Get Adobe Flash player

ไฮดิ บาร์เรตต์ “สตรีเบอร์ 1 ไวน์แคลิฟอร์เนีย”

Font Size:

          ย้อนไปในอดีตในโลกทัศน์ของคริสต์ศาสนา ผู้หญิงถูกจำกัดไม่ให้ดื่มไวน์ แม้ว่าไวน์เหล่านั้นจะเป็นผลผลิตของพวกเธอเอง ที่ลงมือตั้งแต่ปลูกองุ่น ดูแลองุ่น และเหยียบองุ่นเพื่อให้ได้น้ำองุ่นก็ตาม

          โลกยุคปัจจุบันผู้หญิงเข้ามาเกี่ยวข้องกับไวน์มากขึ้น ทั้งที่เป็นเจ้าของ เป็นผู้บริหาร และไวน์เมกเกอร์ โดยเฉพาะไวน์โลกใหม่อย่าง ชิลี อาร์เจนตินา แอฟริกาใต้ สหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ และออสเตรเลีย

          ในวงการไวน์แคลิฟอร์เนีย มีผู้หญิงเป็นไวน์เมกเกอร์อยู่หลายคน และอาจจะมากกว่าที่อื่นในโลก สาเหตุส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเทคโนโลยีและวิชาการสมัยใหม่ในการทำไวน์ก้าวไกล โดยเฉพาะที่แคลิฟอร์เนียมีมหาวิทยาลัยที่สอนไวน์โดยเฉพาะนั่นคือ ยูซี เดวิส  (The University of California at Davis = UC Davis) ซึ่งมีคณะ Viticulture and Enology สอนถึงระดับด็อกเตอร์ ปัจจุบันมีคนที่จบไปแล้วหลายร้อยคน

          ไวน์เมกเกอร์สตรีเป็นส่วนหนึ่งของวงการไวน์แคลิฟอร์เนียมาตั้งแต่ในช่วงทศวรรษที่ 1970 ซึ่งสมัยนั้นทางฝั่งยุโรปหรือซีกโลกเก่ายังไม่ยอมรับความสามารถของผู้หญิงเรื่องนี้เท่าใดนัก ยกเว้นกรณีที่ไร่องุ่นนั้นไม่มีลูกชาย หน้าที่ผู้ช่วยไวน์เมกเกอร์จึงจะตกเป็นของลูกสาว โดยมีพ่อเป็นไวน์เมกเกอร์ เมื่อลูกสาวแต่งงานมีลูกชาย ผู้เป็นตามักจะถ่ายทอดวิชาไวน์เมกเกอร์ไปยังหลานเป็นหลัก โดยแม่ยังเป็นผู้ช่วย

หนึ่งในไวน์เมกเกอร์หญิงแคลิฟอร์เนีย ที่ได้รับการยกย่องว่าฝีมือระดับเทพก็คือไฮดี บาร์เรตต์ (Heidi Barrett) สาวสายเลือดนาปา แวลลีย์ขนานแท้ เพราะเติบโตในหุบเขาแห่งไวน์ Richard Peterson พ่อของเธอ เป็นไวน์เมกเกอร์ยอดฝีมือคนหนึ่งของแคลิฟอร์เนีย แม่เป็นศิลปิน เธอจึงได้ทั้งสองอย่างมาผสมผสานกัน ตั้งแต่อยู่ในโรงเรียนมัธยมไฮดิใช้เวลาส่วนใหญ่หลังว่างจากการเรียนอยู่ในไร่องุ่นและโรงไวน์

Heidi Barrett จบปริญญาตรีสาขา Fermentation Science จาก UC Davis ในปี 1980  หลังจากรับปริญญาเธอไปทำงานในไร่องุ่นหลายแห่ง เริ่มจาก Silver Oak และ Franciscan Vineyards ก่อนจะข้ามไป Lindeman ในออสเตรเลีย แล้วกลับมาที่ Rutherford Hill  ก่อนจะเป็นผู้ช่วยไวน์เมกเกอร์ที่ Bouchaine Vineyards ในปี 1981 อีก 2 ปีต่อมาจึงเป็นหัวหน้าไวน์เมกเกอร์เต็มตัวที่ Buehler Vineyards  ด้วยวัยเพียง 25 ปีและทำให้ Buehler มีชื่ออยู่ในสารบบผู้ผลิตไวน์คุณภาพของแคลิฟอร์เนีย ปี 1988 จึงลาออกมารับงานเป็นไวน์เมกเกอร์อิสระ

ไร่แรกในฐานะมือปืนรับจ้างคือGustav Dalle Valle จากไร่โนเนมเธอทำให้กลายเป็นกาแบร์เนต์ โซวีญยอง ที่คอไวน์ต้องทึ่ง อยู่จนถึงปี 1996 จึงมาทำ cult wine ยี่ห้อ Maya ซึ่งกาแบร์เนต์ โซวีญยอง วินเทจ 1992 และ 1993 ได้คะแนนเต็ม 100 จาก Robert Parker และยกย่องเธอเป็น “first lady of wine”  ปี 1992 เป็นไวน์เมกเกอร์ให้กับ Screaming Eagle ซึ่งวินเทจ 1992 และ 1997 ได้ 100 คะแนน โดยเฉพาะวินเทจ 1992 ขวดขนาด 6 ลิตร ทำสถิติเป็นไวน์ขวดเดียวที่ราคาแพงที่สุด ในการประมูล Napa Valley Wine Auction 2000 ขวดละ 500,000 เหรียญ ก่อนจะเพิ่มเป็น 650,000 เหรียญในการประมูลปี 2001

ปี 1994 Heidi Barrett ตัดสินใจทำไวน์ของตัวเองภายใต้ชื่อ La Sirena ซึ่งในภาษาอิตาลีและสเปนแปลว่า”นางเงือก”ใช้องุ่นซานโจเวเซ (Sangiovese) ปี 1996 จึงทำ La Sirena กาแบร์เนต์ โซวีญยอง เป็นวินเทจแรก และปี 2000 ทำซีราห์เป็นวินเทจแรก   ปี 2002 ร่วมกับ John Schwartz และศิลปินชื่อดัง Guy Buffet ทำไวน์ยี่ห้อ Amuse Bouche โดยใช้องุ่นแมร์โลต์ (Merlot) เป็นหลักในสไตล์ปอเมอโฮรล (Pomerol) ของฝรั่งเศส

ที่ผ่านการปรุงของ Heidi Barrett ทั้งที่เป็นผู้ช่วยไวน์เมกเกอร์,ไวน์เมกเกอร์ และที่ปรึกษาประกอบด้วย Dalla Valle Vineyards,Paradigm Winery,Showket Vineyards,Lamborn Family Vineyards,Jones Family,Grace Family,Barbour Vineyards,Showket Vineyards,Fantesca,Vineyard 29,Diamond Creek,Niebaum-Coppola และ Oakford Vineyards เป็นต้น

Heidi Barrett หรือ Heidi Peterson Barrett เพราะแต่งงานกับ Bo Barrett ไวน์เมกเกอร์ของ Chateau Montelena ที่เคยสร้างตำนานเอาชนะไวน์ฝรั่งเศสในรายการ "Judgment of Paris1976" มีลูกสาว 2 คน เคยเป็นไวน์เมกเกอร์ยอดเยี่ยมประจำปี 1994 และ 1995 ขณะที่นิตยสาร Time ยกย่องให้เธอเป็น “The Wine Diva of Napa"

ลองดูไวน์บางรุ่นจากฝีมือของ Heidi Barrett

โอ ซอมเมต์,แอตลาส พีค,นาปา แวลลีย์,กาแบร์เนต์ โซวีญยอง (Au Sommet, Atlas Peak,Napa Valley,Cabernet Sauvignon 2008) : Au Sommet แปลว่า “to the very top” เป็นการแบร์เนต์ โซวีญยอง จากไร่ Atlas Peak ที่สูงจากระดับน้ำทะเล 2,100 ฟุต ไฮดีทำตัวนี้สไตล์เดียวกับสกรีมมี อีเกิ้ล (Screaming Eagle) เป็นไวน์แคลิฟอร์เนียที่ต้องดื่มสักครั้งในชีวิต

อะมูส บูช,นาปา แวลลีย์ (Amuse Bouche,Napa Valley) :  ไฮดีทำตัวนี้ในสไตล์ปอเมอโฮรล ใช้แมร์โลต์ 94 % กาแบร์เนต์ ฟรอง 6% ผลิตไม่ถึง 600 หีบ ฉลากเป็นรูปตัวเธอเอง ออกแบบฉลากโดย Steve Kaufmann เจ้าของฉายา "ราชาปอป อาร์ท” เป็นหนึ่งในไวน์แคลิฟอร์เนียที่ชิมสักแก้วก่อนไร้ลมหายใจ

แวง เปอร์ดู,นาปา แวลลีย์ (Vin Perdu,Napa Valley) : ตัวนี้ไฮดีโชว์ฝีมือขั้นเทพด้วยการขลุกขลิกจากองุ่นครึ่งโหลคือ กาแบร์เนต์ โซวีญยอง 44.1% ,ซีราห์ 43.5%, เปติต์ แวร์กโดต์ 4.2%,แมร์โลต์ 2.9%,กาแบร์เนต์ ฟรอง2.1% และเปติต์ ซีราห์ 3.2%   ฉลากเป็นภาพสามมิติเป็นรูปชายในถังโอคไล่กวดหญิงสาวถือแก้วไวน์

ลา ซิเรนา,มอสกาโต อซุล,นาปา แวลลีย์ (La Sirena,Moscato Azul,Napa Valley) : ทำจากองุ่นมุสแคต คาเนลลี (Muscat Canelli) หนึ่งในตระกูล Muscat ซึ่งปกติใช้ทำไวน์หวาน แต่ตัวนี้เป็นไวน์ดราย หวานปะแล่ม ๆ กลิ่นอบวลมาก

เมื่อ มิเชล โอบามา เป็นสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ไม่เกินจริงแน่นอนที่จะบอกว่า Heidi Barrett คือ สตรีหมายเลขหนึ่ง 1 แห่งวงการไวน์แคลิฟอร์เนีย ...