Get Adobe Flash player

หลวงปู่ชื่น วัดตาอี (๒) โดย พระเล็ก

Font Size:

เสกหินลงสระ กลายเป็นงูยักษ์ เมื่อครั้งที่หลวงปู่ชื่น มาอยู่ที่วัดตาอีใหม่ ๆ นั้น ท่านได้เร่งทำความเพียรปฏิบัติธรรมจนพลังจิตแก่กล้า ด้วยท่านเป็นพระที่รักสันโดษชอบเก็บตัวเงียบ ๆ อยู่แต่ภายในกุฏิ ชาวบ้านจึงคิดว่าท่านเป็นหลวงตาแก่ ๆ ไม่มีอะไร เป็นพระธรรมดาไม่มีวิชาอาคมอันใด ต่อมาทางวัดได้ขุดสระใหม่ ทางเจ้าอาวาสจึงประกาศบอกชาวบ้านว่า “ห้ามลงอาบน้ำในสระ” เพราะสระน้ำแห่งนี้พระเณรต้องใช้ดื่มกิน แต่ชาวบ้านขาดความเกรงใจท่าน ตกเย็นทั้งหนุ่มสาวพากันลงว่ายน้ำเล่นในสระอย่างสนุกสนาน บ้างก็นำผ้ามาซักทำให้ฟองแฟ๊บที่ซักลอยเต็มคุ้งสระ บอกแล้วก็เฉย เตือนแล้วก็ไม่หยุด หลวงปู่ชื่น จึงใช้ไม้ตายเพื่อให้รู้จักที่ต่ำที่สูง และที่ควรมิควรกันบ้าง

ท่านจึงนำก้อนหินมาสองก้อน แล้วเสกด้วยคาถาอาคมจากนั้นท่านโยนลงไปในสระน้ำ “สามวันต่อมาพวกที่ชอบลงเล่นน้ำในสระภายในวัดต่างก็ตกใจแตกตื่นขึ้นตลิ่งกันแทบไม่ทัน เพราะเห็นพญางูยักษ์สองตัวว่ายน้ำไปมาในสระให้เห็นกับตากันจะจะ ชาวบ้านตาอีเห็นกันทั้งหมู่บ้าน” เรื่องนี้เป็นที่เลื่องลือกันมากในอำเภอบ้านกรวด ถ้าหากใครมีโอกาสได้ไปที่วัดตาอีลองสอบถามชาวบ้านดูก็ได้ และจากวันนั้นเป็นต้นมาจนกระทั่งถึงวันนี้ก็ไม่มีใครกล้าลงไปเล่นน้ำในสระที่วัดตาอีกันอีกเลย...

หลวงปู่ชื่นเริ่มสร้างพระเครื่องในนามของท่าน และวัดตาอี ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นปีที่แรกที่ท่านมาจำพรรษาในฐานะ “พระลูกวัด” โดยท่านไม่ขอรับตำแหน่งทางการปกครอง และสมณะศักดิ์ใด ๆ ทั้งสิ้นจวบจนท่านละสังขารในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ เหตุที่ท่านต้องสร้างวัตถุมงคลชนิดต่าง ๆ เอาไว้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น พระพิมพ์ขุนแผน, ขุนแผน (เป็นรูปคน ไม่ใช่พระ), กุมารทอง (หลายชนิด), พระปิดตา, เหรียญรูปเหมือน, ล็อกเก็ต, มีดหมอ, หนุมาน, พระผงอาถรรพณ์, ดวงตราอาถรรพณ์ชัยมหานาถ, ตะกรุด ๙ อาถรรพณ์ ฯลฯ ซึ่งแต่ละชนิด แต่ละแบบ สร้างจำนวนน้อยมาก ด้วยการสร้างแต่ละครั้งท่านพิถีพิถัน ในการจัดหามวลสาร และเคร่งครัดในการหาฤกษ์ยาม และการปลุกเสกนั่นเอง

วัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงของท่านมากที่สุด และเริ่มสร้างในปีแรก ๆ คือ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ คือ “พระขุนแผน” เป็นพระพุทธรูปนั่งปางมารวิชัย ส่วนมากจะถอดแบบมาจาก “พระพิมพ์ขุนแผน กรุวัดบ้านกร่าง สุพรรณบุรี” ที่เลื่องชื่อ จะขอแนะนำให้รู้จักในรุ่นที่ “หาข้อมูลได้” ดังนี้

๑. พระขุนแผนทรงพลใหญ่ พ.ศ. ๒๕๔๒ จัดว่าเป็นพระขุนแผน “รุ่นแรก” หรือ “สร้างในวาระแรก” ของหลวงปู่ชื่น ที่ท่านมาอยู่วัดตาอี (ก่อนหน้านั้นท่านสร้างพระขุนแผนมะรุมมะตุ้ม ประมาณ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ แจกจ่ายในหมู่ลูกศิษย์ที่รู้จักท่าน) ก็คงไม่ผิดความจริงนัก รุ่นนี้ ท่านได้ศิษย์รวบรวมมวลสารต่าง ๆ โดยเฉพาะว่านอาถรรพณ์ ว่านมหาเสน่ห์ ว่านมหามงคล ฯลฯ ให้ได้รวมกัน ๑๐๘ ชนิด แล้วนำมาตากให้แห้ง ผสมด้วยเกสรดอกไม้ ๑๐๘ และผงพุทธคุณ ผงเสน่ห์เมตตา ที่ท่านได้เก็บรวบรวมเอาไว้ และลบขึ้นมาใหม่ เมื่อได้มวลสารเพียงพอแก่ความต้องการแล้ว ท่านได้กดพิมพ์พระ จำนวนไม่มากนัก ไม่เกินสองพันองค์ จากนั้นจึงได้นำให้คนทำบุญกันส่วนหนึ่ง ไม่มากนัก (ไม่เกิน ๕๐๐ องค์) จากนั้น จึงนำไปบรรจุใต้ฐานพระประธานในพระอุโบสถ วัดตาอี เพื่อใช้ในการบูรณะปฏิสังขรณ์เสนาสนะต่าง ๆ เมื่อถึงเวลาที่วัดต้องการใช้ปัจจัย ปัจจุบันพบเห็นหมุนเวียนน้อยมาก

๒. พระขุนแผนนาคเกี้ยว พ.ศ. ๒๕๔๓ ด้านหลังท่านลงยันต์ อักขระเดียวกับขุนแผนมะรุมมะตุ้ม “นะอกแตก” สาริกาตัวผู้ - ตัวเมีย ยันต์นี้หลวงปู่เป็นคนวางยันต์ โดยได้บอกไว้ว่า อานุภาพของยันต์จะเดินตามลมปราณหรือลมหายใจของผู้ใช้ ให้อานุภาพแผ่กระจายทางลมหายใจ ไปต้องผู้ใด เป็นมหาเสน่ห์ และเป็นมหานิยม ตลอดเวลาที่ใช้

สุดยอดทางด้านมหาเสน่ห์ มหาหลง สายเขมรที่แรงและเข้มขลัง ใช้บูชาพกติดตัวเป็นเสน่ห์ดึงดูดใจเพศตรงข้าม ใครเห็นรักชอบ ยับยั้งภัยพาล อาถรรพณ์ ขจัดสรรพทุกข์ สรรพโรค สรรพภัยที่มีอานุภาพ ทั้งเมตตามหานิยม มหาโชค มหาลาภ ค้าขายดีเยี่ยม คุ้มครองป้องกัน เป็นพระเครื่องเน้นทาง พุทธคุณครอบจักรวาล มีประสบการณ์ กับผู้ใช้มาแล้วต่างพูดเป็นเสียงเดียวว่า…สุดยอด ใครไม่มีแฟนก็จะได้แฟน ถ้าแฟนนอกใจก็จะได้คืน… หลวงปู่ชื่น ได้ทำจัดหามวลสารนานหลายปีกว่าจะได้ครบ มวลสารแต่ละอย่างต้องบุกป่า…ปีนเขา แม้แต่ไต่หน้าผา เพื่อหามวรสาร แร่ธาตุศักดิ์สิทธิ์ หลวงปู่ได้ลุยมาทุกรูปแบบ เพื่อที่จะให้วัตถุมงคลของท่านมีอานุภาพ พุทธคุณครอบจักรวาล เห็นผลทันที เมื่อลูกศิษย์ใช้บูชา ทำให้ชื่อเสียงหลวงปู่ชื่นดังขึ้นมาเป็นที่รู้จักของผู้คนทั่วไป ในประเทศ และต่างประเทศ มากขึ้นเป็นลำดับ

การสร้างขุนแผนนาคเกี้ยวในจึงเกิดขึ้นหลวงปู่ชื่น ท่านได้เดินทางไปประเทศกัมพูชา เพื่อรวบรวมมวลสารนำมาจัดสร้างพระรุ่นนี้ เพื่อให้เป็นตำนานเล่าขานสืบต่อไปในอนาคต นอกจากว่านวัตถุอาถรรพณ์ต่าง ๆ มากมายแล้ว หลวงปู่ชื่นท่านยังเมตตา ลบผงอ่อนใจรัก,ผงวิเศษ ๕ ประการ,ผงสาว สามหมู่บ้านกินน้ำบ่อเดียวกัน ,ผงสาลิกาป้อนเหยื่อ,ผงเสน่ห์แม่ธรณี, ผงนะวนนะเวียน,ผงอยู่มิได้ และอื่น ๆ อีกมากมาย “ผงอ่อนใจรัก” เป็นผงวิเศษที่ให้ผลทางเมตตามหาเสน่ห์ มหานิยมสูง ที่ข้าทาส บ่าวไพร่ ขุนนาง นางสนม ในราชสำนักเขมรโบราณใช้พกติดตัวและผสมเป็นแป้งทาหน้า ให้เป็นที่รักแก่เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน ซึ่งวิชานี้ได้สาปสุญหายไปกว่าพันปีแล้ว หลวงปู่ชื่นผู้รอบรู้ เวทวิยาคมสายเขมรโบราณอย่างถ่องแท้จึงได้การสร้างผงอ่อนใจรักขึ้น ในวันจันทร์สามค่ำจันทร์ตรี ฤกษ์พระรามแต่งงานกับนางสีดา เพื่อให้ทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่ เป็นครั้งแรก และเป็นครั้งเดียวที่ครบถ้วนตามแบบแผนตำราของบรรพบุรุษชาวเขมร เมื่อรวมผงประชุมธาตุขึ้นเป็นองค์แล้ว หลวงปู่ชื่นยังได้ทำการปลุกเสกเพิ่มเติมในฤกษ์ “จันทคราส” ซึ่งโบราณถือว่าเป็นฤกษ์ที่ปลุกเสกวัตถุมงคล ให้มีอานุภาพอิทธิคุณสูงสุด ผงอ่อนใจรัก ตามอุเท่ห์ตำรา โบราณกล่าวไว้ว่าให้ลบเป็นผงพกติดตัว หรือผสมเป็นแป้งผัดหน้า ผู้ใดเห็นหน้าหายโกรธสิ้น คนใจแข็งก็อ่อนใจรักเราแล

๓. พระขุนแผนชมตลาด ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ หลวงปู่เสกให้อย่างดี แรง และสุดเข้มขลัง ขณะที่ท่านปลุกเสกต้นไม้ข้างกุฏิถึงกับหักล้มลงมาอย่างน่าอัศจรรย์ ที่ลูกศิษย์ลูกหาและคนแถวนั้นยืนยันได้ไม่ใช่เรื่องที่แต่งขึ้นเพราะพลังจิตหลวงปู่แรงจริง หลังปลุกเสกท่านบอกว่าขุนแผนรุ่นนี้เด่นทางมหานิยม เข้าสังคมเด่นเป็นสง่ากว่าเขา เหมาะสำหรับศิลปินนักร้องนักแสดง นักการขาย อาชีพที่ต้องเจรจาพบปะพูดคุยกับผู้คน พ่อค้าแม่ขาย บุรุษสตรีที่ต้องการโดดเด่นในสังคม

ขุนแผนชมตลาดนี้ มีผู้นำไปใช้แล้วดีมากนะครับทางด้านมหาเสน่ห์ เมตตามหานิยม ไปที่ไหนโดดเด่นเป็นที่ต้องตาต้องใจของผู้ที่ได้พบเห็น เช่นดั่งคำที่หลวงปู่ได้กล่าวไว้ และยังดีทางด้านโชคลาภ ค้าขาย ทำมาหากินคล่องดีด้วย

๔. พระขุนแผนพรายกุมาร พ.ศ. ๒๕๔๔ หลวงปู่ชื่น วัดตาอี จ.บุรีรัมย์

การสร้างพระเครื่องและเครื่องรางของขลังต่าง ๆ มีหลายคัมภีร์ หลายตำรามากแบบอย่าง การจัดสร้างก็มีจุดมุ่งหมายวัตถุประสงค์แตกต่างกันไป แต่จุดหลักแล้วก็คือ สืบทอดพระศาสนา บูรณะปฏิสังขรณ์ อนุรักษ์วิชาการ สงเคราะห์ญาติโยม การสร้างพระเครื่องมีความแยบยลแตกแขนงในรูปแบบ พิธีกรรมในการปลุกเสก และการนำ “ของมวลสาร” ต่าง ๆ นานาตามหลักวิชาการที่ร่ำเรียนมาเพื่อให้ “คุณ” กับผู้สักการะบูชา ตามกำลังและความสามารถที่พึงจะทำได้ มากน้อยเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับกำลังจิตของผู้เสก หลวงปู่ดุลย์ วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ พระอมตะเถระที่แท้จริง ท่านเคยพูดถึงวัตถุมงคลพระเครื่องว่า “ความศักดิ์สิทธิ์ใด ๆ ไม่มี มีแต่ความสามารถของจิต” ซึ่งท่านคงหมายความว่าพระเครื่องของขลังต่าง ๆ เป็นเรื่องของ “พลังจิต” ที่จะกำหนดทิศทางให้เป็นไปตามจิตผู้เสกจะให้เป็น

พระขุนแผนพรายกุมาร อุบัติขึ้นภายใต้ชื่อ หลวงปู่ชื่น ติคญาโณ จากคำร้องขอจากบรรดาลูกศิษย์ที่นำพรายขอดทรัพย์ไปบูชาเห็นว่าท่านสร้างกุมารเป็น ปลุกกุมารขึ้น จึงเกิดความคิดขึ้นว่าถ้าท่านสร้างพระขุนแผนพรายกุมาร อิทธิคุณต้องโดดเด่นไม่เป็นสองรองใครแน่ เชื่อว่าหลวงปู่ชื่นท่านต้องทำได้ยอดเยี่ยมแน่นอน ปัจจุบันมีการสร้างพระขุนแผนพรายกุมารออกกันมาหลายวัด ล้วนแล้วต่างได้รับอิทธิพลมาจากพระขุนแผนพรายกุมารของ หลวงปู่ทิม อิสริโก โดยสิ้น ไม่เว้นแม้กระทั่ง วัดตาอี บุรีรัมย์ หลวงปู่ชื่นท่านเรียนวิชาสร้างผงพรายกุมารจาก หลวงปู่ดี สุวรรณดี บนยอดเขาพนมกุเลน กัมพูชา หลวงปู่ชื่นท่านทำไว้ตั้งแต่ยังเป็นภิกษุหนุ่ม หลวงปู่ชื่นท่านบอกว่าเรียนแล้วก็อยากจะลองว่าเป็นจริงตามตำราไหม ก็ทำไว้ครั้งเดียวนานแล้ว พระขุนแผนพรายกุมารตำหรับหลวงปู่ชื่น ติคญาโณ จึงสำเร็จขึ้นจากผงพรายกุมารของท่านเอง และยังได้รับผงพรายกุมารหัวเชื้อ ของหลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จากศิษย์เอกหลวงปู่ทิมทั้งสองท่าน

หลวงปู่ชื่นท่านบอกว่า สิ่งเร้นลับเหล่านี้มีจริง ซึ่งการเรียนก็เหมือนกับหมอต้องศึกษาโรคก่อนจึงจะรู้ว่าแก้ไขอย่างไร ก็เหมือนกับคนที่โดนของหรืออำนาจของพราย เราก็ต้องไปศึกษาวัตถุอาถรรพณ์และอำนาจในการกระทำเป็นอย่างไร เราจะได้แก้ให้ถูกทาง ครูบาอาจารย์สมัยก่อนท่านฉลาด ท่านจะสอนตั้งแต่ต่ำสุดไปสูงสุด เพราะของบางอย่างแก้ยาก คุณพระเอาไม่อยู่บางครั้งก็ต้องใช้เกลือจิ้มเกลือ ต่ำต้านต่ำกันบ้าง การที่ท่านอนุญาติให้นำวัตถุอาถรรพณ์บางอย่างหรือแม้นกระทั่ง ผงพรายกุมาร ผสมลงในเนื้อพระเหมือนประดุจว่าเรามีเซรุ่ม ป้องกันอำนาจมืดต่าง ๆ อีกทั้งยังเป็นเมตตามหานิยมอย่างสูง ถ้าบูชาดี ๆ บอกโชคเตือนภัยได้ ส่วนยันต์ประทับด้านหลังองค์พระขุนแผนพรายกุมาร เป็นยันต์ที่ตำราระบุไว้ว่าให้อยู่เป็นแนวตรงกับทางเดินหายใจ อำนาจของพระยันต์จะกระจายอิทธิคุณทางเสน่ห์เมตตามหานิยมออกตามปราณที่เรา หายใจเข้าออก

พระขุนแผนพรายกุมาร แต่หลวงปู่ชื่นท่านจะเรียกว่า พระขุนแผนพรายกุมารทอง ใครมีไว้บูชาเหมือนได้ ๒ สิ่งมาไว้ในหนึ่งเดียว เพราะการปลุกเสกท่านต้องตั้งธาตุขุนแผนตั้งธาตุกุมารทองในวาระเดียวกันจนสำเร็จทุกอย่าง ต่างก็มีอนุภาพเห็นเป็นเด็กเล็ก ๆ แฝงอยู่กับพระเครื่องเมื่อลูกศิษย์นำไปบูชาก็มีอิทธิปาฏิหาริย์ทันตาเห็น ไปไหนมาไหนเหมือนมีเจตภูตเป็นองครักษ์ เหมือนเงาตามตัวดั่งเช่น ศิษย์ทั้งหลายที่นำไปบูชาได้ประจักษ์แจ้งมาแล้วซ้ำยังดีเลิศในทางป้องกันคุณไสยทุกชนิดชะงัดแน่นอน เอาน้ำมันผีมาป้าย เป่ามนต์ให้งุนงงหลงใหลคะนึงหา

หลวงปู่ชื่นท่านบอกว่า มีพระขุนแผนพรายกุมารไม่ต้องกลัว ถ้าใครได้ไปบูชานอกจากพกติดตัวแล้ว ให้นำพระขุนแผนพรายกุมารนำไปติดไว้เหนือประตูทางเข้าบ้าน ของไม่ดีอำนาจลึกลับในทางลบ จะไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ มีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาอะไรมันก็ดีขึ้น ชีวิตก็ดีขึ้น ความเป็นอยู่ก็ดีขึ้น