Get Adobe Flash player

หลวงปู่ทองดำ วัดท่าทอง อุตรดิตถ์ (๖) โดย พระเล็ก

Font Size:

                เรื่องที่ ๙ เฉียดนาทีตาย มาสดๆร้อนๆ กับบารมี สมเด็จแป้งเจิม หลวงปู่ทองดำ ครับ เรื่องมีอยู่ว่ามี Sale Man ขายเครื่องมือการเกษตร มาที่อุตรดิตถ์ ได้เห็นสมเด็จแป้งเจิมของเฮีย แล้วชอบอยากได้บูชา เฮียเลยแบ่งให้ 1 องค์พร้อมตลับ เมื่อวันที่ 17 ม.ค.57 พอได้พระ Sale Man ก็ถอดพระเก่าออกแล้วเอาสมเด็จแป้งเจิมแขวนเดี่ยวเลยครับ ก่อนไปขายทางเหนือต่อ เฮียก็แนะนำให้ไปกราบหลวงปู่ทองดำที่วัดก่อนออกเดินทางครับ เหตุมาเกิดเมื่อวันที่ 22 ม.ค.57 ครับ ที่เส้นทางฝางแม่สรวยรถของ Sale Man ขับแซงรถขึ้นมา จังหวะแซงไม่พ้น มีรถ 6 ล้อวิ่งสวนมาประสานงากันอย่างจัง Sale Man คิดว่าเขาไม่รอดแล้วครับ เพราะรถที่เขาขับมาเร็วพอสมควร แต่พอรถหยุดนิ่งแล้วเขาลงรถมา กลับไม่เป็นอะไรเลยครับ ในคอมีเพียงสมเด็จแป้งเจิมเพียงองค์เดียวครับ

                เรื่องที่ ๑๐ รอดตายจากการถูกไฟดูด

                สวัสดีครับพี่ๆและสมาชิกทุกๆ ท่านครับ ผมขออนุญาตเล่าประสบกราณ์แทนคุณคุณากร บอย นะครับ เมื่อวานวันที่ 9 ม.ค. 57 เวลาประมาณ 19.14 น คุณคุณากร บอย ได้โทรมาหาผมบอกว่า เพิ่งผ่านเห็นการเฉียดตายมาเมื่อไม่กี่นาทีนี้เองครับ คุณคุณากร บอย เล่าให้ฟังว่า กลับจากที่ทำงานมาถึงบ้านก็หุงข้าวเปิดทีวีดู ช่วงที่ข้าวสุกก็ไปถอดปลั๊กหม้อหุงข้าวออก จับปลั๊กทั้ง 5 นิ้ว แต่ผลปรากฏว่าไฟดูด อยู่ๆก็หลุดออกมาได้ นิ้วเป็นรูเลยครับ ปกติอยู่บ้านจะถอดเสื้อออกแต่วันนี้ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ใส่เสื้อ เพราะในเสื้อมีล็อคเกตหลวงพ่อเงิน-หลวงพ่อทองดำ กับชานหมาก สาธุครับครูบาอาจารย์คุ้มครองครับ

                เรื่องที่ ๑๑ รอดตายจากอุบัติเหตุ โดยคุณ อนาคินร์

                สวัสดีคับพี่ๆ ทุกคน..โดยส่วนตัวแล้วไม่คิดว่าจะได้เข้ามาโพตส์ข้อความในบ้านหลังนี้เลย ได้แต่แอบอ่านแบบเงียบๆ หากแต่เหตุการณ์ในอาทิตย์นี้ มันทำให้ผมอดใจไม่ไหวที่จะข้อเขียนบอกเล่าถึงพระคุณของหลวงปู่บ้าง...เพราะอย่างน้อยๆ ผมเองก็ลูกครึ่งๆ อุตรดิตถ์-แพร่ พ่อผมและปู่ย่าเป้นคนบ้านวังกะพี้คับ...

                เรื่องของเรื่องก็คือ..พี่ชายผมขับรถยนต์พาลูกน้อยหอยสังข์สองหน่อ อายุ 8 ขวบคนหนึ่ง กับอีก4 ขวบคนหนึ่ง ไปประสบอุบัติเหตุ..สภาพรถดูไม่จืดเลย หลังคารถยุบบี้ลงมาแบบที่เรียกว่า คนขับไม่น่าจะรอด...หลานน้อยบอกว่า ตอนรถกระแทกนั้น เค้าเห็นเหมือนมีเงาของคนตัวใหญ่มาผลักพวกเค้าออกจากรถ...ผลปรากฏว่า หลานน้อยแค่ฟกช้ำทั้งสองคน แต่ไม่เป็นอะไรเลย นอกจากที่กล่าว..ส่วนพี่ชายคอเคล็ด แผลถลอก กระดูกไม่หักสักท่อน หากแต่ตอนนี้ยังลุกไม่ได้เท่านั้นเอง คงเพราะแรงกระแทก...สอบถามดูบอกว่า ในรถมีรูปหลวงปู่อยู่หนึ่งใบ ติดไว้หน้ารถ..และรูปพระเจ้าทันใจของจังหวัดแพร่ อีกหนึ่งใบเท่านั้น...เรื่องราวมันจะบังเอิญ หรืออย่างไร ผมเองก็สุดจะคาดเดา..แต่แว่บแรกนั้นนึกถึงกระทู้นี้เลยจริงๆ

                ผลงานการก่อสร้างเสนาสนะขึ้นในวัดท่าทองเป็นลำดับดั้งนี้

                ปี พ.ศ. 2469 สร้างศาลาการเปรียญวัดท่าทองขนาดกว้าง 9 วา ยาว 15 วา เป็นอาคารไม้ทรงปราสาทเสาคอนกรีต

                ปี พ.ศ. 2470 สร้างมณฑปสำหรับประดิษฐานพระพุทธรุป 1 หลัง กว้าง 2.1 วา ยาว 4.3 วา

                ปี พ.ศ. 2471 สร้างกุฏิ 1 หลัง ขนาดกว้าง 3 วา ยาว 4 วา 

                ปี พ.ศ. 2475 - 2477 สร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม 1 หลัง ขนาดกว้าง 4 วา ยาว 5 วาเศษ และได้เริ่มทำการเปิดการสอนตั้งแต่ ปี พ.ศ.2477 เป็นต้นมา

                ปี พ.ศ. 2480 -2485 วัดท่าทองได้รับวิสุงคามสีมา ได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอุโบสถ โดยใช้เวลาก่อสร้าง 5 ปี จึงแล้วเสร็จและใช้ประกอบสังฆกรรมได้        

                ปี พ.ศ. 2504 สร้างศาลาการเปรียญขึ้น 1 หลัง กว้าง 24 เมตร ยาว 50 เมตร ลักษณะทรงไทยสองชั้น โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝาผนังชั้นล่างก่ออิบถือปูน พื้นชั้นบนไม้เนื้อแข็ง หลังคามุงกระเบื้องว่าว รวมค่าก่อสร้างทั้งสิ้น 170,000 บาท

                ปี 2510 สร้างศาลาปฏิบัติธรรมขึ้น 1 หลัง กว้าง 5 เมตร ยาว 14 เมตร เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะทรงไทยมุงกระเบื้องลอนคู่ สิ้นค่าก่อสร้าง 54,000 บาท

                ปี พ.ศ. 2511 สร้างโรงเรียนประชาบาลวัดท่าทองขึ้น 1 หลัง กว้าง 10 เมตร ยาว 40 เมตร ลักษณะอาคาร 2 ชั้น สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 300,000 บาท       

                ปี 2512 สร้างกุฏิขึ้น 1 หลัง 2 ชั้น กว้าง 4 เมตร ยาว 14 เมตร

                ปี 2513 สร้างกำแพงด้านทิศตะวันตกเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก สูง 1.5 เมตร ยาว 200 เมตร สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 200,000 บาท

                ปี 2514 สร้างกุฏิวัดขึ้น 1 หลัง กว้าง 12 เมตร ยาว 24 เมตร ครึ่งตึก ครึ่งไม้ โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นล่าง ก่ออิฐถือปูน พื้นชั้นบนเป็นไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องลอนคู่ สิ้นค่าก่อสร้าง 250,000 บาท

                ปี พ.ศ. 2515 สร้างกุฏิขึ้น 1 หลัง กว้าง 8 เมตร ยาว 12 เมตร ชั้นเดียวโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กก่ออิฐถือปูน หลังคามุงสังกะสี  สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 150,000 บาท

                ปี พ.ศ. 2517 สร้างหอระฆัง เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก 3 ชั้น กว้าง 3 เมตร ยาว 3 เมตร ลักษณะทรงไทย โครงสร้างเป็นเสาคอนกรีตพื้นปูน หลังคาเป็นจตุรมุขมุงกระเบื้องลอนคู่ สิ้นค่าก่อสร้าง 100,000 บาท

                ปี พ.ศ. 2520 สร้างเมรุ กว้าง 6 เมตร ยาว 12 เมตร ลักษณะโครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เทพื้นปูน ฝาผนังก่ออิฐถือปูนมุงด้วยกระเบื้องลอนคู่ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 700,000 บาท

                ปี พ.ศ. 2524 สร้างศาลาบำเพ็ญกุศล (ศาลาธรรมสังเวช) ขึ้น 1 หลัง กว้าง 16 เมตร ยาว 30 เมตร ลักษณะทรงไทย คอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว ฝาผนังก่ออิฐถือปูน มุงด้วยกระเบื้องลอนคู่ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 700,000 บาท

                ปี 2525 สร้างกุฏิปฐมพยาบาล 1 หลัง กว้าง 10 เมตร ยาว 18 เมตร ลักษณะตึก  2 ชั้น โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเสริมเหล็ก สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 200,000 บาท

                ปี 2528 สร้างกำแพงวัดด้านทิศเหนือ

                ปี 2532 สร้างโรงเรียนปริยัติธรรม วัดท่าทองลํกษณะ 2 ชั้น โครงสร้างเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มุงด้วยกระเบื้องลอนคู่ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 4,000,000 บาท

                ปี 2534 สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กภายในวัด

                ปี 2536 สร้างเสาไฟฟ้าภายในวัดท่าทอง จำนวน 30 ต้น สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 300,000 บาท

                ปี 2536 - 2538 สร้างวิหารจตุรมุข สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 4,000,000 บาท

                ปี 2537 - 2538 สร้างกุฎิวิปัสสนากัมมัฏฐาน จำนวน 30 หลัง สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 3,000,000 บาท

                ปี 2537 - 2539 สร้างศาลาปฏิบัติธรรมจำนวน 1 หลัง สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 4,000,000 บาท

                ปี 2538 สร้างกำแพงวัดทางด้านทิศใต้ สิ้นค่าก่อสร้างเป็นเงิน 200,000 บาท

                จากคุณงามความดีของหลวงปู่ ท่านจึงได้รับการยอมรับจากคณะสงฆ์ทั้งปวง ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ และตำแหน่งการปกครองคณะสงฆ์ดังนี้

                ปีพ.ศ.2468 อายุ 27 ปี พรรษา 5 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดท่าทอง

                ปี พ.ศ.2478 ได้รับสมณศักดิ์แต่งตั้งเป็น พระธรรมธร ฐานานุกรมของพระครูวิเชียรปัญญา มหามุณีศรีอุตรดิตถ์ เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์

                ปี พ.ศ.2482 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะ เป็นเจ้าคณะตำบลหาดกรวด-วังกะพี้ อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ และในปีนั้นได้เลือนสมณศักดิ์แต่งตั้งเป็น พระปลัด ฐานานุกรม ของพระครูธรรมสารโกวิทย์ (ยศ) เจ้าคณะแขวงเมืองอุตรดิตถ์

                ปี พ.ศ. ได้รับการแต่งตั้งเป็นสาธารณูปการ อ.เมืองอุตรดิตถ์

                ปี พ.ศ. 2487 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็น "พระครูธรรมมาภรณ์ประสาท"

                ปี พ.ศ.2497 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์

                ปี พ.ศ.2498 ได้รับการแต่งตั้งเป็นสาธารณูปการจังหวัดอุตรดิตถ์

                ปี พ.ศ.2504 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญนาม พระนิมมานโกวิท

                ปี พ.ศ.2510 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์

                ปี พ.ศ.2542 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรง ตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จวบจนมรณภาพ

                สำหรับวัตถุมงคลของหลวงปู่ทองดำ ที่อาตมาได้บูชามาจากวัดโดยตรงด้วยตนเอง และพอจะแบ่งปันให้บูชากันได้ ก็คือ พระขุนแผน เนื้อผงคลุกรัก โดยใส่ตลับแสตนเลสสองหน้า แกะลายอย่างดี มีจำนวนทั้งสิ้น ๕ องค์ ให้บูชาองค์ละ $ 59 สนใจติดต่อ พระอาจารย์เล็ก เบอร์โทร. (323) 736-6860 เพื่อถามไถ่กันก่อนว่ายังเหลือไหม? จากนั้นจึงค่อยส่งเช็คมาที่ Boonsom Corhiran 2948 Chino Hills Pkwy., Chino Hills, CA. 91709

                หาพระของหลวงพ่อเงิน วัดวังตะโก (วัดหิรัญญาราม) เทพเจ้าแห่งโพทะเล จ.พิจิตร ซึ่งมีสนนราคาค่านิยมหลักแสน หลักล้าน ไม่ได้ ลองอาราธนาพระของหลวงปู่ทองดำ ศิษย์เอก และพระหลานชายของท่านติดตัวดู แล้วจะรู้ว่า พุทธคุณของท่านไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ไม่ว่าจะเป็นลาภผล ความสำเร็จในหน้าที่การงาน การค้าขาย เมตตามหานิยม ปกป้องคุ้มครองภัยทุกรูปแบบ ไม่ต้องไปหาวัตถุมงคลของหลวงปู่ทองดำ ที่มีราคาแพงลิบอย่าง พระสมเด็จแผ่นดินไหว รูปหล่อ พระปิดตาเหล็กน้ำพี้ หรือเหรียญรุ่นแรก หรอกครับ เพราะเสี่ยงที่จะเจอของปลอมซะล่ะมาก บูชารุ่นที่ยังไม่มีปลอม และได้มาจากวัดอย่างพระขุนแผนที่นำมาแบ่งปันนี่ดีกว่าครับ