ยวกับแมวโคราชในสมุดข่อย ที่เขียนขึ้นในระหว่างปี ค.ศ. ๑๓๕๐-๑๗๖๗ หรือ ประมาณ พ.ศ. ๑๘๙๓-๒๓๑๐ ในบันทึกได้กล่าวถึงแมวที่ให้โชคลาภที่ดี ๑๗ ตัวของไทย รวมถึงแมวโคราชด้วย ปัจจุบันสมุดข่อยนี้ถูกเก็บไว้ที่หอสมุดแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร แมวเพศผู้มีสีเหมือนดอกเลา จึงเรียก แมวสีดอกเลา โดยจะต้องมีขนเรียบ ที่โคนขนจะมีสีขุ่นๆ เทา ในขณะที่ส่วนปลายมีสีเงิน เป็นประกายคล้ายหยดน้ำค้างบนใบบัว หรือ เหมือนคนผมหงอก

                ชื่อแมวโคราช เป็นชื่อที่ได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๕ โดยใช้แหล่งกำเนิดของแมวเป็นชื่อเรียกพันธุ์แมว มีเรื่องเล่ามากมาย หรือเป็นตำนานเล่าขานเกี่ยวกับแมวโคราช รวมถึงตำนานพื้นบ้านที่กล่าวถึง การที่แมวโคราช มีหางหงิกงอมากเท่าไหร่จะมี โชคลาภมากเท่านั้น (แม้ว่าลักษณะหางหงิกงอไม่ใช่มาตรฐานพันธุ์ตามหลักของ CFA ก็ตาม) แต่คนไทยบางกลุ่มจะเรียกแมวโคราชว่า แมวสีสวาด

                แมวโคราชได้ถูกนำไปเลี้ยงในสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกโดย Cedar Glen Cattery ในมลรัฐโอเรกอน โดยได้รับมาจากพี่น้องชื่อ นารา (Nara) และ ดารา (Darra) ในวันที่ ๑๒ มิถุนายน ปี พ.ศ. ๒๕๐๒ ประมาณเดือนมีนาคม ปี พ.ศ. ๒๕๐๙ นักผสมพันธุ์แมวโคราช และแมวไทย (วิเชียรมาศ) ชาวรัฐแมรี่แลนด์ ได้นำแมวโคราชประกวดในงานประจำปี และได้รับรางวัลชนะเลิศ และเป็นที่รู้จัก...ใครพบเร่งให้อุปถัมภ์ แมวนั้นจักนำมาซึ่งสุขสวัสดิ์มงคล

                ๔.โกนจา หรือ "โกญจา" แมวชนิดนี้เป็น แมวสีดำสนิทตลอดทั้งตัว ขนสั้น ไม่มีสีอื่นใดปะปนเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีลักษณะ เป็นขนเส้นเล็กละเอียดนุ่ม และเรียบตรงทั้งลำตัว ส่วนหัวกลมแต่ไม่โต มีปากเรียวแหลม หูตั้ง นัยน์ตาเป็นสีเหลืองอมเขียว หรือ ทองอ่อน อาจเปรียบได้กับดอกบวบแรกแย้ม หรือทองดอกบวบ รูปร่างสะโอดสะองคล่องแคล่ว หางยาว ปลายหางแหลมตรง อุ้งเท้าทอดคล้ายเท้าสิงห์ มีความสง่างามขณะเคลื่อนไหว แมวโกญจาบางทีอาจรู้จักกันในสายพันธุ์บอมเบย์...แมวนี้เลี้ยงดีมีคุณหนักหนา จงเร่งหามาเลี้ยงเทอญอย่าแคลงสงสัย

                ๕. นิลรัตน์ หรือ ดำปลอด สีดำทั้งตัว รวมถึงเล็บ ลิ้น ฟัน ดวงตา และกระดูก หางยาวตวัดได้จนถึงหัว...เลี้ยงไว้แล้วเชื่อว่าจะมีความเจริญ มีทรัพย์ ปราศจากอันตราย

                ๖. วิลาศ มีลำตัวสีดำจากคอไปตลอดท้อง จากสองหูไปจนถึงหาง และขาทั้งสี่มีสีขาว ตาสีเขียว...เชื่อว่าเลี้ยงไว้แล้วจะได้เป็นเจ้าคนนายคน มีเงินทองมากมาย

                ๗. เก้าแต้ม มีสีขาวเป็นพื้น มีแต้มสีดำเก้าจุดที่คอ หัว ต้นขาหน้า และหลังทั้งสองข้าง และที่ท้ายลำตัว...เชื่อว่าเลี้ยงไว้แล้วจะรุ่งเรืองทางการค้าขาย

                ๘.รัตนกำพล ตัวขาวเหมือนหอยสังข์ แต่รอบตัวตรงส่วนอกมีลักษณะคล้ายสายคาดสีดำ ตาสีเหลือง...เชื่อว่าเลี้ยงแล้วจะมียศ ผู้อื่นยำเกรง

                ๙.นิลจักร มีลำตัวดำสนิท ที่คอมีขนสีขาวอยู่รอบเหมือนกับปลอกคอ...เชื่อว่าเลี้ยงแล้วจะมีทรัพย์มาก

                ๑๐.มุลิลา ลำตัวดำ หูสองข้างมีสีขาว ตามีสีเหลืองเหมือนดอกเบญจมาศ...เชื่อว่าแมวชนิดนี้เหมาะกับนักบวชเลี้ยง เพราะช่วยให้มีการเล่าเรียนดี สมปรารถนา

                ๑๑. กรอบแว่น หรือ อานม้า มีปานลักษณะอานม้าบนหลัง...เชื่อว่าแมวชนิดนี้มีราคาสูงถึงแสนตำลึงทองคำ และให้เกียรติยศแก่เจ้าของ

                ๑๒. ปัดเสวตร หรือ ปัดตลอด ตัวมีสีดำเป็นพื้น ตั้งแต่จมูกไปตามแนวสันหลังถึงปลายหางมีสีขาว ตาเหลืองคล้ายกับพลอย....หากเลี้ยงไว้จะมีความเจริญมากกว่าคนในสกุลเดียวกัน และได้ลาภยศ

                ๑๓. กระจอก ไม่กระจอกเหมือนชื่อ ลำตัวกลมมีสีดำ รอบปากมีสีขาว ตาสีเหลือง...เลี้ยงแล้วเชื่อกันว่าจะได้ที่ดินเงินทอง ไพร่ก็จะได้เป็นเจ้านายคน

                ๑๔. สิงหเสพย์ หรือ โสงหเสพย์ ลำตัวมีสีดำ ที่ปาก รอบคอ จมูกมีสีขาว ตาสีเหลือง ท่าทางเดินสง่าเหมือนสิงโต...เลี้ยงแล้วมีสิริมงคล

                ๑๕. การเวก ลำตัวสีดำ จมูกสีขาว ตาเป็นประกายสีทอง...เชื่อกันว่าภายใน ๗ เดือนที่ได้มาเลี้ยงจะได้ยศศักดิ์ และลาภจำนวนมาก

                ๑๖. จตุบท ตัวสีดำ เท้าทั้งสี่มีสีขาว ตาสีเหลืองเหมือนดอกโสน...เชื่อว่าให้คุณกับคนเลี้ยง แต่ไม่เหมาะกับคนทั่วไป สมควรเลี้ยงแก่บุคคลชั้นสูง หรือราชินิกุลเท่านั้น

                ๑๗. แซมเสวตร มีขนสีดำแซมขาว มีขนบาง และสั้น รูปร่างเพรียว มีนัยน์ตาดั่งหิ่งห้อย...เลี้ยงดีมีคุณหนักหนา จงเร่งหามาเลี้ยงเทอญอย่าแคลงสงสัย