Get Adobe Flash player

Adopted Children โดย เคลี่ขี้เล่า

Font Size:

                Maddox ลูกชายบุญธรรมคนโตของ Angelina Jolie น่าจะเป็นคนแรกๆที่เป็นที่สนใจของสังคมเกี่ยวกับเรื่อง Adoption (ขอเด็กมาเลี้ยง)ของคนอเมริกัน Maddox ตอนนี้ย่างเข้า 12 ปีหลังจากแม่โจลีได้เขามาจากกัมพูชาตั้งแต่อายุเจ็ดเดือนเศษ ชื่อเป็นฝรั่งแต่หน้าไปคนละทางกันเลย โดยเฉพาะเวลาที่โจลีอุ้มเขาไปไหนต่อไหนด้วย ใครๆก็รู้ว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆของเธอ จาก Maddox มาถึงลูกสาวคนที่สอง Zahara เด็กผิวสีจากประเทศเอธิโอเปีย แล้วจึงให้กำเนิดลูกของตัวเองกับ Brad Pitt เป็นลูกคนที่สาม คนต่อมาก็ adopt มาจากเวียดนามอีกและก็สลับมามีลูกแฝดของตัวเองอีกครั้งเป็นคนที่ห้าและหก จนช่อง Disney Channel มาทำละครซิทคอมชื่อ “Jessie” เป็นชื่อของพี่เลี้ยงเด็กๆในครอบครัวดาราครอบครัวหนึ่งซึ่งขอเด็กมาเลี้ยงถึง 4 คน เป็นขาวหญิง ขาวชาย เด็กอินเดีย และหญิงดำ เนื้อเรื่องสนุกไปตามคาแรคเตอร์ของเด็กแต่ละคนซึ่งไม่เคยทะเลาะกันเรื่องสัญชาติเลยซักครั้ง ดาราโสดที่มีลูกโดยไม่ต้องพึ่งสามีอีกคนคือ Sandra Bullock  และลูกชายadoptedผิวดำวัยสามขวบ Louis ที่คุณแม่แสนเห่อและกะเตงไปด้วยเกือบทุกที่ อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆที่เห็นในหมู่ดารา แต่ในความเป็นจริงการขอเด็กมาเลี้ยงกลับเป็นที่นิยมขึ้นมาอย่างเงียบๆจนแพร่หลายไปทั่วโลกและอเมริกา

                ซักสิบปีที่แล้วยังคงตกเป็นเป้าสายตาอยู่บ้างเวลาที่เห็นพ่อแม่ผิวขาวจูงลูกผิวดำ หรือพ่อแม่ผิวดำมีลูกตัวขาว พ่อแม่ฝรั่งมีลูกเป็นจีน เวียดนาม แต่พอมาซักห้าปีที่แล้วเริ่มกลายเป็นเรื่องธรรมดา เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นจากคนรู้จักรอบตัว ตอนลูกเรียน preschool มีเพื่อนเป็นเด็กจีนที่มีพี่เลี้ยงเป็นคนเม็กซิกัน เวลามีงานรร.ถึงได้รู้ว่าพ่อแม่เป็นฝรั่งหัวทองแท้ๆ เนื่องจากดิฉันอยู่เมืองเกย์ (West Hollywood) มีประชากรเกย์เต็มไปหมด จึงมีพ่อแม่เกย์มากมายที่ไปขอเด็กมาเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรม พ่อเกย์คนนึงมีลูกสามคนที่หน้าตาไปคนละทิศคนละทาง คนที่สองอยู่ห้องเดียวกับลูกดิฉัน ถึงดูจะไม่ใช่เศรษฐีแต่ก็ดูไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง ไม่เห็นอยู่หลายปี เห็นอีกทีมีลูกคนใหม่อีกแล้ว ดิฉันยังรู้จักแม่เกย์อีกสองคู่ที่มีลูกสาววัยเดียวกับลูกฉัน เวลาเราคุยกันเขาจะเรียกคู่ของเขาว่า พาร์ทเนอร์ แต่พอเผลอๆเขาก็เรียกเป็น my wife บ้าง my husband บ้าง(เกย์ผู้หญิง) หวังว่าลูกๆของเธอคงจะเรียกแม่ทั้งสองว่า mom เพราะขืนเรียก dad ไปด้วยคงจะงงไปกันใหญ่

                เหตุผลหลักๆของคนที่ไปขอเด็กมาเลี้ยงมักจะเป็นคนที่ไม่มีลูก ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม แต่หากเป็นคนที่มีลูกเองไม่ได้ เทคโนโลยีสมัยนี้ยังสามารถช่วยได้อีกหลายวิธีแล้วแต่กรณีของแต่ละคน บางคนไข่กับสเปิร์มผสมกันไม่ลงตัว ก็นำออกมาผสมในหลอดแก้วแล้วฉีดกลับเข้าไปในท้องได้ หรือหากแม่ตั้งท้องเองไม่ได้ ก็ไปจ้างคนมาอุ้มท้องให้ก็ได้ บางคนใช้พี่สาวน้องสาวหรือแม้กระทั่งแม่ตัวเองอุ้มท้องให้ก็มี ส่วนในกรณีที่ไข่หรือสเปิร์มมีปัญหา ก็ไปใช้บริการจากไข่หรือสเปิร์มของคนอื่นได้ สมัยก่อนการบริจาคสเปิร์มหรือไข่ถือเป็นการทำบุญทำกุศล แต่สมัยนี้ ไข่ใครสเปิร์มใครเขาก็คิดเงินกันทั้งนั้น การบริจาคสเปิร์มนั้นอาจจะง่ายหน่อยและมีขั้นตอนน้อยกว่า แถมบริจาคไปก็มีรายได้อีกต่างหาก

                ส่วนการบริจาคไข่อาจใช้เวลาและมีรายละเอียดที่ต้องลงลึกอยู่สักหน่อย เพราะไข่ถือเป็นส่วนเกี่ยวข้องกับพันธุกรรมและไม่ได้เก็บกันง่ายๆเหมือนสเปิร์ม บางครั้งผู้บริจาคไข่และผู้รับอาจจะต้องมาตรวจสุขภาพพร้อมกันและผ่านอีกหลายขั้นตอน รายได้จากการบริจาคไข่จึงสูงถึง $7000-10,000 เลยทีเดียว แต่จะไปเอาไข่ใครหรือสเปิร์มใครส่งเดชไม่ได้ ในใบสมัครจะมีคำถามให้กรอกเกือบ 50 ข้อ ประวัติ สัญชาติ การศึกษา การงาน ประวัติอาชญากรรม บุหรี่ กัญชา ยาเสพติด การสัก(tattoo)  เซ็กส์ คู่นอน การคุมกำเนิด ประจำเดือน  การตั้งครรภ์ การทำแท้ง โรคภัยไข้เจ็บ ที่สำคัญรังไข่ต้องสมบูรณ์ อายุที่เหมาะสมของผู้บริจาคอยู่ที่ 21-32 ปี

                การรับจ้างตั้งท้องนั้นแน่นอนว่าระยะเวลาในการทำงานนานถึง 9 เดือนแน่ๆ แต่ก็คุ้มแสนคุ้มเพราะค่าเหนื่อยมีผลตอบแทนสูงถึง $20,000 – 120,000 แล้วแต่กรณี ส่วนใหญ่ลูกค้าจะเลือกจากเอเจนซี่เพราะมีเรื่องที่ต้องทำทางกฏหมายด้วย ผู้ที่เหมาะสมจะต้องเป็นผู้ที่ร่างกายแข็งแรงและผ่านการมีบุตรเป็นของตนเองมาแล้ว ผู้ว่าจ้างจะคอยมาพบมาคุย (มาลูบคลำท้อง) มาตรวจดูโภชนาการการกิน การอยู่ การนอน การพักผ่อน  เรียกว่าซัพพอร์ตกันอย่างเต็มที่   ผู้รับจ้างตั้งท้องมืออาชีพบางคนสามารถรับจ้างได้ถึง 4-5 ครั้ง จนเข้าใจหน้าที่ของตัวเองและสภาพจิตใจของผู้ว่าจ้างได้เป็นอย่างดี ผู้ว่าจ้างบางคนลดค่าใช้จ่ายโดยใช้คนในต่างประเทศอุ้มท้องให้ อาจจะเลือกได้คนที่แข็งแรง มีจิตใจดี มีที่อยู่อาศัยในบรรยากาศธรรมชาติ อันเป็นผลดีต่อสุขภาพทั้งกายและใจของเด็กในครรภ์

                ทั้ง 2-3 วิธีข้างต้นนั้นถือได้ว่ายังเป็นลูกของตนเอง จะร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่เต็มร้อยก็ยังเป็นลูกของเรา วิธีสุดท้ายที่จะได้ลูกก็คือไปขอลูกคนอื่นมาเลี้ยง อันไม่เกี่ยวข้องกับเราเลย หากผ่านเรื่องทางเอเจนซี่ก็จะง่ายหน่อย แพงกว่าแต่ราบรื่น หากทำเรื่องเองจะยุ่งยาก(มาก)ในเรื่องของเอกสารและการตรวจสอบ กว่าจะได้เด็กอาจใช้เวลาเป็นปีๆ เพื่อนดิฉันที่อยู่ในอเมริกานี้เคยพยายามติดต่อสถานสงเคราะห์ที่เมืองไทยมาแล้ว แต่ดูท่าจะวุ่นวายเกินเหตุเลยหยุดเอาไว้ก่อน พ่อแม่ของเพื่อนลูกอีกคน ตอนแรกไม่มีลูกเลยทำเรื่องขอเด็กจากประเทศจีนมาเลี้ยง
ต้องบินไปดูตัวและไปรับเข้ามาที่อเมริกา หลังจากนั้นกลับมามีลูกได้เองอีก 2 คน ทั้ง 3 คนพี่น้องเข้ากันได้ดีมาก ติดอยู่ที่หน้าตาพี่เป็นคนจีนอยู่คนเดียวภายในบ้าน ซึ่งทำให้ไปไหนๆใครก็มอง ก็ต้องทำใจกันนิดนึง การขอเด็กมาเลี้ยงสำหรับบางคน นอกจากจะต้องการเติมเต็มชีวิตครอบครัวของตนเองแล้ว ยังคิดว่าเป็นการทำบุญโดยการช่วยเหลือผู้อื่นอีกด้วย เพราะถือเป็นการให้โอกาสและชีวิตใหม่แก่คนๆหนึ่ง จึงมักจะเลือกเด็กที่มีชีวิตลำบากโดยเฉพาะจากประเทศยากจน โดยไม่สนใจเรื่องหน้าตาผิวพรรณสัญชาติใดๆทั้งสิ้น นอกความบริสุทธิ์ใจในการให้ชีวิตใหม่ที่สุขสมบูรณ์แก่เด็ก บางครอบครัวมีลูกของตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีใจและมีกำลังที่จะอุปถัมภ์เด็กที่ต้องการความช่วยเหลืออยู่อีก  จึงเกิดเป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกเทรนด์ไหม่ที่หน้าตาไม่เหมือนกันอยู่มาก

                เพื่อนดิฉันเคยไปศึกษางานที่สถานเด็กกำพร้าเมืองไทยพบว่า เด็กๆเหล่านั้นต่างก็มีสัญชาตญาณของความเอาตัวรอดสูง ถึงแม้ว่าจะไร้เดียงสาขนาดไหนก็ตาม เวลามีคนมาดูตัวหรือมาเยี่ยม เด็กจะรู้ทันทีว่าต้องทำหน้าตากริยาท่าทางอย่างไรให้แขกประทับใจและอยากจูงมือเธอกลับบ้านไปด้วย เด็กคนไหนที่หน้าตาไม่รับแขกหรือบุคลิกเงียบขรึมก็มักจะพลาดโอกาสอยู่บ่อยๆและเก็บมาเป็นปมด้อยอยู่ลึกๆ เด็กเหล่านี้จึงมีการชิงดีชิงเด่นเกิดขึ้นโดยแทบจะไม่รู้ตัว เด็กบางคนรอแล้วรออีกถึงแม้ความหวังจะเลือนรางแต่ก็ไม่เคยเลิกหวัง ผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 19 ปีเพิ่งจะได้รับการตอบรับจากครอบครัวที่ยินดีจะเลี้ยงเธอเป็นบุตรบุญธรรม ความรักที่เธอโหยหา อ้อมกอดอุ่นๆและกำลังใจจากคนที่เธอจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวของเธอ ครอบครัวที่ไม่ใช่แค่เด็กๆจะต้องการ แต่แม้แต่คนที่กำลังจะก้าวไปเป็นผู้ใหญ่อย่างเธอ ก็ยังเป็นสิ่งที่เธอฝันถึงและอยากได้มาตลอด

                ความรักไม่มีข้อจำกัดเรื่องอายุ ไม่มีภาษา และไม่มีพรมแดน จะลูกจริงลูกปลอมหรือแม่จริงแม่ปลอม ครอบครัวที่อบอุ่น มีพ่อ..มีแม่..มีลูก ยังเป็นที่ต้องการของคนอีกหลายๆคน