Get Adobe Flash player

หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง อุตรดิตถ์ (๔) โดย พระเล็ก

Font Size:

 

                หลังจากปี พ.ศ. 2533 ชื่อเสียงของหลวงปู่เริ่มเป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในระดับประเทศ วัตถุมงคลรุ่นหลังๆ ซึ่งบรรดาศิษย์ได้มีโอกาสสร้างถวายหาปัจจัยเริ่มมีมากขึ้น ท่านเองก็อนุญาตให้ทำได้เรียกได้ว่าไม่ปิดกั้นตนเองเหมือนสมัยก่อน ผมเชื่อว่าส่วนหนึ่งท่านคงต้องการปัจจัยมาบำรุงวัดและสร้างศาสนสถาน ทุกครั้งที่มีโอกาสไปเยี่ยมท่านๆ มักจะกล่าวเป็นเชิงกังวลในเรื่องของอาคารที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ ทำให้ผมพลอยกังวลไปกับท่านด้วย เรียกได้ว่าทุกครั้งที่มีโอกาสไปกราบท่านต้องหาปัจจัยส่วนตัวไปถวายท่านอยู่เสมอ ผมเองยอมรับว่าชื่อเสียงของท่านมีเพิ่มมากขึ้น เพราะวัตถุมงคลของท่านได้แพร่หลายออกไป

                แต่สิ่งหลักที่เป็นฐานเกื้อหนุนท่านอย่างแท้จริงก็เพราะ ท่านเป็นพระสุปฏิปันโนที่กราบไหว้ได้อย่างสนิทใจ ท่านผ่านการสะสมบุญบารมีและวิปัสสนาสมาธิมานานหลายทศวรรษ แม้แต่หลวงพ่อเกษม เขมโก นักบุญแห่งลานนายังเคยกล่าวถึงหลวงปู่ทองดำกับญาติโยมจากอุตรดิตถ์ที่เข้าเยี่ยมท่านที่สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปางเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2535 ว่า “พวกเธอมาจากอุตรดิตถ์รึไม่ต้องมาหาอาตมาให้เสียเวลาหรอก ไปหาพระกินหมากนั่นแหละเก่งกว่าฉันอีก” หรือแม้แต่ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ วัดบ้านไร่ ยังเคยเอ่ยกับคณะกรรมการสร้างพระเมื่อครั้งมานั่งปรกพระกริ่งรุ่น 2 พระกริ่ง ทอง-คูณ เมื่อปี พ.ศ. 2537 ว่า “กูนั่งอธิษฐานจิตปลุกเสกร่วมกับหลวงปู่ทองดำแค่ 5 นาที พลังจิตของท่านไปไกลถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ กูตามไม่ทันดอก” ครับ แสดงว่าท่านไม่ธรรมดาจริงๆ

                เกี่ยวกับอายุของหลวงปู่ ถ้าผู้ที่สะสมวัตถุมงคลของหลวงปู่มาตั้งแต่ต้น อาจสงสัยเล็กน้อยว่าท่านอายุเท่าไหร่กันแน่ เพราะในเหรียญรุ่นแรกเขียนว่า อายุ 85 ปี พ.ศ. 2529 นั่นหมายความว่าท่านเกิด พ.ศ. 2444 แต่ในวัตถุมงคลกริ่งรุ่นสาม ทองดำ 99” สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2538 เพื่อฉลองวันเกิดท่านในปี พ.ศ. 2539 กล่าวว่าอายุของท่านคือ 99 ปี นั่นหมายความว่าท่านเกิด พ.ศ. 2440 ผมเองก็สงสัยเหมือนกัน แต่ที่บันทึกไว้ในหนังสือเขียนตรงกันทุกฝ่ายคือ ท่านเกิดวันพุธ ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 แต่ พ.ศ.ไม่ตรงกัน ผมได้ตรวจสอบจากปฏิทินโหราศาสตร์ของผมแล้วปรากฏว่า ท่านเกิดวันพุธที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2441 ตรงกับวันขึ้น 4 ค่ำ เดือน 5 ปีจอ ครับ

                หลังจากปี พ.ศ. 2535 หลวงปู่ท่านเริ่มมีสุขภาพไม่แข็งแรงตามสภาพของสังขารที่อายุตั้ง 94 ปีแล้ว ท่านต้องเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลอุตรดิตถ์อยู่บ่อยๆ โดยที่ท่านก็ไม่ได้เต็มใจไป แต่ท่านไม่อยากขัดใจลูกศิษย์ บรรดาลูกศิษย์ก็หวังดี จัดหาเตียงพยาบาล ทีมหมอเตรียมห้องนอนให้ท่านใหม่ที่ศาลาเจริญธรรมเพื่อให้ท่านสบายขึ้น ไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาลบ่อยๆ ระยะหลังผมเองมีโอกาสไปกราบท่านไม่บ่อยนัก แต่เท่าที่สังเกตดูถึงสังขารท่านจะเสื่อม แต่จิตใจที่แท้จริงของท่านยังคงดีอยู่เหมือนกับท่านสามารถแยกร่างกายกับจิตใจออกจากกันได้

                เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ.2548 หลวงปู่ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอุตรดิตถ์ด้วยโรคชรา และเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ.2548 เวลา 16.00 น.ท่านหยุดหายใจไปกว่า 2 ชั่วโมง คณะแพทย์ได้พยายามอย่างสุดความสามารถ ลูกศิษย์ทั้งหลายต่างหมดหวังคิดว่าท่านคงจะมรณภาพแล้ว แต่เหมือนมีปาฏิหาริย์ ท่านฟื้นขึ้นมาได้ครับ ยังความดีใจอย่างที่สุดของบรรดาลูกศิษย์ คณะแพทย์มีความเห็นให้ส่งตัวหลวงปู่ไปรักษาที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2548 โดยมีพระปลัดทองแดง ตปสีโล ติดตามไปดูแลอย่างใกล้ชิดจนในที่สุดสังขารย่อมเป็นไปตามกรรม หลวงปู่ที่ผมเคารพรักสุดชีวิต ท่านได้มรณภาพอย่างสงบที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2548 เวลา 21.19 น.ด้วยภาวะโรคไตเสื่อมและติดเชื้อทางเดินหายใจ สิริรวมอายุได้ 107 ปี 5 เดือน 20 วัน พรรษาที่ 86 เหลือไว้แต่ความดี และวัตถุมงคลให้ชนรุ่นหลังได้กราบไหว้และระลึกถึงครับ

                เกี่ยวกับปาฏิหาริย์หลังจากท่านมรณภาพ พระปลัดทองแดงได้เล่าว่า ขณะที่พยาบาลกำลังตกแต่งศพท่าน ซึ่งก็มีลูกศิษย์กว่า 10 คนร่วมอยู่ในห้องด้วย ได้มีลำแสงสีขาวสว่างพุ่งเข้ามายังเตียงที่วางร่างท่าน หลายคนพยายามที่จะถ่ายภาพและวีดิโอ แต่ไม่ติดครับ ทุกคนลงความเห็นว่าคงเป็นบุญญาธิการของท่านจึงมีเทวดามารับดวงวิญญาณของท่านไปสู่สวรรค์นภาลัย

                ถ้าหากท่านมีโอกาสขึ้นไปทางเหนือและพอมีเวลา อยากที่จะให้ท่านหาโอกาสแวะเข้าไปที่วัดท่าทอง ไปกราบศพท่านในโลงแก้วประดับมุกสักครั้งก็จะถือว่าเป็นมงคลของชีวิตครับ

                ประสบการณ์อภินิหาร และเรื่องเล่าของหลวงปู่ จากคณะศิษย์

                เรื่องที่ ๑ วันนี้ขอนำประสบการณ์จากวัตถุมงคล ที่หลวงปู่ทองดำปลุกเสก ข้อมูลจากเฟซบุ๊คศรัทธาหลวงปู่ทองดำ ผู้เล่า Puwanai NuamThong ขออนุญาติแชร์ประสบการณ์ เหรียญ 29 ของหลวงปู่ทองดำครับ (เหรียญรุ่นแรก ออกปี พ.ศ. ๒๕๒๙) ของพ่อกับลุงผมนะครับ พอดีพ่อกับลุงผมได้ขับรถไปซื้อกระเทียมที่ อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก วันนั้นพ่อผมบรรทุกมาประมาณ 3,800 กิโลกลัม มาถึงศาลพระวอ หรือดอยพระวอตรงนั้นเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุรถลงเขาบ่อย เพราะเป็นทางโค้งลงเขา รถเกิดเบรคไม่อยู่พ่อผมพยายามประคองรถไม่ให้ตกข้างทาง เพราะข้างทางเป็นเหว และแล้วก็มีรถพ่วงตู้คอนเทนเนอร์สวนทางขึ้นมาพอดี รถยนต์พ่อผมได้พุ่งชนเข้าหารถพ่วง รถได้เข้าไประหว่างช่องว่างกลางรถพอดี โชคดีมากครับ รถพ่อผมไม่ตกเหวข้างทาง ลุงผมถึงกับช๊อคขาดสติไปหลายวันเพราะนึกว่าตัวเองตายแน่ๆ พ่อกับลุงผมคล้องเหรียญ 29 ของหลวงปู่ทองดำทั้งสองคน นี่แหละครับบารมีของหลวงปู่ช่วยเหลือลูกหลานทุกคนครับ นี่แหละครับผมศรัทธาหลวงปู่ทองดำมากครับ

                เรื่องที่ ๒ วันนี้จะนำเรื่องประสบการณ์ จากวัตถุมงคลที่หลวงปู่ทองดำปลุกเสกอีกรุ่น ซึ่งหาไม่ค่อยง่ายเท่าไรครับ เพื่อนๆ ท่านใดมีองค์จริงก็นำมาโชว์กันบ้างนะครับ วัตถุมงคลรุ่นนี้ก็คือ สมเด็จคะแนนชานหมาก ผสมเหล็กน้ำพี้ ปี 2517 ประสบการณ์จากเฟซบุ๊ค ศรัทธาหลวงปู่ทองดำ ผู้ที่เล่าประสบการณ์คือ ณัฐกานต์ พระเครื่อง เอาเป็นว่าเล่าเลยล่ะกัน

                มีพี่ที่ทำงานอยู่ที่จังหวัดแพร่ ไม่ขอเอ่ยนามน่ะครับ ได้บูชาสมเด็จเนื้อชานหมากไปแล้วนำไปเลี่ยมเงิน ที้งไว้ที่ร้านเลี่ยมเงิน ตกตอนกลางคืนเมียเจ้าของร้านฝันถึงพระองค์นี้ วันแรกก็ไม่ได้สนใจ พอวันที่ 2-5 ก็ฝันเห็นพระสมเด็จเนื้อชามหมากอีกทุกวัน พอถึงวันที่พี่เขาก็ไปรับพระ เจ้าของร้านก็ขอบูชาพระองค์นี้บอกว่า ตั้งแต่เอาพระมาทิ้งไว้เมียแกฝันเห็นพระทุกคืนเลย แต่พี่แกก็ไม่ได้ปล่อย เพราะแกจะเอามาให้เมียแกใช้ ตั้งแต่ได้พระมาแล้วเมียแกก็ห้อยสมเด็จขานหมากองค์เดียวเลย

                แล้วมีอยู่วันหนึ่ง เมียแกขี่รถมอเตอร์ไซค์ไปซื้อของ ตอนกลับเมียแกเกิดอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้ม ไถลไปไกลแล้วหัวฝาดกับขอบถนนอย่างแรง เวรกรรมหมวกกันน็อคก็ไม่ได้ใส่ สลบคาที่เลย ไม่รู้สึกตัว คนที่เห็นเหตุการณ์เลยมาช่วยและไปบอกแฟนแก แกมาดูนึกว่าเมียตายแน่น เลยจับพระในคอดูมีสมเด็จชานหมากองค์เดียว บอกหลวงปู่ช่วยด้วยอย่าให้เป็นอะไรเลย และนำตัวส่งโรงพยาบาล สลบไปนานมากและก็ฟื้นขึ้นมา เชื่อไหมครับทางที่แกรถล้มมันเป็นจุดที่มีคนตายบ่อยที่สุด พี่แกเลยถามเมียแกว่าทำไมถึงล้ม เมียแกบอกว่าขี่มาอยู่ดีๆ ก็มืดเลย เหมือนรถตกเหวแล้วไม่รู้สึกอะไรเลย เชื่อไหมครับ เสื้อโปโลด้านหลังขาดหมดเลยเพราะพี่แกไถลไปกับถนน และหัวไปฟาดกับฟุตบาท ซึ่งหัวโนเป็นลูกมะกรุด หมอเลย x-ray สมองก็ไม่เป็นอะไร เนื้อตัวก็ไม่มีเลือดสักหยด แค่รอยขีดข่วนนิดหน่อย หมอเลยให้กลับบ้าน มีคนมาถามว่าคล้องพระอะไร พี่แกไม่บอก เรื่องนี้เกิดเมื่อ 3 อาทิตย์ที่แล้ว ทุกวันนี้พี่คนนี้ตามเก็บหลวงปู่แทบจะทุกรุ่นเลย ประสบการณ์ทำให้เกิดความศรัทธา

                เรื่องที่ ๓ ประสบการณ์นี้ของอีกท่านที่ศรัทธาหลวงปู่ทองดำเหมื่อนกันครับ ชื่อ Rapeepat Chaisena

                เห็นพี่ๆ ในกลุ่มโพสบอกประสพการณ์ของหลวงปู่ทองดำ ผมขอบอกก่อนว่าผมเป็นคนหาดสองแคว อยู่ใกล้วัดหลวงพ่อจันทร์ แต่มีพระของหลวงพ่อจันทร์เก็บพอสมควร แต่คล้องพระหลวงปู่ทองดำองค์เดียวในคอ ไม่มีเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไร แต่ศรัทธาหลวงปู่ทองดำมาก ผมไม่เคยเจอท่านมาก่อน ต้องบอกก่อนว่าผมเกิดและโตที่อยุธยา แต่ได้ย้ายมาอยู่อุตรดิตถ์ได้ 5 ปีแล้ว เมื่อไม่นานเท่าไหร่ผมได้กลับไปหาญาติพี่น้องที่อยุธยา และได้คล้อง สมเด็จแผ่นดินไหว พิมพ์เล็กหลังเรียบ และเหรียญรุ่นแรกเนื้อทองแดง และได้ไปตลาดพระ เซียนอยุธยาถามว่า "พระอะไรวะ ไม่เคยเห็น คนสร้างเก่งแค่ไหนวะ" เราก็ได้แต่ยิ้มๆ ไม่ได้พูดอะไร และอยากจะบอกว่าผมได้มีประสบการณ์ที่เกิดกับตัวเองก็คือ

                ผมนั่งรถจากประตูน้ำพระอินทร์เพื่อที่จะไปอยุธยา ตอนนั้นฝนตกหนักมาก ได้มีรถสิบล้อเสียหลักมาชนท้ายรถทัวร์ของผม จำได้ว่ารถหมุนหลายตลบ อาจฟังดูเวอร์ แต่ตัวผมไม่เป็นอะไรเลยจริงๆ คนที่นั่งในรถแทบทุกเลยจริงๆ ที่บาดเจ็บเยอะมาก แล้วมีนายตำรวจคนหนึ่งบอกว่าได้คล้องพระอะไร เราก็บอกว่าคล้องหลวงปู่ทองดำ จังหวัดอุตรดิตถ์ นายตำรวจบอกว่า "ผมเคยได้ยิน แต่ไม่รู้ว่าท่านเก่งหรือป่าว" แล้วท่านก็มาขอซื้อพระของผม แต่ผมขายแต่เหรียญรุ่นแรก ไปในราคา 3000 บาท เพราะว่ายังพอหาได้อีกเลยขายไป แต่สมเด็จแผ่นดินไหวไม่ได้ขาย ประสบการณ์กับน้องชายของผมก็มีนะครับ แต่ขอไว้เล่าใหม่ในวันหลังนะครับ บอกตรงๆ ว่าประสพการณนี้โหดสุดๆ ถ้าท่านใดได้อ่านข้อความนี้จบแล้ว จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ได้นะครับ บอกแล้วว่าเป็นคนหาดสองแคว แต่คล้องหลวงปู่ทองดำเพราะอะไรคิดเอาเองนะครับ

                เรื่องที่ ๔ เมาแล้วนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์ ตกลงไป ไม่เป็นอะไรเลย จากคุณ James Sa "ผมเมานั่งซ้อนท้ายเพื่อนจากเที่ยวในเมืองอุตรดิตถ์ เกิดหลับไม่รู้ ตัวตกลงกับพื้น เพื่อนขับมาประมาน 80 ครับเชื่อไหมไม่เป็นอะไรเลย มีแผลถลอกนิดหน่อยแผลไม่มีแตกด้วยซ้ำครับมี ชานหมาก อย่างเดียวครับ"

                เรื่องที่ ๕ จากคุณสิริวัฒน์ อินทรไพบูลย์ เจอ มาเยอะครับกับรถ ทั้ง สองล้อ สี่ล้อ ตอนเรียน ปวส.นั่งซ้อนท้ายรุ่นพี่ ผม ถือเหล้าสองขวด รถชนหมาตอน 120 หลุดออกจากรถ ไถไปกับถนน ลาดยางล่อนๆ ปนลูกรัง(ถนน ชนบท) ไปหยุด เอาหัวห่างจากกกเสา แค่ฟุตเดียวทั้งตัวมีแต่ขี้ฝุ่น แต่ตอนลุกขึ้นมาไม่มีแม้นแต่รอยถลอก ผิดกับรุ่นพ่ีผม ที่ ล้มอยู่แถวๆรถ ผมมาไกลกว่า สักห้าหก เมตร ในวันนั้ ไม่ได้ห้อยอะไรเลย เพียงแต่ตอนที่เห็นว่าชนแน่ผมคิดในใจ ว่าหลวงพ่อช่วยด้วย

                Pissanu Utt ผม ก็มีประสบการณ์เนื้องอก ผมกับพี่ชาย จะกับบ้านข้ามสะพานท่าเสา แยกขวาขึ่นไปทางวัดป่ากล้วยเป็นถนนโค้วขึ่นเนินแล้วมีทางตัดเป็นสามแยก พี่ชายบิดมอไซร์มาแรงมากพอขึ่นเนิน ด้วยความตกใจ รถล้มไถลไปไกลเกือบ7เมตร ตัวลุกขึ่นยืนได้ ส่วนพี่ชายนอนอยู่ข้างรถ ชาวบ้านเข้ามาช่วยเหลือ คิดว่าเจ็บหนักแน่ หรือคอหักไปแล้ว ชาวบ้านตกใจที่เห็นพี่ชายลุกยืนได้มีแค่แผลที่หัวคิวเท่านั้น ส่วนตัวผมถลอกที่อกนิดหน่อยเอง ด้วยบารมีหลวงปู่ที่ทำไห้หนักเป็นเบา สาธุ