Get Adobe Flash player

พระสมเด็จปรกโพธิ์ หลวงพ่ออุ้น โดย พระเล็ก

Font Size:

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้นำเรื่องราวของ "เสด็จแม่พันธุรัตน์" ซึ่งเป็นยักษิณี ผีเสื้อสมุทร พระราชมารดาบุญธรรมของพระสังข์ ในวรรณคดี เรื่อง พระสังข์ทอง อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๒ แห่งบรมราชจักรีวงศ์ แม้จะเป็นนิทานวรรณคดีพื้นบ้าน แต่ก็มีเค้าโครงเรื่องจริงอยู่ไม่น้อย แม้กระทั่งสถานที่ที่นางพันธุรัตน์กลั้นใจตาย ปัจจุบันก็ยังมีอยู่เป็นภูเขาลูกใหญ่ อยู่ในเขตจังหวัดเพชรบุรี และตำรับตำรามหาจินดามณีมนต์ อันเป็นมนต์เรียกเนื้อเรียกปลา เรียกโชคลาภต่างๆ ก็ยังได้มีการบันทึกสืบทอดกันมา มีการสร้างผงยาวาสนา หรือ ยาจินดามณี ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว นครปฐม สืบทอดต่อกันมาจนถึง หลวงปู่เจือ เป็นทายาทองค์สุดท้ายที่สร้าง

หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่สืบทอดวิทยาคมมาจากพระเกจิรุ่นเก่า ซึ่งเป็นรุ่นราวคราวเดียวกับหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว หลวงพ่อคง วัดบางกระพ้อม ฯลฯ คือ หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง, หลวงพ่อแดง วัดเขาบันไดอิฐ เพชรบุรี ฯลฯ ท่านเคยสร้างพระผงยาจินดามณีไว้เช่นกัน แต่เรียกชื่อตามตำรับเดิมของเมืองเพชรบุรี อันเป็นถิ่นที่พระนางพันธุรัตน์ ละทิ้งกายสังขารว่า "ผงยาเพชรจินดา" ซึ่งเป็นยารักษา บำรุงหัวใจ และขับลม เป็นสูตรยาที่มีมาตกทอดเป็นมรดกมานานแล้ว เมื่อสร้างอย่างถูกต้องตามตำรับตำรา และฤกษ์ยามต่างๆ อีกทั้งยังปลุกเสกด้วยพระเวทวิทยาคมชั้นสูง เฉพาะอย่างยิ่งบทมหาจินดามณีมนต์ด้วยแล้ว จึงทำให้เป็นยาวิเศษ สามารถชุบชีวิตคนได้ชั่วขณะหนึ่ง หรือถ้ายังไม่ถึงวาระจริงๆ ก็จะฟื้นขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์

หลวงพ่ออุ้นท่านสร้างพระเนื้อผงยาเพชรจินดา หรือ ผงยาจินดามณี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ไว้ถึง ๔ พิมพ์ คือ พิมพ์ซุ้มขุนพลใหญ่ , พิมพ์ซุ้มขุนพลเล็ก, พิมพ์เล็บมือ และ พิมพ์งบน้ำอ้อย อย่างละ ๑,๐๐๐ องค์ เสียดายที่ผู้เขียนไม่ได้เก็บสะสมไว้เลย จึงไม่อาจนำมาให้บริการได้

นำผงกระดูกนางพันธุรัตน์มาสร้างพระ

 เป็นเรื่องเล่าของลุง เจือ  อบอุ่น  อายุ ๗๐ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๑๑๘ ม.๖ ต.ดอนห้วย อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ศิษย์ฆราวาสที่ ลพ.อุ้น ใช้ให้ไปเอา ผงกระดูกนางพันธุรัตน์ยักษ์ มาเป็นส่วนผสมในการทำ พระผงสมเด็จปรกโพธิ์ ปี ๒๕๔๕ แจกครั้งแรก งานปิดทอง ณ อุโบสถวัดตาลกง (หลังใหม่)

สืบเนื่องจากวันอาทิตย์หนึ่ง ราวปี ๒๕๕๑ หลังจากที่พระในวัดท่านฉันอาหารเพล เสร็จเรียบร้อย ก็เป็นเวลาของพวกลูกศิษย์ทั้งหลาย (ได้เวลากินข้าวก้นบาตรพระกันแล้ว) กับข้าวมากมายถูกนำมาวาง ดูแล้วในใจหมู่เอกคิด ดีกว่าภัตตาคาร (มีอาหารให้เลือกกินหลายอย่าง)  ขณะนั่งล้อมวงกินข้าวกันอยู่นั้น ก็มีการพูดคุยถึง ลพ.อุ้น กันต่างๆ นาๆ แล้วก็มีลุงแก่ๆ คนหนึ่งซึ่งหมู่เอก ไม่เคยพบปะพูดคุยกันเลย มานั่งข้างๆ ก่อนพูดขึ้นลอยๆ ว่า

"แหมๆ ตอนนั้นไปเอาผงกระดูกนางพันธุรัตน์ยักษ์ให้ คุณพ่ออุ้น มาทำพระแจกงานปิดทอง นึกถึงความศักดิ์สิทธิ์ของ คุณพ่ออุ้น ยังขนลุกไม่หาย"

หมู่เอก ตอนนั้นกำลังจะตักข้าวเข้าปาก ก็ต้องหยุดชะงักเล็กน้อย    พลัน !!! นึกถึงคำพูด
ของ ลพ.อุ้น  ที่เคยเปรยๆ ตอนแจกสมเด็จปรกโพธิ์ งานกฐินปี ๒๕๔๘ ให้ลูกศิษย์ว่า "เก็บไว้ให้ดีนะ มีผงกระดูกนางพันธุรัตน์ด้วยนะ"

หมู่เอกได้ที รีบสอบถาม "ลุงๆ เล่าให้ผมฟังหน่อยได้ไหมว่า ความเป็นมาของผงนี้เป็นอย่างไร"    แกบอกว่า กินข้าวให้อิ่มก่อนนะ เดี่ยวไปคุยกันที่ตู้พระเพราะว่าจะมารับซองกฐินไปแจกให้พรรคพวกร่วมทำบุญสร้างวัดครึ่งชั่วโมง ผ่านไป..........หลังจากสอบถามประวัติชื่อเสียง เรียงนามในขั้นต้น ต่อไปนี้เป็นบทสนทนาระหว่าง หมู่เอก กับ คุณลุงเจือ อบอุ่น ที่จะมาถ่ายทอดเป็นเรื่องราวให้ทุก ๆ ท่านได้ทราบ ถึงความเป็นมาในการนำผงวิเศษ มากดเป็น พระสมเด็จปรกโพธิ์ ปี ๒๕๔๕ ครับ   เรื่องจริง เหตุการณ์จริงครับ

หมู่เอก : ลุงเจือเมตตาเล่าเรื่องที่ไปนำผงที่เขานางพันธุรัตน์ ให้ทราบหน่อยครับ ผมก็เคยได้ทราบจาก ลพ.อุ้น บอกว่าแกให้ศิษย์ไปเอาผงมาทำองค์พระ และก็พบกับเหตุอัศจรรย์มากมาย

ลุงเจือ : ยิ้มๆ ตาเปล่งประกาย ระลึกถึงความหลังที่ไปนำผงสำคัญที่เขานางพันธุรัตน์ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ก่อนเล่าให้ฟังว่า

"ตอน พ.ศ. ๒๕๔๔ ก่อนงานปิดทอง ๑ ปี ลพ.อุ้น ได้ใช้ให้คนรู้จักมาตามถึงที่บ้าน บอกให้ไปพบที่วัดตาลกง ได้รับข่าวดังนั้น ก็รีบเดินทางมาวัดตาลกงทันที เมื่อพบกับ ลพ.อุ้น เจอหน้าท่านยังแทบไม่ทันจะได้พูดอะไร ลพ.รีบพูดก่อนเลย”

ลพ.อุ้น : ไอ้เจือ มึงไปเอากระดูกนางพันธุรัตน์ยักษ์ ให้กูหน่อย เขามาบอกให้กู

ลุงเจือ : เขาน่ะใครครับ ลพ.

ลพ.อุ้น :  มึงไม่ต้องเสือกรู้ มึงไปเอามา

ลุงเจือ : ผมไม่รู้จักว่าเป็นอย่างไร และมันอยู่ตรงไหนของภูเขา ถ้า ลพ.ไม่บอก ผมคงไปเอา
ให้ ลพ.อุ้น ไม่ถูกหรอกครับ ภูเขาลูกออกจะใหญ่โต (ลุงเจือเล่าถึงตอนนี้แล้วก็ขำ)

ลพ.อุ้น : มึงเตรียมดอกไม้ธูปเทียน อาหารคาวหวาน ไปเซ่นที่ เจ้าพ่อเขาใหญ่ เดี่ยวจะมีคน
นำทางไปเอาให้ พูดจบท่านก็ให้รีบกลับไปเตรียมตัว พร้อมกับบอกให้ชวน ลุงทรึก สว่างโชติ หรือ ไอ้ทรึก (ลูกศิษย์ของ ลพ.อุ้น อีกคนหนึ่งไปเป็นเพื่อน)

เมื่อลุงเจือกลับบ้านก็ได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้ลุงทรึกฟัง  ต่างคนต่างก็งง แต่ด้วยความที่เชื่อมั่นใน ลพ.อุ้น ก็ได้ชวนกันไปที่เขานางพันธุรัตน์ในวันรุ่งขึ้น

หลังจากที่เซ่นสังเวย สิ่งของต่าง ๆ กับ เจ้าพ่อเขาใหญ่ เสร็จ  ลุงเจือยังเมตตาเล่าให้ฟังว่า

"ตอนนั้นยังไม่รู้เลยว่ามันอยู่ตรงไหน คิดขำ ๆ ถ้ามันอยู่บนยอดเขา ลุงคงไม่ปีนแน่ๆ"

นั่งพูดกับไอ้ทรึกไม่ทันไร  เสียงไก่ขัน  หันไปมองตามเสียง เห็นไก่แจ้ตัวเมีย อยู่ตัวหนึ่ง
โก่งคอขัน  นึกแล้วยังบอกไอ้ทรึก  มึงว่าใช่คนนำทางเราป่าววะ

เจ้าไก่ตัวเมียเวลาโก่งคอขันเสร็จ ก็ค่อยๆ บินขึ้นเขา ตอนนั้นลุงก็รีบเดินตามขึ้นไป
เดินไปอยู่พักใหญ่  สักครึ่งเขาน่าจะได้  ไอ้ไก่ตัวเมียนั้นก็หายไป  แต่บริเวณที่ไก่หายไปนั้น เป็นแอ่งกว้างๆ เหมือนกระทะ  ก็หยุดแล้วคิดในใจ ว่าน่าจะอยู่แถวนี้

ลุงช่วยกันเดินหากับไอ้ทรึก แต่ก็ไม่รู้ว่ารูปร่างหน้าตาของกระดูกนางพันธุรัตน์ มันเป็นอย่างไร เหนื่อยก็เหนื่อย    เลยนั่งพักข้างๆ โขดหิน  ไปเจอก้อนหินอยู่หนึ่งก้อนขนาดเท่าประมาณลูกนิมิตงานปิดทอง บ้านเรานี่แหละ  เห็นแล้วก็เอ๊ะ !!!  ไอ้ลูกนี้มันแปลกดี เลยเอามือลองไปจับ ปรากฏว่า  "ก้อนหินแตกออกมาเป็นสองเสี่ยง พร้อมกับมี ผงละเอียดสีขาว เหมือนผงปูนอยู่ด้านใน"

ตอนจับครั้งแรก ความรู้สึกเย็นวาบๆ  เหมือนน้ำแข็ง   ความรู้สึกตอนนั้นว่า ใช่แน่ๆ  ผงขาวเหมือนกระดูก (หรือจะเป็นอุบายในการบอกของ ลพ.อุ้น)  ก็เลยช่วยกันกอบใส่ถุงปุ๋ย ซึ่งขณะนั้นนำไปด้วย จำนวนครึ่งถุงปุ๋ย  แต่เหตุอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นอีก  เมื่อขณะแบกเดินลงมาจากเขานั้น  ปรากฎว่าเดินได้ ไม่เกิน ๑๐ ก้าว สักที ก็ต้องวางถุงลง  ทั้งๆ ที่มีจำนวนไม่มาก   ตอนนั้นลุงก็ยกมือท่วมหัวก่อนกล่าวดังๆ ว่า

"เจ้าพ่อเขาใหญ่ ลูกได้รับมอบหมายจาก ลพ.อุ้น เจ้าอาวาสวัดตาลกง ให้มานำกระดูกนางพันธุรัตน์ยักษ์ เพื่อที่จะนำไปสร้างเป็นพระสมเด็จ แจกในงานปิดทองฝังลูกนิมิต วัดตาลกง เพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป อย่าให้ได้มีอุปสรรคใด ๆ มาขวางกั้น ขอให้ลูกได้นำผงวิเศษนี้กลับไปให้ครูบาอาจารย์ ด้วยเถิด"

หลังจากบอกกล่าวเสร็จ ก็ลองยกถุงที่บรรจุผงกระดูกฯ อีกครั้ง ปรากฏว่า ลุงตัวคนเดียวสามารถแบกลงมาได้  แต่เหตุอัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้นอีก ในขณะที่จะลงมานั้น  มีลิงป่าจำนวนหลายร้อยตัว มากมายเต็มไปหมด  ติดตามมาส่งทั้งๆ ที่ตอนขึ้นไปไม่มีสักตัว  พอลงมาถึงตีนเขา  หันขึ้นไปมองพวกลิงพวกนั้นก็หายไปหมด ไม่เหลือสักตัว  (ลุงเจือเล่าให้ฟังพร้อมกับชี้ให้ดูขนที่ลุกซู่ตามตัว ให้หมู่เอกดู) แกบอกมาตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น

หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้น ก็ได้เดินทางไปกราบ ลพ.อุ้น  พร้อมนำผงให้ท่านดู  ท่านเห็นผงแล้ว
ยิ้มน้ำหมากกระจาย  หัวเราะชอบใจเป็นการใหญ่ บอก " นี่แหละๆ ของดี "  พร้อมเล่าเหตุอัศจรรย์ที่เจอกับไก่ตัวเมียขันนำทาง และ ลิงป่ามาส่งหลายร้อยตัว

ลพ.อุ้น ได้แต่หัวเราะ  ก่อนบอกด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจังว่า "ลิง และไก่พวกนั้น เป็นทหารของเจ้าพ่อเขาใหญ่เขา มาต้อนรับ และมาส่งพวกมึง" และนี่คือที่มา ของหนึ่งในส่วนผสมของผง   สมเด็จปรกโพธิ์ปี ๒๕๔๕

หมายเหตุ เขานางพันธุรัตน์ยักษ์  เป็นภูเขาลูกหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะเหมือนคนนอน อยู่ในพื้นที่ อ.ชะอำ  จ.เพชรบุรี  ซึ่งชาวบ้านมีความเชื่อว่านางพันธุรัตน์ยักษ์ (นิยายเรื่องสังข์ทอง) มาขาดใจตายบริเวณนี้ หลังจากที่อ้อนวอนให้พระสังข์ลงมาหา แต่พระสังข์ไม่ยอมลงจากเขา เนื่องจากอธิษฐานไม่ให้นางยักษ์ปีนขึ้นมาบนภูเขาลูกนี้ได้ ด้วยความที่เศร้าเสียใจนางจึงได้ขาดใจตายบริเวณนี้ (ภูเขาเป็นรูปเหมือนผู้หญิงนอน)

นางยักษ์พันธุรัตน์ ก่อนสิ้นใจตายได้ทิ้งมนต์สำคัญบทหนึ่งไว้ให้พระสังข์ คือ มหาจินดามณีมนต์ เพื่อใช้เรียกเนื้อ เรียกปลา ด้วยเหตุนี้พระเกจิอาจารย์ยุคเก่า จึงมักนิยมสร้างพระเครื่อง หรือ วัตถุมงคลอันเกี่ยวเนื่องกับ นางพันธุรัตน์ยักษ์ และ พระสังข์ทอง และใช้มหามณีจินดามนต์ปลุกเสก ทำให้วัตถุมงคลนั้นๆ เข้มขลังมีพลังอำนาจพุทธคุณด้านเมตตามหานิยม เรียกลาภผลต่างๆ ได้ดี เป็นที่นิยม และเสาะแสวงหาของนักนิยมสะสมพระเครื่องโดยทั่วไป

สนใจติดต่อบูชา พระสมเด็จปรกโพธิ์ ผสมกระดูกยักษ์ ปี ๒๕๔๕ หลวงพ่ออุ้น ในอัตราองค์ละ ๕๙ เหรียญ (พร้อมตลับ และค่าจัดส่ง) ได้ที่ พระอาจารย์เล็ก (323) 736-6860 ก่อนส่งเช็คมาที่ Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy., Chino Hills, CA. 91709 สภาพยันต์ด้านหลังไม่ค่อยคมชัดนัก เพราะเป็นพระที่เก็บไว้บนหิ้ง มีคราบฝุ่นเกาะติด ถ้าสภาพสวยๆ ราคาจะแพงกว่ากันเท่าตัว