Get Adobe Flash player

เหรียญที่ระลึก วัตถุมงคลของในหลวงฯ ร.๙ (๑๒) โดย พระเล็ก

Font Size:

๑๓. เหรียญในหลวง รัชกาลที่ ๙ นั่งบัลลังก์

กระทรวงมหาดไทย ได้ขอบรมราชานุญาตจัดสร้าง พระบรมรูป (อย่างหนึ่ง) และเหรียญเสมาที่ระลึก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อีกแบบหนึ่ง ออกแบบโดยกรมศิลปากร เหรียญเสมาที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้านหน้าเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ ประทับเหนือพระที่นั่งพุดตาลกาญจนสิงหาสน์บนบัลลังก์มีข้อความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้านหลังเป็นรูปสัญลักษณ์ตราจักรี โดยมีข้อความว่า "พ.ศ. ๒๕๓๙" จัดสร้างทั้งหมด ๓ เนื้อ คือ

๑. เนื้อทอง มี ๒ เนื้อ คือ เนื้อทองสัมฤทธิ์ จัดสร้างจำนวน ๒๕,๓๙๐ เหรียญ เปิดให้บูชาในขณะนั้น ราคาเหรียญละ ๕,๙๙๙ บาท และ เนื้อทองคำขัดเงา น้ำหนักเหรียญละ ๑๕ กรัมสร้าง จำนวน ๒๕,๓๙๐ เหรียญ ราคาเหรียญละ ๘,๙๙๙ บาท (ราคาทองในขณะนั้นตกประมาณบาทละ ๔-๕ พัน)

๒. เนื้อเงินขัดเงา น้ำหนักเหรียญละ ๘ กรัม สร้างจำนวน ๙,๙๙๙ เหรียญ ราคาเหรียญละ ๔๙๙ บาท และ

๓. เนื้ออัลปาก้า สร้างจำนวน ๕,๐๐๐,๐๐๐ เหรียญ ราคาเหรียญละ ๙ บาท (ครั้งแรกที่เปิดให้บูชา จำกัดคนละไม่เกิน ๑๑ เหรียญ ต่อมาภายหลังเหรียญเหลือเยอะ จึงเปิดให้บูชาได้ไม่จำกัดจำนวน)

ทั้ง ๓ เนื้อเปิดให้จองระหว่างวันที่ ๑-๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย สถานที่ราชการต่างๆ และธนาคารทั่วประเทศ เนื้ออื่นได้ถูกจอง และบูชาหมดสิ้นแล้ว ต่อมาอีกไม่นานนัก เนื้ออัลปาก้าก็ถูกบูชาหมดไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน

การสร้างเหรียญเสมาที่ระลึกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมฉลองทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี ผู้จัดสร้างได้นำเนื้อโลหะชนวนมวลสารโลหะจากพิธีสำคัญๆ เช่น ชนวนโลหะพระกริ่งดำรงราชานุภาพในงาน ๑๐๐ ปี กระทรวงมหาดไทยจัดสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓ และชนวนโลหะพระนิโรคันตรายที่กระทรวงมหาดไทย และประชาชนทั่วประเทศจัดสร้างเพื่อน้อมเกล้าถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๘ และแผ่นจารอาคมจากพระเกจิอาจารย์ทุกภาคทั่วประเทศ ทั้งนี้สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ทรงประกอบพิธีเจริญจิตภาวนาด้วยพระองค์เอง ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร และนำเข้าพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง ในวันจันทร์ที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๓๙ เวลา ๑๕.๑๙ น.

อธิษฐานจิตนำโดยสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระเถระ พระเกจิคณาจารย์รวม ๑๐๙ รูป (มีทั้งพระป่ากรรมฐานและเกจิดังยุคนั้นมากมาย) และพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถารอบพระอุโบสถอีกกว่า ๑,๐๐๐ รูป

รายนามพระเกจิ (บางส่วน) มีดังต่อไปนี้ ๑.พระวิสุทธิวงศาจารย์ (หลวงพ่อพลอย) วัดเทพธิดาราม กทม. ๒.พระวิสุทธาธิบดี (หลวงพ่อวีระ) วัดสุทัศนเทพวราราม กทม. ๓.พระเทพศีลวิสุทธิ์ (หลวงพ่อบุญเลิศ) วัดอรุณราชวราราม กทม. ๔. พระเทพสิงหบุราจารย์ (หลวงพ่อแพ) วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี๕.พระเทพวิสุทธิญาณ (หลวงพ่ออุบล) วัดบวรนิเวศวิหาร กทม. ๖. พระราชสุวัฒนาภรณ์ (หลวงพ่อผัน) วัดระฆังโฆสิตาราม กทม. ๗. พระราชพิพัฒนาภรณ์ (หลวงพ่อพลายงาม) วัดราชสิทธาราม กทม. ๘. พระราชอุดมมงคล (หลวงพ่ออุตตมะ) วัดวังก์วิเวการาม จ.กาญจนบุรี ๙. พระราชสังวรญาณ (หลวงพ่อพุธ) วัดป่าสาลวัน จ.นครราชสีมา ๑๐. พระวิสุทธาจารคุณ (หลวงพ่อเกตุ) วัดเกาะหลัก จ.ประจวบคีรีขันธ์

๑๑. พระวิมลธรรมญาณเถระ (หลวงพ่อทองบัว) วัดโรงธรรมสามัคคี จ.เชียงใหม่ ๑๒. พระไพโรจน์ธรรมาภรณ์ (หลวงพ่อจารุ) วัดเวฬุราชิณ กทม. ๑๓.พระมงคลชัยสิทธิ์ (หลวงพ่อสำราญ) วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ๑๔. พระสุนทรธรรมากร (หลวงปู่คำพันธ์) วัดธาตุมหาชัย จ.นครพนม ๑๕. พระโสภณพัฒโนดม (หลวงพ่อเจริญ) วัดชุมพลนิกายาราม จ.พระนครศรีอยุธยา ๑๖. พระชินวงศ์พิพัฒน์ (หลวงพ่อระเบียบ) วัดชิโนรส กทม. ๑๗. พระโสภณธรรมวงศ์ (หลวงพ่อทองสืบ) วัดอินทรวิหาร กทม.๑๘. พระปกิตพุทธศาสน์ (หลวงพ่อสุชาติ) วัดบวรนิเวศ กทม. ๑๙. พระญาณวิทยาคมเถร (หลวงพ่อคูณ) วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา ๒๐. พระครูอินทคณานุสิชฌน์ (หลวงปู่เจ๊ก) วัดระนาม จ.สิงห์บุรี

๒๑. พระครูชัยวงศ์วิวัฒน์ (ครูบาน้อย) วัดบ้านปง จ.เชียงใหม่ ๒๒.พระครูกาญจนโนปมคุณ (หลวงพ่อลำไย) วัดทุ่งลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ๒๓.พระครูสุนทรธรรมกิจ (หลวงพ่อหยอด) วัดแก้วเจริญ จ.สมุทรสงคราม ๒๓.พระครูสุนทรจริยาวัตร (หลวงพ่อม่วง) วัดยางงาม จ.ราชบุรี ๒๕.พระครูฐาปนกิจสุนทร (หลวงพ่อเปิ่น) วัดบางพระ จ.นครปฐม ๒๖.พระครูสุนทรวุฒิคุณ (หลวงพ่อพุฒ) วัดกลางบางพระ จ.นครปฐม ๒๗.พระครูปรีชาวุฒิคณ (หลวงพ่อฮวด) วัดดอนโพธิ์ทอง จ.สุพรรณบุรี ๒๘.พระครูสุนทรสุวรรณกิจ (หลวงพ่อดี) วัดพระรูป จ.สุพรรณบุรี ๒๙.พระครูภาวนาวิกรม (หลวงพ่อทองเหมาะ) วัดปราสาททอง จ.สุพรรณบุรี ๓๐. พระครูธรรมสารรักษา (หลวงพ่อป่วน) วัดหนองบัวทอง จ.สุพรรณบุรี ๓๑.พระครูนิยุตธรรมสุนทร (หลวงพ่อยิด) วัดหนองจอก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ๓๒.พระครูวิชัยประสิทธิคุณ (หลวงพ่อเชิญ) วัดโคกทอง จ.พระนครศรีอยุธยา ๓๓.พระครูพุทธสิริวัฒน์ (หลวงพ่อเมี้ยน) วัดโพธิ์กบเจา จ.พระนครศรีอยุธยา ๓๔.พระครูเกษมคณาภิบาล (หลวงพ่อมี) วัดมารวิชัย จ.พระนครศรีอยุธยา ๓๕. พระครูวิหารกิจจานุยุต (หลวงพ่ออุไร) วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา

-พระครูพิศาลพรหมจรร (หลวงพ่อสวัสดิ์) สำนักสงฆ์กรรมฐานเม้าสุขา จ.ชลบุรี ๓๖.พระครูวิมลสีลาภรณ์ (หลวงพ่อพูลทรัพย์) วัดอ่างศิลา จ.ชลบุรี ๓๗. พระครูธรรมจักรชโยดม (หลวงพ่อผล) วัดดักคะนน จ.ชัยนาท ๓๘.พระครูนิมมานการโสภณ (ครูบาสร้อย) วัดมงคลคีรีเขต จ.ตาก ๓๙. พระครูประดิษฐ์วรคุณ (หลวงพ่อจวง) วัดเสนานฤมิตร จ.สระบุรี ๔๐. พระครูจันทรคุณวัฒน์ (หลวงพ่ออำพา) วัดน้ำวน จ.ปทุมธานี

๔๑. พระครูโสภณธณรมสาคร (หลวงพ่ออาบ) วัดอ้อมน้อย จ.สมุทรสาคร ๔๒. พระครูกัลยาณวิสุทธิคุณ (หลวงพ่อณรงค์) วัดไตรมิตรวิทยาราม กทม. ๔๓. พระครูวิจิตรนวการ (หลวงพ่อทองปลิว) วัดโคนอน กทม. ๔๔. พระครูสุนทรธรรมวิมล (หลวงพ่อทวีศักดิ์) วัดศรีนวลธรรมวิมล กทม. ๔๕. พระครูวรพรตสิทธิพงษ์ (หลวงพ่อสุกิจ) วัดวรจรรยาวาส กทม. ๔๖. พระอธิการหลิว ปุณณฺโก (หลวงพ่อหลิว) วัดไร่แตงทอง จ.นครปฐม ๔๗. พระราชพิพัฒน์โกศล (หลวงพ่อเณร) วัดศรีสุดารามวรวิหาร กทม. ๔๘. พระครูสถิตโชติคุณ (หลวงพ่อไสว) วัดปรีดาราม ๔๙. พระครูปุริมานุรักษ์ (หลวงพ่อพูล) วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ๕๐. พระครูวรเวทนิวิธ (หลวงพ่อสนิท) วัดลำบัวลอย จ.นครนายก ๕๑. พระครูปิยนนทคุณ (หลวงปู่แย้ม) วัดตะเคียน จ.นนทบุรี ๕๒. หลวงพ่อปลื้ม วัดสวนหงส์ จ.สุพรรณบุรี

การจัดสร้างเหรียญครั้งนี้ เหรียญมีราคาถูกเป็นพิเศษเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าแสดงความจงรักภักดีและเฉลิม พระเกียรติแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตลอดกาลนาน รายได้ทั้งหมดนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายโดยพระราชกุศลมูลนิธิชัยพัฒนา          ถือว่าเป็นเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกที่มีความนิยมมาก มีประสบการณ์มาแล้วดังที่เป็นข่าวใน นสพ.เดลินิวส์, ข่าวสด มีผู้ประสบรถคว่ำสภาพพังยับเยิน และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ขณะปฏิบัติหน้าที่ทางภาคใต้ถูกผู้ก่อการร้ายซุ่มยิ่งแต่ไม่ได้รับอันตราย เนื่องจากคล้องเหรียญนั่งบัลลังก์ เนื่องเพราะสร้างด้วยเจตนาบริสุทธิ์มหากุศลจากมวลสารที่ดีเยี่ยม และมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังยุคนั้นจำนวนมากปลุกเสกนั่นเอง

อดีต ตชด.เปิดใจ เพื่อนถูกยิงเข้าหน้าอกต่อหน้า แต่รอดตายเพราะห้อยเหรียญ ในหลวง

วันที่ ๑๙ ต.ค. ๒๕๕๙ ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ร.ต.ท.สมบัติ บุตรช้าง อายุ ๕๙ ตำแหน่ง ปัจจุบันเป็นรอง สวป.สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ อดีตผบ.หมู่ ตชด.๓๔ กองกำกับการ จ.ตาก มาก่อน โดย ร.ต.ท.สมบัติ ได้นำเหรียญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เหรียญอัลปาก้า ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ที่จะเหน็บติดตัวไว้ตลอดมาแสดงให้ผู้สื่อข่าวดู หลังจากรอดตายมาเพราะบารมีของเหรียญดังกล่าว

ร.ต.ท.สมบัติ เปิดเผยถึงที่มาของเหรียญว่า เหรียญพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชนั้น ตอนที่ตนถูกเรียกตัวไปเป็นกองกำลังผสม เพื่อปราบปรามผู้ก่อการร้ายที่ อ.ชะอำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตอนนั้นตนเป็นตำรวจ ตชด. ๓๔ จ.ตาก สำหรับเหรียญอัลปาก้า ปี พ.ศ. ๒๕๓๙พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทางผู้บังคับบัญชาของหน่วย ตชด.จะแจกให้กับเจ้าหน้าที่ ตชด. ทุกคน ทั่วประเทศ และตนก็ได้นำติดตัวตลอดเรื่อยมา กระทั่งถูกส่งตัวไปช่วยปราบปรามกลุ่มก่อการร้ายดังกล่าว

“เหตุการณ์ที่ตนจำไปตลอดคือ ขณะที่กำลังลาดตระเวนกับเพื่อน ตชด.ด้วยกันที่ภาคใต้นั้น ได้ถูกซุ่มโจมตี ตนเห็นกับตา เพื่อน ตชด.ของตน ถูกยิงด้วยอาวุธปืนคาดว่าเป็นอาวุธสงครามเข้าที่หน้าอกอย่างแรงจนฟุบลง ส่วนตนนั้นถูกกระสุนถากไป ตอนนั้นคิดว่าเพื่อนของตนเสียชีวิตแน่นอน ส่วนตนนั้นกำเหรียญในหลวงที่ติดกับเครื่องแบบไว้แน่น ตกใจมาก ตอนนั้นคิดถึงแต่ในหลวง และแผ่นดิน เมื่อเอามือมากำเหรียญในหลวง ก็เกิดพลังมั่นใจขึ้นมา และเหลือบไปเห็นเพื่อนที่ถูกยิง ขยับตัว ดีใจมาก ในสมองคิดขึ้นมาทันที เหรียญในหลวง ทรงคุ้มครองพวกเรา กระทั่งตัดสินใจยิงสวนไปยังเสียงปืนดังขึ้น เมื่อเสียงปืนสงบก็รีบเข้าไปช่วยเหลือเพื่อน ปรากฏว่าเพื่อนที่ตอนแรกคิดว่าคงเสียชีวิตหรือไม่ก็บาดเจ็บ เพราะโดนกระสุนเข้าเต็มแรง ปรากฏว่ากระสุนไปถูกที่เหรียญในหลวง ทำให้ไม่เจาะเข้าร่าง ส่วนแรงกระแทกทำให้หน้าอกเป็นรอยเขียวช้ำห้อเลือด รอดตายครั้งนี้เพราะ เหรียญในหลวง ที่ ตชด.ทุกคนติดตัวแน่ และทำให้พวกเรามีจิตใจในการที่จะรักษาแผ่นดินต่อสู้กับขบวนการกลุ่มก่อการร้ายอย่างไม่ย่อท้อ พวกตนเวลาไปปฏิบัติหน้าที่ก็จะมีเหรียญในหลวง ติดกับเครื่องแบบไปทุกครั้ง ทำให้เกิดพลัง มั่นใจ” ร.ต.ท.สมบัติ กล่าว

ร.ต.ท.สมบัติ กล่าวต่อว่า จากนั้นก็จะนำเหรียญดังกล่าวติดตัวตลอดรวมทั้ง ตชด.คนอื่นที่ทราบข่าวก็จะนำเหรียญในหลวง ติดตัวกับเครื่องแบบทุกคน กระทั่งต่อมาตนได้ย้ายมาประจำที่ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ก็ยังคงห้อยเหรียญในหลวง ซึ่งถือว่าทำให้ตนได้รอดตายมาจนทุกวันนี้ เมื่อพระองค์ท่านเสด็จสวรรคตไปแล้ว ตนรู้สึกใจหาย จะขอรับใช้เป็นข้ารองบาทตลอดทุกชาติและจะทำหน้าที่ตรงนี้ทีนี่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อเป็นการตอบแทนพระคุณของท่านและของแผ่นดินตลอดไป