Get Adobe Flash player

หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง อุตรดิตถ์ (๕) โดย พระเล็ก

Font Size:

 

                เรื่องที่ ๖ ขออนุญาตลงประสบการณ์ แขวนชานหมาก ของคุณ Rapeepat Chaisena จาก Face Book กลุ่ม ศรัทธาหลวงปู่ทองดำ

                ประสบการณ์ก่อนนอนครับ เป็นประสพการณ์จากน้องชายผมเองครับ น้องชายตอนนั้นอายุ 4 ขวบครับ ปัจจุบันอายุ 6 ขวบ น้องชายเป็นเด็กที่ค่อนข้างซน ได้ขึ้นไปยืนบนโต๊ะ โต๊ะสูงประมาณ 2 ฟุต ซึ่งโต๊ะอยู่ใกล้กับโต๊ะม้าหินอ่อน ตัวผมก็กำลังทำกับข้าวอยู่ และได้เดินมาพอดีก็เห็นน้องพลาดตกโต๊ะต่อหน้าพอดี หน้าน้องไปกระแทกกับขอบม้าหินอ่อน น้องสลบไปนานประมาณ 5 นาทีครับ แต่แปลกตรงที่ไม่มีบาดแผลอะไรเลย เพราะตอนโดนกระแทกได้กระแทกระหว่างจมูกพอดีเลย ความเป็นไปได้อย่างน้อยก็น่าจะบวมหรือเป็นรอบช้ำ หรือไม่ก็หน้ามีเลือดไปเลย เพราะค่อนข้างแรงมาก ในคอน้องผมคล้องชานหมากคาย ที่ตากับยายได้มากับมือหลวงปู่เพียงก้อนเดียว ตอนนี้คำหมากก็ยังอยู่ ว่างๆ จะถ่ายรูปให้ดูนะครับ

                เรื่องที่ ๗ กราบ ลป.ทองดำ และสวัสดี พี่ๆ ทุกท่านครับ วันนี้ อากาศ ดีขึ้นมาบ้างหลังจากที่ 1-2 วันนี้ เจอแต่ฝน พอดีนึกขึ้นได้ว่าท่านแกงส้ม เคยถามว่า มีพระ ลป.ทองดำรุ่นไหนบ้างที่มีประสบการณ์ โดยส่วนตัวผมยังไม่เคยเจอจังๆ นะครับ (สงสัยจะโชคดี อิอิ) เข้าเรื่องเลยดีกว่า.......พอดีวันนี้ได้พบเพื่อนเก่าคนหนึ่ง ทำงานเป็นเซลล์ขายยา (ไม่ใช้ซูโดอิเฟดีน ครับ) อยู่เขตภาคเหนือ นึกขึ้นได้ว่าพ่อเขาเป็นมือเก็บเก่า มีพระ ลป.ทองดำ หลายรุ่นมากๆ ร่วมถึงรุ่นหลักๆ ก็เลยขอดูว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ของมือเก่าท่านนี้ให้พระอะไรลูกชายบูชาติดตัว.........

                ปรากฏว่าเป็น ปิดตาเนื้องอก สภาพใช้งานสมบุกสมบัน พลาสติกที่เลี่ยมแตกลานเป็นใยแมงมุม ยิ่งกว่าพระเนื้อสนิมแดงเสียอีก เลยได้ใจความว่า ห้อยติดตัวตั้งแต่เรียน อต. ประสบการหลักๆ เคยโดนหมาบางแก้วที่ตัวเองเลี้ยงไว้กัดแบบจมเขี้ยว แต่ปรากฏว่าไม่ได้กินเลือดสักหยด มีปรากฏไว้เพียง รอยฟัน บุ๋มตื้นๆ เท่านั้น....... อีกครังที่เจอแบบ จังๆ คือ ตอนที่เปิดร้านนมปั่นอยู่หน้า มหาลัยราชภัฏ (ต้องย้อนไปเมื่อสมัยยังฮิตๆ โทร นาที 3 บาท) เพื่อนผมเปิดร้านนมปั่นอยู่ที่นั้น โดนกลุ่มวัยรุ่นพังร้าน พร้อมทำร้ายร่างกายด้ายอาวุธ แต่น่าแปลกที่เพื่อนผมไม่มีเลือดออกสักหยด มีเพียงรอยชำเล็กๆ น้อยๆ น่าแปลก

                เพื่อนๆ สมาชิกโปรดใช้วิจารณญานในการวิเคราะห์นะครับ ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่า พระ ลป.ดีทุกรุ่น ไม่ต้องแพง ขอให้ท่านเสกก็พอ ดังคนโบราณกล่าวไว้ว่า ศรัทธามี...ปาฏิหาริย์เกิด ขอให้ประพฤติตนเป็นคนดี พระท่านคุ้มครอง

                เรื่องที่ ๘ ขออนุญาตนำเรื่องเล่าถึงความเมตตาของหลวงปู่มาเล่าสู่กันฟังครับ จากคุณ Prawit Utt (Facebook) ที่สุดของเมตตา. มีอยู่วันหนึ่งผมได้ไปกราบหลวงปู่ และกำลังนั่งสนทนากับหลวงปู่. มีชายคนหนึ่งได้เข้ามากราบหลวงปู่แล้วพูดว่า

                ชายคนนั้น.... หลวงปู่ครับผมกำลังเดือดร้อนครับ

                หลวงปู่ทองดำ.....เดือดร้อนเรื่องอะไรละโยม

                ชายคนนั้น...... ผมไม่เงินเลยครับหลวงปู่

                หลวงปู่ทองดำ.....จะให้ฉันช่วยอย่างไรละ

                ชายคนนั้น......ผมอยากจะขอพระหลวงปู่เอาไปขายครับ

                หลวงปู่ทองดำ.......หลวงปู่ไม่พูดอะไรลุกขึ้นแล้วเดินไปในห้องนอน

                ชายคนนั้น.....เกิดอาการมึนงงแล้วมองตาม

                หลวงปู่ทองดำ......เดินออกมาพร้อมกับพระ 1 ถุงใหญ่ๆ แล้วพูดว่า ฉันให้แค่นี้คงจะพอนะ

                ชายคนนั้น.......ก้มกราบน้ำตาไหล.................

                กราบสาธุครับหลวงปู่

                เรื่องที่ ๘ ปฏิปทาของหลวงปู่ โดย ทิดเล็ก

                สวัสดีครับทุกๆ ท่าน วันนี้ผมจะเริ่มเล่าเรื่องราวดีๆ ให้ได้รับรู้กัน เรื่องแรกเป็น อุปนิสัยส่วนตัวของหลวงปู่ ที่ผมได้เจอกับตัวเอง หลวงปู่ท่านมีน้ำเสียงที่ฟังแล้วมีทั้งอำนาจและความเมตตา เวลาที่พวกผมไปกราบท่าน มักจะเป็นช่วงเวลาใกล้ฉันเพล หลังจากกราบท่านแล้วก็จะรายงานตัวว่าใครมาบ้าง สิ่งแรกที่หลวงปู่จะกล่าวเสมอคือ มารถยนตร์ หรือรถไฟ พอพวกผมตอบท่านจะกล่าวว่า ไปรับอาหารกันก่อน ท่านปลัดให้คนเตรียมอาหารต้อนรับแขกจากกรุงเทพด้วย ท่านจะห่วงใยเอาใจใส่กับลูกศิษย์ทุกคน ท่านจะใช้คำว่า "รับอาหาร" แทนคำว่า "กินข้าว" เป็นคำพูดที่สุภาพแสดงถึงตัวตนที่มีสมณศักดึ์ถึง ท่านเจ้าคุณนิมมานโกวิท ตอนที่ผมบวชเป็นพระเวลาพูดคุยกันท่านๆ จะใช้คำพูดแทนตัวเองว่า ผม มันเป็นความประทับใจอย่างยิ่งครับ

                หลวงปู่ใช้คำพูดที่สุภาพเสมอแม้กระทั่งผู้ใกล้ชิดอย่างหลวงพี่ทองแดง เวลาที่หลวงปู่เรียกหาก็จะใช้คำว่า "พระปลัด" ส่วนลูกศิษย์ทั่วไปท่านก็เรียกชื่อ ส่วนลูกศิษย์เก่าแก่ที่อายุมาก หรือเป็นกรรมการบางท่านที่สนิท ก็มียศนำหน้าว่า "ไอ้" เหมือนกัน มีลูกศิษย์ที่เป็นตำรวจคอยมาดูความปลอดภัยเวลามากราบหลวงปู่ท่านจะเรียกว่า "ผู้พิทักษ์" ทุกคนที่ได้ยินจะรู้สึกภาคภูมิใจมาก ส่วนคำพูดที่ท่านใช้ประจำทั่วไปจะมีคำพูดความหมายโบราณอยู่หลายคำ เช่น เวลาช่วงเช้าถึงเที่ยงท่านใช้คำว่า "ในเพล" ถ้าเลยเที่ยงใช้คำว่า "นอกเพล" หรือคำว่า "ยั้ง" ท่านจะเล่าเรื่องการก่อสร้างในสมัยก่อนให้ฟังว่า มีคนถามว่าจะเสร็จเมื่อไหร่ท่านจะตอบว่า ถ้ามีเงินก็ไม่ต้องยั้ง แต่ถ้าเงินไม่พอก็ต้องยั้งไว้ก่อน ส่วนคำที่ผมใช้พูดกับท่านประจำคือคำว่า "ซ้ำ" จะใช้พูดเวลาฉันอาหารผมมีโอกาสป้อนอาหารท่านหลายครั้ง ถ้าเป็นมื้อเช้าท่านจะฉันโจ๊กกับขนมครก ส่วนอาหารแล้วแต่จะมีผู้ถวาย เวลาที่ป้อนอาหารถวายท่านถ้าอย่างไหนที่ฉันได้มาก ก็จะถามท่านว่าซ้ำมั๊ยครับ ถ้าท่านตอบว่าซ้ำก็ให้ตักป้อนอีก คำพูดในสมัยอดีตที่ท่านพูดฟังแล้วน่าประทับใจจริงๆครับ

                อีกเรื่องเป็นสิ่งประทับใจ และน่าจดจำ คือ ความไม่ยึดติดในเรื่องของใช้ ลาภยศ พระปลัดทองแดงเคยเล่าให้ฟัง มีลูกศิษย์ที่ศรัทธาเห็นว่า ท่านมีสมณศักเป็นถึงท่านเจ้าคุณ นำรถมาถวายเพื่อความสะดวกเวลาเดินทางไปกิจนิมนต์ ท่านกล่าวขอบใจแต่ไม่รับด้วยเหตุผลว่า เป็นพระไม่มีความจำเป็นต้องมีรถ เวลาจะเดินทางไปไหนเจ้าภาพก็จะจัดรถมารับเอง หรือเวลาจะไปหาหมอก็มีลูกศิษย์อาสาขับรถไปให้ ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ที่เป็นแบบอย่างที่ดีไม่ยึดติดกับสิ่งของ

                อีกเรื่องเกิดกับผมเองประมาณปี 44 หรือ 45 รองเจ้าภาคมาจากวัดพระศรีฯ พิษณุโลก มาที่วัด ทางวัดได้ให้การต้อนรับที่ศาลาที่พักหลวงปู่ การมาในครั้งนี้ของรองเจ้าคณะภาคได้นำแถลงการณ์ของกฏมหาเถรสมาคมใหม่มาแจ้งให้รับทราบ หลวงปู่ในขณะนั้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าทอง และเจ้าคณะอำเภอเมือง กฏใหม่มีอยู่ว่า พระที่มีอายุเกิน 80 และมีตำแหน่งทางการปกครอง จะต้องหมดวาระหรือเกษียณไปรับตำแหน่งที่ปรึกษาแทน ท่ามกลางพระทั้งวัดและลูกศิษย์หลายคนที่ได้ร่วมรับฟัง ผมเป็นคนนึงที่รู้สึกเศร้าหมองรู้สึกเหมือนใจหาย

                หลังจากท่านได้รับฟังเสร็จแล้วแยกยัายกันกลับ ผมพาท่านกลับเข้าห้องพาขึ้นเตียง เหลือท่านกับผม ท่านนอนบนเตียงขณะที่ผมนั่งอยู่ข้างเตียง มองท่านด้วยความรู้สึกหดหู่ ทันใดนั้นท่านก็กล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียบง่าย เขามาเอาห่วงจากฉันไปแล้ว คราวนี้จะได้หมดห่วงเสียที วินาทีนั้นที่ผมได้ยินต้องเอามือปาดน้ำตาตัวเอง พร้อมกับนึกในใจว่า เราเองกับเสียดาย ไปยึดตึดกับตำแหน่ง แต่องค์หลวงปู่กับไม่รู้สึก หรือยึดติดกับตำแหน่งเลย ท่านมาบวชเป็นพระเพื่อลดละกิเลสจริงๆ

                อารมณ์ขันของหลวงปู่ ประมาณปี ๓๙ ช่วงบ่าย ตอนนั้นพวกผมอยู่ในห้องกันหลายคน ท่านถามว่า มีใครรู้ความหมายถึงเรื่องที่จะพูดบ้าง สี่คนหามสามคนแห่ หนึ่งคนนั่งแคร่ สองคนตามไป ผมยอมรับว่า ตอนนั้นไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อน แต่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับงานศพ สุดท้ายก็เป็นไปตามฟอร์ม ไม่มีใครรู้ความหมายที่แท้จริง หลวงปู่เลยเฉลยไห้ฟัง สี่คนหาม คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นสิ่งที่คอยตามเราไปตลอด สามคนแห่ คือโลภ โกรธ หลงคือ ความรู้สึกที่มีอยู่ในตัวเราทุกคน หนึ่งคนนั่งแคร่ คือ ตัวเราเอง ที่เป็นผู้กระทำกรรม สองคนตามไป ก็คือ บาป บุญ ที่จะตามไปพร้อมความตายของตัวเรา

                หลังจากฟังจบพวกเราทุกคนได้แต่นั่งอมยิ้ม ขณะที่หลวงปู่หัวเราะเบาๆ เรื่องต่อมาเป็นที่พูดกันมากว่า หลวงปู่ไห้หวยแม่น มีคนมากราบท่านแล้วจับคำพูดไปตีเป็นเลขแลัวไปแทงหวยถูกกันหลายราย มีลูกศิษย์คอหวยคนหนึ่งมาตัดพ้อกับหลวงปู่ว่า คนจากแดนไกลมากราบหลวงปู่กลับไปถูกหวยกันหลายคน แต่ผมอยู่ติดวัดไม่เคยถูกหวยเลยหลวงปู่ ของวดนี้ตรงๆ ซัก ๒ ตัวครับ หลวงปู่ยิ้มแล้วบอกว่า โชคใครโชคมัน แล้วท่านก็เล่านิทานให้ฟัง

                มีชาวบ้านคนหนึ่งขยันขันแข็งในการทำมาหากินมาก แต่ฐานะยากจน เทวดาเห็นก็เกิดความสงสารก็เลยจะช่วย โดยการจะให้ทองแก่ชาวบ้านผู้นี้ โดยการเอาทองไปแขวนไว้ที่กิ่งไม้เป็นทางที่ชาวบ้านต้องเดินผ่านทุกวัน พอชายคนนี้เดินมาถึงจุดที่เทวดาห้อยทองที่กิ่งไม้ ชาวบ้านคนนี้ก้มหน้ามองดินแล้วเดินผ่านไป เทวดาเห็นดังนั้นก็ลองทำใหม่ ขากลับชาวบ้านคนนี้ต้องเดินกลับมาทางเดิม เทวดาเอาทองมาวางไว้ที่พื้น กะว่าคราวนี้ชาวบ้านคนนี้ต้องเห็นแน่ ถึงเวลาเย็นชาวบ้านเดินกลับบ้านพอมาถึงจุดที่เทวดาวางทองไว้ ชาวบ้านคนนี้ก็เงยหน้ามองฟ้าเดินข้ามทองไป เทวดาเห็นแล้วก็บอกว่าชายผู้นี้ไม่มีโชคจริงๆ

                พอเล่าเสร็จหลวงปู่หัวเราะ ทุกคนก็หัวเราะตาม ยกเว้นลูกศิษย์คอหวยคนเดียวที่ไม่หัวเราะ ปิดท้ายครับ ตอนผมบวชแล้วสึกได้ ๒ วัน หลายคนยังอยากให้ผมบวชใหม่อีก เพราะใกล้งานบุญสลากภัตแต่ผมก็ได้ปฏิเสธเพราะรู้สึกว่ามันดูไม่ดีเลย มีคนไปถามหลวงปู่ ท่านก็ตอบแบบอารมณ์ดีว่า บวชได้ก็สึกได้ สึกได้ก็บวชได้ แขกจะตี้ขี้จะแตกห้ามกันไม่ได้ จบคำพูดหัวเราะกันทุกคน