Get Adobe Flash player

ดื่มไวน์ให้ อร่อย

Font Size:


Les bains,le vin et Venus usent nos corps,mais les bains,le vin et Venus font la vie.”

“การอาบน้ำ ไวน์ และผู้หญิง ทำให้ร่างกายสึกหรอ แต่ชีวิตคือการอาบน้ำ ไวน์ และผู้หญิง”

ภาษิตละติน (Proverbe Latin) เขาเปรียบเทียบไว้อย่างนั้น แต่เชื่อว่าเป็นจริงกับหลาย ๆ คน....

เมื่อผมได้รับเชิญไปอบรมเรื่องเกี่ยวกับไวน์ ให้กับหน่วยงานต่างๆ ทั้งโรงแรม ชมรม และสมาคมต่าง ๆ คำถามที่มักจะถูกถามอยู่เสมอและมากที่สุดคือ “ทำไม ? การดื่มไวน์ต้องมีพิธีรีตองมากมาย” พูดง่าย ๆ ก็คือจะดื่มไวน์ทั้งทีทำไมต้องเรื่องมาก ? คำถามรองลงมาคือ “ทำอย่างไรจึงจะกินไวน์อร่อย?”

พึงรู้ว่าคนที่ถามเรื่องนี้ไม่มี นักการเมือง ไฮโชว์ (ไฮโซและไฮซ้อที่ชอบโชว์) บรรดาสีต่าง ๆ เนื่องจากพวกนี้ส่วนมากไม่จำเป็นต้องถาม เพราะนักการเมืองมักจะได้มาฟรี ไฮโชว์บางคนแม้จะซื้อแต่เพื่อโชว์ว่าเดี๊ยนดื่มไวน์เป็น ส่วนท่านที่ใส่สีนั้นกว่า 80 % ได้มาเพื่อต้องการตำแหน่งหรือเก้าอี้

จริง ๆ แล้วทั้งสองคำถามนี้เป็นเรื่องเดียวกัน “การมีพิธีรีตองทำให้ไวน์อร่อย” ที่สำคัญต้องคิดอยู่ในใจเสมอว่าการมีพิธีรีตองไม่ใช่เรื่องมาก แต่เป็น “วัฒนธรรมแห่งไวน์” (Culture of Wine)

แม้แต่เบียร์หรือวิสกี้ที่หลายคนบอกว่า ไม่เห็นต้องมีพิธีรีตองนั้น แท้ที่จริงแล้วต่างมี “วัฒนธรรมเบียร์”และ “วัฒนธรรมวิสกี้” ในตัวเอง

  สำหรับคนไทย การจะทำให้ไวน์เป็นวัฒนธรรมนั้นไม่มีทางเป็นไปได้ อาจจะมีเพียง 2-3 % เฉพาะคนรักไวน์ หรือผู้ที่อยู่ในวงการไวน์เท่านั้น เนื่องจากพื้นฐานของคนไทยไม่ใช่ไวน์  ที่ดื่มกันอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่ดื่มเพราะ “สังคม” มากกว่า

อย่างไรก็ตามเนื่องจากคำว่า “วัฒนธรรมไวน์” นั้นมาจากตะวันตก เมื่อมาถึงเมืองไทยก็ไม่ต้องไปสนใจรายละเอียดปลีกย่อยมากนัก เอามาใช้เพียงหลักใหญ่ ๆ เท่านั้น และควรประยุกต์ใช้ในแบบของไทย ๆ

ที่สำคัญต้องมั่นใจใน “ปากและลิ้น” ของตัวเอง อย่าดื่มไวน์เพราะ “หู” ไปเชื่อคนอื่นบอกว่าดี ก็เลยดีตามเขาไปด้วย สุดท้ายก็ไม่สามารถค้นพบตัวเองว่า ไวน์ตัวไหนเป็นไวน์อร่อยอย่างที่ตัวเองชอบ

เรื่องนี้เคยประสบกับตัวเองมาแล้ว พนักงานธนาคารคนหนึ่งกำลังจะก้าวขึ้นสู่ระดับบริหาร ที่ผ่านมาก็ดื่มไวน์มาโดยตลอด ประมาณ 8-9 ปี วันหนึ่งเจอผมที่ร้านไวน์แห่งหนึ่งย่านสีลม คุยกันออกรสตามประสาคนรักไวน์

สุดท้ายมีคำถามหนึ่งเหมือนกับที่หลายคนชอบถาม “ไวน์อะไรอร่อยที่สุด ? ผมถามว่า “ระดับคุณที่ผ่านมายังหาไวน์ที่อร่อยไม่ได้หรือ ?”  เขาบอกว่า “มีไวน์ที่ชอบ แต่ไม่รู้ว่าไวน์ที่อร่อยนั้น เหมือนไวน์ที่ผมชอบหรือไม่?” ผมบอกว่า “ไวน์ที่คุณชอบนั่นแหละคือไวน์ที่อร่อยที่สุดในโลก และดื่มอย่างมีความสุขที่สุดในโลก ”

ทุกวันนี้เขาดื่มไวน์ขวดละ 800-1,000 บาท มีความสุข และไม่ต้องทุกข์กายทุกข์ใจที่ต้องแสวงหาไวน์มาดื่ม ด้วยเพราะฟังเสียงคนอื่นบอกว่าไวน์ขวดนั้นดีอย่างโน้นอย่างนี้ ที่สำคัญไม่ต้องสร้างความทุกข์ให้กับคนอื่น ที่ต้องแสวงหาไวน์ที่ท่านชอบมาเป็นของกำนัล แม้คนที่ต้องการผลประโยชน์จากท่าน เพราะคนเหล่านั้นอาจจะไปเบียดบังมาจากคนอื่น

นอกจากนั้นสิ่งที่ควรกระทำอย่างยิ่งอีก 2 ประการเพื่อให้ไวน์อร่อยคือ “ดื่มไวน์กับอาหาร” และถ้าเป็นไปได้ “ควรดื่มไวน์กับคนที่รู้เรื่องไวน์หรือมีความสนใจจะเรียนรู้เรื่องไวน์”

การ “ดื่มไวน์กับอาหาร” เป็นสิ่งที่ผมพยายามเน้นอยู่เสมอ เพราะแม้ไวน์จะได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ขึ้นชื่อว่าแอลกอฮอล์ย่อมมีอันตรายเสมอ และมักจะเดินคู่ไปกับคนไทยที่ไม่ชอบดื่มกับอาหาร การดื่มกับอาหารจึงเป็นได้หลาย ๆ อย่าง ทั้งคุณค่าทางโภชนาการ กุศโลบายทำให้อิ่มท้องการดื่มก็น้อยลง และที่สำคัญเป็นวิถีแก่นแท้ของวัฒนธรรมไวน์

ส่วน “การดื่มไวน์กับคนที่รู้เรื่องไวน์ หรือมีความสนใจจะเรียนรู้เรื่องไวน์” ก็มีความสำคัญ และยอมรับกันว่าช่วยทำให้ไวน์มีรสชาติขึ้นไวน์เป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกับ ต้องวิพากย์ วิจารณ์ วิเคราะห์ นำไปสู่การค้นคว้าสืบเสาะ ในทางจิตวิทยาและโภชนาการ การรับประทานอาหารและพูดคุยกันไปด้วยในเรื่อง เดียวกันทำให้การย่อยเป็นไปด้วยดีและเจริญอาหาร โต๊ะไหนมีคอไวน์ คอเบียร์ คอวิสกี้ อยู่ด้วยกันนอกจากอาหารไม่อร่อยแล้ว อาจจะวงแตกอีกด้วย

แม้เครื่องดื่มประเภทอื่นอย่างวิสกี้ เบียร์ รวมทั้งน้ำอัดลม จะถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของไวน์ แต่เครื่องดื่มใหม่ ๆ ของคนรุ่นใหม่ มุ่งขายให้กับคนรุ่นใหม่นั้น เป็นเครื่องเครื่องดื่ม “ดับกระหาย” เท่านั้น ไม่ใช่....อรรถรสศาสตร์และศิลป์แห่งไวน์..!!!