Get Adobe Flash player

หุ่นพยนต์ หลวงพ่อคล้อย วัดภูเขาทอง โดย พระเล็ก

Font Size:

                สำนักตักศิลาเขาอ้อ เป็นสำนักหนึ่ง ที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาผูกหุ่นพยนต์มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก่อนพระพุทธศาสนาจะเจริญรุ่งเรืองแผ่มาถึงแผ่นดินสุวรรณภูมิ มีประวัติตั้งแต่ฤษีผู้ทรงพรต, พราหมณาจารย์ นุ่งขาวห่มขาวบำเพ็ญศีล และฆราวาสผู้เรืองเวทย์ หรือนักสิทธิ์วิทยา จนมาถึงพระคณาจารย์ ผู้บำเพ็ญรักษาศีลอยู่ในข้อวัตร พระธรรมวินัยของบวรพระพุทธศาสนาสืบต่อมาตราบเท่าทุกวันนี้ ล้วนเชี่ยวชาญในตำราไสยเวทย์ ว่าด้วยการผูกหุ่นพยนต์ ทำให้เห็นในรูปร่างและลักษณะต่างๆ

                หุ่นพยนต์ คำนี้ว่าจากคำว่า “พยนต์” แปลว่า สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น เช่น หุ่นพยนต์เป็นรูปหุ่นจำลองของคน สัตว์ เทวดา ยักษ์ หรืออะไรต่อมิอะไร โดยอาศัยหลักการว่า "อยากได้รูปร่างยังไง ให้ทำหุ่นแบบนั้น" ตามแต่ความต้องการที่จะใช้หุ่นพยนต์ ประมาณว่าให้เหมาะสมกับงานที่จะใช้ไปทำ

                พระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายเขาอ้อเคยกล่าวไว้ว่า หุ่น คือ รูปตุ๊กตา รูปแบบที่จำลองจากของจริงแบบต่างๆ รูปปั้น หรือ รูปแกะสลัก ที่ทำไว้เป็นแบบพยนต์ คือ สิ่งที่ผู้ทรงวิทยาคมปลุกเสกให้มีชีวิตขึ้น "หุ่นพยนต์" แปลรวมๆ ได้ความว่า ตุ๊กตารูปแบบต่างๆ ที่จำลองมาจากของจริงได้รับการปลุกเสกจากพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมให้มีชีวิตจิตวิญญาณขึ้น

                หุ่นพยนต์ที่ หลวงพ่อคล้อย อโนโม วัดภูเขาทอง จ.พัทลุง ไม่ได้เอาสิ่งของอาถรรพณ์ที่เกี่ยวข้องกับภูตผีปีศาจใดๆ มาบรรจุไว้ในหุ่น จึงมั่นใจได้เลยว่า จะไม่มีวิญญาณภูตผีปีศาจใดๆ สิงสถิตอยู่ในหุ่นอย่างเด็ดขาด ท่านได้สืบทอดตำราจากพระอาจารย์สายเขาอ้อ มาตั้งแต่พระอาจารย์ทองเฒ่า พระอาจารย์เอียด พระอาจารย์ปาน จนมาถึงสมัยท่านอาจารย์คล้อย ครูอาจารย์ท่านได้แต่ใช้ในกรณีใดกรณีหนึ่งเท่านั้น ยังมิได้เคยจัดสร้างเป็น ลักษณะวัตถุอาถรรพณ์ ขึ้นเป็นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งมาให้สาธุชนได้บูชากัน

                 

                หุ่นพยนต์ตาปะขาวนุ่งแดง นุ่งขาว หรือในรุ่นหลังๆ นุ่งเขียว นุ่งสีอื่นใดก็ตาม หมายถึง หุ่นพยนต์ที่พระอาจารย์คล้อย ได้ปลุกเสกเดินกระแสจิตไปในทางด้านอิทธิฤทธิ์ เกี่ยวกับปกป้องคุ้มครองภัย ทำให้ผู้ที่ประสงค์คิดร้าย เห็นไปในรูปแบบลักษณะต่างๆ กัน เช่น เห็นว่ามากันหลายคนบ้าง เห็นเป็นยักษ์ตาแดง เป็นเสือโคร่งตัวใหญ่ ฯลฯ ตามแต่กระแสจิตผู้คิดร้ายจะปรุงแต่งขึ้นมา หรือตามสถานการณ์จะพาไป

                มีอยู่รายหนึ่ง เป็นหญิงสาวชาวพัทลุง เข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพฯ โดยพักอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ และมักจะกลับหอพักมืดค่ำทุกวัน โดยอาศัยวินมอเตอร์ไซด์หน้าปากซอยไปส่งหน้าหอพัก แต่มาวันหนึ่งเธอทำรายงานกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัยดึกมากไปหน่อย ทำให้ไม่มีมอเตอร์ไซด์อยู่ที่วิน ต้องเดินเข้าไปในซอยที่ค่อนข้างเปลี่ยวลึกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

                จึงเปิดโอกาสให้พวกวัยรุ่นจิ๊กโก๋ ที่อยู่ในย่านนั้น ๔-๕ คน ได้โอกาสฉุดเธอเข้าไปในป่าข้างทาง หวังจะข่มขืน แต่แล้วในขณะที่กำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าเธอออก จนเห็นทรวงอกที่ขาวผ่อง และขาที่นวลเนียน ก็มีแสงไฟฉายเข้ามาพร้อมกับมีเสียงวัยรุ่นจิ๊กโก๋ในกลุ่มตะโกนว่า "เฮ้ย...ตำรวจมา" สิ้นเสียงก็พากันวิ่งหนีกันกระเจิง ทำให้เธอรอดพ้นภัยอันตรายจากการถูกข่มขืนมาได้อย่างหวุดหวิด

                แต่แล้วสิ่งที่ทำให้เธอแปลกใจก็คือ ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดเดินเข้ามาหา หรือซักถามเธอเลยสักคน เมื่อจัดการกับเสื้อผ้าให้เข้าที่เข้าทางแล้ว เธอเองไม่เห็นใครในบริเวณนั้นเลย และเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่า หายไปไหนกันหมด? เมื่อกลับถึงหอพัก ขณะกำลังเตรียมตัวถอดเสื้อผ้าเพื่อชำระล้างร่างกาย เธอก็สัมผัสกับ "หุ่นพยนต์" ของพ่อท่านคล้อย ที่เธอคล้องคออยู่เป็นประจำ ทำให้เธอนึกได้ว่า ที่แท้ก็มาจากอภินิหารของหุ่นพยนต์ ที่คุ้มครองตัวเธอ ด้วยการเนรมิตภาพตำรวจให้พวกวัยรุ่นจิ๊กโก๋ เหล่านั้นเห็นนั่นเอง

                หุ่นพยนต์ตาปะขาว ที่พระอาจารย์คล้อย อโนโม ผูกขึ้นมานั้นอยู่ในลักษณะเป็นรูปมนุษย์สูงอายุ มีตะบะ เดชะ อำนาจ มีความเมตตา ดูแลเฝ้ารักษาสถานที่ ผู้ที่มีเจตนาไม่ดีเท่านั้นจึงจะได้พบเห็นเป็นภูตผีปีศาจ ออกมาขับไล่ผู้ที่มีเจตนาไม่ดี มิให้เข้าใกล้ตัวผู้ครอบครอง หรือสถานที่ ที่เฝ้ารักษา ทำให้เห็นเป็นคนชรา, พระภิกษุ, เป็นผู้หญิง, เป็นชาย,เป็นเด็ก หรือ รูปร่างหน้าตาเหมือนตัวเรา ขณะที่เราไม่ได้อยู่ที่นั้นๆ หรือเป็นรูปอื่นใด ตามแต่สถานการณ์จะพาไป เช่น เฝ้าคอกวัวควาย ก็จะเห็นเป็นเสือโคร่งตัวใหญ่, เฝ้าบ้านก็จะเห็นมีคนอยู่เต็มบ้าน ในขณะที่ไม่มีใครอยู่บ้านเลย, เฝ้ารถก็อาจจะเห็นเป็นตำรวจนั่งอยู่ในรถ ฯลฯ เป็นต้น

                การสร้างหุ่นพยนต์ตาปะขาวของท่านนั้น จัดพิธีกรรมตามตำราเขาอ้อทุกประการ โดยเริ่มแรก กำหนดเรียกรูป เรียกนาม จากธาตุทั้ง ๔ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ จนให้เกิดอาการ ๓๒ สามารถรับรูปเห็นเป็นเคลื่อนไหวได้เหมือนสิ่งมีชีวิต หรือผูกจิตซ่อนเร้นอยู่ในวัตถุธาตุอาถรรพณ์นั้น ดวงจิตจะคอยแอบแฝงแสดงฤทธิ์ปกป้อง คุ้มครองผู้ที่เป็นเจ้าของหุ่นพยนต์ เมื่อมีผู้คนคิดปองร้ายหรือมีเจตนาที่ไม่ดี ถ้าเป็นสถานที่ต่างๆ หุ่นพยนต์จะแสดงฤทธิ์ดูแลรักษาเฝ้าทรัพย์สินในพื้นที่นั้นๆ

                นอกจากพิธีการสร้างแบบเข้มขลังสายเขาอ้อ พ่อท่านคล้อยยังนำวัตถุอาถรรพณ์ เช่น ตะปูตอกโรงผี ๒ ปีบ ๒๐๐ กว่าศพ จากเมรุเผาศพ ๑๐ วัด (เป็นเคล็ดทำให้ภูตผีปีศาจร้ายกลัว และป้องกันคุณไสยต่างๆ) , แผ่นยันต์จากโลหะ ๙ ชนิด ๑๐๘ แผ่น, ประกอบด้วย ทองคำ-เงิน-ทองแดง-ทองเหลือง-ตะกั่วเถื่อน-สังกะสี-เหล็กละลายตัว-ลง หิน-สัมฤทธิ์, ชนวนเก่าพ่อท่านปาน พ่อท่านเอียด เกจิดังสายเขาอ้อ, แร่เหล็กบริเวณเขาอ้อ พ่อท่านคล้อยตั้งชื่อของอาถรรพณ์เหล่านี้ว่า "มหาเวทย์มหามงคล" สร้างเป็นหุ่นพยนต์รูปแบบ "ตาปะขาว" ในแบบนุ่งขาว นุ่งแดง นุ่งเขียว

                ตามประวัติ พ่อท่านคล้อย ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๔๗๒  อุปสมบทเมื่อวันที่ ๑ มีนาคม ๒๔๙๓ ณ วัดดอนศาลา ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยมี พระครูสิทธยารัตน์ (พ่อท่านเอียด) เป็นพระอุปัชฌาย์ได้ฉายาว่า "อโนโม" ท่านได้สมณศักดิ์ที่ พระครูพิพิธวรกิจ เป็นเจ้าคณะอำเภอควนขนุน เจ้าอาวาสวัดภูเขาทอง ท่านอยู่ในเพศบรรพชิต โดยไม่สิกขาลาเพศจนกระทั่งมรณภาพ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ มรณภาพแล้วสังขารไม่เน่าเปื่อย พ่อท่านเอียด วัดดอนศาลา นับเป็นเกจิอาจารย์ยุคแรกๆ ของสำนักเขาอ้อ ท่านสร้างวัตถุมงคลแจกทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน ซึ่งเป็นพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ และยิ่งใหญ่ที่สุดของวัดเขาอ้อ ในถ้ำฉัตรทันต์บรรพต พ่อท่านคล้อย เป็นหลานของพ่อท่านเอียด จึงได้รับการถ่ายทอดตำราวิทยาคม สายเขาอ้อของพ่อท่านทองเฒ่า พ่อท่านเอียด พ่อท่านปาน อย่างเต็มที่ สำหรับพิธีกรรมการสร้างหุ่นพยนต์นั้น มีหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไป

                หลวงพ่อคล้อยท่านได้สร้าง "หุ่นพยนต์ตัวครู" รูปคนแก่โบราณด้วยเนื้อตะปูโลงผี ที่ใครๆ ยอมรับว่าเข้มขลัง เมื่อกลางปี ๒๕๔๘ ปัจจุบันเป็นที่แสวงหาของนักสะสมวัตถุมงคลประเภทนี้เป็นอย่างมาก ต่อมาได้จัดสร้าง "หุ่นพยนต์ตาปะขาวหมื่นยันต์" โดยประกอบ พิธีปลุกเสกวัตถุมงคล เมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๕ ณ.อุโบสถ วัดภูเขาทอง พัทลุง

              หุ่นพยนต์ "หมื่นยันต์" หลวงพ่อคล้อยมีการจัดสร้างทั้งหมด ๑๒ เนื้อ ประกอบด้วย ๑.เนื้อนวะโลหะ ๒.เนื้ออัลปาก้ากางเกงทองแดง ๓.เนื้อทองฝาบาตรกางเกงทองแดง ๔.เนื้อทองแดงกางเกงทองฝาบาตร ๕.เนื้ออัลปาก้า ๖.เนื้อทองฝาบาตร ๗.เนื้อทองแดง ๘.เนื้อตะกั่ว ๙.เนื้อมหาว่านขาวกางเกงทองแดง ๑๐.เนื้อมหาว่านดำกางเกงทองฝาบาตร ๑๑.เนื้อมหาว่านขาว และ ๑๒.เนื้อมหาว่านดำ

                สำหรับยันต์ที่อยู่ด้านหลังเหรียญหุ่นพยนต์ เป็นอักขระเลขยันต์ตามสูตรสายเขาอ้อ ซึ่งนำมาจากเหรียญรุ่น "มหายันต์ มหามงคล" เช่น ยันต์พระนอโมธงชัย, ยันต์พระปิติ ๑๐ พระองค์ ยันต์พระพิชัยสมบัติ, ยันต์มงคลจักรวาล ฯลฯ และลง นะตามสูตรเขาอ้อ เช่น นะไม้บรรทัด พระพุทธเจ้า, พระธรรมคุณ, พระสังฆคุณ, นะพระนอโม, นะปราบทวีป, นะลือชา, นะมงคล ฯลฯ ลงพระยันต์ ๑๐๘ พระยันต์, ลงยันต์ปถมัง ๑๔ นะ ฯลฯ

                ในการจัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นหมื่นยันต์ หลวงพ่อคล้อยได้สร้างขึ้นเพื่อนำปัจจัยซ่อมแซมเสนาสนะ และบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุภายในวัดภูเขาทอง สำหรับ หุ่นพยนต์ หลวงพ่อคล้อย ที่เมื่อก่อนได้ถูกยอเป็นวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมที่สุดของท่าน เนื่องจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นบ่อย โดย มีลูกศิษย์ท่านนำไปบูชา ทำธุรกิจบ่อกุ้ง มีโจรเข้ามาหวังลักขโมยทรัพย์ กลับ ตกใจเหมือนเจออะไรบางอย่าง เสียงดังเอะอะ ทำให้คนเฝ้า ออกมาดู และจับได้ ได้ความว่า เห็นมีคนแก่ ตาแดง ชี้หน้า สีหน้าคนแก่ นั้นโกรธมาก และ เดินหลังค่อม นุ่งโจงกระเบนโบราณ คนเฝ้าได้ฟัง ถึงกับร้องอ๋อ แล้ว เชื่อสนิทใจว่าเป็น อิทธิฤทธิ์ หุ่นพยนต์ ที่พึ่งได้นิมนต์มา

                อีกเรื่องหนึ่ง มีคนที่จังหวัดชัยภูมิ ได้บอกเล่าว่า มีประสบการณ์เกี่ยวกับ หุ่นพยนต์หลวงพ่อคล้อย บอกว่า หลังจากได้บูชาหุ่นพยนต์พ่อท่านคล้อยมา มีคนทัก ๓ ครั้งแล้ว โดยครั้งแรก คนข้างบ้าน ทักว่า ญาติผู้ใหญ่มาที่บ้าน หรือ เห็นเดินอยู่หลังบ้านเหมือนเดินตรวจตราอะไรอยู่ พอถามรูปพรรณ ก็ได้ความว่า เป็นคนแก่ เดินหลังค่อมๆ นุ่งโจงกระเบน เดินไปมาอยู่ พอฟัง ถึงกับขนลุก   อีกครั้งหนึ่ง เพื่อนจากต่างจังหวัดมาเยี่ยม เลยพาไปหาพระอาจารย์ที่ผมนับถือมากท่านหนึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ และเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อคล้อย วัดถ้ำเขาเงิน จ.ชุมพร (ศิษย์เขาอ้ออีกองค์หนึ่ง ชื่อเหมือนกัน) โดยไปเรียนวิชาเป่าทอง นอกจากนั้นท่านเรียนวิชาจากหลวงพ่อหลายๆ สำนัก ทั้งพ่อเปิ่น พ่อเจือ หลวงพ่อพวง วัดพระนอน ลูกศิษย์มากมาย เป็นอาจารย์สักยันต์ เป่าทอง ที่มีชื่อเสียง มีจิตบริสุทธ์ สร้างพระเครื่องไม่เคยให้บูชาเอาเงิน สักยันต์ เป่าทองให้ลูกศิษย์ ไม่เคยคิดตังค์

                ท่านถามเพื่อนว่า มาจากไหน เพื่อนก็ว่า มาจากพัทลุง ท่านถึงกับบอกเป็นคำแรก ให้ไปหาหุ่นพยนต์ พ่อท่านคล้อย วัดภูเขาทองมาบูชา เพราะที่กุฏิท่านก็มีอยู่หนึ่งองค์ ลูกศิษย์เอามาถวาย ท่านว่า ในวัดท่านมีพวกกุมารทอง วิญญาณเร่ร่อน พวกวิญญาณเด็กมักจะแกล้งบรรดาเด็กวัดอยู่เรื่อย พูดง่ายๆ วัดท่านมีเด็กวัดมาก ทุกวันต้องโดน ผีหลอก ผีหยอกล้อ เพราะพวกกุมารทองที่คนไม่ยอมเลี้ยง หรือเลี้ยงไม่ดี ก็มาอาศัยใบบุญหลวงพ่อ ท่านได้หุ่นพยนต์มาก็ไว้ในกุฏิ ปรากฏว่าหลายๆ คืน หลายอาทิตย์ ไม่มีใครโดนเด็กกุมารทองหลอก หรือโดนหยอกเลย               ท่านสงสัย คืนหนึ่งจึงลองดู ปรากฏในนิมิต เห็นคนแก่เดินตรวจตรา เหมือนเฝ้าระวังภัย ท่านถึงบางอ้อ ว่าทำไมพวกเด็กกุมารทองที่อาศัยใบบุญท่านอยู่ที่วัดไม่ออกมาเล่นซุกซน ก็เพราะท่านเอาหุ่นพยนต์เข้ามา เป็นการกำหลาบ พวกเด็กๆ เชิงคุ้มครอง คนไปด้วย แต่ไม่ได้ทำร้ายเด็กๆ แต่อย่างไร ท่านจึงได้ใช้ให้เพื่อนผมไปหามาบูชา

                สนใจติดต่อขอบูชาได้ที่ พระอาจารย์เล็ก โทร. (323) 736-6860  เนื้อมหาว่านดำ บูชาองค์ละ ๗๙ เหรียญ เนื้ออัลปาก้า บูชาองค์ละ ๑๐๙ เหรียญ (รวมค่าส่ง และตลับ) จองด่วน ก่อนเขียนเช็คสั่งจ่าย Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy., Chino Hills, CA. 91709 มีจำนวนจำกัด

                คาถาบูชาหุ่นพยนต์ โอม ปลุก มหาปลุก กูจะปลุก ปู่พยนต์ด้วย เจ ติ อา กัง นามะ พยนต์ นิ โส สะ อะ นามมะเต

                คาถาอาราธนาก่อนใช้ หุ่นพยนต์ พุทธัง มหาอาราธนานัง อธิษฐานนิ พุทธัง มหาปะสิทธิเม ธัมมัง มหาอาราธนานัง อธิษฐานนิ พุทธัง มหาปะสิทธิเม สังฆัง มหาอาราธนานัง อธิษฐานนิ พุทธัง มหาประสิทธิเม