Get Adobe Flash player

พระพุทธชินราช หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย โดย พระเล็ก

Font Size:

 

                พระพุทธชินราช เป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะงดงาม เป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ มีหน้าตักกว้าง ๕ ศอก ๑ คืบ ๕ นิ้วเศษ ประดิษฐานอยู่ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ในวิหารใหญ่ทางทิศตะวันตก หันพระพักตร์ไปทางแม่น้ำ เป็นพระพุทธรูปที่สำคัญองค์หนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย พระมหากษัตริย์ไทยทั้งสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ ทรงเคารพนับถือสักการบูชามาโดยตลอด

                พระพุทธชินราชสร้างโดยพระมหาธรรมราชาที่ ๑ (พญาลิไท) กษัตริย์ลำดับที่ ๕ แห่งกรุงสุโขทัย ซึ่งในตำนานพระพุทธชินราช เรียกว่า พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก โดยสร้างพระพุทธรูปพร้อมกัน ๓ องค์ เพื่อประดิษฐานในพระวิหาร ของวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ เมืองพิษณุโลก เมื่อ พ.ศ. ๑๙๐๐ มีช่างหล่อพระพุทธชินราชเป็นช่างพราหมณ์ฝีมือดี ๕ นาย คือ ๑. บาอินท์ ๒. บาพรหม ๓. บาพิษณุ ๔. บาราชสังข์ ๕. บาราชกุศล

                ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ได้ทรงสรรเสริญว่า พระพุทธชินราชนี้เป็นพระปฏิมากรที่ประเสริฐล้ำเลิศ ประกอบไปด้วยพระพุทธลักษณะที่งดงามอันเทพยาดาอภิบาลรักษา ย่อมเป็นที่เคารพนับถือมาแต่ครั้งโบราณกาล แม้พระเจ้าแผ่นดินอยุธยาที่มีพระบรมเดชานุภาพมากก็ทรงทำการสักการบูชามาหลายพระองค์

                โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระองค์ได้เสด็จไปนมัสการพระพุทธชินราชหลายครั้ง ครั้งหนึ่งได้ทรงปิดทองด้วยพระหัตถ์พระองค์เอง และให้มีมหรสพสมโภชตลอด ๗ วัน ๗ คืน อีกทั้งยังสร้างพระพิมพ์เนื้อดิน บรรจุไว้ในพระเจดีย์วัดบ้านกร่าง และวัดอื่นๆ ในเขตจังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อคราวชนะสงครามยุทธหัตถี ที่เรารู้จักกันดีก็คือ "พระขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง" นั่นเอง

                บรรดาพระเกจิอาจารย์ทั้งยุคเก่า และยุคใหม่ทั้งหลาย มักจะธุดงค์ไปนมัสการพระพุทธชินราช ที่เมืองพิษณุโลกด้วยกันทั้งนั้น อีกทั้งยังสร้างพระเครื่องรูปจำลองพระพุทธชินราช แจกจ่ายแก่บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายอีกด้วย ที่รู้จักกันดีคือ รูปหล่อพระพุทธชินราช ลอยองค์ วัดสุทัศน์ฯ กทม. รุ่นอินโดจีน, เหรียญหล่อชินราช เนื้อตะกั่ว หลวงพ่อโม วัดสามจีน กทม., เหรียญหล่อชินราช หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม นครปฐม ฯลฯ เป็นต้น

                หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย อยุธยา ท่านได้ชื่อว่าเป็น "พระเกจิจอมขมังเวทย์" ที่ได้รับการยอมรับจากพระเกจิอาจารย์ด้วยกัน และสาธุชนทั่วไปอย่างกว้างขวางทั้งใน และต่างประเทศ ท่านเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อเขียน วัดบ้านพร้าวนอก, หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค และหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ความลึกล้ำในวิทยาคมของท่านขนาดไหน? ลองอ่านเรื่องนี้ดูก็แล้วกัน

                เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ทางวัดบางนมโค จัดพิธีมหาพุทธาภิเษกในงานทำบุญ ๑๐๐ ปีของหลวงพ่อปาน ซึ่งครั้งกระนั้นมีพระอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคมมาร่วมพิธีปรกปลุกเสก ๔ องค์ด้วยกันคือ หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว , หลวงพ่อเชิญ วัดโคกทอง , หลวงพ่อเมี้ยน วัดโพธิ์กบเจา และหลวงพ่อมี วัดมารวิชัย ซึ่งท่านเป็นพระเถราจารย์ในศิษย์หลวงพ่อปาน ที่วัดบางนมโคต้องนิมนต์ท่านมาร่วมพิธีทุกครั้งเมื่อมีงาน

                หลวงพ่อมีเข้าไปในโบสถ์วัดบางนมโค เป็นองค์ที่ ๓ ต่อจากหลวงพ่อเชิญ และหลวงพ่อเมี้ยนและด้วยความที่หลวงพ่อมีเป็นพระอาจารย์ ที่มีอุปนิสัยนอบน้อมถ่อมตน เห็นว่า ตนเองยังมีอายุน้อย ท่านจึงเลือกธรรมาสน์ที่หันหน้าเข้าหาประธาน ตรงที่นาคนั่งขานนาคในเวลาอุปสมบท

                ขณะนั้น หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว มาถึงพอดี ท่านจึงขึ้นนั่งบนธรรมาสน์ที่เหลือ ซึ่งตั้งอยู่หน้าพระประธาน อันเป็นที่นั่งพระอุปัชฌาย์ จึงหันหน้าชนกับหลวงพ่อมี โดยมีปะรำอิทธิมงคลคั่นอยู่ระหว่างกลาง

                พอพระภิกษุสงฆ์สวดพุทธาภิเษก หลวงพ่อมีก็เข้าสมาธิจิตปลุกเสก ฉับพลันนั้นท่านก็รู้สึกว่า มีสิ่งของตกลงมาธรรมาสน์ใกล้หน้าแข้งของท่านดัง "กึก" หลวงพ่อมีนั่งเข้าสมาธิจิตเฉยเมย ไม่ได้มีความสนใจไยดีต่อเสียงรอบข้างแต่อย่างใด

                สักครู่หนึ่ง ก็มีเสียงตกลงมาดังกึกบนธรรมาสน์ที่เดียวกันอีกครั้ง และมีเสียงกุกๆ กักๆ พอได้ยิน หลวงพ่อมีทราบได้ในทันทีว่า ถูกลองของแน่แล้ว แต่ไม่มีอารมณ์หวั่นไหว ยังคงนั่งหลับตาเฉย พร้อมกับเข้าเตโชกสิณ อธิษฐานจิตให้เห็นว่าสิ่งที่ตกลงมา ๒ ครั้งนั้นมันเป็นอะไรกันแน่

                ด้วยทิพยอำนาจแห่งเตโชกสิณ สิ่งที่ปรากฏภายในดวงจิตของหลวงพ่อมีก็คือ ตะปูโลงผี ขนาด ๓ นิ้ว ๒ ตัว กำลังเคลื่อนไหวดุจมีชีวิตอยู่ไปมา หลวงพ่อมีจึงลืมตาก้มหน้าลงมามองดูด้วยตาเนื้อเพื่อให้รู้แน่ชัดว่ามันคืออะไร สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาหลวงพ่อมีขณะนั้นตะปูจริงๆ และกำลังหันปลายแหลมตั้งชี้พุ่งขึ้นมาหาหลวงพ่อมีทั้ง ๒ ตัว

                พระเถระแห่งวัดมารวิชัยวางมือขวาลงไปใช้นิ้วชี้กดตะปู ๒ ตัว พร้อมกับว่าพระคาถาเป่าพรวดลงไปเบาๆ ตะปูโลงผีก็หมดฤทธิ์ ท่านจึงเก็บไว้ใต้ผ้าอาสนะ แล้วเริ่มเข้าสมาธิจิตปลุกเสกอิทธิมหามงคลต่อไป

                ทันใดนั้น ก็มีตะปูตกลงมาใกล้หน้าแข้งท่านอีกเป็นตัวที่ ๓ ตัวที่ ๔ และตัวที่ ๕ ซึ่งหลวงพ่อมีก็เก็บแล้วเขี่ยเข้าไปในอาสนะที่ท่านนั่งจนครบ ๕ ตัว อธิษฐานจิตเพื่อดูให้รู้แน่ว่า ถูกพระอาจารย์ดีองค์ไหนในจำนวนทั้ง ๓ รูป คือ หลวงพ่อขอม หลวงพ่อเชิญ หลวงพ่อเมี้ยน ภาพของพระอาจารย์ที่แกล้งทดสอบวิทยาคมก็ผุดขึ้นจักขุทวารและมโนทวาร

                หลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว พระอาจารย์ผู้เลิศล้ำแห่งจังหวัดสุพรรณบุรีนั่นเอง

                หลวงพ่อมียังไม่แน่ใจว่าจะเป็นหลวงพ่อขอมหรือไม่ ท่านจึงอธิษฐานนึกถึงภาพหลวงพ่อเชิญและหลวงพ่อเมี้ยนตามลำดับ แต่ภาพนิมิตที่เกิดขึ้นภายในความคิดทุกครั้ง กลับกลายเป็นภาพของหลวงพ่อขอมเช่นเดิม ต้องเป็นหลวงพ่อขอมแน่ๆ หลวงพ่อมีนึกคิด พอเสร็จพิธีพุทธาภิเษกจบที่ ๔ ผู้คนเข้าไปกราบสักการะหลวงพ่อขอมอย่างล้นหลาม เพราะท่านเป็นพระเกจิมีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในขณะนั้น

                หลวงพ่อมีหยิบตะปูใส่พาน ๔ ตัว แล้วเก็บไว้ ๑ ตัว เพื่อเป็นที่ระลึก ๑ ตัว และเอาดอกไม้ธูปเทียนวางทับปิดบังตะปูไว้ เดินตรงรี่เข้าไปถวายหลวงพ่อขอม เป็นการแสดงความคารวะ

                หลวงพ่อขอมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ยอมรับเฉยๆ เสียอย่างนั้น หลวงพ่อมีจึงพูดขึ้นว่า

                "หลวงพ่อผมเอาดอกไม้ธูปเทียนมาถวาย"

                หลวงพ่อขอมจึงรับประเคนจากหลวงพ่อมี อย่างขัดไม่ได้ ปกติท่านไม่ได้รับทั้งพาน คงใช้มือรวบเอาเฉพาะธูปเทียนเท่านั้น ท่านจึงมองเห็นตะปูวางอยู่ในพาน

                หลวงพ่อขอมจึงเอ่ยถามหลวงพ่อมีขึ้นว่า "นั่นอะไร"

                หลวงพ่อมี ตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ แบบคนจริงว่า "ตะปูของหลวงพ่อ ผมนำมาถวายคืน"

                หลวงพ่อจึงรับพานไป แล้วพูดติดขำขันอย่างสบายอารมณ์ เป็นการยอมรับหลวงพ่อมี แถมรู้ทันถามตรงๆขึ้นว่า  "แล้วตะปูอีกตัวหนึ่ง เก็บเข้าไว้ในย่ามทำไม"

                หลวงพ่อมีตอบอย่างนอบน้อมว่า "ขอเก็บไว้เป็นที่ระลึกครับ"

                นั่นแสดงถึงความลึกล้ำในเวทวิทยาคมขององค์พระเกจิอาจารย์สมัยนั้นว่า ลึกล้ำเก่งกาจ มีอำนาจพลังทางจิตมากมายขนาดไหน...คำตอบนั้นไม่ได้อยู่ในสายลม หากแต่เป็นเรื่องจริงที่พบเห็นอยู่ตรงหน้า

                อิทธิวัตถุมงคลหลวงพ่อมี วัดมารวิชัย อยุธยา เมืองที่ไม่เคยสิ้นคนดี ล้วนมีประสบการณ์ปาฏิหาริย์มากมาย ทั้งด้านอยู่ยงคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด มหาอุด เมตตามหานิยม โชคลาภ ค้าขายดี ใช้ป้องกันคุณไสย ภูตผีปีศาจ และป้องกันอันตรายต่างๆ ได้ดีเยี่ยม

                หลังจากที่ท่านมรณภาพแล้ว วัตถุมงคลหลักๆ ของท่าน โดยเฉพาะในยุคแรก หรือยุคต้นๆ นั้น ได้หมดไปจากศูนย์พระเครื่อง หรือแผงพระต่างๆ อย่างรวดเร็ว ของปลอมเริ่มระบาด เพราะความต้องการในวัตถุมงคลของท่านยังมีอยู่อีกมาก โดยเฉพาะใบสั่งจากชาวสิงคโปร์ มาเลย์ ฮ่องกง ไต้หวัน ทำให้เซียนพระน้อยใหญ่ ทั้งสายตรง และไม่ตรง ต่างคว้านซื้อเก็บกักตุนเพื่อส่งออก ร่ำรวยไปตามกัน

                พระพุทธชินราช ฐานผ้าทิพย์รุ่น สุริยุปราคา  หลวงพ่อมี วัดมารวิชัย จัดสร้างปี ๒๕๓๘ พระชุดนี้จัดสร้างขึ้นมาทั้งหมด ๔ เนื้อคือ ทองคำ ๑๐ องค์, เงิน ๑๑๖ องค์, ทองพิธี ๑๙ องค์ และสัมฤทธิ์ ๑,๕๖๐ องค์ ชินราชฐานผ้าทิพย์ นี้ใต้ฐานจะมี ผงกะลาตาเดียว ตะกรุดเงิน (สาริกา) บรรจุอยู่ แล้วที่สำคัญ พระรุ่นนี้ได้จัดพิธีปลุกเสกขึ้น ในคราวที่เกิดสุริยคราส (เต็มดวง) นานๆ จะมีสักครั้ง ซึ่งตามโบราณได้กล่าวไว้ว่า ถ้าได้ประกอบพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลในวันนี้ จะทำให้วัตถุมงคลนั้นเกิดความศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น หลวงปู่มีได้ทำการปิดโบสถ์เสกตอนเริ่มเกิดคราส และห้ามมิให้ใครเข้าไปกวนยกเว้นพระอาจารย์ไม๊ค์ พระเลขาของท่านเท่านั้น ท่านเสกเสร็จเปิดโบสถ์ออกมาก็เป็นเวลาเดียวกับที่หมดสุริยะคราสพอดิบพอดี

                พระคาถาบูชาพระพุทธชินราช (สวดภาวนาป้องกันภัย และบันดาลลาภผล)

                 (ตั้งนะโม ๓ จบ) กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสาวา ชินะราชา พุทธะรูปัง สิริธัมมะติปิ ตะกะ ราเชนะ กะตัง นะมามิหัง พุทธัง อาราธนานัง ธัมมัง อาราธนานัง สังฆัง อาราธนานัง ชินะราชา พุทธธะรูปังอาราธนานัง พุทธธังลาภมา นะชาลีติ ธัมมังลาภมา นะชาลีติ สังฆังลาภมา นะชาลีติ อุอะมะ นะโมพุทธายะ พามานะ อุกะสะนะถุ ประสิทธิเม

                สนใจอยากได้ไว้บูชารูปหล่อพระพุทธชินราชฐานผ้าทิพย์ หลวงพ่อมี รุ่นสุริยุปราคา ปี ๒๕๓๘ เนื้อสัมฤทธิ์ พระดี ปีลึก เก่าเก็บ พร้อมกับใส่ตลับแสตนเลสอย่างดี องค์ละ ๑๐๙ เหรียญ (พร้อมค่าส่ง) มีเพียง ๕ องค์ เท่านั้น โทร.สั่งจองก่อนส่งเงินที่ พระอาจารย์เล็ก โทร. (323) 736-6860 จากนั้นจึงส่งเช็คมาที่ Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy., Chino Hills, CA. 91709

                ขออนุโมทนาบุญกับคุณโยมที่นำเงินสดมาร่วมทำบุญซื้อโลงศพถวายวัดตาลกง เพชรบุรี เพื่อสงเคราะห์ศพผู้ยากไร้ ศพไม่มีญาติ (มาทำงานต่างถิ่น) ดังนี้คือ คุณอัญชลี จำนวน ๒๐ เหรียญ , คุณโกมล เกษรบัว,คุณทิพวรรณ โกวิทสาธร และคุณธิวิฐชัย เกษรบัว จำนวน ๕๐ เหรียญ

                ขออานิสงส์ผลบุญครั้งนี้ จงดลบันดาลให้ท่านผู้บริจาคพ้นทุกข์ เคราะห์ โศก โรค ภัย บ่วงกรรม บ่วงเวรทั้งหลายทั้งปวง และมีอายุมั่นขวัญยืน มีสุขภาพแข็งแรงด้วยเทอญฯ