Get Adobe Flash player

หลวงพ่อเงิน บางคลาน พิจิตร (๓) โดย พระเล็ก

Font Size:

นายช่างชาวจีน ที่เป็นช่างทองมีภูมิลำเนาอยู่ในละแวกวัดบางคลาน ตามประวัติการสร้างพระหลวงพ่อเงินแล้วก็ต้องขอย้อนไปกล่าวคือ คนไทยกลุ่มหนึ่งที่อพยพลงมาจากเมืองเหนือ มีฝีมือในการหล่อ การหลอมโลหะ โดยมาตั้งบ้านเรือนอยู่ย่านบางกอกน้อยจนแถบนั้นมีชื่อเรียกว่า "บ้านช่างหล่อ"

            บรรดาช่างหล่อเหล่านี้เป็นชาวกำแพงเพชรโดยการนำเข้ามาของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งแต่แรกเริ่มสร้างกรุงธนบุรี เพื่อจะให้บรรดาผู้เชี่ยวชาญทุกสาขาเข้ามาชวยกันพัฒนาบ้านเมือง หลังจากอยุธยาล่มสลายไปแล้ว พวกที่มีฝีมือการหล่อพระเครื่องก็เช่นกัน พระองค์เห็นว่า ยังขาดแคลนทางด้านการพระศาสนาในทุกสาขา จึงได้ทรงพระราชทานที่ดินนอกคูเมืองชั้นในให้เป็นที่อยู่อาศัย

            ในจำนวนช่างหล่อเหล่านี้มี คุณยายวัณ หรือ วรรณ สมัยนั้นคุณยายยังอยู่ในวัยสาวเป็นลูกสาวของนายช่างหล่อ ต่อมาสมรสกับ ม.ร.ว.เดช สุทัศน์ คุณยายวัณจึงมีนามสกุลใหม่ว่า นางวัณ สุทัศน์ ไปโดยปริยาย ท่านผู้นี้และที่อยู่เบื้องหลังพระเครื่องรูปหล่อลอยองค์พิมพ์นิยม และพิมพ์จอบใหญ่ โดยท่านจะทำหุ่นอย่างละเอียดละออมากที่สุดถึง 4-5 ชุด แล้วจึงนำมาให้หลวงพ่อตรวจดูก่อนๆ ที่จะตัดสินใจ ให้ทำอะไรเพิ่มเติม หรือว่าตัดออกไป ในเมื่อช่างก็มีความปราณีต หลวงพ่อก็ตรวจอย่างละเอียด ผลงานที่ได้จึงชนะใจวงการพระเครื่องมาโดยตลอด ไม่ว่าจะยุคไหนๆใกล้หรือไกล

            วัตถุมงคลของ หลวงพ่อเงิน มีหลายแบบหลายชนิด นับตั้งแต่รูปหล่อและเหรียญจอบแล้ว ก็มีอื่นๆ อีก แต่ที่โด่งดังรู้จักกันมาก คือ รูปหล่อ พิมพ์นิยม และ รูปหล่อ พิมพ์ขี้ตา ในโอกาสนี้ขอแนะให้รู้จัก การจำแนกพระ รูปหล่อ ลอยองค์ พิมพ์ขี้ตา (เนื้อเกินที่หัวตาข้างซ้าย) พระรูปหล่อ ลอยองค์ พิมพ์ขี้ตา นี้ สามารถแยกออกได้เป็น 3 พิมพ์ คือ

1. รูปหล่อ หลวงพ่อเงิน บางคลาน พิมพ์ขี้ตา จีวรเฉียง 5 ชาย หมายถึง ริ้วจีวรเฉียงขึ้นบริเวณแขนข้างซ้าย มี 3 เส้น ส่วนริ้วจีวรด้านขวานับได้ 5 เส้น พระพิมพ์นี้คือเป็นพิมพ์นิยมสูงสุดของ พระพิมพ์ขี้ตา เพราะรูปร่างล่ำสัน บึกบึน ริ้วจีวรใหญ่ชัดเจน

            เนื่องจากการจำแนกพิมพ์ยังไม่มีผู้ใดกำหนดไว้ก่อน ฉะนั้นแต่ละบุคคลก็แยกออกไว้ตามความคิดเห็นของตนเพื่อเป็นหลักในการพิจารณาพิมพ์ขององค์พระ ผู้เขียนได้เคยแยกไว้อย่างนี้ก็นำมาเล่าสู่กันฟังในลักษณะนี้ แต่ที่แน่นอนประการหนึ่งคือวงการถือพระพิมพ์นี้เป็น พิมพ์นิยมและมีราคาสูงสุดในบรรดาพิมพ์ขี้ตาทั้งหมด

            2.รูปหล่อ หลวงพ่อเงิน บางคลาน พิมพ์ขี้ตา พิมพ์จีวรริ้ว 3 ชาย หมายถึง ริ้วจีวรที่พาดแขนซ้ายเป็นริ้วคว่ำ แต่ริ้วจีวรใต้ราวนมด้านขวาเป็นเส้นตรงเฉียงขึ้นไปสู่ผ้าสังฆาฏิ มีรวม 3 เส้น

            3. รูปหล่อ หลวงพ่อเงิน บางคลาน พิมพ์ขี้ตา พิมพ์จีวรริ้ว 4 ชาย หมายถึง ริ้วจีวรที่พาดแขนซ้ายจะเป็นริ้วโค้งคว่ำ แต่จีวรใต้ราวนมขวาเป็นเส้นโค้ง ห้อยลงไม่เฉียงตรงอย่างพิมพ์ที่ 2 และนับรวมได้ 4 เส้น พระพิมพ์นี้เท่าที่พบเห็นจะมีความชัดเจนดีมากกว่าพิมพ์ที่ 2 (ที่เรียกว่า พิมพ์จีวร 3 ชาย) เพราะมีการตกแต่งหุ่นเทียนบ้างเล็กน้อยก่อนเททอง โดยเฉพาะ ปาก ตา และริ้วจีวรใต้ราวนมขวา ริ้วจีวรที่พาดแขนซ้ายจะโค้งคว่ำ และมักจะเห็นเพียง 3 เส้นที่ชัดเจน พระพิมพ์ขี้ตาเกือบทุกองค์ฐานจะหนาและไม่ค่อยเรียบร้อยเหมือนพิมพ์นิยม ซึ่งช่างได้ตกแต่งไว้ประณีตกว่า

            การพิจารณาตำหนิสำคัญของ พระพิมพ์ขี้ตา

            1. บริเวณ หัวตาข้างซ้าย จะปรากฏว่ามีโลหะหล่อเกินติดอยู่เหมือนมีขี้ตา บางองค์มีทั้ง 2 ข้าง ยกเว้นพระบางองค์ที่มีการตกแต่งหุ่นขี้ผึ้งก่อนการเททอง ก็อาจไม่มีเหลือขี้ตาให้เห็นก็ได้

            2. ริ้วจีวรจะแตกต่างจากพิมพ์นิยมอย่างชัดแจ้ง โปรดดูภาพเปรียบเทียบ

            3. ฐานพระจะหนากว่า พิมพ์นิยม โดยทั่วไป ทั้งนี้เพราะ พระพิมพ์ขี้ตา เป็นพระที่เทแบบเบ้าหก หรือเบ้ากระดก เป็นการเทหล่อครั้งองค์ ม่มีเดือยที่ฐาน ฉะนั้นถ้าพลิกดูด้านใต้ฐานส่วนมากจะขรุขระ ผิวหน้าไม่เรียบ นอกเสียจากจะโดนตะไบตกแต่งในภายหลังเท่านั้น

            4. ฐานพระทุกองค์จะไม่เท่ากัน คือ ความหนาไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของน้ำทองที่เทลงเบ้า ทองมากไปนิด ฐานก็จะหนาไปหน่อย ก็เท่านั้นเอง เบ้าที่เททองลงไปนั้นจะหงายก้นเบ้าขึ้น เศียรพระจะชี้ลงดิน เมื่อเททองลงไปฐานของพระก็คือผิวหน้าทองที่เทลงในเบ้านั่นเอง พระพิมพ์ขี้ตา เท่าที่พบมายังไม่ปรากฏว่ามีการเทททองแบบมีเดือยให้เห็นเลย
            5.พระพิมพ์ขี้ตา นี้ส่วนมากจะมีตะเข็บข้างเกือบทุกองค์ เพราะเมื่อตอนถอดหุ่นเทียน ช่างไม่ได้ตกแต่งให้เรียบร้อย ได้ออกมาอย่างไรก็พอกเบ้าทับลงไปอย่างนั้น นี่ก็เป็นหลักสังเกตอีกประการหนึ่งที่สำคัญ
            6.พระพิมพ์นี้บางองค์ถูกตะไบฝนฐานจนบาง บางองค์ถูกตัดฐานเพื่อให้พอดีกับกรอบพระ ถ้าเป็นกรณีเช่นนี้ให้พิจารณาริ้วจีวรเป็นหลัก ถึงพระจะสึกมากอย่างไรก็ต้องทิ้งริ้วรอยให้เห็น

            7. พระพิมพ์ขี้ตา ส่วนใหญ่เป็นเนื้อทองเหลืองแทบทั้งสิ้น มีโลหะผสมประเภทอื่นอยู่บ้างแต่มีจำนวนน้อยมาก เนื่องจากพระพิมพ์นี้สร้างไว้นานแล้ว สีของโลหะจึงคล้ำ ถ้าถูกใช้สึกผิวสีก็จะซีดไม่สุกวาวเหมือนของเทียมเลียนแบบที่หล่อขึ้นใหม่
            8. พระของเทียมเลียนแบบมีออกมาสู่วงการนานแล้ว แต่ก็พิจารณาได้ง่าย เพราะ พระพิมพ์ขี้ตา นี้ปลอมให้เหมือนได้ยาก พระปลอมมักจะมีการแต่งหุ่นเทียนเพิ่มเติม เนื้อโลหะจะสดใส ผิวพระจะตึง แม้จะเป็นการหล่อแบบโบราณ (ไม่ใช่เครื่องฉีด) ก็สังเกตได้ง่าย และเท่าที่เห็นมา มักจะเป็นการหล่อแบบมีเดือย คือ มีรอยตัดเดือยปรากฏให้เห็นที่ฐานพระ พระลักษณะดังกล่าวข้างต้นนี้ขออย่าได้ใฝ่ใจเลย อยู่ห่างๆ นั่นแหละดี เพราะอันตราย

            9.พระที่มีขนาดเล็กกว่าพิมพ์มาตรฐานเล็กน้อยให้ระวัง เป็นพระที่ถอดพิมพ์ทำขึ้นใหม่ แม้วิทยาการสมัยใหม่จะก้าวหน้าจนกระทั่งสามารถหล่อได้เท่าองค์แม่แบบก็ตาม โปรดสังเกตให้ดี ความคมของเส้นจีบก็ดี หน้าตาก็ดี จะไม่ชัดเจน

            ถ้าจะเอาในด้านมีประสบการณ์มากกันละก็ พิมพ์ขี้ตามีประสบการณ์มากที่สุด ถึงจะถูกยิงแม้ระยะเผาขนก็เงียบ ปืนไม่มีโอกาสระเบิดออกมาได้เลย เห็นมามากต่อมากแล้ว ล้วนแต่แขวนหรือมีรูปหล่อ ลอยองค์ พิมพ์ขี้ตาทุกราย ทั้งๆ ที่ดูประวัติการสร้างการปลุกเสกแล้ว ไม่มีพิธีรีตรองอะไรมากเลย แต่บารมีคาถาอาคมของหลวงพ่อเงินท่านยอดเยี่ยมจริงๆ ยากที่จะหาเกจิอาจารย์องค์ใด ในยุคนั้นเสมอท่านได้ ท่านดังแน่ๆ แต่กังวาลไปไกล และเนิ่นนานอยู่ในหัวใจของชาวพุทธตลอดมาทุกยุคทุกสมัยก็ว่าได้

            ส่วนพิมพ์ รูปหล่อลอยองค์ พิมพ์นิยม ก็หนักไปทางเมตตา แต่ก็มิใช่ว่า ปืนผาหน้าไม้ มีดกระบอง จะได้ชิมเลือดได้ง่ายๆ การสร้างการตบแต่ง ก็เป็นถึงช่างหลวงที่มีความชำนาญมาก ผลงานออกมาจึงมีความปราณีตมากดังที่รู้ๆ กันอยู่แล้ว ในมุมของวงการพระเครื่องตามศูนย์ต่างๆ ล้วนแต่ให้ความสนใจมากไม่พระเครื่องของสมเด็จพุทธาจารย์โตเลย

            ในด้านสนนราคาเช่าตามประกาศ หรือว่าตามใบสั่งแล้ว รุ่นพิมพ์นิยม สวยๆ ดูง่าย มีรักมีทองเก่าปิดอยู่ มีราคาสูงถึง 2,000,000 - 3,000,000 บาท เข้าไปแล้ว ต่อมาก็มีพิมพ์ขี้ตา ราคาก็วันกันเป็นล้านขึ้นไปในสภาพองค์ที่สวยสมบูรณ์ดูง่าย , แม้กระทั่งรูปหล่อที่ไม่ทันท่านปลุกเสก หรือสร้างภายหลังที่ท่านมรณภาพไปแล้ว อย่างเช่น พิมพ์นิยม รุ่นปี 2515 ราคาก็หลักหมื่นกลางขึ้นไป สวยๆ สภาพสมบูรณ์ ว่ากันถึงหลักแสนเหมือนกัน จากนั้นมาก็ยังมีรุ่นช้างคู่ สร้างเมื่อปี 2526 รุ่นนี้สร้างที่วัดท้ายน้ำ มีประสบการณ์น่าดูเหมือนกัน ขนาดคนอยู่ในคุกแล้ว ตัดสินเด็ดขาดแล้ว บัตรประจำตัวนักโทษประทับตรา "น.ช." คือ เด็ดขาดแล้ว ท่านยังเข้าไปช่วย ถึงออกมาได้ทั้งๆ ที่จมอยู่ในนั้นนาน 14 วันไปแล้ว และมิใช่รอดออกมาได้ครั้งเดียว เขารอดมาแล้วถึงสามครั้งก่อนหน้านั้น     

            นอกจากนี้ ก็ยังมีอีกหลายอย่าง หลายวัดที่หลวงพ่อเงินท่านให้ความอนุเคราะห์สมัย เมื่อท่านยังมีชีวิตอยู่ ต่างก็ได้อาศัยบารมีของหลวงพ่อสร้างกันขึ้นมา เช่น ปืนแตก, ฟ้าคำรน ฯลฯ ต่างก็มีประสบการณ์เหมือนๆกัน ขนาดแผ่นป้ายโฆษณามีรูปหลวงพ่อยังยิ่งไม่ออก แล้วทำไมรูปหล่อของท่านปืนจะไม่แตกละไม่ตายดีเท่าไรแล้ว

            ต่อไปก็เป็นรุ่นจอบใหญ่ (ข้างเม็ด) รุ่นนี้ทันท่านปลุกเสก มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า รุ่น "ล้างหนี้" ไม่รู้เหมือนกันว่าทางวัดให้ช่างทำล้างหนี้ให้ช่าง หรือคนนำไปบูชาแล้ว "ล้างหนี้ หมดหนี้สิน" ไม่ขอยืนยัน แต่เขาว่ากันมาอย่างนั้น

            รุ่นจอบใหญ่ เคยทำให้เซียนน้ำตาตกมาแล้ว ออกกันที่วัดหัวลำโพง ใครต้องการก็ไปบูชากันได้ พวกเซียนทั้งหลายก็ไปรวบกันมาคนละไม่น้อย ปรากฏว่า ผิดรุ่นต้องหงายท้องกันเป็นแถวแต่ก็ยังออกตัวไปได้ในภายหลัง กว่าจะรู้ตำหนิคุ้นเคยกับพิมพ์จอบใหญ่รุ่นเก่าๆ ก็เล่นเอาแทบแย่ ความจริงแล้ว พิมพ์จอบใหญ่จะดูได้ง่าย เพราะมีสร้างอยู่บล็อคเดียว จุดตายของพิมพ์นี้

            1. รอยบล็อคเป็นเส้นนูน (เนื้อดิน) ตรงไหล่ซ้ายระหว่างไหล่กับเส้นขอบใน (ซ้ายองค์พระ) แต่บางองค์ติดไม่ชัดเจนนัก

            2. รอยบล็อคแตกที่เส้นขอบมาถึงข้อเท้า (เท้าขวาองค์พระ) ด้านล่างจะเห็นเส้นเฉียงเกินเข้าไป แต่บางองค์ก็ติดน้อยมาก

            ส่วนเม็ดตุ่มหรือรอยยุบ รอยฟองอากาศเนื้อเกินอะไรต่อมิอะไร อย่าปักใจเชื่อนัก เพราะเป็นเหรียญหล่อ อาจจะมีหรือไม่มีก็ได้ ต้องดูเนื้อประกอบด้วยครับ

            รุ่นจอบเล็ก ชื่อจอบเล็กก็จริง แต่เป็น "เล็กพริกขี้หนู" พุทธคุณ ประสพการณ์เพียบแปล้น่าดูทีเดียว ของปลอมก็เกลื่อนกรุง เพราะการถอดพิมพ์คงทำง่าย แต่การถอดพิมพ์คงทำง่าย แต่การถอดพิมพ์นั้น พิมพ์ตื้นและเล็กกว่าของจริง แต่มาระยะหลังวิวัฒนาการทำบล็อค ทำกันจนเหมือนจริงๆ ถ้าไม่เปรียบเทียบของจริงกันแล้วเซียนก็เซียนเถอะ เจอกันมาแล้วแต่ต่อมาก็รู้กัน คนปลอมจึงหันกลับไปทำพิมพ์หล่อแบบโบราณใหม่ คราวนี้เลยทุบกันสนุกมือไปเลย "ใครโดนใคร" ก็รู้อยู่แก่ใจดีอยู่แล้ว

            จุดตายที่ควรสนใจสังเกตให้มากๆ ก็คือ รอยบุบจะมีปรากฎอยู่ แต่ของปลอมก็ทำให้มีได้เหมือนกัน รอยปัดให้เรียบเหมือนสึก เพราะผ่านการใช้มามาก แต่ด้านในของห่วงกลับ ไม่มีรอยสึกเลย ขอให้คิดว่าปลอมทั้งนั้นไว้ก่อน ต้องดูเนื้อประกอบ หากมันวาวสีสดใสอยู่ก็ต้องระวัง รอยบุบนั้นเกิดขึ้นเนื่องจากช่างปั้นหุ่นเทียนเวลางัดเขาจะใช้ไม้งัดหุ่นขึ้น แต่จะไม่ค่อยมีรอยบุบประจำที่ อาจจะมีทั่วไปทั้งเหรียญก็ได้ และอาจจะไม่ค่อยพบเลยก็ได้บางเหรียญ