Get Adobe Flash player

“เลอโคล นัมเบอร์ 41” ยอดไวน์รัฐวอชิงตัน

Font Size:

 

สหรัฐฯมีการผลิตไวน์ประมาณครึ่งประเทศ แต่ไวน์ดีจะอยู่ริมชาวฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางทิศตะวันตก ไล่จากเหนือสุดติดชายแดนคานาดาคือ วอชิงตัน โอเรกอน ไอดาโฮ แคลิฟอร์เนีย จากนั้นเลี้ยวเป็นตัวยู (ยู) ผ่านอริโซนา นิว เม็กซิโก เท็กซัส เลื้อยไปทางตะวันออกเลาะริมฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก ผ่านนิวยอร์ค ไปสิ้นสุดที่นิว อิงแลนด์ เป็นต้น รัฐตรงกลางของประเทศมีการผลิตไวน์น้อยมาก จนแทบไม่มีเลย

แต่แหล่งผลิตไวน์ที่เป็นหัวกระทิของสหรัฐมี 4 รัฐพร้อมเปอร์เซ็นต์ปริมาณการผลิตไวน์คือ แคลิฟอร์เนีย (95%) โอเรกอน (1%) วอชิงตัน (1.6 %) และนิวยอร์ค (2%) นอกนั้นประมาณ 0.4 % กระจัดกระจายทั่วไป และคุณภาพไม่ค่อยดี

ส่วนใหญ่ไวน์แคลิฟอร์เนียเป็นเจ้าตลาด จนคอไวน์แทบไม่รู้จักรสชาติไวน์ของรัฐอื่น ทั้งที่รัฐอื่นก็มีไวน์คุณภาพดีไม่แพ้กัน หนึ่งในจำนวนนั้นคือรัฐวอชิงตัน สังกัดภูมิภาคตะวันตกเฉียงเหนือ อากาศค่อนข้างหนาวเย็น จึงปลูกองุ่นได้ดีเหมือนแคว้นอัลซาสของฝรั่งเศส และในเยอรมัน

รัฐวอชิงตัน ตั้งอยู่ในระหว่างเส้นละติจูด 46- 48 องศา ในระดับเดียวกับเมืองบอร์กโดซ์ แคว้นเบอร์กันดี แคว้นแชมเปญ และแคว้นลัวร์ ของฝรั่งเศสพอดี นี่คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้รัฐนี้สามารถปลูกองุ่นและทำไวน์ได้เยี่ยม ถ้าลองเทียบกับนาปา แวลลีย์ แล้ว วอชิงตันไม่ได้เป็นรองมากนัก นาปามีพื้นที่ปลูกองุ่น 40,000 เอเคอร์  ขณะที่วอชิงตันมีพื้นที่ปลูกองุ่น 28,000 เอเคอร์ แต่จำนวนไร่องุ่น 200 กว่าแห่งใกล้เคียงกัน

โคลัมเบีย แวลลีย์ (Columbia Valley) คือหนึ่งในหัวใจการผลิตไวน์ของรัฐวอชิงตัน  มีพื้นที่ปลูกองุ่น ยาวประมาณ 200 ไมล์ กว้างประมาณ 185 ไมล์  พื้นที่ด้านล่างติดกับรัฐโอเรกอน ประกอบด้วยพื้นที่สำคัญคือ Walla Walla Valley,Yakima Valley,Red Mountain และ Horse Heven Hills เป็นเขตที่มีไร่องุ่นอยู่หนาแน่นที่สุดคือประมาณ 1 ใน 3 ของรัฐวอชิงตัน  ปลูกองุ่นพันธุ์ดัง ๆ ของโลกอย่าง กาแบร์เนต์ โซวีญยอง (Cabernet Sauvignon) แมร์โลต์ (Merlot) และซีราห์ (Syrah) นอกนั้นยังมีชาร์โดห์เนย์ (Chardonnay), เซมิลยอง (Semillon),กาแบร์เนต์ ฟรอง (Cabernet Franc),รีสลิ่ง (Riesling),เกวืร์ซทรามิเนอร์ (Gewurztraminer) และซานโจเวเซ (Sangiovese) เป็นต้น

“เลอโคล นัมเบอร์ 41” (L'Ecole No 41)  เป็นไวน์ยี่ห้อหนึ่งที่สร้างชื่อให้รัฐวอชิงตัน มาจากวัลลา วัลลา แวลลีย์ ในโคลัมเบีย แวลลีย์ ทำไวน์แบบครอบครัว ก่อตั้งในปี 1915 โดยฌอง และเบเกอร์ เฟอร์กูสัน (Jean - Baker Ferguson) แต่เริ่มผลิตไวน์ในปี 1983 ปัจจุบันบริหารโดยลูกสาวและลูกเขย  (Megan - Martin Clubb) เคยได้รับรางวัล Winery of the Year 2005 จากนิตยสาร Wine & Spirits  4 ติดต่อกัน

                อาคารหรือที่ทำการของเลอโคล สร้างเป็นแบบ Frenchtown School อยู่ในชุมชนเล็ก ๆ ทางตะวันตกของวัลลา วัลลา แวลลีย์ โดยชื่อ Frenchtown คือชาว French-Canadians ซึ่งมาตั้งรกรากในหุบเขาแห่งนี้ในช่วงทศวรรษ 1800 และฝรั่งเศสพวกนี้เองที่ริเริ่มปลูกองุ่นและผลิตไวน์ จนกลายเป็นเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่นี้

“L'Ecole” เป็นภาษาฝรั่งเศสแปลว่าโรงเรียน  41 คือบ้านเลขที่ของไร่องุ่นแห่งนี้ ฉลากข้างขวดเป็นรูปอาคารเรียนซ้อนอยู่ด้านบนของกระดานดำ พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ ปัจจุบันผลิตไวน์ปีละประมาณ 30,000 ลังจากองุ่น Semillon, Chardonnay, Merlot, Syrah and Cabernet Sauvignon ทั้งหมดหมักบ่มในถังโอค มีทั้งโอคฝรั่งเศสและอเมริกัน สไตล์การผลิตไวน์คือ rich, flavorful and full-bodied

ฉลากไวน์กระดานดำหรือ Chalkboard Label นี้มีที่มาที่ไป โดยในปี 1984 เจ้าของไวน์ได้จัดการประกวดออกแบบฉลาก รับเฉพาะนักเรียนชั้นประถมเท่านั้น มีนักเรียนส่งภาพเข้าประกวดเป็นจำนวนมาก และรางวัล 100 เหรียญสหรัฐฯ ก็ตกเป็นของ ด.ช.ไรอัน แคมป์เบลล์ (Ryan Campbell) วัย 8 ขวบ วาดด้วยสีน้ำอย่างที่เห็น และเริ่มใช้ครั้งแรกเป็นรุ่น  Seven Hills Vineyard Merlot  วินเทจ 1998

ท่านที่เบื่อไวน์แคลิฟอร์เนีย หรืออยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ไวน์จากรัฐวอชิงตันเป็นตัวเลือกที่ควรเลือก เพราะสหรัฐฯ ไม่ได้มีไวน์ดีเฉพาะที่แคลิฟอร์เนียเท่านั้น